Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 79 : หอกเพลิง
เมื่อฉาวซวนลงมาจากต้นไม้ เขาถูกรายล้อมทันทีจากคนอื่น ๆ
เพราะพวกเขาทุกคนได้ยินคำพูดของทา
“นี่คือต้นกล้าโมษเขียวใช่หรือไม่?” ทาดวงตาเป็นประกาย และ
ยังคงจ้องมองไปที่ต้นกล้าอ่อนในมือฉาวซวน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า
นิ้วมือของเขา
“คือมันกินได้หรือไม่?”
คีคีผลักดันคนอื่น ๆ ที่ด้านหน้าของเขาให้ออกไป ขณะที่เขากำลัง
จะเอื้อมมือออกไปหยิบต้นกล้าอ่อนจากมือฉาวซวน เขาก็ถูกห้าม
จากทาที่กั้นเขาพร้อมกับแขนของเขา
“ให้ข้าได้ดูมัน.” ทาเอ่ยบอก
เห็นว่าทาอยู่ที่นี่ ฉาวซวนส่งต้นกล้าอ่อนที่เหมือนถั่วงอกให้กับเขา
สำหรับคำถามก่อนหน้านี้เกี่ยวกับคำถามของคีคีที่ว่ามันกินได้
หรือไม่ … ฉาวซวนเดาว่าคำตอบอาจจะเป็นบวก
มันไม่ได้รู้สึกพิเศษโดยเฉพาะเมื่อเจ้าถือมันไว้ในมือของเจ้า แต่ทา
สันนิษฐานว่ามันคือต้นกล้าอ่อนของโมษเขียว
“เจ้ารู้ได้ยังไงว่ามีต้นกล้าที่นี่ อาซวน? เจ้าเห็นอะไรก่อนหน้า
นี้?” ทาถาม
พวกเขาเพิ่งเห็นฉาวซวนเดินตรงไปยังต้นไม้ต้นนั้นราวกับว่าเขารู้
ว่ามันอยู่ที่นั่น จากนั้นเขาก็ปีนขึ้นต้นไม้และดึงต้นกล้าออกมา
“ก่อนหน้านี้?” ฉาวซวนลูบศีรษะ และทำท่าทางราวกับว่าเขานึก
อย่างยากลำบาก“มีใครสักคนบอกกับข้าว่ามีอะไรบางอย่างที่นั้น
ก่อนหน้านี้ ดังนั้นข้าจึงไปตามนั้น.”
“แต่เจ้ามองย้อนกลับไปจากนั้นแล้ว เจ้าเห็นอะไร?” ทาจ้องมอง
มาที่ดวงตาฉาวซวนในขณะที่เขาถาม
ฉาวซวนไม่ได้พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการมองสบตา แต่ยังคงพูด
ต่อว่า“ข้ารู้สึกว่ามีคนมาเรียกชื่อข้า ดังนั้นข้าจึงมองย้อนกลับไป.”
เรียกชื่อของเจ้า?
ใครที่เรียกเจ้า?
บรรพบุรุษ?
พวกเขาเกือบทั้งหมดมีความคิดในสิ่งเดียวกัน
“นอกเหนือจากนี้ จะมีต้นกล้าที่คล้ายกันที่อื่น ๆอีกไหม ?” ทา
ถามอีกครั้ง
ฉาวซวนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูสับสนเช่นเดียวกับกระอักกระ
อวนใจ
“เจ้าควรจะคิดเกี่ยวกับมันอย่างใจเย็น”. ทาบอกเบา ๆ
ฉาวซวนก้มหน้าลง ราวกับว่ากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อค้นหา
ความทรงจำของเขา แต่ในความเป็นจริง เขาเพียงแค่แกล้งทำ
การมองเห็นของโมษเขียวได้หายไปแล้ว แต่เขารู้สึกคลุมเครือ
เกี่ยวกับต้นไม้ที่มีต้นกล้าอยู่ในนั้น
ถ้าเป็นชายชราเค่อที่เอ่ยถาม ฉาวซวนจะให้คำอธิบายอย่าง
ละเอียด แต่ว่ามันไม่ใช่ ดังนั้นฉาวซวนไม่มีแผนที่จะบอกความ
จริง เนื่องจากทุกคนคิดว่าเขาได้รับพรจากบรรพบุรุษ เขาตัดสินใจ
ที่จะใช้บรรพบุรุษให้ความเชื่อถือและความไว้วางใจทั้งหมด
เพื่อที่จะปกป้องตัวเองจากการหาข้อแก้ตัว
หลังจากที่คิดประมาณสองนาที ฉาวซวนชี้ไปที่ต้นไม้บางต้นอยู่
บริเวณใกล้เคียง
ทาไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นใด แต่รีบเร่งสั่งการนักรบให้ไป
ค้นหาต้นไม้ที่ฉาวซวนได้ชี้ให้เห็น ตอนนี้ทุกสิ่งที่นอกจากนี้จะถูก
กันออกไป, โมษเขียวกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด แม้ว่า
รายการมากมายที่อยู่ในม้วนหนังสัตว์ไม่เคยพบ โมษเขียวก็เกิน
พอที่จะชดเชยได้ มันยังสามารถเอาชนะพวกเขาทั้งหมดรวมกัน
แม้ว่าต้นกล้าอ่อนเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการยืนยัน มันก็คุ้มค่า
ในตัวของมันที่จะค้นหา
ไม่ใช่ต้นไม้ทุกต้นที่ฉาวซวนชี้จะมีต้นกล้า แต่นักรบระมัดระวัง
มากขึ้นเมื่อค้นหาต้นไม้ทุกต้น พวกเขาค้นหาเกือบจะทุกตารางนิ้ว
ฉาวซวนไม่สามารถบอกตำแหน่งที่แน่นอนของต้นกล้าต้นอื่น ๆ
สำหรับเขาที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้นเขาจึงรู้
เพียงต้นกล้าอ่อนต้นนั้นเท่านั้น
“เฮ้ ข้าพบมัน !!” อาซัวตะโกนออกมาอย่างมีความสุข เขา
ต้องการที่จะกลืนกินต้นกล้าที่เขามีอยู่ในมือทันที ในความเป็นจริง
เขาอาจจะทำเช่นนั้น ถ้าทาไม่ได้จ้องมองมาที่เขา
เห็นสถานการณ์เหล่านั้น ทาให้ฉาวซวนถือกล่องหินที่มีโมษเขียว
ไร้หัวอยู่ภายใน และกล่าวว่า “เจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้สำหรับตอนนี้
ในขณะที่ข้าไปค้นหาเช่นกัน เพียงแค่รออยู่ที่นี่ อย่าเดินไปรอบ ๆ
.”
“เอาล่ะ นำมันไป.”
ฉาวซวนถือกล่องหินและพักเหนื่อยพิงกับต้นไม้ เหตุผลที่ว่าทำไม
เขาถึงเห็นวิสัยทัศน์อาจจะเป็นเพราะความสามารถพิเศษอื่น ๆ ใน
ร่างกายของเขา ในอดีตที่ผ่านมา มันก็เตือนเขาถึงอันตรายที่กำลัง
จะเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
ในอดีต อย่างไรก็ตาม ฉาวซวนไม่สามารถควบคุมมันได้ตามแต่ใจ
ที่เขาต้องการเช่นกัน
ขณะที่เขากำลังพัก ฉาวซวนจู่ ๆ ก็มองไปที่พื้นใต้เท้าของเขา บาง
สิ่งบางอย่างได้พยายามที่จะออกมาจากด้านล่าง
แต่คนอื่น ๆ ตอนนี้ยังไม่รู้ถึงอันตรายที่กำลังคลืบคลานมา อาจจะ
เป็นเพราะทุกคนอยู่บนต้นไม้และขาไม่ได้สัมผัสพื้นดิน ดังนั้นไม่มี
ใครในกลุ่มพวกเขาได้สังเกตเห็นสิ่งที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วใต้
พื้นดิน
“อะไรบางอย่างกำลังจะมา!” ฉาวซวนตะโกน
เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่ฉาวซวนพูดจบ เถาวัลย์สีแดงเจาะ
ออกมาอย่างอุกอาจจากพื้นดิน
โชคดีที่ฉาวซวนมีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว เขากระโดดขึ้นสูงขณะที่
เขาตะโกนเตือน และเขากระโดดสูงขึ้นด้วยความช่วยเหลือของ
ต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง
“มันเป็นหอกเพลิง!”
“วิ่ง, อาซวนวิ่ง!”
คนอื่น ๆ ถอนตัวออกจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว
“ระวัง!” ทาหยิบขวานหินออกจากเอวของเขา และโยนไปทาง
เถาวัลย์
แคร๊ก!
