Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 254 ฆาตกรรม !
มันเป็นถุงผ้า และมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน
เฟิงเฟินไดสนใจแค่เฟิงเฉินหยูเท่านั้น และมองไม่เห็นถุงผ้า
นั้น แต่เฟิงเฉินหยูและยี่หลินเห็นเหมือนกัน
ในช่วงเวลานั้นใบหน้าทั้งสองซีด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยี่หลินผู้
ไตร่ตรองถึงสถานการณ์อย่างลับ ๆ แน่นอนนางรู้ว่ามีอะไร
อยู่ในกระเป๋า ตระกูลเฉินตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเฟิง แต่
ก็ยังคงมีความสัมพันธ์แบบลับ ๆ กับเฟิงเฉินหยูอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุงสาม เฉินเหลียงซึ่งมักจะช่วยเหลือเฟิง
เฉินหยูทุกอย่าง ข้างในถุงผ้านั้นมีจดหมายที่เฉินเหลียงส่ง
ถึงเฟิงเฉินหยูเมื่อไม่นานมานี้ เขามักจะแนะนำให้เฟิงเฉินหยู
เผาทิ้ง แต่เฟิงเฉินหยูไม่เห็นด้วย นางเก็บไว้ในแจกัน
ตอนนี้แจกันถูกโยนโดยคุณหนูสี่แล้วนี่จะเป็นสิ่งที่ดีได้อย่างไร
เฟิงเฟินไดโยนแจกันและรอสักพัก แต่นางเห็นว่าเจ้านาย
และบ่าวรับใช้ไม่ตอบสนองตามที่นางหวัง พวกเขาจ้องที่พื้น
สายตาของพวกเขาดูเหมือนจะไม่ได้มองที่แจกันที่แตก ดังนั้น
นางจึงรู้สึกว่ามันผิดปกติ เมื่อนางมองตามนางพบว่ามีบางสิ่ง
ซ่อนอยู่ภายในแจกัน
“นั่นอะไร ? ” เฟิงเฟินไดรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความ
ประหลาดใจนี้ ความสามารถในการค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ลับ ๆ
หมายความว่านางจะสามารถควบคุมชีวิตของเฟิงเฉินหยูได้ !
เมื่อคิดอย่างนี้นางก้มลงและหยิบกระเป๋าผ้าขึ้นมาทันที แต่
นางไม่คิดว่าเฟิงเฉินหยูจะรีบเร่งเช่นกัน เฟิงเฉินหยูผลักนาง
ลงกับพื้นอย่างแรง
เฟิงเฟินไดล้มลงบนพื้น และแจกันสีแดงที่แตกบาดเข้าที่
ใบหน้าของนางทำให้เลือดไหล
เป่ยเอ๋อเห็นว่าใบหน้าของเฟิงเฟินไดโดนแจกันบาด ไม่มีเวลา
ที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิ่งนี้กับเฟิงเฉินหยู
และบ่าวรับใช้ของนาง เป่ยเอ๋อรีบคุกเข่าลงที่ด้านข้างของ
เฟิงเฟินไดและพร่ำถามนางซ้ำ ๆ ว่าเจ็บหรือไม่ ? “เอามือ
ของเจ้าออกไป อย่าจับมัน ! ”
และในเวลานี้เฟิงเฉินหยูมองไปที่ยี่หลิน ยี่หลินเข้าใจในทันที
ว่าเฟินเฉินหยูหมายถึงอะไร นางหยิบถุงผ้าขึ้นมาจากพื้นและ
วิ่งออกไป
เฟิงเฟินไดคลั่งและผลักเป่ยเอ๋อออกไป พร้อมกับตะโกนเสียง
ดังว่า “ไม่ต้องห่วงข้า ! รีบตามนางไป ! ข้าว่าต้องมีอะไร
บางอย่างแน่นอน ! ”
“แต่…”
“ไม่เป็นไร ! ไปเร็ว ! ”
เป่ยเอ๋อทำอะไรไม่ถูก นางมองไปที่เฟิงเฟินได จากนั้นนางก็
วิ่งตามยี่หลินออกไป
จากนั้นเฟินเฟินไดก็ลุกขึ้นนั่งบนพื้นและจ้องมองเฟิงเฉินหยู
แล้วตะโกนเสียงดัง “เจ้าต้องการฆ่าข้าใช่หรือไม่ ? ”
เฟิงเฉินหยูเห็นบาดแผลที่ใบหน้าของเฟิงเฟินได นางก็ไม่
ตกใจเลย นางกลับรู้สึกมีความสุขอยู่ลึก ๆ ในใจ แต่นางกลับ
แสดงสีหน้ากังวลขณะที่นางถาม “น้องสี่ เจ้ากำลังทำอะไร
อยู่ ? เจ้าโยนแจกันข้าแตก ข้ายังไม่โทษเจ้าแต่ก็ไม่จำเป็นที่
จะต้องทำเช่นนี้ ลุกขึ้นเร็ว ที่พื้นมันเย็น” นางพูดอย่างนี้นาง
ไปช่วยเฟิงเฟินได
เฟิงเฟินไดตะโกน “นังบ้า ! ” ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่าง
รวดเร็ว เลือดยังคงไหลอยู่บนแก้มของนางขณะที่ท่าทางของ
นางเริ่มเย็นชา “เฟิงเฉินหยู เจ้าซ่อนอะไรไว้ในแจกันและมัน
ถูกค้นพบโดยข้า แต่เจ้าก็ยังปฏิเสธหรือ เจ้าไม่รอดแล้ว !
