Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 252 เกิดอะไรกับเหยาซื่อ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 252 เกิดอะไรกับเหยาซื่อ
“พระราชโองการของฮองเฮา ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าสับสน
เล็กน้อย “พระราชโองการของฮองเฮามอบให้ใคร ? ”
ยายจาวที่อยู่ข้างๆ กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นของใคร ท่านก็ต้อง
เตรียมตัวก่อนเจ้าค่ะ ! ”
“ใช่แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ายืนขึ้นด้วยความช่วยเหลือของยายจาว
หลังจากได้พัก 1 เดือนนางก็ดีขึ้นมาก และนางก็สามารถเดิน
ได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นจากที่นั่งของนาง ทุกคนก็ลุกขึ้นยืน
เฟิงเฟินไดจ้องหน้าเฟิงเฉินหยูแล้วก็พูดเสียงเย็นชาว่า “เรื่อง
นี้ยังไม่จบ! อย่าคิดว่าเจ้าสามารถรอดไปได้”
เฟิงเฉินหยูทำหน้าสงสัย “ข้าไม่เข้าใจว่าน้องสี่กำลังพูดเรื่อง
อะไร”
ฮูหยินผู้เฒ่าดุ “หยุดพูดได้แล้ว! มันใช่เวลาหรือไม่? พวกเจ้า
ยังมีอารมณ์ที่จะพูดเรื่องนี้กันอีกหรือ ? ”
หลักจากที่พูดจบ บ่าวรับใช้ข้างนอกเข้ามารายงาน “พระราช
โองการของฮองเฮามาถึงแล้วเจ้าค่ะ ! ” ในขณะเดียวกันคน
ของพระราชวังก็เข้ามา
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อกล่าวทักทาย
“พระราชโองการนี้มาโดยฉับพลันและคนของคฤหาสน์ไม่ได้
เตรียมตัว คนชราผู้นี้จะส่งคนไปเรียกพวกเขามา”
คนของพระราชวังมองเข้าไปในห้องโถง ดวงตาของนาง
ยังคงจ้องมองเฟิงเฉินหยูอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่จำเป็น
หากคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฟิงอยู่ที่นี่ พระราชโองการนี้
สำหรับนาง”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงแล้วถอยกลับทันที นางนำคุกเข่าลงและ
รอประกาศพระราชโองการ
เฟิงเฟินไดมองไปที่เฟิงเฉินหยู เฟิงเฉินหยูคงต้องรับโทษอีก
ครั้ง นี่ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนในคฤหาสน์เฟิงคิด เพราะทุกครั้งที่
พระราชโองการมาจากพระราชวังหากเป็นของเฟิงเฉินหยู
มันก็ไม่เคยดีเลยสักครั้ง
เฟิงเฉินหยูตกใจ นางรู้ว่านางไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองกับคน
ที่มีภูมิหลังสูงส่งและไม่ได้มีส่วนร่วมในงานเลี้ยงใดๆ ดังนั้น
ฮองเฮาจะเอาผิดนางเรื่องใดอีก
คนของพระราชวังเห็นว่าทุกคนคุกเข่าอยู่แล้ว ดังนั้นนาง
กระแอมและกล่าวเสียงดังพูดว่า “ประกาศพระราชโองการ
ของฮองเฮา เฟิงเฉินหยู คุณหนูใหญ่ได้รับการยกเว้นจากการ
ลงโทษการทาผงสีดำเมื่อใดก็ตามที่ไปออกไปกลางแจ้ง เฟิง
เฉินหยูได้รับการยกเว้นจากการลงโทษไม่ให้เข้าพระราชวัง
เป็นเวลา 5 ปี เราหวังว่าคุณหนูใหญ่จะจดจำความเมตตาใน
ครั้งนี้และดูแลตัวเอง”
มันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่?