มันเป็นเสียงของขวานหินที่สับลงบนชิ้นส่วนของไม้
เถาวัลย์สีแดงเลือดที่ตามหลังฉาวซวนมีความหนาเท่าแขนของ
ผู้ใหญ่ แต่มันถูกฟันขาดออกเป็นสองท่อนจากขวานหิน เลือด
เหมือนของเหลวไหลออกมาและหยดพรมพื้นดิน
แต่ มีเพียงปลายแหลมของหอกเพลิงที่หายไป และ“เถาวัลย์
เลือด” ก็ยังคงไล่ตามหลังฉาวซวน ยิ่งกว่านั้น มีมากกว่าสิบ
เถาวัลย์ที่เจาะออกมาจากพื้นดินกะประมาณด้วยสายตาฉาวซวน
มีอย่างน้อยห้าสิบเถาวัลย์ได้เจาะออกมาจากพื้นดิน
นอกเหนือจากเส้นที่บางและสั้น ไม่มีใครรู้ว่ายังมีอีกมากมายของ
พวกมันที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดิน
เมื่อนักรบได้ถอนตัวออกไป ความกดดันของฉาวซวนก็ลดลง
ความสามารถของเขาก็ยังคงค่อนข้างจำกัด ดังนั้นเขาจึงไม่มี
โอกาสที่เขาสามารถใช้การโจมตีที่หนักหน่วงจากเถาวัลย์หนา
เหล่านั้น
ถึงแม้ว่าพวกมันเป็นเพียงเถาวัลย์ พวกมันก็แตกต่างจากเถาวัลย์
สีแดงที่ฉาวซวนเคยเห็นก่อนหน้านี้ เถาวัลย์ที่ฉาวซวนเคยเห็น
สามารถเพียงแค่กวาดเหยื่อไป และพวกมันไม่ค่อยก้าวร้าวมาก
นัก แต่ เถาวัลย์ที่พวกเขากำลังปะทะด้วยตอนนี้บ้าระห่ารุนแรง
มาก พวกมันแทงตรงขึ้นมาราวกับว่าพวกมันเป็นหอก
ต้นไม้ที่ฉาวซวนพิงเพื่อพักผ่อนก่อนหน้านี้ถูกแทงแล้วอย่างน้อย
สามครั้ง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพริบตา
มันเป็นหอกเพลิง ปลายของเถาวัลย์แหลมคมเหมือนหัวหอก
ในขณะที่เส้นขนเล็ก ๆ บนลำต้นของมันจะพลิ้วไหวเหมือนเปลว
ไฟขณะที่มันเคลื่อนไหว มันสมควรได้รับชื่อนี้ ร้อยเปอร์เซ็นต์
ขนทุกเส้นบนลำต้นเถาวัลย์ใช้สำหรับดูดซับของเหลว พวกมัน
สามารถดูดซับของเหลวจากพืชได้เช่นเดียวกับเลือดสดของมนุษย์
นักรบที่มีประสบการณ์ ผู้ที่เคยออกล่าเป็นเวลานานในอาณาจักร
พืชสีเขียวแห่งนี้ ทุกคนคุ้นเคยกับพืชชนิดนี้ ดังนั้นทาและคนอื่น ๆ
รู้ดีพอว่าพวกเขาควรจะจัดการอย่างไร
เมื่อฉาวซวนหลบการโจมตี เขาจดจ้องอย่างสนใจเป็นพิเศษที่การ
เคลื่อนไหวของทา มีเรื่องมากมายที่ต้องเรียนรู้ภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรดานักรบเก่าที่มีประสบการณ์
เขาจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้
ในขณะที่นักล่าที่มีประสบการณ์มาเก่าก่อน ถึงแม้ว่าพวกเขา
อาจจะขาดการเคลื่อนไหวที่สมดุลหรือการเคลื่อนไหวตามที่ใจนึก
ทุกๆการเคลื่อนไหวของพวกเขาสำคัญอย่างมาก ทุกๆการ
เคลื่อนไหวที่ได้มาในช่วงหลายร้อยหรือหลายพันของการต่อสู้ที่
ยากลำบาก บางครั้ง ปฎิกิริยาตอบสนองของพวกเขาอาจจะเร็ว
กว่าความคิดของพวกเขา มันเกือบจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตาม
สัญชาตญาณ แต่มันก็เรียบง่ายและเคลื่อนไหวลงมือฆ่าอย่าง
ได้ผล
นักรบทั้งหมดถอนตัวอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่สถานะการต่อสู้ ทันที
ที่พวกเขาเริ่มที่จะให้ความร่วมมือกันและกัน พลังการต่อสู้ของ
พวกเขาจะเพิ่มขึ้น พวกเขามีแรงผลักดันที่เกือบจะสามารถ
เอาชนะหอกเพลิง นักรบทุกคนมีอาวุธของตัวเอง อย่างต่อเนื่อง
พวกเขากวาดแขนออกไปและปะทะกับหอกเพลิงเหล่านั้นด้วย
อาวุธที่อยู่ในมือของพวกเขา ความแข็งแรงของพวกเขาทั้งหมด
ส่งผ่านอาวุธและกระหน่าลงไปบนเถาวัลย์ โจมตีได้อย่าง
คล่องแคล่วและฟาดปะทะไปที่เถาวัลย์ที่เคลื่อนไหวไปมา
ถ้าคนใดคนหนึ่งของพวกเขาเชื่องช้าแม้เพียงน้อยหรือทำผิดพลาด
เพียงนิด พวกเขาอาจมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียแรงผลักดันของ
พวกเขา พวกเขาต้องพึ่งพาแรงผลักดันซึ่งกันและกัน แม้ว่าพวก
เขาไม่ได้ต่อสู้กับสัตว์ที่ดุร้าย
ทุกสิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ และพื้นดินถูกย้อมไปด้วยสีแดง
อันตรายที่กำลังจะผ่านไป แต่มีเสียง “ฟู่ๆๆ” โผล่ออกมาจากใต้ดิน
มันกลับกลายเป็นว่าเถาวัลย์เส้นอื่นใต้พื้นดินได้เจาะทะลุออก
เช่นกัน ส่วนที่สูงเหนือพื้นดินมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเป็นสองเท่า มัน
ดูเหมือนว่าหอกเพลิงกำลังต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต
เพิ่มเติมความทุกข์ยากของฉาวซวน ส่วนใหญ่ของเถาวัลย์ที่เจาะ
ขึ้นมาใหม่กำลังไล่ตามหลังเขา
“เคลื่อนที่ออกไป อาซวน!” ทาตะโกนไปหาเขา
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาตะโกน ทาพบว่าฉาวซวนกำลังวิ่งไป
เรื่อยๆ และกำลังมุ่งหน้ากลับ !!