วันนี้ข้าจะบอกท่านย่าเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ข้าจะให้
ท่านย่าลงโทษเจ้า ! ”
“น้องสี่” เฟิงเฉินหยูทำท่ากังวลมาก “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ?
ศีรษะของเจ้ากระแทกพื้นตอนที่ล้มลงไปหรือไม่? ไม่เช่นนั้น
ทำไมเจ้าจะพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไร ? ข้าซ่อนอะไรไว้
ในแจกันตั้งแต่เมื่อใด ? มันอยู่ที่ไหน ? ”
“หยุดเสแสร้งเสียที ! ” เฟิงเฟินไดเริ่มตะโกน “เฟิงเฉินหยู
เจ้าชอบเสแสร้งมาตั้งแต่เด็ก คนอื่นบอกว่าเจ้าเป็นพระ
โพธิสัตว์ แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันเป็นงูพิษ ! ”
ด้วยเสียงกรีดร้องของนางอย่างนี้ บ่าวรับใช้ในเรือนไม่
สามารถแสร้งทำเป็นว่าพวกเขาไม่ได้ยินมันอีกต่อไป เพราะ
เฟิงเฉินหยูมักจะพูดกับยี่หลินเท่านั้น บ่าวรับใช้คนอื่นไม่
จำเป็นต้องดูแลนาง และพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า
ห้องนอนของนาง บ่าวรับใช้จึงทำงานอยู่ไกลจากห้องนี้ แต่
ตอนนี้ห้องของเฟิงเฉินหยูเสียงดัง ดังนั้นจึงยากที่จะอธิบาย
หากพวกเขาไม่ได้เข้าไปในตอนนี้ ดังนั้นบ่าวรับใช้สองสามคน
วิ่งเข้าไป พวกเขาเห็นเลือดบนใบหน้าของเฟิงเฟินได ขณะที่
นางชี้ไปที่เฟิงเฉินหยูและด่าทออย่างรุนแรง
บ่าวรับใช้ที่เข้ามาใกล้ประตูก็โชคดีพอที่จะเห็นเฟิงเฟินไดโยน
แจกันอย่างจงใจ ในเวลานั้นนางวิ่งไปซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องนี้
กับบ่าวรับใช้คนอื่น ดังนั้นนางจึงไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก
นั้น ตอนนี้นางเห็นว่าเจ้านายของนางต้องพ่ายแพ้ นางรู้สึก
ว่านางต้องทำอะไรสักอย่าง นางจึงพูดขึ้นมาว่า “คุณหนูสี่
รังแกคุณหนูใหญ่ทำไมเจ้าคะ ! นอกจากจะโยนแจกันแตก
แถมยังตะโกนด่าพี่สาวของตัวเองอีก นางเป็นพี่สาวของ
คุณหนูนะเจ้าคะ ! ”
บ่าวรับใช้อีกคนหนึ่งที่ได้ยินเรื่องที่คุณหนูสี่โยนแจกันพูดขึ้น
ว่า “ถูกต้องเจ้าค่ะ เราทุกคนเห็นว่าคุณหนูสี่เป็นคนโยน
แจกันแตก”
เฟิงเฉินหยูรู้สึกว่าบ่าวรับใช้ในเรือนแห่งนี้น่ารักเป็นครั้งแรก
ดังนั้นนางจึงพูดด้วยความโศกเศร้ามากขึ้นว่า “น้องสี่ หลาน
คนมองเห็น ข้าไม่โทษเจ้าเพราะทำลายแจกันของข้า แต่หน้า
ของเจ้าโดนเศษแจกันบาดด้วย เจ้าต้องไปหาหมอ ! ”
เฟิงเฟินไดเข้าใจสถานการณ์ของนาง ตัวนางเองถูกทิ้งไว้ใน
ถ้ำของหมาป่า นางจะหาเหตุผลใดมาโต้เถียงกับคนกลุ่มนี้ได้