ดวงตาของเฟิงเฉินหยูเบิกกว้างทันที นางรู้สึกยินดีจนพูดไม่
ออก
คนของพระราชวังมีความพึงพอใจต่อปฏิกิริยาของนาง และ
กล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ เจ้ายังไม่ได้ขอบคุณสำหรับความ
เมตตานี้”
จากนั้นเฟิงเฉินหยูจึงตอบโต้ และโค้งคำนับอย่างรวดเร็วโดย
กล่าวว่า “เฉินหยูขอบพระทัยในความเมตตาของฮองเฮามาก
เพคะ”
พระราชโองการถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการ
สมาชิกของคฤหาสน์เฟิงล้วนยืนขึ้น ความประหลาดใจที่
น่ายินดีนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไปและไม่มีใครสามารถกู้สติกลับมา
ได้ และเฟิงหยูเองคือผู้ที่สงบที่สุดและถามคนของพระราชวัง
ว่า “ทำไมฮองเฮาถึงเปลี่ยนพระทัย ? ”
คนของพระราชวังคำนับเฟิงหยูเอง เมื่อเห็นนางพูด
นางแสดงความสุภาพมากกว่าตอนที่พูดกับฮูหยินผู้เฒ่า นาง
ตอบอย่างสุภาพ “เรียนองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อัน องค์ชาย
จิงเสด็จไปขอร้องฮองเฮาให้ทรงอภัยให้กับคุณหนูใหญ่เพคะ”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า และพูดกับเฟิงเฉินหยู “องค์ชาย
ใหญ่ทรงจริงจังจริง ๆ ”
หัวใจของเฟิงเฉินหยูนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้
นางชอบซวนเทียนฮั่ว แต่ซวนเทียนฮั่วไม่สนใจนางเลย เฟิง
จินหยวนต้องการให้นางแต่งงานกับซวนเทียนเย่ แต่ซวน
เทียนเย่ก็ไม่ได้สนใจนางมาก และเขายังทำลายนางในงาน
เลี้ยงก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแต่เขาจะทำให้นางเสียต่างหูไปคู่
หนึ่งซึ่งมันทำร้ายจิตใจของซวนเทียนฉีด้วย
ตอนนี้นางมองดูองค์ชายใหญ่ ซวนเทียนฉีเป็นคนที่จริงจัง
ที่สุด เมื่อพระราชโองการทั้งสองนี้มาถึงในเวลาเดียวกัน เฟิง
เฉินหยูก็กลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง
“บุตรสาวของข้าราชสำนักผู้นี้ขอบพระทัยฮองเฮาและองค์
ชายจิงเพคะ” นางโค้งคำนับอีกครั้งเพื่อขอบคุณเมื่อรอยยิ้มที่
ยากต่อการซ่อนปรากฏบนใบหน้าของนาง
หลังจากคนของพระราชวังกลับไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็หันหลัง
กลับ นางมองที่เฟิงเฉินหยูและไม่รู้ว่านางจะพูดอะไรกับ
หลานสาวคนนี้ดี
มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น แต่หนามในใจของนางไม่สามารถถูกกำจัด
ได้ เฟิงเฟินไดพูดถูกทุกอย่างดูเหมือนจะดีเป็นพิเศษ
สำหรับเฟิงเฉินหยู แต่จะมีวันหนึ่งที่ความลับเรื่องร่างกาย
ของนางถูกเปิดเผย เมื่อถึงเวลานั้นทั้งครอบครัวเฟิงก็มีส่วน
พัวพันด้วย !
เฟิงเฟินไดเกือบหมดสติจากความโกรธที่เกิดจากพระราช
โองการ ยิ่งนางมองหน้าเฟิงเฉินหยูมากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธ
มากขึ้นเท่านั้น นางกำลังจะพูดขึ้น แต่ทันใดนั้นนางก็เห็นเฟิง
เฉินหยูหันไปฮูหยินผู้เฒ่า และคุกเข่าลงพื้น “ท่านย่าเพื่อ
พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเฉินหยู ขอให้ท่านเชิญแม่นมเข้ามา
ในคฤหาสน์ ! ชื่อเสียงของเฉินหยูจะต้องไม่แปดเปื้อน !”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่า และเฟิงเฟินไดต้องจ้องมอง
อย่างตะลึง
หาแม่นมเพื่อมาตรวจร่างกายของนาง ! เฟิงเฉินหยูเสียสติ
ไปแล้วหรือเปล่า
ฮูหยินผู้เฒ่าถามด้วยเสียงสั่นเครือ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลัง
พูดอะไรอยู่ ? ”
เฟิงเฉินหยูพยักหน้า “หลานสาวรู้ว่าตัวเองพูดอะไร ข้ารู้ด้วย
ว่าน้องสี่กำลังพูดอะไร แต่หลานสาวนั้นไม่เหมือนที่น้องสี่
อธิบาย หลานสาวมีร่างกายที่บริสุทธิ์และสามารถตรวจสอบ
ได้ตลอดเวลา”
