Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 212 เจ้าสองคนเป็นคนประเภทเดียวกัน
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 212 เจ้าสองคนเป็นคนประเภทเดียวกัน
เมื่อนางกำนัลอาวุโสโจวมาถึง ยามของคฤหาสน์เฟิงก็อธิบาย
กับเฮ่อจงว่า “พวกเขาแต่งกายเหมือนนักแสดง ข้าตรวจสอบ
พวกเขาแล้ว”
เฮ่อจงโกรธจนกระทืบเท้า “เจ้าโง่ ! เจ้าตรวจสอบโดยดูจาก
เสื้อผ้าของพวกเขา ? ทำไมเจ้าไม่ตรวจสอบใบหน้าของพวก
เขา ? คุณหนูสี่หายไปนานแล้ว นางก็ยังไม่กลับมา ใคร
สามารถทนต่อการถูกสอบสวนโดยฮูหยินผู้เฒ่าได้”
เฮ่อจงดูท่าทางขมขื่น เมื่อคุณหนูสี่แต่งกายเป็นนักแสดงออก
จากคฤหาสน์ นางถูกพบเห็นโดยคุณหนูใหญ่ซึ่งกำลังเดินใน
สนามหญ้า แม้ว่านางจะไม่เห็นอย่างชัดเจน แต่คุณหนูสี่
ไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ คุณหนูใหญ่ไปแจ้งกับฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว
สิ่งนี้จะดีได้อย่างไร?
เช่นเดียวกับที่เขาวิ่งวุ่นตามหา ยามที่ถูกดุด่าหันหน้าไปเห็น
รถม้าที่หยุดก่อนทางเข้าคฤหาสน์ ภายในรถม้านั้นมีคนสอง
คนออกมาโดยมีหนึ่งในนั้นคุ้นเคยมาก เมื่อมองดี ๆ ก็เป็น
คุณหนูสี่ตระกูลเฟิง
“คุณหนูสี่กลับมาแล้ว ! ” เขาชี้ไปที่รถม้า “พ่อบ้านดูสิ ใช่
คุณหนูสี่หรือไม่ ? ”
เฮ่อจงมองและแน่นอนว่าเฟินไดลงจากรถม้าขณะกำลังสวม
เสื้อผ้านักแสดง ข้าง ๆ นางเป็นนางกำนัลอาวุโสที่มีกลิ่นอาย
ไม่ธรรมดา ซึ่งนั่นทำให้เฮ่อจงตกใจอย่างมาก ! เขาเป็น
พ่อบ้าน ดังนั้นเขาจึงรู้จักคนผู้นี้ ตั้งแต่นางกำนัลอาวุโสมาถึง
คฤหาสน์เฟิงเพื่อส่งมอบของหมั้น เขาจำได้ถึงการปรากฏตัว
ของนาง เขาไม่เคยคิดว่านางกำนัลอาวุโสโจวจะมาที่นี่อีกครั้ง
คราวนี้นางมาพร้อมกับคุณหนูสี่ !
เฮ่อจงถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นเฟิงเฟินไดกลับมาที่
คฤหาสน์ แต่ก่อนที่เขาจะหายใจได้เต็มปอด นางกำนัลอาวุโส
โจวก็ทำให้เขาเครียดอีกครั้ง
เขาเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและคำนับนางกำนัลอาวุโส
โจว “ข้าน้อยคารวะท่านผู้หญิง”
นางกำนัลอาวุโสโจวจ้องเขม็งไปที่เฮ่อจงก่อนจะชี้ไปที่เฟินได
และพูดว่า “นางผู้นี้บอกว่านางเป็นคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิง
เจ้าจำนางได้หรือไม่ ? ”
เฮ่อจงจ้องมองที่เฟิงเฟินไดและพยักหน้า “เรียนท่านผู้หญิง
นางเป็นคุณหนูสี่จริง ๆ ขอรับ”
นางกำนัลอาวุโสโจวตะโกนอย่างเย็นชา “ผู้คนในตระกูลเฟิง
ช่างน่าทึ่งเสียจริง เมื่อคุณหนูหายไปจากคฤหาสน์ พวกเขา
ไม่ตามหากันหรือ อย่างไรก็ตามคุณหนูตระกูลเฟิงออกไปข้าง
นอกโดยแต่งกายเช่นนี้ มันแปลกจริง ๆ ” นางพูดขณะที่เดิน
เข้ามาในคฤหาสน์ “ตอนนี้เสนาบดีเฟิงไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง
ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?”