ดังนั้นนางจึงออกไปข้างนอก ในขณะที่จะออกไป นางมองดู
ว่าเป่ยเอ๋อกลับมาหรือไม่
เฟิงเฉินหยูเห็นว่านางต้องการที่จะจากไป และเดินตามสอง
สามก้าวอย่างรวดเร็ว โดยพูดว่า “เจ้าจะไปไหน ข้าจะให้บ่าว
รับไปเรียกหมอให้ ! คงไม่ดีถ้าเกิดรอยแผลเป็นบนใบหน้า
ของเจ้า ! ”
เฟิงเฟินไดตกใจและชี้ไปที่เฟิงเฉินหยู “เจ้าอย่าเข้ามา ! อย่า
เข้ามา ! เฟิงเฉินหยู เจ้าเป็นฆาตกร ! หากใบหน้าของข้าเสีย
โฉม ข้าจะบีบคอเจ้าให้ตาย ! ”
หลังจากพูดอย่างนี้นางก็หันหลังกลับและวิ่งหนีไป ขณะที่วิ่ง
นางก็ร้องไห้และตะโกนว่า: “ฆาตกรรม! พี่ใหญ่ฆ่าคน ! ”
เฟิงเฉินหยูมองไปที่คนที่วิ่งหนีไป และชั้นน้ำแข็งปกคลุม
ใบหน้าของนาง
เฟิงเฟินได เจ้ากำลังเก็บเกี่ยวสิ่งที่เจ้าหว่าน มันจะดีถ้า
ใบหน้าของเจ้าเสียโฉม เมื่อใบหน้าของเจ้าเสียโฉม เจ้ายังจะ
หยิ่งจองหองอยู่หรือไม่ แม้ว่าเฟิงหยูเองสามารถรักษาได้แต่
เจ้าไม่มีเงิน
“คณหนูใหญ่” บ่าวรับใช้พูดอย่างเงียบ ๆ “ตอนนี้เราควรทำ
อะไรดี”
เฟิงเฉินหยูเหลือบมองไปที่บ่าวรับใช้ และยอมรับว่าเฟิงเฟิน
ไดเป็นคนที่ทำลายแจกัน นางชื่อเซียงเอ๋อ
“เซียงเอ๋อไปกับข้า ไปหาท่านย่า เจ้าพูดเหมือนที่พูดก่อนหน้า
นี้” เซียงเอ๋อพยักหน้า แล้วเดินตาม และตระหนักได้ทันทีว่า
นางกำลังจะทำประโยชน์ให้คุณหนูของนาง นางมีความสุข
มาก “คุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ บ่าวรับใช้คนนี้รู้ว่า
จะพูดอะไรเจ้าค่ะ”
“ดี” เฟิงเฉินหยูเห็นด้วยในขณะที่เดินไป เมื่อมองไปใน
ทิศทางที่ยี่หลินวิ่งไป นางก็รู้สึกถึงความกังวลใจ “ไปดูว่ายี่
หลินกลับมาแล้วหรือยัง”
“เจ้าค่ะ” ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ก็วิ่งไปในทิศทางนั้น ไม่นานนาง
กลับมา “ยี่หลินกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
แน่นอนว่าข้างหลังนางคือยี่หลินที่หน้าซีด เฟิงเฉินหยูเห็นว่า
มือของนางว่างเปล่า เมื่อนางมองไปข้างหลังนางไม่เห็นบ่าว
รับใช้ของเฟิงเฟินได นางอดไม่ได้ที่จะเริ่มตื่นตกใจและถาม
อย่างใจจดใจจ่อว่า “เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ? ”
นางต้องการถามเกี่ยวกับสิ่งของ แต่มีคนมากมายรอบตัว
นางจึงไม่สามารถถามได้
อย่างไรก็ตามยี่หลินมองดูนางด้วยความสับสนว่า “คุณหนู
บ่าวรับใช้คนนี้รู้สึกไม่สบาย ข้าไปห้องน้ำ ! ทำไมมีคนมาตาม
บ่าวรับใช้เจ้าค่ะ” นางพูดกับเฟิงเฉินหยู
เฟิงเฉินหยูเข้าใจ และย้อนกลับมาทันทีพูดว่า “ไม่มีอะไรเลย