นางเน้นส่วน “ร่างกายที่บริสุทธิ์” เป็นพิเศษ ในเวลาเดียวกัน
ยี่หลินบ่าวรับใช้ส่วนตัวของนางร่วมมือกันเป็นอย่างดีและ
พยักหน้ารับ จากนั้นนางก็เดินและกระซิบบางอย่างที่ข้างหู
ของยายจาว ยายจาวตกใจอย่างยิ่งหลังจากได้ยินมันใน
ขณะที่นางหันไปจ้องมองเฟิงหยูเอง จากนั้นนางก็เอนตัว
กระซิบบอกฮูหยินผู้เฒ่า และกล่าวว่า “คุณหนูรองรักษา
คุณหนูใหญ่แล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็เริ่มหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ”
เสียงหัวเราะนั้นดังก้องมากเพราะสิ่งที่อัดอั้นมานานเกินไป
ในที่สุดก็ได้รับความกระจ่าง นางจะไม่มีความสุขได้อย่างไร
“ดี! ดี! ดีมาก!” พูดคำนั้นซ้ำ 3 ครั้ง นางหยุดหัวเราะ เมื่อ
นางมองเฟิงเฉินหยูอีกครั้ง สายตาของนางก็กลับไปเป็น
เหมือนเมื่อก่อน “บุตรสาวคนโตของตระกูลเฟิงของข้า
บริสุทธิ์เสมอ ! ” กล่าวอย่างนี้นางมองที่เฟิงเฟินไดพร้อมส่ง
สัญญาณเตือนว่า “ไม่อนุญาตให้ใครทำให้ชื่อเสียงของนาง
แปดเปื้อน มิฉะนั้นข้าจะไม่นับพวกเขาเป็นบุตรสาวของ
ตระกูลเฟิง ! ”
คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้เฟิงเฟินไดตกอยู่ในความงุนงง
สถานการณ์แบบนี้เป็นแบบไหน? ทำไมฮูหยินผู้เฒ่าถึง
เปลี่ยนใจอย่างฉับพลัน ? เฟิงเฉินหยูโน้มน้าวให้นางเชื่อมั่น
ได้อย่างไรว่านางบริสุทธิ์ เป็นไปได้ไหมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่มณฑลเฟิงตงล้วนเป็นสิ่งที่นางจินตนาการขึ้นมา ?
นางต้องการที่จะโต้เถียงอีกเล็กน้อย แต่นางถูกเป่ยเอ๋อห้าม
ไว้ “คุณหนูอย่าเจ้าค่ะ”
เฟิงเฟินไดนั้นไม่โง่เกินไปในขณะที่นางยังสามารถนำคำพูด
ของฮูหยินผู้เฒ่ามาพิจารณา แม้ว่านางจะไม่พอใจนางก็ยังไม่
กล้าพูดออกมา
หัวใจของฮูหยินผ็เฒ่านั้นไร้ความกังวลเมื่อนางกลับมาที่ที่นั่ง
พร้อมรอยยิ้ม “ทุกคนนั่งลงได้ ! ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นเด็กดีทั้งหมด
ตระกูลเฟิงจะพึ่งพาเจ้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นหน้า
มือหรือหลังมือ มันเป็นเนื้อทั้งหมด ข้าไม่ได้ไม่ชอบใครเลย”
พูดอย่างนี้นางมองที่เฟิงหยูเองด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจขึ้น
เล็กน้อย “อาเองช่วยองค์ชายฝึกฝนทหารคงลำบากอย่าง
แท้จริง ข้าจะให้คนเตรียมครีมให้เจ้า เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง
ผิวพรรณของเจ้ามีความสำคัญมาก”
เฟิงหยูเองยิ้ม แต่ไม่ได้พูดมากเกินไป “ขอบคุณสำหรับความ
ห่วงใยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วพูดต่อ “บิดาของเจ้าส่งจดหมาย
กลับมาแล้ว และเขาจะกลับมาถึงเมืองหลวงภายใน 5 วัน
เราต้องเตรียมอาหารเย็น ข้าคิดว่าพ่อของเจ้าทำงานหนัก
สำหรับงานเลี้ยงครั้งแรกหลังจากกลับมา อาเองเตรียม
อาหารที่ปรุงด้วยยาได้หรือไม่ ? ” อันที่จริงนางรอคอยอาหาร
ที่ปรุงด้วยยาเมื่อเฉินซื่อกลับมาจากวัดภูดูแล้ว แต่ผู้หญิงที่ชั่ว
ร้ายก็สร้างปัญหา ทำให้นางทานได้ไม่มาก หลังจากนั้นเฟิง
หยูเองจะเตรียมอาหารอีกเล็กน้อยสำหรับนาง แต่ส่วนใหญ่
เป็นโจ๊ก เปรียบเทียบได้อย่างไรกับกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์
ความคิดของนางดี แต่นางเห็นเฟิงหยูเองส่ายหน้าของนาง
“ในเวลานั้นอาหารที่ปรุงด้วยยานั้นเป็นสูตรของท่านหมอโม
จากพระราชวัง และอาหารปรุงโดยพ่อครัวหลวงจาก
พระราชวัง ตอนนี้…” นางมีปัญหาเล็กน้อย “ข้าเกรงว่าไม่
สามารถเชิญคนเหล่านี้มาได้”
“นี่…” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเผยความผิดหวัง “ไม่อาจเชิญ
พวกเขามาจริง ๆ หรือ?”
