Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 78 : โมษเขียวเดินขบวนในตอนกลางคืน
- Home
- Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม
- ตอนที่ 78 : โมษเขียวเดินขบวนในตอนกลางคืน
ในขณะที่คนอื่น ๆ ถูกฝังอยู่กับความคิดเรื่อง “โมษเขียว” และ
“การมองเห็นในตอนกลางคืน” ฉาวซวนได้สังเกตเห็นกับดักที่เขา
ตั้งไว้เมื่อวานนี้
ในความเป็นจริง ต้นไม้หลั่งน้ายางเรซิ่นค่อนข้างมาก แต่สามารถ
ใช้เพียงปริมาณที่จำกัดในการวางกับดัก ฉาวซวนพบว่าน้ายางใน
ส่วนต่างๆของต้นไม้ มีความเหนียวหนืดแตกต่างกัน เมื่อตัด
เปลือกไม้ออก มีน้ายางเพียงเล็กน้อยที่เหนียวพอจะใช้ในการวาง
กับดัก เขาเก็บน้ายางเหนียว และนำมันไปใช้กับรอบๆบ่วงบาศ
อย่างไรก็ตาม มันสามารถใช้ได้เพียงพอสำหรับสองบ่วงเท่านั้น
เมื่อวานนี้ เมื่อพวกเขาทำความสะอาดซากของแมลงที่ตายแล้ว
เหล่านักรบได้ขุดตะไคร่น้าและต้นหญ้าออกไป ดังนั้น
สภาพแวดล้อมจึงโล่งเตียนโดยเฉพาะรอบๆต้นไม้ที่พวกเขากำลัง
ยืนอยู่ กลิ่นของผลไม้ที่ไหม้แล้วยังคงอยู่ ซึ่งอาจขับไล่สัตว์ส่วน
ใหญ่ได้
ดังนั้น ฉาวซวนพบว่ามีน้ายางจำนวนมากอยู่บนพื้นดิน ต้นไม้ที่
เขาตัดเมื่อวานนี้น้ายางไหลล้นออกมามากมาย แต่ส่วนใหญ่ไม่
เหนียวพอ บนขอบของร่องรอยเหล่านั้นในเรซิ่น มีร่องรอยที่เห็นได้
ชัดจากบางสิ่งที่ถูกลากไป … เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้
เข้ามา
ไม่มีคนใดนักรบในกลุ่มล่วงหน้าได้สัมผัสมัน หรือนอกจากว่าจะมี
รอยเท้าที่ชัดเจน
ฉาวซวนคิดสักครู่ แล้วจากนั้นก็มองไปรอบ ๆ เขาใช้สายตาจ้องไป
ที่พืชที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งบานเต็มที่ ด้านบนของมันเมื่อลมพัด เกสรจะ
กระจายไปทั่วพื้นดิน
“ข้าสามารถเด็ดดอกไม้เหล่านั้นได้หรือไม่ ท่านผู้นำทีม?” ฉาว
ซวนถาม ทาบอกกับฉาวซวนว่าควรจะรายงานก่อนที่จะกระทำสิ่ง
ใดทุกอย่าง สำหรับการกระทำที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นสิ่งต้องห้าม
อย่างยิ่ง
ทามองไปที่ฉาวซวนสักครู่ แล้วจากนั้นก็เอ่ยตกลง “ได้สิ ไปได้เลย”
ถ้าในอดีตที่ผ่านมา ทาจะไม่มีวันยอมให้ฉาวซวนไปเด็ดดอกไม้
เพราะว่าสำหรับการกระทำทั้งหมดดังกล่าวในสายตาของเขามันงี่
เง่าและไร้สาระ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขารู้สึกว่าบางทีฉาวซวน
กำลังพบอะไรบางอย่าง
ฉาวซวนปีนขึ้นไปบนต้นไม้และพยายามที่จะเด็ดดอกไม้ออกมา
ด้วยมือของเขา แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นเขาจึงชัก
กระบี่หินและสับลงบนก้าน ด้วยมือของเขาที่จับกลีบเลี้ยง (ส่วนสี
เขียวที่ฐานด้านล่างที่ปกป้องดอกไม้) และจากนั้นก็ส่งผ่านไปยัง
ถัวอย่างระมัดระวัง ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้
หลังจากตัดดอกไม้สองดอกแล้ว ฉาวซวนไต่ลงมาจากต้นไม้
ถัวผู้รับดอกไม้จากฉาวซวนถูกย้อมไปด้วยละอองเกสรทั่วร่างกาย
ของเขา มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับดอกไม้ที่อุดมไปด้วย
เกสร
“เจ้ากำลังจะทำอะไรพร้อมกับเจ้านี้ อาซวน?” ถัวถาม
“ข้าต้องการดูว่ามีร่องรอยใด ๆ บนพื้นดินหรือไม่” ฉาวซวนตอบ
“ร่องรอย?”
คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ โมษเขียวต่างก็มองไปที่ฉาวซวนเช่นกัน
ฉาวซวนถือกลีบน้าเลี้ยงและคว่าลงไปที่พื้น ขณะที่เขาเขย่าเบาๆ
ให้ละอองเกสรสีส้มตกลงบนพื้น
ผู้คนเห็นฉาวซวนวนเป็นวงกลมรอบต้นไม้ที่มีน้ายาง เขาถือ
ดอกไม้ไว้ในขณะที่เขย่าละอองเกสร ครู่ต่อมา พื้นดินใต้ฝ่าเท้า
ของเขาปกคลุมไปด้วยเกสรสีส้ม
หลังจากเกสรกระจายตัวไปแล้ว ฉาวซวนหาใบไม้ใหญ่ๆและพัด
กระพือใบไม้ให้เกิดลม
ละอองเกสรบนพื้นดินถูกพัดออกไป แต่บางส่วนของมันยังคงอยู่
บนพื้นดิน
เกสรสีส้มค่อนข้างชัดเจนและเหลืออยู่บนพื้นดินได้สร้างรอยเท้า
ขึ้นมากมาย พวกมันเป็นรอยเท้าเดียวกันกับโมษเขียวที่ตกหลุม
กับดักที่นี่
เห็นรอยเท้าบนพื้นดิน ทามองเข้าไปในกลุ่มและพูดว่า “ทำแบบ
เดียวกัน! ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสถานที่ที่มีน้ายาง ”
ต้นไม้ที่ฉาวซวนตัดไม่ได้เป็นต้นไม้ต้นเดียวที่มีน้ายาง เมื่อวานนี้
เมื่อทากำลังตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาสังเกตเห็นต้นไม้
สองสามต้นที่มีน้ายางเรซิ่น พวกเขาทั้งหมดได้กระจายตัวออกไป
ตามพื้นดินที่มีต้นน้ายาง และครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่
จากคำสั่งของทา ดอกไม้ทั้งหมดที่บานในยามเช้าตรู่ได้รับความ
เดือดร้อน พวกมันทั้งหมดถูกตัดจากนักรบเพื่อนำเกสรไปใช้
อีกไม่นาน เกสรและใบไม้เต็มไปทั่วป่า
โชคดีที่มันไม่เป็นอันตรายในบริเวณโดยรอบ
หลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่ง พวกเขาเสร็จการกระจายเกสรและ
พัดเกสรออกไป แต่ ทุกคนอยู่ในความเงียบอย่างจดจ่อตอนนี้
น้ายางที่กระจายอยู่บนพื้นดินพบว่ามีรอยเท้ามากมาย พวกมัน
เห็นได้ไม่ชัดเจนเพราะหญ้าและตะไคร่น้า บางรอยไม่ได้อยู่ใน
รูปแบบนิ้วเท้าสามนิ้วที่เด่นชัด อย่างไรก็ตาม นักรบทุกคนรู้ว่าเป็น
รอยเท้าเดียวกับก่อนหน้านี้ และพวกมันมุ่งหน้าไปยังทิศทาง
เดียวกัน
รอยเท้าสีส้มมีขนาดค่อนข้างใหญ่และเป็นรอยลึก ตั้งแต่สถานที่
มากมายหลายแห่งถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ร่วงหรือวัชพืชจึงทำให้
ละอองเกสรทำงานไม่ค่อยได้ผล ผู้คนมีเหตุผลที่จะคาดการณ์ว่ามี
