Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 213 เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 213 เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ปัง
ไม้เท้าของฮูหยินผู้เฒ่าตกลงพื้น
เฟิงเฉินหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “ข้าบอก
แล้วว่าน้องรองไม่ใช่คนแบบนั้น”
“มัน…มันเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท ? ” ฮูหยินผู้เฒ่า
สับสนเมื่อนางจ้องมองนางกำนัลอาวุโสโจว
เฟิงเฟินไดสับสนและพูดอย่างไม่รู้ตัวว่า “เป็นเช่นนั้นได้
อย่างไร”
“หืม ? ” นางกำนัลอาวุโสโจวมองนางด้วยสายตาเย็นชา
“คุณหนูสี่ คำพูดเหล่านั้นแปลว่าอะไร ? เป็นไปได้หรือไม่ที่
เจ้าเชื่อมั่นว่ามันจะดีที่สุดถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด ? ฮูหยินผู้
เฒ่า คุณหนูของคฤหาสน์เจ้าเฟิงมีจิตใจเช่นใดกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้ว่าจิตใจเฟิงเฟินไดนั้นเป็นเช่นไร แม้ว่านาง
จะรู้ แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสโจว ดังนั้นนาง
จึงได้แต่พร่ำขออภัย “มันเป็นความเข้าใจผิดเจ้าค่ะ ได้โปรด
ยกโทษให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ!” ในขณะที่นางพูดเรื่องนี้นางจ้อง
มองเฟิงเฟินได “ทำไมเจ้ายังไม่ขออภัยโทษจากนางกำนัล
อาวุโสโจวอีก ! ”
เฟิงเฟินไดตระหนักแล้วว่านางกลัวที่จะถูกผู้อื่นจัดการ แต่
นางไม่รู้ว่าใครจะไปสนใจสิ่งนั้น เฟิงหยูเองปฏิบัติต่อนาง
เสมอในฐานะที่นางเป็นเด็กเล็กที่ไร้เหตุผล เป็นตัวของนาง
เองที่ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐานที่สุด แต่
นางก็ยังมีใจที่อิจฉาและรักที่จะสร้างปัญหา เพียงเพราะสิ่งนี้
ทำให้เกิดสถานการณ์ที่สับสน
นางคำนับนางกำนัลอาวุโสโจว “เฟินไดผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เป็น
เฟินไดที่สร้างปัญหาให้กับพี่รอง” แต่ใจของนางยังไม่ต้องการ
ที่จะยอมรับมัน แต่ความสนใจของนางถูกดึงเข้ามาขาของ
ซวนเทียนหมิงซึ่งได้รับการรักษาที่เรือนตงเซิง ”ข้าขอถามได้
ไหมเจ้าค่ะ การรักษาขาขององค์ชายเก้าจะได้ผลหรือไม่ ? ”
เมื่อนางพูดสิ่งนี้ นางเงยหน้าขึ้นมองนางกำนัลอาวุโสโจว
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง สายตาของนางเต็ม
ไปด้วยความกังวลอย่างเปิดเผยซึ่งทำให้ใบหน้าของนาง
กำนัลอาวุโสโจวบึ้งตึงมากยิ่งขึ้น
“หุบปาก ! ” ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าอยากจะตีเฟิงเฟินไดให้ตาย
ไปเลย แต่นางกำนัลอาวุโสอยู่ที่นี่ดังนั้นนางจึงทำอะไรไม่ได้
ชั่วครู่หนึ่งนางโกรธจนทำอะไรไม่ถูก
ยายจาวที่ยืนข้างนางกล่าว “ท่านฮูหยินผู้เฒ่า นี่ก็ผ่านมา