เฮ่อจงเดินตามนางไปอย่างรวดเร็วและตอบอย่างนอบน้อมว่า
“ท่านฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ ท่านผู้หญิงโปรดติดตามข้าน้อยไป
นั่งที่ห้องโถงใหญ่ ข้าน้อยจะส่งคนไปตามท่านฮูหยินผู้เฒ่ามา
ขอรับ”
“อืม” นางกำนัลอาวุโสโจวไม่ได้พูดอะไรและเดินตามเขาไป
ยังห้องโถงใหญ่ของเรือนโบตั๋น ข้างหลังพวกเขา ยามไปที่
เรือนซูหยา
เมื่อพวกเขามาถึงเรือนโบตั๋น เฟิงเฟินไดกระซิบถามบ่าวรับ
ใช้ว่า “วันนี้พี่รองมาที่คฤหาสน์หรือไม่ ? ”
บ่าวรับใช้นั้นส่ายหน้า “ยังไม่มาเจ้าค่ะ”
เฟินไดตื่นเต้น มุมปากของนางโค้งขึ้นแล้วโบกมือ “เจ้าไปได้
แล้ว” เฟิงหยูเองยังไม่ออกมา ณ จุดนี้ นี่เป็นข่าวดีอย่าง
แท้จริง
นางกำนัลอาวุโสโจวนั่งตัวตรงบนเก้าอี้รับแขก ขณะที่บ่าวรับ
ใช้นำชาชั้นดีมาให้ เฮ่อจงยังสั่งให้ถ่านมาใส่ในห้องโถงเป็น
พิเศษ จากนั้นเขาก็อธิบาย “ท่านฮูหยินผู้เฒ่ามีอาการปวด
หลังในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ดังนั้นท่านอาจจะมาช้า
หน่อยขอรับ”
นางกำนัลอาวุโสโจวพยักหน้า “ข้าไม่รีบ”
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านางจะไม่รีบ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งกังวล
เกี่ยวกับเรื่องของเฟิงหยูเองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตอนนี้
ในช่วงเวลาชุลมุน นางกำนัลอาวุโสโจวจากตำหนักหยูมาเอง
ทำให้นางคิดในทางที่ไม่ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่นางนั่งอยู่บนเก้าอี้และรีบไปที่เรือนโบตั๋น นางถามยาย
จาว “นางกำนัลอาวุโสโจวไม่มากล่าวโทษเราใช่ไหม? อาเอง
และองค์ชายเจ็ด…”
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ” ยายจาวไม่เชื่อว่าเฟิงหยูเองผู้รู้
จักผิดชอบชั่วดีจะสามารถทำเช่นนั้นได้ จากนั้นนางก็กล่าว
เสริมว่า “แม้ว่าท่านจะไม่เชื่อมั่นในตัวคุณหนูรอง แต่ท่าน
ต้องเชื่อมั่นในตัวขององค์ชายเจ็ดเจ้าค่ะ คนเช่นนั้นจะทำสิ่งนี้
ได้อย่างไร ถ้าข่าวแพร่กระจายออกไป บางทีอาจไม่มีใครใน
โลกที่จะเชื่อ”
“นั่นก็เป็นความจริงเช่นกัน” ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่าคำพูดของ
ยายจาวมีเหตุผลมาก เมื่อนึกถึงบุคลิกของซวนเทียนฮั่วอีก
เล็กน้อย หัวใจของนางก็เริ่มสงบลง แต่นางยังมีความกังวล
เกี่ยวกับนางกำนัลอาวุโสโจวที่มาหาคฤหาสน์ “ทำไมท่านถึง
มาที่คฤหาสน์ของเราอย่างนั้นหรือ ? ” นางพูดอย่างนี้ขณะ
มองเฟิงเฉินหยู นางจำได้แค่ตอนนั้นเมื่อบ่าวรับใช้มารายงาน
เรื่องนางกำนัลอาวุโสโจวมา เฟิงเฉินหยูเพิ่งเข้าไปที่เรือนซู
หยา นางไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเฟิงเฉินหยูเนื่องจากนางต้อง
รีบไป “เฉินหยู” ในที่สุดเมื่อหาโอกาสได้ นางจึงถามว่า “เจ้า
มีอะไรที่จะบอกข้าหรือ ? ”
เฟิงเฉินหยูได้มาพบกับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อรายงานเรื่องที่เฟิง
เฟินไดหนีออกจากคฤหาสน์ ตอนนี้นางพูดด้วยสีหน้ากังวล
“หลานกำลังเดินเล่นไปรอบ ๆ สวนในวันนี้และเพิ่งจะเกิดขึ้น
ที่ลานหน้าเรือน ข้าเห็นคนสามคนเตรียมพร้อมที่จะออกไป
ข้างนอก พวกเขาสวมเสื้อผ้าของนักแสดงและบอกว่าพวก