ข้าถามผิด ข้าอยากถามว่าเจ้าค่อยยังชั่วแล้วหรือยัง ? ”
ยี่หลินโค้งคำนับ “ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงเจ้าค่ะ ดีขึ้น
แล้วเจ้าค่ะ”
“ไปที่เรือนซูหยากับข้า” นางมุ่งหน้าไปยังทางออกของเรือน
“คุณหนูสี่ทำแจกันห้องข้าแตก จากนั้นหน้าของนางก็โดนเศษ
แจกันบาดด้วยความไม่ระมัดระวัง ข้ารู้สึกผิดจริง ๆ แม้ว่ามัน
จะไม่ใช่ความผิดของข้า แต่นางได้รับบาดเจ็บในห้องของข้า
มันจะดีที่สุดถ้าข้าไปรับผิดกับท่านย่า”
บ่าวรับใช้สองคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าพร้อมกับเซียงเอ๋อ
พูดว่า “คุณหนูสี่นั้นไม่ระวังเอง บ่าวรับใช้ผู้นี้เห็นนางทำ
แจกันของคุณหนูใหญ่แตก พี่ยี่หลินเห็นหรือไม่ ? ”
ในตอนแรกยี่หลินไม่รู้ว่าทำไมเซียงเอ๋อถึงติดตามเฟิงเฉินหยู
แต่ตอนนี้เมื่อนางได้ยินสิ่งนี้นางก็เข้าใจ เห็นได้ชัดว่าเซียงเอ๋อ
เป็นพยาน
นางพยักหน้า “เจ้าพูดถูก ข้าก็เห็นเช่นกัน เราต้องบอกท่านฮู
หยินผู้เฒ่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน”
ทั้งสามรีบวิ่งตรงไปที่เรือนซูหยา เมื่อพวกเขาเข้าไปในสนาม
พวกเขาได้ยินเสียงร้องจากระยะไกล มันฟังดูน่าสังเวชราว
กับว่าญาติเสียชีวิต และเสียงร้องก็คร่ำครวญโหยหวน
เฟิงเฉินหยูไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่ขมวดคิ้ว เฟิงเฟินไดวิ่งมา
ที่นี่ ช่างเป็นแผนที่ดีเสียจริง
เมื่อเห็นว่าเฟิงเฉินหยูมาแล้ว บ่าวรับใช้คนหนึ่งของเรือนซู
หยาก็ข้ามไปอย่างรวดเร็วและรีบแจ้งว่า “คุณหนูสี่ร้องไห้วิ่ง
เข้ามาพร้อมกับพูดว่าคุณหนูใหญ่ทำร้ายนางเจ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ๋รีบเข้ามาดูเจ้าค่ะ ตอนนี้นางอยู่ในห้องนอนของ
ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ”
เฟิงเฉินหยูพยักหน้า “ข้าจะเข้าไปทันที แต่คุณหนูสี่พูดว่าข้า
ทำร้ายนางได้อย่างไร นางล้มลงไปเอง ! ”
บ่าวรับใช้คนนี้จะรู้ความจริงได้อย่างไร นางรู้แค่ว่าคุณหนูใน
คฤหาสน์ต้องมีเรื่องการต่อสู้อย่างเปิดเผยและลับ ๆ
เฟิงเฉินหยูนำบ่าวรับใช้สองคนเข้าห้องนอนของฮูหยินผู้เฒ่า
อย่างรวดเร็ว ยิ่งพวกเขาได้ใกล้เข้าไปก็ได้ยินเสียงร้องดังมาก
ขึ้น เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องนอน พวกเขาได้ยินเสียงของ
เฟิงเฟินได “ถึงแม้ว่าหลานสาวจะเป็นคนใจร้อน และบางที
ข้าอาจพูดอะไรบางอย่างที่อาจทำให้พี่ใหญ่ขุ่นเคือง แต่พี่