หลายวันแล้วที่พระองค์เสด็จไปรับการรักษาขา ถ้าเช่นนั้นเรา
ไปดูพร้อมกับนางกำนัลอาวุโสโจวเจ้าค่ะ”
“ใช่ ๆ ” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นด้วย “นางกำนัลอาวุโสโจว เราจะ
ไปดูที่เรือนตงเซิง! ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าองค์ชายเก้าอยู่ที่เรือนตง
เซิงมาตลอด ไม่เช่นนั้นข้าจะไปคารวะพระองค์แล้ว”
นางกำนัลอาวุโสโจวถอนหายใจยาว “ลืมไปเลย เหตุผลที่เรา
ไม่ได้บอกเจ้าก็เพราะเรากลัวว่าจะมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องมาก
เกินไป อาการบาดเจ็บต้องพักผ่อนและองค์หญิงยังต้องการ
สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเพื่อทำยา นั่นคือเหตุผลที่ฮ่องเต้
ส่งองค์ชายเจ็ดมาที่นี่ เจ้าทำให้พระประสงค์ของฮ่องเต้สูญ
เปล่า” นางกล่าวขณะที่มองเฟิงเฟินได “ท่านฮูหยินผู้เฒ่า
การคาดเดาของคุณหนูสี่ของคฤหาสน์ทำให้ชื่อเสียงขององค์
หญิงเสื่อมเสีย ข้าจะกลับไปจัดการเรื่องข่าวลือภายนอก
และข้าหวังว่าตระกูลเฟิงจะสามารถควบคุมความประพฤติ
ของคุณหนูสี่ได้ มันเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ยอมให้นางทำอะไร
อีก”
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบอย่างรวดเร็ว “แน่นอน แน่นอนเจ้าค่ะ”
จากนั้นนางก็แจ้งบ่าวรับใช้“ไปที่เรือนตงเซิงเร็ว” หลังจากคิด
อีกเล็กน้อย นางกล่าวเพิ่มเติมว่า “ไปที่ทางเข้าหลัก บอกว่า
นางกำนัลอาวุโสโจวจากตำหนักหยูมา!”
นางกำนัลอาวุโสโจวไม่ได้พูดอะไรอีก นางลุกขึ้นยืนและเดิน
ออกจากห้องโถง ฮูหยินผู้เฒ่าเช็ดเหงื่อ และกลับไปที่แคร่
ของนางด้วยความช่วยเหลือจากบ่าวรับใช้ นางถูกหามไปที่
เรือนตงเซิง
เฟิงเฟินไดและเฟิงเฉินหยูเดินตามหลังพวกเขา เฟิงเฟินได
ดูเหมือนจะมองไปข้างหน้าในเรื่องนี้ แม้ว่าความพยายาม
ของนางที่จะใส่ร้ายเฟิงหยูเองล้มเหลว แต่นางก็รู้สึกว่ามีบาง
สิ่งที่ดีมาจากความโชคร้ายของนางเพราะนางจะได้พบซวน
เทียนหมิง สำหรับนางนี่เป็นสิ่งที่ดี
กลุ่มเดินทางมาถึงทางเข้าคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล
และยามของเรือนตงเซิงก็รีบเข้าไปรายงานทันที พวกเขา
ได้รับคำสั่งให้ปิดประตูและห้ามใครเข้าไป แต่มีคน 3
ประเภทที่จะไม่หันหลังกลับ หนึ่งคือผู้คนจากตำหนักหยู สอง
คือคนของตำหนักชุน สามคือคนจากพระราชวังของฮ่องเต้
หากมีใครมาจากตำหนักหยูมา พวกเขาก็ต้องเข้าไปรายงาน
หลังจากนั้นไม่นาน วังซวนและหวงซวนก็มาพร้อมกับฉิงหยู
และฉิงซวง พวกเขาเปิดประตูและคารวะนางกำนัลอาวุโส
โจว “บ่าวรับใช้นี้คารวะท่านผู้หญิง”
นางกำนัลอาวุโสโจวมองไปที่บ่าวรับใช้ทั้งสี่แล้วพยักหน้า
“พวกเจ้าลุกขึ้นได้”จากนั้นนางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว
