Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 211 เจ้าเป็นกำลังเสริมที่ถูกลิงส่งมาหรือ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 211 เจ้าเป็นกำลังเสริมที่ถูกลิงส่งมาหรือ
เมื่อได้ยินคำสั่งของเฟิงเฟินได เป่ยเอ๋อก็ตกใจว่า “คุณหนูสี่
จะไปไหนเจ้าคะ ? ออกมาจากคฤหาสน์หรือเจ้าคะ?”
เฟิงเฟินไดพยักหน้า “ใช่”
“แต่…” บ่าวรับใช้รู้สึกลำบากใจ “ถ้าคุณหนูต้องการออกไป
ข้างนอก คุณหนูต้องไปแจ้งท่านฮูหยินผู้เฒ่าก่อนเจ้าค่ะ”
ใบหน้าของเฟิงเฟินไดเผยให้เห็นความหงุดหงิด “ข้าจะ
ออกไปข้างนอกได้หรือ ถ้าข้าไปบอกท่านย่า”
“แต่ถ้าคุณหนูไม่บอกท่าน คุณหนูจะไม่ได้รับอนุญาตให้
ออกไปเจ้าค่ะ ! ”
คำพูดของบ่าวรับใช้นั้นเหมือนกับการสาดน้ำเย็นใส่หน้าเฟิง
เฟินได แม้ว่าราชวงศ์ต้าชุนจะอนุโลมนต่อการปล่อยให้
ผู้หญิงออกไปข้างนอกในฐานะคนรุ่นใหม่ ถ้านางต้องการ
ออกไปข้างนอกนางต้องได้รับอนุญาตจากฮูหยินใหญ่หรือผู้
อาวุโส นอกจากนี้จะต้องมีเหตุผลที่สมควรในการออกจาก
คฤหาสน์ ตัวอย่างเช่น ไปจัดการร้านค้าหรือออกไปข้างนอก
พร้อมกับคุณหนูคนอื่น หากไม่สามารถให้เหตุผลที่เหมาะสม
ได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะออกจากคฤหาสน์
เฟิงเฟินไดรู้ว่าถ้านางต้องการออกจากคฤหาสน์ นางไม่
สามารถบอกฮูหยินผู้เฒ่าถึงเรื่องนี้ได้ ฮันชิก็ไม่มีร้านค้าเพื่อ
จัดการ นางไม่สามารถหาเหตุผลที่เหมาะสมได้ ครู่หนึ่งนาง
ยืนนิ่งงันด้วยความโกรธ
“แล้ว…เราจะแอบออกไปหรือเจ้าคะ ? ” เป่ยเอ๋อแนะนำ
“ไม่กี่วันที่ผ่านมาคณะละครก็ไม่ได้แสดง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
แล้วพวกเขาคงถูกส่งออกไปจากคฤหาสน์ หากคุณหนู
ต้องการออกไปจากคฤหาสน์นั่นอาจเป็นเส้นทางที่เป็นไปได้”
เป่ยเอ๋อเป็นบ่าวรับใช้ที่มีไหวพริบมากที่สุดของเฟิงเฟินได
นางมีชีวิตชีวามากโดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าคุณหนูของนางมี
ความคิดชั่วร้าย
เมื่อได้ยินนางพูดแบบนี้ เฟิงเฟินไดรู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่ดี
และมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรองแขกทันที
เป่ยเอ๋อรีบตามหลังนางไปและเตือนนางเป็นครั้งคราว
“คุณหนูจะต้องระวังให้มาก ยามที่เฝ้าทางเข้าล้วนจำคุณหนู
ได้นะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องกังวล” เฟิงเฟินไดเดินเร็วมาก ใกล้เที่ยงแล้ว และ
นางกลัวว่าเฟิงหยูเองจะออกจากเรือนตงเซิงเร็ว เมื่อองค์
ชายเจ็ดออกมา นางก็จะไม่สามารถลงมือได้อีกต่อไป “เจ้า
แน่ใจว่าองค์ชายเจ็ดยังอยู่ที่เรือนตงเซิง” นางเป็นห่วง และ
ถามเป่ยเอ๋ออีกครั้ง
เป่ยเอ๋อพยักหน้า “บ่าวรับใช้ผู้นี้แน่ใจเจ้าค่ะ สองสามวันที่
ผ่านมาข้าส่งคนให้ไปจับตามองที่เรือนตงเซิง ไม่ว่าจะเป็น
เรือนศจีหรือที่ทางเข้าหลักมีคนคอยเฝ้าอยู่ องค์ชายเจ็ดยังไม่
ออกมาเจ้าค่ะ”
“จากสิ่งนี้ ทั้งสองอยู่ในคฤหาสน์เป็นเวลาอย่างน้อยสามวัน”
เฟิงเฟินไดรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ “แม้ว่าจะไม่มีอะไร