ใหญ่ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ! พี่ใหญ่อยากจะฆ่าข้า และนั่นทำให้
ข้ากลัวมาก ท่านย่า ถ้าหลานสาววิ่งหนีช้ากว่านี้ ข้าจะต้อง
ตายแน่เจ้าค่ะ ! ”
ในเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่าได้นั่งอยู่บนเตียงของนาง นางปวดหัว
จากเสียงร้องของเฟิงเฟินได นางมีปัญหาในการนอนหลับ
เมื่อคืน ดังนั้นนางจึงอยากจะนอนพัก นางจึงยกเลิกการ
คารวะตอนเช้า แต่นางไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมาสร้าง
ปัญหาให้นาง
“พี่สาวจะฆ่าเจ้าได้อย่างไร ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่กล้าเชื่อเฟิง
เฟินได
เฟิงเฟินไดชี้ที่แผลบนใบหน้าของนางเป็นหลักฐาน “ท่านย่า !
ดูแผลของเฟิงเฟินได ! พี่ใหญ่ใช้มีดทำร้ายข้า ! ถ้าไม่ใช่
เพราะเฟินไดวิ่งเร็ว มีดของพี่ใหญ่ก็จะแทงเข้าที่ท้องของข้า !
”
เฟิงเฉินหยูพูดไม่ออกเมื่อได้ยิน เฟิงเฟินไดปั้นน้ำเป็นตัว มีด
มาจากไหน ? นางถือมีดตั้งแต่เมื่อไหร่dyo
อย่างไรก็ตามยี่หลินหัวเราะและเตือนนางอย่างเงียบ ๆ
“คุณหนูสี่ได้ปิดกั้นเส้นทางการหนีของตัวเอง นางไม่มีพยาน
หรือหลักฐาน ไม่สามารถตำหนิเราได้เจ้าค่ะ”
เฟิงเฉินหยูอยากถามว่าเป่ยเอ๋อไปที่ใด แต่นางรู้ว่านี่ไม่ใช่
เวลาที่จะถาม นางทำได้เพียงทนและก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว
นางกระพริบตาสองสามครั้ง พยายามที่จะบีบน้ำตาสองสาม
หยด “น้องสี่ เจ้าทำไมถึงพูดเช่นนั้น ? ข้าใช้มีดเมื่อไหร่ ! ”
เมื่อเห็นว่าเฟิงเฉินหยูมาถึง ฮูหยินผู้เฒ่าก็กล่าวอย่างรวดเร็ว
ว่า “เจ้ามาถึงพอดี บอกข้ามาเร็ว ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
”
“ท่านย่าช่วยข้าด้วย ! ” เมื่อเห็นเฟิงเฉินหยู เฟิงเฟินไดลุก
ขึ้นยืนแล้วพยายามกระโดดขึ้นไปบนเตียงของฮูหยินผู้เฒ่า
ยายจาวหยุดนางอย่างรวดเร็ว “คุณหนูสี่อย่าทำแบบนี้เจ้าค่ะ
ท่านฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่หายดีเจ้าค่ะ ! ”
“แต่พี่ใหญ่อยากจะฆ่าข้า ! ท่านย่าช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ! เฟิน
ไดยังไม่อยากตาย ! ” นางพูดแบบนี้ แล้วก็เริ่มร้องไห้และ
กรีดร้องอีกครั้ง
ฮูหยินผู้เฒ่ามองดูเลือดที่เริ่มไหลเพราะเสียงร้องของนาง
ไหลออกมา ตอนนี้ไหลถึงคอของนาง นางเกือบจะเรียกหา
หมอด้วยความหวาดกลัว แต่ในเวลานี้นางได้ยินเสียงกรีดร้อง
ที่โหยหวนกว่าดังขึ้นมา “ลูกสาวข้า ! ถ้าเจ้าตาย ข้าจะมีชีวิต
ต่อไปได้อย่างไร ! ”