“ใกล้จะครบ 7 วันแล้ว แม้ว่าผู้คนในตระกูลเฟิงไม่ได้มาที่
ตำหนักหยูในวันนี้ แต่ข้าก็จะมาที่คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่ง
มณฑล”
วังซวนมองเฟิงเฟินไดจากนั้นกล่าวว่า “ท่านพูดถูกต้องเจ้า
ค่ะ” ขณะที่นางพูดเช่นนี้ นางนำทุกคนเข้าสู่คฤหาสน์ของ
องค์หญิงแห่งมณฑล
เฟิงเฟินไดมองไปรอบ ๆ ในขณะที่เดินเข้าไปนี่เป็นครั้งแรกที่
นางเข้ามาที่เรือนตงเซิงจากทางเข้าหลัก สำหรับนาง ทุก
อย่างใหม่ นางตื่นเต้นมากที่นางจะได้เห็นซวนเทียนหมิง แค่
คิดมันก็ทำให้หัวใจนางเต้นรัว
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าบ่าวรับใช้ของเรือนตงเซิงทั้งหมดสงบ
และในที่สุดจิตใจของนางก็ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อ
นางคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เฟิงเฟินไดทำ นางก็ขมวดคิ้วอีกครั้งและ
พูดกับยายจาวว่า “เตือนข้าเมื่อจินหยวนกลับมา ข้าต้องคุย
กับเขาเรื่องของเฟิงเฟินได ไม่ว่าเฟิงเฟินไดจะอยู่ที่คฤหาสน์
หรือไม่”
ยายจาวพยักหน้าและไม่พูดอะไรเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามนางรู้
ว่าคฤหาสน์เฟิงไม่ได้มีเด็กหนุ่มสาวมาก นางกลัวว่านายท่าน
จะไม่เต็มใจส่งนางออกไป
เมื่อทุกคนมาถึงที่เรือนของเฟิงหยูเอง พวกเขาเห็นองค์ชาย
เจ็ดซวนเทียนฮั่วนั่งอยู่ที่โต๊ะหินในสวน ที่ข้าง ๆ เขามีขันที 2
คน เหยาซื่อนำชามาให้ นางเตรียมไว้เป็นการส่วนตัว
นางกำนัลอาวุโสโจวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และคำนับ
ซวนเทียนหัว “บ่าวรับใช้ผู้อาวุโสคนนี้ทักทายองค์ชายเจ็ดเพ
คะ”
ซวนเทียนฮั่วเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้ม
ตามปกติ “นางกำนัลอาวุโสโจวไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
เหยาซื่อก็เดินไปข้างหน้าเพื่อคารวะ แต่นางกำนัลอาวุโสโจ
วยื่นมือออกไป “ฮูหยินไม่จำเป็นต้องทำเจ้าค่ะ ท่านและข้า
ต่างเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง ข้าไม่อาจรับการคารวะจากท่านได้”
“นางกำนัลอาวุโสโจวนั้นถ่อมตัวเกินไป ตอนที่ท่านพ่อยังอยู่
ในเมืองหลวง เขามักจะพูดถึงนางกำนัลอาวุโสโจวบ่อย ๆ
เชียนหรูเป็นผู้เยาว์ ดังนั้นท่านสมควรได้รับการคารวะเจ้า
ค่ะ” เหยาซื่อไม่ได้ใส่ใจเรื่องการขัดขวางและทำการคำนับ
เรื่องนี้ทำให้นางกำนัลอาวุโสโจวไม่อาจทัดทานได้
“เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าไม่เห็นหมอเหย้า” เมื่อกล่าวถึง
เหยาเซียน นางกำนัลอาวุโสโจวถอนหายใจ
ซวนเทียนฮั่วขัดจังหวะและกล่าวว่า “นางกำนัลอาวุโสโจว
มาถึงในเวลาที่เหมาะสม น้องสะใภ้รักษาอาการบาดเจ็บที่ขา
ของหมิงเอ๋อ และบอกว่าจะใช้เวลา 7 วัน วันนี้เป็นวัน
สุดท้ายแล้ว นั่งรอซักครู่ ไม่นานพวกเขาคงจะออกมา”