รอยเท้ามากกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้
เห็นได้ชัดว่า ตอนกลางคืนเมื่อคืนนี้กองทัพขนาดใหญ่ได้เดินผ่าน
สถานที่แห่งนี้ ใต้ต้นไม้ที่พวกเขาพักผ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มี
เสียงใด ๆ ที่ได้ยินจากนักรบเฝ้าระวังยามค่าคืน นอกเหนือไปจาก
เสียงที่ดักจับได้จากกับดักของฉาวซวน
ทาเคยใช้เวลาหลายปีในกลุ่มล่วงหน้า แต่เขาไม่เคยเห็นกองทัพ
พืชไม้ในเวลากลางคืน
โมษเขียวเดินขบวนในเวลากลางคืนท่ามกลางความเงียบ
เหตุผลที่โมษเขียวไม่อยู่ในรายชื่อม้วนหนังสัตว์ เนื่องจากหายาก
เกินไป มันอาจจะมีความเสี่ยงมาก สำหรับบรรพบุรุษทั้งหมดที่รู้
เกี่ยวกับวิธีการที่เป็นอันตรายก็คือการล่าสัตว์ในเวลากลางคืน
นักรบที่กล้าหาญหลายคนเสียชีวิตเมื่อล่าสัตว์ในเวลากลางคืน
พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลบเป้าหมายที่มีแนวโน้ม
อันตรายออกจากรายชื่อการล่าพืชของพวกเขา หลังจากนั้นจึงไม่
มีพืชที่ยากต่อการค้นหาเช่นโมษเขียวบนม้วนหนังสัตว์
ในระยะเวลาสิบที่ผ่านมา กลุ่มผู้บุกเบิกไม่เคยพบโมษเขียวมา
ก่อน ถ้าทาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องราวของปู่เขาและของ
นักรบผู้อาวุโสของชนเผ่า เขาก็คงจะไม่ได้เชื่อมโยงกับโมษเขียว
และมันก็จะเป็นตำนานให้กับเขาตลอดไปเขาเคยชื่นชมบรรพบุรุษ
เหล่านั้นที่เคยเห็นโมษเขียวในอดีต
แต่ อย่างไม่คาดคิด … ไม่คาดคิดว่าวันนี้พวกเขาจับมันได้ขณะยัง
มีชีวิตอยู่!
แม้ว่ามันจะถูกจับโดยกับดักของฉาวซวน ทาก็รู้ได้อย่างชัดเจนใน
ใจว่าเขาถูกตบหน้าอย่างแรงจากการดูหมิ่นดูแคลนของเขา เขา
รู้สึกว่ามันคุ้มค่า ที่ได้เห็นโมษเขียวด้วยตาของตัวเอง
ทายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“โมษเขียวเดินขบวนในเวลากลางคืน … โมษเขียวเดินขบวน
ท่ามกลางความเงียบ! มันเป็นโมษเขียว! ”
“งั้นเรามาแก้กับดักกันเูุถอะ และจัดการมันให้เรียบร้อย
หัวหน้า! อย่าปล่อยให้มันจบลงในมือของสัตว์ตัวอื่น! ”
“ใช่ ใช่ ข้าจะไปนำกล่องไม้จากโพลงต้นไม้! ”
กล่องไม้จะใช้ได้หรือไม่? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราใช้กล่องหิน? ”
“หรือเราจะใช้พวกมันทั้งสอง?”