สำคัญ หากคำพูดรั่วไหลออกไปมันจะค่อนข้างยากสำหรับ
นาง ถ้านางเป็นองค์หญิงแห่งมณฑลล่ะ? ถ้าชื่อเสียงของ
นางถูกทำลาย ครอบครัวเฟิงจะไม่ปล่อยนางไว้แน่ ไม่ต้อง
พูดถึงว่านางจะต้องทุกข์ทรมานมากแค่ไหน ! ”
ทั้งสองมาถึงที่เรือนรับรองแขก และคณะละครอาศัยอยู่ใน
ลานที่ไกลที่สุดเนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเมื่อสองสามวัน
ก่อน ฮันชิสนุกกับละครเพียงหนึ่งวันก่อนที่นางจะหมดความ
กล้าหาญ ท้ายที่สุดแล้วอันชิและจินเฉินก็ไม่ได้ไปอีก และฮู
หยินผู้เฒ่าก็ไม่ไปดูเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลสำหรับนางที่
จะนั่งดูละครคนเดียวในสวนดอกไม้
แต่คณะละครยังไม่กลับ และพวกเขายังคงอาศัยอยู่ในเรือน
รับรองแขก
เมื่อเฟิงเฟินไดมาถึง มีเด็กฝึกหัดสองคนที่ยืนคุยกันเรื่องอะไร
ซักอย่าง เป่ยเอ๋อกลืนน้ำลายลงคอ นางเมื่อเข้าไปในลาน
บ้าน และพวกเด็กก็แยกย้ายกันทันทีเมื่อเห็นคนมาถึง
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มฝึกอีกครั้ง
เฟิงเฟินไดมองที่พวกเขาและไม่ได้พูดอะไรเลย แทนที่จะมุ่ง
ตรงไปที่ห้องหลัก อย่างไรก็ตามเมื่อนางเดินไปที่ประตู นาง
ถูกหยุดโดยหญิงสาวคนหนึ่ง
“คุณหนูสี่มาทำอะไรหรือเจ้าค่ะ? ”
เฟิงเฟินไดตกตะลึงเมื่อนางจำได้ว่าคนนี้เป็นบ่าวรับใช้ส่วนตัว
ของฮันชิ เห่อเซียง
นางหยุดแล้วมองไปที่เห่อเซียงแล้วถาม “เจ้ามาทำอะไรที่นี่
? ”
ใบหน้าของเห่อเซียงซีดลง ขณะที่นางมองไปที่ประตู นาง
ทำท่าลังเล
“แม่รองฮันอยู่ข้างในหรือไม่ ? ” เฟิงเฟินไดเอ่ยถามออกมา
ทันที ต้องเป็นฮันชิที่อยู่อยู่ข้างใน ไม่เช่นนั้นบ่าวรับใช้คนนี้จะ
ไม่ปรากฏที่นี่ “นางมาทำอะไรที่นี่ ? ” ไม่ต้องรอบ่าวรับใช้
ตอบ เฟิงเฟินไดยื่นมือออกไปเปิดประตู
ในห้องฮันชินั่งอยู่ในที่นั่งหลัก ในมือข้างหนึ่งนางถือถ้วยชา
และอีกมือนางถือผ้าเช็ดหน้า นางหัวเราะคิกคัก ตรงหน้า
นางเป็นนักแสดงชายที่มีเสน่ห์ซึ่งกำลังแสดงอยู่
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเฟิงเฟินไดทำให้ทั้งคู่ตกใจ
ฮันชินางยืนขึ้นทันที มือนางสั่นทำให้น้ำชาในถ้วยนั้นหกใส่มือ
ของนาง
“คุณหนูสี่ ? ” นางเห็นว่าใบหน้าของเฟิงเฟินไดเต็มไปด้วย
ความโกรธ และจิตใจของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตามนางยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าของนางโดย
พูดว่า “เจ้ามาทำอะไร ? ”
“ถ้าข้าไม่มา ข้ากลัวว่าท่านย่าจะไม่ทำการสอบสวนเฟิงหยู
เองและจะสอบสวนเรือนของเราแทน” เฟิงเฟินไดโกรธ นาง
ผลักนักแสดงออกไปอย่างโกรธเคือง “อุ้ย ! ” จากนั้นนาง
เอื้อมมือออกไปจับฮันชิ “กลับไปที่เรือนของเจ้า ถ้าข้าเห็นเจ้า
เข้ามาที่นี่อีก อย่าโทษข้าว่าลืมความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับ
ลูกสาวของเรา” นางชี้ไปที่นักแสดง “พวกเจ้าไปเก็บของและ
ออกจากคฤหาสน์เฟิงในวันนี้”
“นี่…” นักแสดงมองไปที่ฮันชิด้วยความหวังในสายตาของเขา