เขาขาดอุปกรณ์ประกอบฉาก ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปซื้อ
ของ แต่หนึ่งในสามคนนั้นมีคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกับน้องสี่
มาก หลานสับสน แต่พวกเขาดูรีบร้อนและข้าไม่ได้ไล่ตาม
พวกเขา หลังจากนั้นหลานจึงไปที่เรือนของน้องสี่ แต่นาง
ไม่ได้อยู่ที่นั่น หลานก็เลยรีบมาบอกท่านย่า น้องสี่บอกท่าน
ย่าก่อนออกจากคฤหาสน์หรือไม่เจ้าคะ ? ถ้าไม่หวังว่าจะไม่มี
อะไรเกิดขึ้น ! ”
“เฟินไดออกคฤหาสน์ไปหรือ ? ” นัยน์ตาของฮูหยินผู้เฒ่า
สว่างขึ้น “ทำไมข้าถึงไม่รู้ ? ”
ในที่สุดยามที่ไปตามพวกเขาก็สบโอกาสที่จะพูดขึ้นมาว่า
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูสี่แอบออกจากคฤหาสน์ไปพร้อม
กับกลุ่มนักแสดงขอรับ”
“กล้าหาญมาก!” ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธจัด “เจ้าทำงานยังไง ?
คุณหนูสี่ออกจากคฤหาสน์เช่นนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่หยุดนาง ? ”
ยามรีบคุกเข่า แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังรีบไปพบนางกำนัล
อาวุโสโจว พวกเขาจะหยุดได้อย่างไร หลังจากที่เขาคุกเข่า
เขาเห็นว่าเจ้านายไม่ได้คอยเขา ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนและ
เดินไปทางด้านข้างฮูหยินผู้เฒ่า พร้อมกับรีบพูดว่า “มันเป็น
ความผิดของบ่าวรับใช้คนนี้ที่ละเลยหน้าที่ ท่านฮูหยินผู้เฒ่า
ลงโทษข้าเถิดขอรับ แต่ในตอนนั้นคุณหนูสี่แต่งกายเหมือน
นักแสดงคนอื่นๆ และบ่าวรับใช้คนนี้จำไม่ได้จริง ๆ ขอรับ ! ”
ในเวลานี้เฉินหยูไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบ จากนั้นนางก็
เข้าใจในสถานการณ์ทันที นางได้แต่กล่าวว่า “ท่านย่า เมื่อ
หลานไปที่เรือนซูหยา ยามคนนี้ก็เพิ่งมาถึงด้วยเช่นกัน หลาน
เห็นเขาพูดกับบ่าวรับใช้ของเรือนซูหยาว่านางกำนัลอาวุโส
โจวมา”
“ใช่ขอรับ” ยามพยักหน้า “คุณหนูใหญ่พูดถูกขอรับ บ่าวรับ
ใช้และพ่อบ้านเฮ่อจงได้ไปต้อนรับนางกำนัลอาวุโสโจวที่
ประตูฤหาสน์ด้วยกัน และ…นางกำนัลอาวุโสโจวก็มาพร้อม
กับคุณหนูสี่ขอรับ”
“อะไรนะ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกใจ “ทำไมเฟินไดถึงอยู่กับนาง
กำนัลอาวุโสโจวด้วย ? ” ยิ่งนางได้ยินมากเท่าไร นางก็ยิ่ง
บอกให้คนที่อุ้มนางเดินเร็วขึ้นเท่านั้น “เร็วหน่อย เราไม่
สามารถให้ท่านผู้หญิงนั้นต้องรอนานเกินไป”
บ่าวรับใช้แบกนางเพิ่มความเร็วของพวกเขา ไม่นานฮูหยินผู้
เฒ่าก็มาถึงเรือนโบตั๋นแล้ว
เฟิงเฟินไดยืนที่ทางเข้า เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามา นางก็รีบ
เดินไปรับ แต่ก่อนที่นางจะพูดได้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยกไม้เท้าขึ้น
แล้วตีหลังของเฟิงเฟินได การตีครั้งนี้ทำให้เฟินไดร้องออกมา
ด้วยความเจ็บปวด
“เจ้ายังมีหน้าที่จะร้องอีกหรือ!” ฮูหยินผู้เฒ่าสั่นด้วยความ
โกรธ แต่นางไม่กล้าตะโกนดังเกินไปเพราะกลัวว่านางกำนัล
อาวุโสโจวที่อยู่ข้างในจะได้ยิน นางทำได้เพียงลดระดับเสียง
ของนางและตำหนิเฟินได “เจ้าเป็นคนที่เชิญนางกำนัล
อาวุโสโจวมาที่คฤหาสน์หรือ แม้เจ้าจะอายุน้อย แต่เจ้ามี
