Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 253 มีบางอย่างในแจกัน
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 253 มีบางอย่างในแจกัน
เมื่อนางเข้ามาในเรือนเป็นครั้งแรก นางรู้สึกเพียงว่าผิวของ
เหยาซื่อนั้นดูซีดเซียวซึ่งหากสังเกตจะเห็นได้ชัดเจนมาก
ดังนั้นนางจึงคิดว่ามันเป็นเพียงการอดนอนจากความหนาว
เย็นและกังวลเกี่ยวกับบุตร ๆ ของนาง แต่ในขณะที่นางคุย
กับเหยาซื่อ นางจับข้อมือของเหยาซื่อเป็นครั้งคราว และนาง
ก็พบว่าอาการของเหยาซื่อนั้นไม่ได้ดีอย่างที่หวังไว้
มีบางอย่างที่ทำให้ร่างกายของเหยาซื่ออ่อนเพลียเป็นประจำ
ด้วยยาจำนวนเล็กน้อยในแต่ละวันซึ่งมันไม่น้อยหรือมาก
เกินไป ทำให้หมอไม่สามารถตรวจพบได้ เนื่องจากไม่ใช่ยาที่มี
ผลรุนแรง เหยาซื่อเองจึงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของ
ร่างกายของนาง ในความเป็นจริงนางรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย
นางแน่ใจว่าแม้แต่หมอหลวงเป็นคนตรวจก็อาจจะไม่
สังเกตเห็นด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะนางเพิ่มยาในอาหารแต่ละ
มื้อตามอาการของเหยาซื่อ บางทีนางอาจจะไม่รอดชีวิตจนถึง
วันนี้
ตอนนี้นางให้ยาเหยาซื่อมาครึ่งปีแล้ว แต่ร่างกายของเหยา
ซื่อกลับแย่ลง ดูเหมือนการที่นางให้ยาเหยาซื่อมาครึ่งปีจะ
เสียเปล่า ดูเหมือนร่างกายของเหยาซื่อจะแย่ลงตั้งแต่ตอน
อยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
เฟิงหยูเองเริ่มไตร่ตรอง นางโบกมือเรียกบ่าวรับใช้เข้ามา
“ไปที่เรือนของท่านแม่แล้วเรียกฉิงหลิงมา บอกนางว่าข้ามี
บางอย่างอยากถามนาง”
บ่าวรับใช้ปฏิบัติตาม และเดินออกไป ไม่นานนางก็กลับมา
พร้อมกับฉิงหลิง
ฉิงหลิงเห็นว่าเฟิงหยูเองกำลังมองหานาง ดังนั้นนางจึงรู้ว่า
มันเกี่ยวข้องกับเหยาซื่ออย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงพูดอย่าง
ละเอียดเกี่ยวกับการแต่งตัวและอาหาร นางยังพูดเกี่ยวกับ
การออกไปเยี่ยมองค์หญิงเหวินซวนเป็นครั้งคราว จากนั้น
นางก็พูดถึงจดหมายจากเสี่ยวโจว และชื่นชมยินดีกับน้องรอง
ที่กลับปีใหม่
เฟิงหยูเองรับฟังและไม่ได้ยินอะไรผิดปกติ นางถามฉิงหลิง
“ยาที่ข้าให้เจ้าเพิ่มลงในอาหารของท่านแม่ เจ้าได้ใส่ลงไป
หรือไม่ ? ”
ฉิงหลิงพยักหน้า “ข้าใส่ทุกมื้อเจ้าค่ะ และใส่ในปริมาณที่
แตกต่างกัน บ่าวรับใช้ผู้นี้ดูพ่อครัวใส่ด้วยตัวเอง” นางสังเกต
สีหน้าของเฟิงหยูเองและอดไม่ได้ที่จะถามว่า “มีอะไรเกิดขึ้น
หรือเจ้าค่ะ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหัว “ไม่มีเป็นไร มันนานเกินไปแล้วตั้งแต่ข้า
กลับมา ข้าจึงต้องปรับยาอีกนิดหน่อย” นางไม่ต้องการที่จะ
บอกกับฉิงหลิงเพราะกลัวว่าจะเพิ่มภาระเรื่องเหยาซื่อ ดังนั้น
นางจึงพูดว่า “พรุ่งนี้ ตอนเช้าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าใช้ยา
เก่า ข้าจะให้ยาใหม่ในวันพรุ่งนี้ เจ้าอย่าบอกท่านแม่เรื่องการ
ปรับยาเพื่อที่ท่านแม่จะได้ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้”