ในช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ คณะละครเล็ก ๆ อย่างพวก
เขาหวังว่าจะสามารถหาตระกูลใหญ่ ๆ เพื่อพาพวกเขาไป
แสดงทุกวัน นี่จะดีกว่าการดิ้นรนบนถนนที่มีอากาศเย็น ๆ
ฮันชิก็พยายามแนะนำเฟิงเฟินได “ไม่ใช่เจ้าที่บอกข้าว่าอย่า
ไปสวนดอกไม้ ! คณะละครนี้ถูกพาเข้ามาแต่ไม่สามารถ
แสดงได้ ข้ามามาที่นี่เพื่อดูละคร มันจะเป็นอะไร ? มันคุ้ม
แล้วหรือที่จะส่งคนเหล่านี้ออกไป ? ”
ในเวลานี้เป่ยเอ๋อใกล้หูของเฟิงเฟินไดและกระซิบว่า “ให้พวก
เขาอยู่ที่ต่อเจ้าค่ะ ในอนาคตเราอาจจะใช้พวกเขาได้”
เฟิงเฟินไดก็นึกถึงเหตุผลที่นางมาในวันนี้ นางจ้องมองฮันชิ
อย่างดุดัน นางก็พูดว่า “ข้าคิดว่าพวกเขาสามารถอยู่ได้อีก
สองสามวัน แต่มีบางอย่างที่พวกเขาต้องทำเพื่อข้า…”
เฟิงเฟินไดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นนักแสดงเพื่อออกจากคฤหาสน์
เหตุผลคือคณะละครขาดอุปกรณ์ประกอบฉากและ
จำเป็นต้องออกไปเพื่อหาซื้อของ
แต่ในขณะที่นางออกจากคฤหาสน์ นางทิ้งนักแสดงทั้งสองไว้
ข้างหลัง นางเดินไปที่ตำหนักหยู
เมื่อพวกเขามาถึงที่ทางเข้าตำหนักหยู เป่ยเอ๋อตระหนักถึง
ความกลัวในเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ นางมีแต่ความ
หวาดกลัว
คุณหนูของนางกล้าเกินไป!
“คุณหนู บางทีมันอาจจะ…ไม่เหมาะสมนะเจ้าคะ” ไม่ว่าบ่าว
รับใช้คนนี้จะสนุกกับเรื่องวุ่นวายที่เจ้านายของนางก่อมากแค่
ไหน เมื่อนางยืนอยู่ต่อหน้าตำหนักหยูที่นางไม่สามารถท้า
ทายได้ ขานางเริ่มสั่น
แต่เฟิงเฟินไดนั้นกล้าได้กล้าเสียและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย “ไม่
มีอะไรที่ไม่เหมาะสม ไปกับข้า ! ” นางเดินไปข้างหน้าอย่าง
กล้าหาญและต้องการรีบไปที่ตำหนักหยู
โชคไม่ดีที่เมื่อนางก้าวขึ้นบันได นางก็ถูกหยุดโดยทหาร
องครักษ์ เขาชี้หอกมาแล้วพูดเสียงดัง “หยุด ! ”
เฟิงเฟินไดตกใจ แต่ใบหน้าของนางยังคงสงบ และนางพูด
เสียงดังว่า “ข้าเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง และมีเรื่องต้อง
รายงานต่อองค์ชายเก้าของเจ้า”
“องค์ชายไม่ต้อนรับผู้มาเยือน ! ” ทหารองครักษ์ตอบอย่าง
ตรงไปตรงมาและไม่ได้บดบังคำพูด เขาพูดเพียงแค่นี้จากนั้น
ก็ปิดปากของเขา
เฟิงเฟินไดกระทืบเท้าของนาง “เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือ
? ข้าเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง ! ครอบครัวเฟิง ! ตระกูล
เฟิงที่หมั้นหมายกับองค์ชายของเจ้า และข้าก็มีบางอย่างที่
ต้องรายงาน องค์ชายจะไม่พบข้าได้อย่างไร ? ”
ทหารองครักษ์สองคนไม่ไว้หน้านางขณะที่ส่ายหัว “นอกจาก
คุณหนูรองของตระกูลเฟิงที่สามารถเข้าไปในตำหนักได้อย่าง
อิสระ ไม่มีใครได้รับสิทธิ์นี้ที่จะได้พบกับองค์ชาย คุณหนูสี่
โปรดกลับไปขอรับ ! ”
เมื่อเห็นว่าพวกเขามีความแน่วแน่มาก เฟิงเฟินไดคิด
เล็กน้อยแล้วไม่ต้องเสียคำพูดใด ๆ กับทหารองครักษ์ เงย
หน้าขึ้นนางกรีดร้องให้เสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ “องค์ชาย !