“แต่เรามีโมษเขียวเพียงต้นเดียว! จะทำอย่างไรกับกล่องสอง
กล่อง เว้นเสียแต่เราจะตัดมันออกเป็นสองส่วน? ”
“ใครรู้บ้างว่าโมษเขียวสามารถนำมาข้างนอกได้หรือไม่? จะเกิด
อะไรขึ้นถ้ามันเพิ่งจะตายเมื่อเรานำมันออกมา? ” คีคีพึมพำ
“คีคี, หุบปากของเจ้าซะ!” คนอื่น ๆ ตะโกนออกมา
“แต่บ่วงเงื่อนเป็นเรื่องยากที่จะแก้ปมออก … จะแก้เชือกยังไงหรือ
อาซวน?” ถัวมองไปที่ฉาวซวนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
แต่ ฉาวซวนไม่ได้สนใจพวกเขาในตอนนี้ … เขา “เห็น” บางอย่าง
มันพล่าเบลอ และเสียงทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียงดูเหมือนจะถูก
ปิดกั้น มันเป็นความเงียบ
หนึ่ง,สอง … สิบ,ร้อย …
หนึ่งพัน? พวกเขานับถึงพัน? บางทีอาจจะมีมากกว่านี้ …
ร่างสีเขียวเหล่านั้นกำลังเดินไปทางเดียวกันในกลุ่ม เมื่อเทียบกับ
โมษเขียวที่เขาจับได้แล้ว บรรดาโมษเขียวก็มี “หัว” และหัวของ
พวกมันก็ดูเหมือนเป็นไม้ถูพื้นกลับหัว พวกโมษเขียวมีความสูง
เท่ากับฉาวซวน แต่ผอมเหมือนไม้ไผ่ พวกมันกำลังเดินอยู่ในป่า
โดยไม่มีเสียงใด ๆ
“อาซวน?”
“เฮ้ เกิดสิ่งผิดปกติอะไรกับเจ้า?”
นักรบที่วางแผนจะเรียกเขา แต่ถูกห้ามจากทา
“เขากำลังเห็นอะไรบางอย่าง?” อาซัวบอก
กำลังเห็นอะไรบางอย่างหรือ?
ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้มากมาย
เว้นแต่จะเป็นพรอันศักดิ์สิทธิ์จากบรรพบุรุษ?
เมื่อเกิดความคิดเช่นนี้ นักรบทุกคนก็สั่นไหวโดยไม่มีการเตือน
ล่วงหน้า พวกเขาไม่กล้าที่จะทำเสียงดัง
“เฮ้ เขากำลังเคลื่อนไหว!” คีคีกระซิบ
ที่นั่น ฉาวซวนสาวเท้าตรงไปข้างหน้า เขากำลังเดินไปในทิศทาง
เดียวกับที่โมษเขียวกำลังมุ่งหน้าไป แต่หลังจากเดินไม่กี่ก้าว เขา
มองกลับไปที่กับดักอีกครั้ง
“โอ้ ตอนนี้เขามองย้อนกลับไป !!” คีคีกล่าวอีกครั้ง
“เพียงแค่เจ้าหุบปาก, คีคี!” ทาคำราม
แต่เดิม ฉาวซวนเห็นพวกโมษเขียวกำลังเดินอยู่ข้างๆตัวเขา และ
พวกมันบางตัวก็เดินผ่านร่างของเขาราวกับว่าเขาไม่มีชีวิตแล้ว
ฉาวซวนทำได้เพียงแค่เดินไปกับพวกมันในทิศทางเดียวกัน แต่
พวกโมษเขียวเร็วเกินไปที่จะไล่ตาม
ฉาวซวนรู้สึกว่าเขากำลังปรับตัวให้กลืนเข้าด้วยกัน แต่อย่าง
รวดเร็วพอที่เขาต่อต้านความรู้สึกของการปรับตัวให้กลืนเข้าไป