“เจ้าค่ะ” ฉิงหลิงพยักหน้า “คุณหนูดูไม่ดีเลยและอาจเหนื่อย
คุณหนูพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร” นางไม่ได้พูดอะไรอีกแล้วโบกมือให้ฉิงหลิงออกไป
นางไว้วางใจฉิงหลิง ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากฉิงซวง นางเข้า
มาในคฤหาสน์ก่อนหน้านี้และดูแลเหยาซื่อตลอดเวลา วิธีที่
นางทำงานทำให้คนรู้สึกสบายใจ
เนื่องจากไม่มีปัญหากับยาก็ต้องมีปัญหาที่อื่น
คืนนั้นเฟิงหยูเองนอนไม่หลับ จิตใจของนางวุ่นวายเพราะนาง
กำลังคิดถึงเรื่องของเหยาซื่อ นางไปที่ห้องครัวกับหวงซวน
และบานซูเพื่อตรวจสอบ แต่ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่าทุก
อย่างเป็นปกติในครัวของเรือนตงเซิง แม้แต่แม่ครัวและบ่าว
รับใช้ของเหยาซื่อก็ถูกตรวจสอบโดยไม่มีปัญหาใด ๆ ปรากฏ
ขึ้น
แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เช้าตรู่ของวันต่อมา หวงซวนถามขณะที่ช่วยเฟิงหยูเอง
อาบน้ำ “คืนนี้เราจะสืบต่อหรือไม่เจ้าคะ? หรือจะตรวจสอบ
ทางด้านคฤหาสน์เฟิง ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า “ไม่จำเป็น อย่าทำตัวเหมือนแมลงวัน
หัวขาด เนื่องจากเราไม่สามารถหาอะไรได้แล้วข้าจะต้องใช้
ความพยายามพิเศษและช่วยฟื้นฟูท่านแม่ เราดูกันเงียบ ๆ
จากด้านข้าง ข้าอยากเห็นว่าใครกล้าที่จะทำในเรือนตงเซิง
ของข้า”
บ่าวรับใช้คนหนึ่งเคาะประตูแล้วเข้ามาพูดกับหยูเอง “ข่าว
จากคฤหาสน์เฟิงบอกว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่านอนไม่หลับเมื่อคืน
นี้ วันนี้คุณหนูไม่ต้องคารวะเจ้าค่ะ”
หวงชวนหัวเราะเบาๆ และพูดว่า “ก็ดีเช่นกัน คุณหนูนอนพัก
เพิ่มหรือไม่เจ้าค่ะ ? ”
แต่บ่าวรับใช้ที่มาพร้อมกับข่าวนี้ยังคงดำเนินต่อไป “คุณหนู
ตอนนี้มีคนรอพบคุณหนูอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองตื่นตกใจ “ใคร?”
บ่าวรับใช้ยิ้ม และพูดว่า “บ่าวรับใช้จากพระราชวังเหวินซวน
คฤหาสน์ของแม่ทัพปิงหนาน คฤหาสน์ของเสนาบดีเฟิง และ
คฤหาสน์ของตระกูลเป่ย พวกเขามาในนามของคุณหนูเพื่อ
มองของกำนัลให้เจ้าค่ะ บ่าวรับใช้คิดว่าคงเป็นของกำนัลปี
ใหม่เจ้าค่ะ”
หวงชวนจึงจำขึ้นมาได้ “ใช้แล้ว ตอนนี้สิ้นปีแล้วเจ้าค่ะ
เจ้าหน้าที่กำลังยุ่งอยู่กับการส่งของกำนัลเข้าไปในพระราชวัง
และพวกฮูหยินและคุณหนูก็กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของ
กำนัล คุณหนูรีบไปดูสิ่งที่พวกเขาส่งมาให้เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองถูกบ่าวรับใช้ทั้งสองคนลากไปที่ห้องโถง ที่นั่นพวก
เขาเห็นบ่าวรับใช้ตัวใหญ่สี่คน และมีบ่าวรับใช้จำนวนมากถือ
ของกำนัลอยู่ที่ทางเข้า
นางจำบ่าวรับใช้ทั้งสี่คนได้ พวกเขาคือบ่าวรับใช้ส่วนตัวของ
ซวนเทียนเก้อ, เฟิงเทียนหยู, เหรินซีเฟิง และเป่ยฟู่หรง
เหยาซื่อมาถึงก่อนหน้าเฟิงหยูเองเพื่อต้อนรับพวกเขา และ
นางก็คุยกับพวกเขาอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าเฟิงหยูเอง
มาถึง พวกเขารีบไปทักทายนางอย่างรวดเร็ว บ่าวรับใช้
ส่วนตัวของซวนเทียนเก้อเป็นคนแรกที่พูด “เราไม่ได้เจอกัน