มีบางอย่างเกิดขึ้นกับว่าที่พราชายาของพระองค์ ฝ่าบาทไม่
สนใจหรือเพคะ ? มีบางอย่างเกิดขึ้นที่คฤหาสน์ขององค์
หญิงแห่งมณฑล ฝ่าบาทไม่สนใจจริง ๆ หรือเพคะ ? ”
ในที่สุดนางก็ตะโกนออกมา ครู่หนึ่งมีผู้หญิงออกมาจากประตู
เฟิงเฟินไดมองดูแล้วเห็นว่าเป็นคนรู้จัก “นางกำนัลอาวุโส
โจว ! นางกำนัลอาวุโสโจวจริง ๆ ? ”
หญิงชราเดินไปข้างหน้าและยกมือขึ้น ทหารองครักษ์ทั้งสอง
ก็ลดหอกลง
เฟิงเฟินไดกำลังจะเดินผ่านประตู แต่ถูกห้ามโดยนางกำนัล
อาวุโสโจว “เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง”
เฟิงเฟินไดพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง
ข้าชื่อเฟิงเฟินได เราพบกันตอนฤดูร้อนเมื่อท่านไปที่คฤหาสน์
เฟิงเพื่อส่งมอบของหมั้นเจ้าค่ะ”
นางกำนัลอาวุโสโจวเงยหน้าขึ้นมองเฟิงเฟินไดแล้วยิ้มและ
ส่ายหน้า “มีคนจำนวนมากในคฤหาสน์เฟิงตอนที่ข้าไป แต่ข้า
จำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร วันนั้นข้าไปเพื่อส่งมอบของหมั้นให้กับ
คุณหนูรอง ทำไมข้าถึงจำคุณหนูสี่ไม่ได้ ? ” นางพูดสิ่งนี้
ขณะมองภาพลักษณ์ของเฟิงเฟินไดและไม่สามารถช่วยได้
นอกจากจะส่ายหน้า “ท่านเสนาบดีเฟิงเป็นขุนนางขั้นหนึ่ง
ของราชสำนักในปัจจุบัน บุตรสาวของเขาจะแต่งกายเป็น
นักแสดงได้อย่างไร ? เจ้าไม่ได้แอบอ้างว่าเป็นญาติกับขุน
นางใช่หรือไม่ ? ”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ ! ” เฟิงเฟินไดรู้สึกหงุดหงิด
“ข้าเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง ทำไมท่านจึงจำไม่ได้ ส่วน
เสื้อผ้าเหล่านี้ … อ่า.. เป็นเพราะข้ารีบออกจากคฤหาสน์มา
เจ้าค่ะ ข้ามีอะไรอยากเรียนแจ้งองค์ชายเก้า ข้าจึงแต่งกาย
แบบนี้ ท่านไม่ต้องสงสัยตัวตนของข้า เมื่อพบฝ่าบาท
พระองค์จะจดจำข้าได้เจ้าคะ”
“ฝ่าบาทไม่ต้อนรับผู้มาเยือน” นางกำนัลอาวุโสโจวบอกนาง
“มีคนน้อยมากที่สามารถมาที่ตำหนักหยูได้โดยไม่แจ้ง
ล่วงหน้า คุณหนูรองตระกูลเฟิงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ใช่เจ้า
โปรดกลับไปได้แล้ว”
หลังจากที่นางกำนัลอาวุโสโจวพูดจบ นางก็จะหันหลังกลับ
เฟิงเฟินไดอารมณ์เสียและรีบพูดว่า “เฟิงหยูเองและองค์
ชายเจ็ดอยู่ในเรือนตงเซิงมาหลายวันแล้วเจ้าค่ะ องค์ชายเก้า
ไม่รังเกียจหรือเจ้าคะ ประตูคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่ง