เขามองกลับไปที่กับดักด้วยความสับสน
คนอื่น ๆ สันนิษฐานว่าฉาวซวนกำลังมองไปที่พวกเขา แต่ใน
ความเป็นจริง เขากำลังมองไปที่โมษเขียว ซึ่งถูกมัดอยู่บนพื้น
หลังจากถูกมัดอยู่ โมษเขียวพบว่าตัวมันนั้นไม่สามารถหนีได้
ดังนั้นหัวของมันจึงหลุดออกจากร่างกาย มันไม่ตาย แต่มันก็ทิ้ง
ส่วนหนึ่งของร่างกายไว้ เพื่อให้ส่วนหลักมีชีวิตรอด มันเป็น
เช่นเดียวกับตุ๊กแกเมื่อมันหลบหนีไปโดยทิ้งหางของมันไว้ เมื่อถึง
เวลา มันก็จะงอกขึ้นมาเป็นหางที่มีชีวิตอีกครั้ง
ฉาวซวนขยับสายตาออกไปจากกับดัก และมองไปทางทิศที่โมษ
เขียวเดินไป
เขาเห็นโมษเขียวเดินขึ้นไปบนต้นไม้ กับนิ้วเท้าของมันที่ติดอยู่บน
ลำต้นของต้นไม้ มันตั้งฉากกับลำต้น แต่มันเดินราวกับว่ามันยังคง
เดินอยู่บนพื้น
มันขยับขึ้นไปประมาณ 15 เมตร จากนั้น มันก็เอื้อม “มือ” ออกไป
เพื่อเจาะเข้าไปในลำต้นของต้นไม้ แต่ก็รีบถอยออกไปอย่าง
รวดเร็ว จากนั้น เหมือนก่อนหน้านี้ มันเดินลงไปที่ต้นไม้ และไป
สมทบกับกองทัพตอนกลางคืน
อะไรที่อยู่ในนั้น?
ฉาวซวนสังเกตต้นไม้สักครู่แล้วจากนั้นก็เริ่มไต่ขึ้นไป
ทาชี้ให้เห็นว่านักรบทุกคนควรล้อมรอบฉาวซวนเพื่อปกป้องเขา
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน สายตาของพวกเขาจ้องติด
กับตัวของฉาวซวน อันที่จริง เขาต้องการหาบางอย่างด้วยความ
ช่วยเหลือของฉาวซวน แต่เขายังได้สัญญากับหมอผีเช่นกันว่าเขา
จะนำตัวฉาวซวนกลับไปที่เผ่าอย่างปลอดภัย
ที่นั่น ฉาวซวนเห็นหลุมเล็ก ๆ เมื่อเขามาถึงจุดที่โมษเขียวโผล่เข้า
ไปในลำต้นต้นไม้ บางสิ่งที่เป็นสีเขียวเหมือนถั่วงอกอยู่ในนั้น
มองไปที่ “ถั่วงอก”, ฉาวซวนจับหัวของมันด้วยมือของเขาและก็ดึง
มันออกมา “ถั่วงอก”เล็กมาก แต่มันทำให้เขาต้องใช้แรงเพื่อจะดึง
มันออกมา
เห็นว่าฉาวซวนกำลังดึงอะไรบางอย่างที่มีสีเดียวเหมือนกับโมษ
เขียว ทามีประกายแสงอยู่ในแววตาของเขา “ต้นกล้าของโมษ
เขียว?”
โมษเขียว มันเดินในที่มืดพร้อมกับร่างกายสีเขียวของมัน มันขโมย
ชีวิตของต้นไม้ที่จะทำให้เกิดการแพร่พันธุ์ต้นอ่อนของมัน
ได้มีการกล่าวกันว่ากองทัพของโมษเขียวจะออกจากรังเพียงปีละ
ครั้งเท่านั้น
มันเป็นการได้รับพรจากบรรพบุรุษจริงๆ ใช่ไหม?