เฟิงเฟิงหยูเองส่ายหน้าของนางอีกครั้ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่านั้นหายไป ขณะที่เฟิงเฟิน
ไดพูดขึ้นมา นางเชิดคางขึ้นพร้อมกับพูดอย่างสุภาพ “ท่าน
ย่าไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป พี่รองไม่สามารถเชิญพวก
เขามา ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่สามารถทำได้
หลานสาวจะส่งคนไปแจ้งกับองค์ชายห้า เราจะให้องค์ชาย
ห้าเชิญโมบุฟานและพ่อครัวหลวงมา เราต้องทำอาหารทำ
จากยาที่แสนอร่อยให้กับท่านพ่อ”
ในเมื่อเฟิงเฟินไดเป็นคนรับปากเรื่องนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงมี
ความสุขกับมัน เมื่อถึงตอนนั้นรอยยิ้มก็กลับมาหานาง
ขณะที่นางไม่สามารถหยุดตัวเองจากการพูดว่า “เจ้าเป็นเด็ก
ดีจริง ๆ !”
ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากเรือนซูหยา หวงซวนเกือบจะไม่
สามารถกลั้นเสียงหัวเราะของนางได้อีกต่อไป “คุณหนูสี่นี่
เป็นคนตลกจริง ๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่นางเชื่อว่าความเป็นจริง
จะเป็นเช่นนั้นหรือ ฮ่องเต้จไว้หน้าเขาและอนุญาตพ่อครัว
หลวงออกมา ? นางกำลังคิดอะไรอยู่ ! ”
นางหัวเราะด้วย และพูดว่า “ปล่อยนางเถอะ บางทีองค์ชาย
ห้าอาจจะเชิญเขาได้จริง ๆ ! ”
“นั่นเป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ!” หวงซวนไม่เชื่อเลย “ถึงแม้ฮ่องเต้
ทรงปฏิบัติต่อองค์ชายห้าอย่างดีตลอดทั้งปี แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่
ชอบองค์ชายห้าจากใจจริง คำพูดขององค์ชายห้าจะมีน้ำหนัก
ได้อย่างไร มันรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว คุณหนูสี่จะต้องเสีย
หน้าในครั้งนี้”
ทั้งสองคุยกันตลอดทางกลับเรือนตงเซิง พวกเขาไม่ได้
กลับมานานกว่าหนึ่งเดือน ดังนั้นเมื่อบ่าวรับใช้ของเรือนตง
เซิงเห็นเฟิงหยูเองก็ราวกับว่าพวกเขาเจอญาติ หลังจากนั้น
พวกเขาก็ต้อนรับนางด้วยน้ำตา
เฟิงหยูเองยังรู้สึกตื้นตันเล็กน้อย เมื่อได้รับการต้อนรับจาก
บ่าวรับใช้ นางมอบเงินบ่าวรับใช้ 5 เหรียญเงิน ทำให้พวก
เขาขอบคุณนางอย่างมีความสุขสำหรับความเมตตาของนาง
จากนั้นนางก็รีบไปที่เรือนของเหยาซื่อ เมื่อนางมาถึงเหยาซื่อ
กำลังรอนางอยู่ที่กลางลาน เฟิงหยูเองมองด้วยตาที่เบิกกว้าง
และรู้สึกว่าผิวพรรณของเหยาซื่อดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่ก็ดูไม่
เหมือนนางป่วยมาก
นางเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและกำลังจะคุกเข่าเพื่อ
คารวะ แต่เหยาซื่อหยุดนาง “ไม่จำเป็น ข้าเป็นแม่ของเจ้า