ความชั่วร้ายอยู่ในใจ”
เฟิงเฟินไดไม่สนใจความเจ็บปวด นางตะโกนใส่ฮูหยินผู้เฒ่า
ว่า “ข้าหวังดี ! ข้ายังเป็นห่วงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่รอง
และตำหนักหยูจะตำหนิตระกูลเฟิง ท่านย่า ท่านย่าไม่
สามารถลำเอียงเข้าข้างพี่รองเสมอไป และไม่สนใจว่าคุณหนู
คนอื่นจะเป็นหรือตาย ! ”
นางพูดแบบนี้ในขณะที่มองเฟิงเฉินหยูหวังว่าเฟิงเฉินหยูจะ
ช่วยพูดแทนนาง แต่เฟิงเฉินหยูไม่เข้าใจท่าทางอ้อนวอนของ
นาง และกลับเอ่ยว่า “น้องสี่ เจ้าทำเกินไปในเรื่องนี้”
ในความเป็นจริงเฟิงเฉินหยูเกลียดเฟิงเฟินไดมาก
หากสิ่งนี้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ปกติ เฟิงเฉินหยูจะต้อง
ร่วมมือกับเฟิงเฟินไดเพื่อโจมตีเฟิงหยูเอง แต่นางก็กลัวว่าจะ
มีบางอย่างผิดปกติกับเฟิงหยูเองในปัจจุบัน เมื่อเฟิงหยูเอง
เป็นปกติ ปัญหาของนางจะได้รับการแก้ไขด้วยดี แต่หากเกิด
อะไรขึ้นกับเฟิงหยูเอง นางควรทำอย่างไร ? เฟิงเฟินไดนี้
ไม่ได้เลือกที่จะทำการโจมตีก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้ นาง
เลือกช่วงเวลาที่สำคัญนี้ เฟิงเฉินหยูจะไม่โกรธได้ยังไง
“ท่านย่า เราควรรีบเข้าไปข้างในเจ้าค่ะ” เฉินหยูเร่งให้ฮูหยิน
ผู้เฒ่าเข้าไปข้างใน “อย่าปล่อยให้นางกำนัลอาวุโสโจวรอนาน
เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ารีบยกมือของนางขึ้นอย่างรวดเร็ว และให้บ่าวรับ
ใช้พานางเข้าไป
หลังจากมาถึงห้องโถงใหญ่ของเรือนโบตั๋นแล้ว และเห็นนาง
กำนัลอาวุโสโจวนั่งรออยู่ในเก้าอี้รับแขก ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยิ่งตื่น
ตระหนก นางพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้ของนางด้วยการ
ประคองของยายจาว ในขณะที่หลังของนางสามารถยืดตรง
ได้เวลานั่ง แต่การงอหลังเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งเนื่องจากฮู
หยินผู้เฒ่าต้องการคำนับ
นางกำนัลอาวุโสโจวเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้แสร้งทำ นางจึง
โบกมือของนาง “ไม่จำเป็นต้องคำนับข้า นั่งลงเถิด”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าแสดงความ
ขอบคุณ ด้วยความช่วยเหลือของยายจาว นางนั่งอยู่ในที่นั่ง
หลัก แต่นางก็ไม่ลืมที่จะถามเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ “นางกำนัล
อาวุโสมีธุระอะไรหรือเจ้าคะ ? ”
นางกำนัลอาวุโสโจวจ้องมองที่เฟินไดผู้ซึ่งกลับไปที่ห้องโถง
ใหญ่พร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่า นางสับสนอย่างเห็นได้ชัด นาง
พูดว่า “ไม่ใช่ว่าตระกูลเฟิงส่งคุณหนูสี่ที่ไปที่ตำหนักหยูเพื่อ
เชิญข้ามาหรือ ? ”
เฟิงเฟินไดตัวสั่น คำพูดเหล่านี้บอกนางว่านางกำนัลอาวุโส
โจวเป็นเหมือนเฟิงหยูเอง
แต่การไปที่ตำหนักหยูนั้นเป็นความจริง และนางก็ไปที่นั่น
อย่างลับ ๆ ตอนนี้นางอยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า และนางก็ไม่มี
อะไรจะพูด
เมื่อเห็นว่าเฟิงเฟินไดก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าใช้
ไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างรุนแรง และพูดเสียงดังว่า “คุกเข่า !