นางกำนัลอาวุโสโจวพยักหน้า “เพคะ” จากนั้นนางก็นั่งลง
ตรงข้ามจากซวนเทียนฮั่วด้วยความช่วยเหลือจากเหยาซื่อ
ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงนั่งอยู่บนแคร่ของนางและไม่มีใครคำนับ
นางเลย เหยาซื่อไม่แม้แต่จะคำนับนาง หรือพูดกับนาง
เหยาซื่อสนใจแต่นางกำนัลอาวุโสโจว แต่ทิ้งนางให้อับอายอยู่
ด้านข้าง
นางรู้สึกโกรธเล็กน้อย แต่เมื่อนางคิดอีกที เหยาซื่อไม่มี
ความสัมพันธ์กับตระกูลเฟิงอีกต่อไป นางยังเป็นฮูหยินขั้น
หนึ่ง แม้แต่นางกำนัลอาวุโสโจวเองยังกล่าวว่านางไม่อาจรับ
การคารวะได้ ดังนั้นตัวนางเองมีคุณสมบัติใดที่จะให้เหย้าซื่อ
มาคำนับนาง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างรวดเร็ว “พาข้าไปนั่ง”
บ่าวรับใช้ที่แบกแคร่จึงวางลง บ่าวรับใช้จากเรือนตงเซิงมอบ
ถ้วยชาแก่ฮูหยินผู้เฒ่า แต่ไม่มีใครสนใจนางหลังจากนั้น
เฟิงเฉินหยูยืนอยู่ถัดจากฮูหยินผู้เฒ่า และคิดว่านางจะมาที่นี่
เพื่อขอให้เฟิงหยูเองรักษานางได้อย่างไร นางหวังเพียงว่าจะ
ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นางก็อดไม่ได้มองไปที่เฟิงเฟินได เมื่อ
เรียนรู้บทเรียนนี้นางต้องจำไว้ว่าต้องจัดให้ใครบางคนเฝ้าดู
อยู่ นางไม่สามารถปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้
ทุกคนนั่งและยืนรออย่างอดทน ประตูห้องเก็บยาของเฟิงหยู
เองนั้นปิดอย่างแน่นหนาและยาม 2 คนจากตำหนักหยูยืน
เฝ้าอยู่ด้านนอก เฟิงเฟินไดเดินเข้าไปทีละก้าว หวังที่จะเข้า
ไปดูข้างใน อย่างไรก็ตามก่อนที่นางจะเข้าใกล้นางก็หยุด
นางไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าด้วยความกลัวและเดินไปข้างฮู
หยินผู้เฒ่า อย่างไรก็ตามฮูหยินผู้เฒ่าจ้องมองนางอย่างเย็น
ชาจนทำให้เฟิงเฟินไดต้องตกใจ
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ประตูห้องเก็บยาก็เปิดออกใน
ที่สุด ยาม 2 คนที่อยู่ด้านหน้าประตูยืนอยู่ด้านข้างเปิดทาง
ขึ้นจากประตู เฟิงหยูเองดันรถเข็นที่ซวนเทียนหมิงนั่งอยู่
ออกมาจากห้องเก็บยา ซวนเทียนหมิงนั่งอยู่บนรถเข็นมี
หน้ากากทองคำปิดหน้าเขา คนที่ดันรถเข็นมีสีหน้าเศร้าสลด
บรรยากาศได้หยุดทันทีที่ทั้งสองปรากฏ
ซวนเทียนฮั่วเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นและเดินเข้าไปหา แต่เขา
ไม่ได้ถามอะไรเลย
เฟิงหยูเองผลักดันซวนเทียนหมิงไปหานางกำนัลอาวุโสโจว
และมองนางซักพักก่อนที่จะพูดเบา ๆ ว่า “อาเองไร้
ความสามารถ และไม่สามารถรักษาขาของพระองค์ได้”
นางกำนัลอาวุโสโจวตกตะลึงและดูไม่เชื่อสิ่งที่นางได้ยิน แต่
นางก็เข้าใจได้ทันที อย่างไรก็ตามเมื่อนางพูดด้วยน้ำเสียงที่
เต็มไปด้วยความเสียใจ “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ? ”