นานเลยเจ้าค่ะ องค์หญิงของเราเป็นห่วงคุณหนูมาก แต่
เนื่องจากองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันอยู่ที่ค่ายทหาร มันคงไม่ดี
ที่จะไปและก่อให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นเรารอให้คุณหนู
กลับมาที่เมืองหลวงเจ้าค่ะ”
บ่าวรับใช้ส่วนตัวของเฟิงเทียนหยูก็กล่าวขึ้นมาว่า “แน่นอน
คุณหนูใหญ่ของตระกูลเราก็พูดถึงคุณหนูเช่นกันเจ้าค่ะ
ตอนนี้สิ้นปีแล้วเราได้เตรียมของกำนัลพิเศษสำหรับองค์หญิง
แห่งมณฑลจี่อัน เราหวังว่าองค์หญิงแห่งมณฑลจะชอบเจ้า
ค่ะ”
เฟิงหยูเองยังรู้สึกละอายเล็กนอยเพราะนางลืมเรื่องการส่ง
ของกำนัลสำหรับปีใหม่ เมื่อพวกเขานำของกำนัลมาให้นาง
นางก็ไม่ได้มีของกำนัลมอบกลับไป
“พี่น้องของข้าสุภาพเกินไป” นางพูดด้วยความอาย “ข้าเพิ่ง
กลับมาที่เมืองหลวง และข้ายังไม่มีโอกาสเตรียมของกำนัล
พวกเจ้ากลับไปบอกเจ้านายของเจ้าว่าข้าจะนำของกำนัล
ส่งไปให้พวกเขาภายใน 2 วัน”
บ่าวรับใช้ของซวนเทียนเก้อพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ว่าของกำนัล
ที่ส่งคืนจะเป็นเพียงสิ่งของเล็กน้อยหรือไม่ก็ตาม คุณหนูมี
ความสุขอย่างแน่นอนที่เจ้าหญิงแห่งมณฑลส่งให้เจ้าค่ะ!”
นางกล่าวขณะที่ชี้ไปที่บ่าวรับใช้ที่ถือกล่องไว้ข้างนอก “ใน
ความเป็นจริงของกำนัลทั้งหมดสำหรับฮูหยิน ของขวัญ
สำหรับองค์หญิงแห่งมณฑลนั้นมาพร้อมกับของกำนัลจาก
คุณหนูเป่ยเจ้าค่ะ”
บ่าวรับใช้ส่วนตัวของเป่ยฟู่หรงรีบนำกล่องขนาดใหญ่ไป
ข้างหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเรื่องนี้ และบ่าวรับใช้ของ
เทียนเก้อกล่าวต่อ “องค์หญิงกล่าวว่าคฤหาสน์ขององค์หญิง
แห่งมณฑลไม่ได้ขาดอาหารหรือเสื้อผ้า แต่องค์หญิงแต่งกาย
ด้วยความชัดเจน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ตระกูลเป่ยเป็นที่รู้จักกันดี
ที่สุดในเรื่องของเครื่องประดับแล้ว พวกคุณหนูก็จัดหาวัสดุ
และส่งพวกมันไปที่คฤหาสน์ตระกูลเป่ย ลองดูเจ้าค่ะ ทั้งหมด
นี่ทำโดยช่างฝีมือของตระกูลเป่ย”
เมื่อกล่าวเช่นนี้บ่าวรับใช้ของตระกูลเป่ยเปิดกล่อง และมี
เครื่องประดับศีรษะ 3 ชุด ทองคำ 1 ชุด หยก 1 ชุด และอีก
1 ชุดทำจากอัญมณีหลากสี พวกมันงดงามไม่แพ้กัน
หยูเองรู้อยู่เสมอว่าถึงแม้เครื่องประดับทองคำจะถูกขัดเงาใน
ศตวรรษที่ 21 มากกว่าสมัยโบราณ แต่ก็มีการถดถอยในงาน
ฝีมือ แม้ว่าจะมีรูปแบบต่างๆ มากมายที่เครื่องจักรผลิตได้
แต่ก็ยังขาดความเฉลียวฉลาด สิ่งที่ดีอย่างแท้จริงมาจากมือ
ของช่างฝีมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีมือของช่างตระกูลเป่ย
เมื่อเห็นอย่างนี้นางก็มีความสุขมาก และนางก็อดไม่ได้ที่จะ
ได้รับกล่อง จับมันไว้ ดวงตาของนางเป็นประกายจับจ้องไปที่
พวกมัน
เมื่อบ่าวใช้เห็นสิ่งนี้ พวกเขารู้ว่านางชอบมันจริง ๆ และบ่าว
รับใช้ของตระกูลเป่ยกล่าวว่า “ถ้าองค์หญิงแห่งมณฑลชอบ
นั่นเป็นเรื่องดี คุณหนูคงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใน
ความเป็นจริง วัสดุทั้งหมด องค์หญิงวู่หยาง คุณหนูเหริน