บอกข้าเร็วว่าทุกอย่างที่ค่ายทหารเป็นไปด้วยดีหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองลูบหลังมือของเหยาซื่อเบา ๆ และปลอบโยนนาง
พูดว่า “มีองค์ชายเก้าอยู่ด้วย ทุกสิ่งก็เป็นไปด้วยดีกับลูกสาว
เจ้าค่ะ”
เหยาซื่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็หาย
กังวล ความสามารถในการปกป้องของพระองค์นั้นดีพอ อา
เองข้าไม่หวังให้เจ้าขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด เท่าที่ข้าเห็น มันจะ
ดีกว่าถ้าองค์ชายเก้าไม่ใช่องค์รัชทายาท ในฐานะองค์ชาย
เขาจะมีใช้ชีวิตที่ดีกว่าในพระราชวัง”
นางหัวเราะ “นั่นเป็นเรื่องของผู้ชาย ข้าไม่รังเกียจ ไม่ว่าจะ
ด้วยวิธีใดก็ตามไม่ว่าพระองค์จะอาศัยอยู่ในพระราชวังหรือ
นอกพระราชวัง ข้าก็ต้องตามพระองค์ไป”
เหยาซื่อรู้ว่าบุตรสาวของนางมีแผนการที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นนาง
จึงไม่พูดมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางจับมือนางอย่างมี
ความสุข และพูดว่า “จื่อหรูส่งจดหมายมาเมื่อสองสามวัน
ก่อน เขาบอกว่าเขาจะกลับมาพร้อมกับวังซวนก่อนปีใหม่
เขาสามารถอยู่ได้จนกว่าจะถึงปีใหม่”
“เยี่ยมมาก!” เฟิงหยูเองจับมือเหยาซื่อแล้วเดินไปที่ห้อง “ข้า
ไม่รู้ว่าจื่อหรูจะสูงขึ้นมากแค่ไหน ถ้าเขาคุ้นเคยกับการใช้
ชีวิตในสำนักศึกษา ถ้าเขาเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างถูกต้องที่สอน
โดยอาจารย์ของเขา…”
การได้ยินเฟิงหยูเองพูดคุยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในที่สุดเหยาซื่อ
ก็ฟื้นความรู้สึกบางอย่างกลับมาในหมู่บ้านบนภูเขาทาง
ตะวันตกเฉียงเหนือ ในเวลานั้นบุตรสาวของนางใช้เวลา
ทั้งหมดของนางกังวลเกี่ยวกับน้องชายของนาง แม้ว่าจื่อหรู
จะประมาทและล้มลง นางก็ยังสามารถกอดเขาได้ในขณะที่
ร้องไห้ ตอนนี้ความรู้สึกนี้กลับมาหานางซึ่งทำให้มารดาและ
บุตรสาวรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นเล็กน้อย
ทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่ง และเฟิงหยูเองกับเหยาซื่อทาน
อาหารเย็นด้วยกันก่อนจะกลับไปที่เรือนของนาง
เมื่อเข้าไปในสวนของนาง นางก็รีบไปที่ห้องเก็บยา เมื่อนาง
ออกมา นางหยิบซองกระดาษไว้ในมือแล้วส่งให้หวงซวน “ให้
บ่าวรับใช้เตรียมชานี้ให้ท่านแม่ดื่ม ท่านแม่ดูไม่ค่อยมีแรง สิ่ง
นี้จะถูกใช้เพื่อช่วยให้ท่านแม่แข็งแรงขึ้น”
หวงซวนพยักหน้า รับของที่เฟิงหยูเองส่งให้ อย่างไรก็ตาม
เฟิงหยูเองนั่งอยู่บนเก้าอี้หินในบ้านและเริ่มคิดมีบางอย่างไม่
ถูกต้องเกี่ยวกับร่างกายของเหยาซื่อ…