เฟิงหยูเองยิ่งหดหู่ และก้มศีรษะลงพูดว่า “อาเองจะเข้าไปใน
พระราชวังในวันพรุ่งนี้เพื่อขออภัยโทษจากเสด็จพ่อ”
ทุกคนในคฤหาสน์เฟิงถูกโยนลงไปในความโกลาหล เฟิงเฉิน
หยูพึมพำอย่างไม่รู้ตัว “เจ้าไม่ใช่หมอเทวดาหรอกหรือ? เหตุ
ใดเจ้าจึงรักษาเขาไม่ได้ ? ”
ซวนเทียนฮั่วมองซวนเทียนหมิงเป็นเวลานานก่อนที่จะพูดว่า
“ไม่เป็นไร มีโอกาสอีกครั้ง”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางกำนัลอาวุโสโจวซึ่งส่ายหน้า และทันใด
นั้นก็นางก็รู้สึกเย็นวาบในจิตใจ นางไม่รู้ว่าทำไม แต่ทันใดนั้น
นางก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
ในเวลานี้ซวนเทียนหมิงผู้ซึ่งนั่งเงียบ ๆ อยู่ในรถเข็นก็พูด
ขึ้นมา น้ำเสียงของเขาช่างน่าหดหู่และน่ากลัว “อย่าเสียใจ
? มันเป็นชะตากรรมของข้า” เขาพูดอย่างนี้ขณะจับมือเฟิง
หยูเอง “อย่าใส่ใจมากนัก ข้ายังสามารถปกป้องเจ้าได้ตอนที่
ข้านั่งอยู่บนรถเข็น”
ในที่สุดเฟิงเฟินไดก็ไม่สามารถอดทนได้ และพูดเสียงดังว่า
“ฝ่าบาท ขาของฝ่าบาทหายดีหรือไม่เพคะ? ก็ดี เฟิงเฟินได
จะช่วยหาแพทย์ที่มีชื่อเสียงให้ฝ่าบาท เฟิงหยูเองเป็นเพียง
หมอกำมะลอ ฝ่าบาทต้องไม่ฟังนาง ! ”
เมื่อซวนเทียนหมิงเห็นเฟิงเฟินได เขารู้สึกหงุดหงิดทันที
“นางกำนัลอาวุโสโจวเชิญแม่นมจากพระราชวังมาในวัน
พรุ่งนี้ เพื่อสอนมารยาทให้กับคุณหนูสี่ตระกูลเฟิง”
“เจ้าค่ะ” นางกำนัลอาวุโสโจวพยักหน้า นางมองเฟิงเฟินได
อย่างรังเกียจ
“ข้าจะกลับไปก่อน” ไม่สนใจคนในตระกูลเฟิง ซวนเทียนหมิง
ยังคงกุมมือของเฟิงหยูเอง กลับไปพูดด้วยน้ำเสียงที่
ปลอบโยนนางว่า “อย่าไปใส่ใจ หากเจ้าจะเข้าพระราชวัง
บอกข้า และเราจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อด้วยกัน ไม่ต้องกังวล
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าอยู่ที่นี่”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “เพคะ”
ซวนเทียนหมิงจึงปล่อยมือของนางแล้วพูดกับซวนเทียนหัว
“พี่เจ็ด กลับกันเถิด”
ซวนเทียนฮั่วเดินไปและเริ่มเข็นรถเข็นของเขา พร้อมกับนาง
กำนัลอาวุโสโจว พวกเขาออกจากเรือนตงเซิงโดยไม่พูดอะไร
อีก
เฟิงเฉินหยูต้องการที่จะไปหาซวนเทียนฮั่วและถามว่าอาการ
บาดเจ็บที่เท้าของเขาเป็นอย่างไร แต่เมื่อเห็นตัวอย่างจาก
เฟิงเฟินได นางจะกล้าทำผิดพลาดได้อย่างไร
เป็นเฟิงเฟินไดที่ไม่พอใจที่เห็นซวนเทียนหมิงจากไปและไล่
ตามพวกเขา แม้กระนั้นนางถูกจับโดยบ่าวรับใช้ 2 คนที่ได้รับ
คำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่า
ไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าพูด เฟิงหยูเองมองไปรอบ ๆ เห็นแขกที่
ไม่ได้รับเชิญจากคฤหาสน์เฟิง นางถามอย่างแผ่วเบาว่า “มา
ทำอะไรกันหรือ ? ”