และคุณหนูเฟิงเป็นผู้จัดหามา ตระกูลของเราไม่สามารถ
จัดหาสิ่งที่ดีเช่นนี้ได้” บ่าวรับใช้พูดเบา ๆ และใบหน้าของ
นางเป็นสีแดงเล็กน้อยเนื่องจากนางอายอย่างเห็นได้ชัด
“คุณหนูกล่าวว่าตระกูลเป่ยมีความสามารถเท่านั้นที่สมควร
นำเสนอ องค์หญิงแห่งมณฑลอย่ารังเกียจเลยเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองรู้สึกซาบซึ้ง นางเข้าใจเป็นธรรมดาว่าตระกูลเป่ย
เป็นเพียงตระกูลช่างฝีมือ พวกเขาจะถูกนำมาเปรียบเทียบ
กับพระราชวัง คฤหาสน์ของแม่ทัพ หรือคฤหาสน์ของ
เสนาบดีได้อย่างไร แต่ตระกูลเป่ยก็แสดงให้เห็นถึงความ
จริงใจอย่างมากในการเตรียมของขวัญชิ้นนี้ นางจะรังเกียจได้
อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องประดับของช่างฝีมือเป่ยก็เป็นที่อยากได้
สำหรับนางสนมของฮ่องเต้ แม้แต่ฮองเฮาก็ได้รับ
เครื่องประดับศีรษะเพียง 1 ชุดจากช่างฝีมือเป่ยในแต่ละปี
แต่นางได้รับ 3 ชุดในครั้งเดียว
“ขอบคุณช่างฝีมือเป่ยที่ทำขึ้นมาให้ข้า” นางพูดด้วยความ
จริงใจ “ข้ารู้ว่าเครื่องประดับเหล่านี้มีค่าเพียงใด และข้าจะ
รักษาพวกมันอย่างดี”
“ขอบคุณองค์หญิงมากเจ้าค่ะ”
พวกเขาพูดคุยกันซักพักก่อนที่บ่าวรับใช้จะกล่าวคำอำลา
หยูเองสั่งให้หวงชวนไปส่งพวกเขาออกจากคฤหาสน์ เหยาซื่อ
คว้าตัวนางแล้วพูดว่า “ในความจริงข้าได้เตรียมของขวัญ
แล้ว ข้าแค่รอให้เจ้ากลับมา แต่เมื่อได้รับของกำนัลที่องค์
หญิงวู่หยางและบรรดาคุณหนู ของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ไม่อาจ
ส่งมอบได้ ลองคิดดูอีกสักนิดเพื่อดูว่าเราจะให้อะไรตอบแทน
เพื่อไม่ให้พวกเขาขุ่นเคืองใจเจ้า”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “ท่านแม่ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ อาเอง
เข้าใจดี”
แต่หลังจากที่นางกลับไปที่เรือนของนาง นางก็เริ่มกังวล มัน
จะแปลกถ้านางมีความเข้าใจ ! นางคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
เลย โชคดีที่คำพูดของหวงซวนเตือนนางว่า “เมื่อให้ของ
กำนัล ควรให้สิ่งที่พวกเขาพึงพอใจหรือขาดแคลน คุณหนู
ลองคิดดูเจ้าค่ะ”
ดีมาก นางกำลังคิด
ดังนั้นเฟิงหยูเองจึงใช้เวลาช่วงเช้าในการคิดเกี่ยวกับของ
กำนัลที่จะมอบกลับไป
แต่ในขณะที่นางเท้าคางของนางและกังวลเกี่ยวกับของกำนัล
นางไม่รู้ว่าเฟิงเฉินหยูได้พบกับหายนะในห้องนอนของนาง
เฟิงเฟินไดทานอาหารเช้าเสร็จและเดินไปหาฮันชิในเรือนยู่
หลานเพราะนางรู้สึกว่าวันนี้นางว่าง วันนี้หงหยุนไม่สามารถ
มาสอนร่ายรำได้จนถึงเวลากลางคืน ดังนั้นนางจึงต้องหา
อะไรทำในตอนกลางวัน
หลังจากคิดและไตร่ตรองแล้ว นางตัดสินใจที่จะสร้างปัญหา
ให้กับเฟิงเฉินหยู
เมื่อนางเข้าไปในเรือนของเฟิงเฉินหยูกับเป่ยเอ๋อ เฟิงเฉินหยู
พูดกับยี่หลิน “แม้ว่าในอนาคตจะไม่ต้องอับอายจากการทา
หน้าดำ แต่ก็ไม่สามารถโยนมันทิ้งไปได้ นั่นเป็นสิ่งที่ได้รับ
พระราชทานจากพระราชวัง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าฮองเฮาจะ
เอาผิดข้า ถ้าข้าโยนมันไปแล้ว นั่นจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรือ ?