”
เฟินไดทิ้งตัวคุกเข่าลง แต่นางก็ยังพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เรือนตง
เซิง “ท่านย่า เฟินไดกำลังทำสิ่งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของ
พี่รอง ถ้าคนนอกบอกเรื่องนี้กับตำหนักหยู เรื่องนี้จะต่าง
ออกไป ! ”
นางกำนัลอาวุโสโจวจ้องมองคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิงด้วย
ความรังเกียจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้นางเพิ่งรู้เรื่อง
ความวุ่นวายของอนุ และนางเคยได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ไม่ใช่
คนที่จัดการได้ง่าย ตอนนี้นางเห็นว่าคฤหาสน์เฟิงเป็นถ้ำของ
หมาป่าจริง ๆ แม้แต่เด็กหญิงอายุสิบขวบก็เก่งในการ
วางแผน ว่าที่พราชายาต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากจริงๆ!
“ฮูหยินผู้เฒ่า เจ้าพูดเรื่องอะไรกันแน่ ? เจ้าช่วยแก้ไขความ
สับสนของข้าได้หรือไม่? ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับว่าที่
พราชายาของเราหรือไม่ ? ”
“นี่…” เมื่อได้ยินนางกำนัลอาวุโสโจวเริ่มตั้งคำถาม ฮูหยินผู้
เฒ่าไม่รู้จะตอบอย่างไร
แต่กลับเป็นเฟิงเฟินไดที่ตอบ “เรื่องที่ข้าบอกท่านตอนที่อยู่
หน้าตำหนักหยูเจ้าค่ะ! พี่รองและองค์ชายเจ็ดอยู่ด้วยกันใน
เรือนตงเซิงหลายวันแล้ว และฝ่าบาทไม่ได้ออกมาเจ้าค่ะ”
“เฟินได!” หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าสั่น ผู้หญิงคนนี้กล้าจริง ๆ ที่
นางนำเรื่องนี้ไปรายงานที่ตำหนักหยู นางพบว่าคฤหาสน์เฟิง
สงบสุขเกินไปและนางต้องการสร้างปัญหาเช่นนั้นหรือ ?
“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว ! ”
“มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเจ้าค่ะ ! ” เฟิงเฟินไดยืนยันเรื่องนี้
อย่างแน่วแน่ “มีหลายคนที่เห็น เฟินไดจะกล้าพูดเรื่อง
เหลวไหลได้อย่างไร ? ”
“นางกำนัลอาวุโสโจว” ฮูหยินผู้เฒ่าอธิบายอย่างรวดเร็ว
“เด็กน้อยคนนี้ปั้นน้ำเป็นตัว กรุณาอย่าฟังเรื่องเหลวไหลของ
นางเลยเจ้าค่ะ ข้าจะลงโทษนางในภายหลัง ถ้านั่นไม่ดีพอ
เราก็สามารถส่งนางออกไปจากคฤหาสน์เฟิงได้ ข้าจะไม่ยอม
ให้นางทำลายชื่อเสียงของอาเองอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ตระกูลเฟิงของเจ้าทำให้ชื่อเสียงของพราชายาเสื่อมเสีย ! ”
นางกำนัลอาวุโสโจวเริ่มโกรธและตบโต๊ะเสียงดัง ซึ่งทำให้ชา
บนโต๊ะกระฉอกเล็กน้อย “พราชายาอยู่ในคฤหาสน์ขององค์
หญิงแห่งมณฑลเพื่อรักษาขาขององค์ชายเก้า องค์ชายเจ็ด
นำข้อความจากองค์จักรพรรดิไปมอบให้ที่คฤหาสน์ขององค์
หญิงแห่งมณฑล แต่เมื่อข่าวมาถึงตระกูลเฟิง มันกลายเป็น
เรื่องที่องค์ชายเจ็ดและพราชายาแอบมีอะไรกันเช่นนั้นหรือ
? ”