มณฑลถูกปิดอย่างแน่นหนา แม้แต่แมลงวันก็ไม่สามารถเข้า
ไปได้ นางกำนัลอาวุโสบอกข้าทีว่าพวกเขาจะทำอะไรกันบ้าง
? ฝ่าบาททรงเป็นผู้สูงส่ง พระองค์จะทนรับความอัปยศเช่นนี้
ได้อย่างไร ? ”
นางกำนัลอาวุโสโจวหันหลังกลับและขมวดคิ้วไปทางเฟิงเฟิน
ได นางมักจะเข้าใจการต่อสู้ระหว่างบุตรสาวของฮูหยินใหญ่
และบุตรสาวของอนุในตระกูลใหญ่ ๆ แต่นางไม่เคยคิดเลย
ว่าบุตรของตระกูลเฟิงจะเลวทรามเช่นนี้ พวกเขายังสามารถ
ออกมาข้างนอกและกุเรื่องดังกล่าวได้
“คุณหนู เจ้าต้องคิดให้ดีก่อนพูด!” นางพูดด้วยท่าทางเย็นชา
และน้ำเสียงของนางก็เต็มไปด้วยความโกรธ
อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดกล่าวต่อ “ข้าคิดอย่างรอบคอบและ
คิดมาหลายวันแล้ว วันนี้ข้าไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ข้าไม่
สามารถเพิกเฉยต่อความคิดของข้าได้อีกต่อไป ถ้าข้าไม่ได้
บอกองค์ชายเก้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฝ่าบาทจะรู้สึกเศร้าขนาด
ไหน ! ข้าไม่สามารถให้คนอื่นพูดถึงฝ่าบาทในทางไม่ดีได้เจ้า
ค่ะ”
นางกำนัลอาวุโสโจวยิ้ม “ในกรณีนี้ข้าจะขอบคุณคุณหนูใน
นามของฝ่าบาท แต่เจ้ายังเด็ก เจ้ามีหลักฐานหรือไม่สำหรับ
เรื่องที่เจ้าเล่ามา คุณหนูรองตระกูลเฟิงและองค์ชายเจ็ดหรือ
? ” คำพูดของนางทำให้ชัดเจนว่านางไม่รู้จักเฟิงเฟินไดใน
ฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลเฟิง นางแค่ถามว่า “แม้ว่า
จะมีหลักฐาน แล้วสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์กับเจ้าอย่างไร ? ”
เฟิงเฟินไดแสดงออกถึงความชอบธรรมที่เข้มงวด “ไม่มี
ประโยชน์อะไรเลย ในความเป็นจริงมีความเป็นไปได้ที่ข้า
จะต้องทนทุกข์ทรมานพร้อมกับพี่รอง แต่ข้าไม่สามารถทน
เห็นองค์ชายเก้าที่หยามเกียรติได้ สิ่งที่เฟิงหยูเองทำนั้นน่า
รังเกียจจริง ๆ นางจึงต้องถูกเปิดโปง นางกำนัลอาวุโสโจว
ข้ากำลังทำสิ่งนี้ทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ของฝ่าบาท”
นางกำนัลอาวุโสโจวคิดกับตัวเองว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์ชาย
เก้าอย่างไร จากนั้นนางก็มองเฟิงเฟินได นางไม่ต้องการให้
เฟิงเฟินไดตะโกนต่อหน้าทางเข้าพระราชวัง ดังนั้นนางจึง
เดินไปข้างหน้าและแจ้งทหารองครักษ์ “ไปเตรียมรถม้า ข้า
จะไปที่คฤหาสน์เฟิงพร้อมคุณหนูผู้นี้”