”
ยี่หลินรู้สึกว่าคุณหนูของนางนั้นพูดถูกต้องมาก นางจึงพูดว่า
“บ่าวรับใช้คนนี้จะเก็บมันไว้ในห้องด้านข้าง” จากนั้นนางก็
ออกจากห้องแต่นางหันกลับมาอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้มี
โอกาสกำจัดผงทาหน้าสีดำดังที่นางพูดกับเฉินหยู นาง
รายงานทันทีว่า “คุณหนูสี่มาเจ้าค่ะ ! ”
เมื่อนางพูดจบ เฟิงเฟินไดรีบวิ่งเข้าไปในห้องเหมือนลม
กระโชก
เมื่อเห็นเฟิงเฟินได หัวใจของเฉินหยูก็เต็มไปด้วยความขุ่น
เคือง เด็กคนนี้สร้างปัญหาให้นางเสมอ และปากของนางไม่
มีหูรูด นางเกลียดน้องสาวคนนี้จริง ๆ
“โอ้!” เมื่อเข้าในห้อง เฟิงเฟินไดก็ตะโกนออกมา จากนั้นนาง
ก็เริ่มมองไปรอบ ๆ ห้อง “เชิญท่านพี่ตามสบาย”
“น้องสี่มีเรื่องอันใดหรือ ? ” นางต้องการแสดงออกด้วย
ความห่วงใยจริง ๆ แต่นางก็ไม่สามารถทำได้
“มีเรื่องเล็กน้อย” เฟิงเฟินไดดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง “ครั้งสุดท้าย
ท่านพี่พูดว่ามีความแตกต่างระหว่างการเกิดของฮูหยินใหญ่
และอนุ เราในฐานะบุตรของอนุไม่สามารถล่วงเกินศักดิ์ศรี
ของบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ได้ นี่ไม่ได้จำกัดแค่เสื้อผ้าและ
เครื่องประดับ ท่านพี่ห้องนี้เต็มไปด้วยสิ่งของจำพวกทองและ
ของเก่า มันจำเป็นต้องส่งของพวกนี้ให้ท่านย่าหรือไม่ ? ”
นางพูดแบบนี้ขณะยืนขึ้น ก้มลงไปที่แจกันสีแดง นางยื่นออก
มาแล้วหยิบมันขึ้นมา
“ก่อนหน้านี้เมื่อเฉินซื่อยังมีชีวิตอยู่ นางมอบสิ่งดี ๆ มากมาย
ให้ห้องของท่านพี่ ท่านพี่ แจกันนี้มีมูลค่ามากใช่หรือไม่ ? น่า
เสียดายที่ไม่คู่ควรกับบุตรสาวของอนุ” กล่าวอย่างนี้แล้วนาง
ปล่อยแจกันหลุดมือ ทำให้แจกันหล่นลงบนพื้นแตกเป็นชิ้น
เล็กชิ้นน้อย
เฟิงเฉินหยูเริ่มสับสนแล้วเมื่อเห็นเฟิงเฟินไดหยิบแจกัน
ตอนนี้มันแตกแล้ว นางจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นและหัวใจของ
นางเกือบกระโจนขึ้นมาจากลำคอของนาง !