ทาโกรธมากจนเกือบจะกระอักเลือดออกมาเมื่อเห็นอย่างนั้น เจ้า
กำลังทำบ้าอะไรวะเนี่ย? เจ้าก็ได้ยินอย่างชัดเจนแล้วนิว่าให้วิ่ง
ไกลออกไป แต่ตอนนี้เจ้ามุ่งหน้ากลับ? เจ้ามีแผนอะไร? เจ้า
ต้องการฉุดขาทีม ?! เจ้ารู้สึกว่ามันไม่เหนียวพอกว่าที่นี่ ?!
โดยปกติแล้ว ทาเลือกที่จะไม่ลงมือต่อสู้พัวพันกับหอกเพลิง
กลับกัน เขาอาจจะนำทีมออกให้ห่างจากพวกมัน แต่ ที่นี่มีต้นกล้า
โมษเขียวในบริเวณใกล้เคียง นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการที่จะล่าถอย
เห็นได้ชัดว่า นักรบคนอื่น ๆ ทั้งหมดเห็นด้วยกับความคิดของเขา
และพวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะถอนตัวแต่อย่างใด พวกเขาเกือบ
บ้าในการต่อสู้ มันเป็นที่เข้าใจได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบต้นกล้า
ของโมษเขียว แต่พวกเขาก็ถูกรบกวนจากหอกเพลิง สิ่งที่เลวร้าย
ยิ่งกว่า หอกเพลิงได้ทำลายต้นไม้ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งทำให้การ
ค้นหาต้นกล้าทำได้ยากขึ้น และ โอ้ใช่ เด็กบางคนกำลังวางตัวเอง
อยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย โดยเจตนา!
ความโกรธเกรี้ยวส่องแสงจ้าในสายตาของทา ทันใดนั้นเขาก็
กระโดดและก้าวขึ้นไปบนเถาวัลย์หนา พืชใต้เท้าของเขาทันใดนั้น
ก็กระจัดกระจายไปราวกับถูกโจมตีด้วยบางสิ่งที่หนักมาก ก่อน
หน้านี้มีขนตามลำต้นได้พันไปรอบเท้าของทา ตอนนี้พวกมัน
ทั้งหมดถูกทำลายในพริบตา ทาคว้าขวานหิน และสับลงไปซ้าแล้ว
ซ้าอีก เสียงปะทะแตกหักดังก้อง ราวกับว่าผ้าหลายชิ้นถูกฉีกขาด
ในอากาศ และชิ้นส่วนต่างๆของไม้เนื้อแข็งถูกสับให้แตกหักใน
เวลาเดียวกัน
ในขณะเดียวกันเมื่อเขาฟันลงไป ทาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปทาง
ทิศฉาวซวน เขาต้องการที่จะเตะฉาวซวนออกจากความวุ่นวาย
เหล่านี้ทันที คนที่เขาเกลียดมากที่สุดคือคนที่ทำให้ทีมจนตรอก
แต่ อีกเพียงสองก้าวก็จะใกล้ถึงตัวฉาวซวน ทาพบว่ามีหอกเพลิง
ยักษ์ไล่หลังฉาวซวน เถาวัลย์พุ่งขึ้นมาใหม่กำลังไล่กรวดตามหลัง
ฉาวซวนเหมือนหอกที่เต็มไปด้วยความปรารถนามาดหมายที่จะ
ฆ่า พวกมันกำลังมาทางนี้
ไม่น่าแปลกใจที่เด็กน้อยเลือกที่จะวิ่งย้อนกลับมา