Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 276 ของกำนัลสำหรับผู้หญิง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 276 ของกำนัลสำหรับผู้หญิง
ครั้งล่าสุดที่นางไปตำหนักศศิเหมันต์ พราชายาหยุนพูดอะไร
นางไม่ต้องการที่จะดูสวย และเป็นที่คิดถึงของคนอื่น
แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ว่ามีคนพูดด้วยความโกรธ แต่สิ่งหนึ่งที่
คิดคือเรื่องหนึ่งในขณะที่สถานการณ์จริงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในโลกนี้ไม่มีบุคคลใดในโลกที่ไม่ชอบความสวยงาม เนื่องจาก
พราชายาหยุนได้พูดเรื่องนี้ นางจะต้องคิดใหม่อีกที เฟิงหยู
เองรู้ว่านางเป็นผู้หญิงที่มีหลายสิ่งในใจ มันจะดีที่สุดถ้านาง
ไม่ได้ไปกับความต้องการของนาง
ลืมมันไปเถอะ ของกำนัลที่นางได้เตรียมไว้สำหรับจักรพรรดินี
ในตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับบางคน
นางเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องขณะที่นางไตร่ตรองว่านาง
ควรให้ของกำนัลอะไรแทน หวงซวนถามนาง “คุณหนูคิด
อะไรอยู่หรือเจ้าคะ ? ”
นางส่ายหัวของนาง “ไม่ ข้าแค่สงสัยว่าพราชายาหยุนอยาก
ได้ของกำนัลที่ข้าเตรียมไว้ให้หรือไม่”
“พระองค์จะชอบมันอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หวงซวนยิ้ม และ
พูดว่า “คุณหนูมีสติและมีไหวพริบเสมอ พราชายาหยุนชอบ
คุณหนูจริง ๆ ดังนั้นอะไรก็ตามที่คุณหนูก็เป็นสิ่งที่ดีเจ้าค่ะ”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองเข้าใจว่าการชื่นชอบหรือไม่ชอบนั้น
ขึ้นอยู่กับทางเลือกหลังจากพิจารณาข้อดีและข้อเสีย จาก
ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน พราชายาหยุนนั้นประหลาดใจที่
เห็นนางเคารพตระกูลเหยา แต่เพียงว่านางไม่มีอะไรเลยแต่ก็
เป็นสิ่งที่ดีสำหรับซวนเทียนหมิง ผู้หญิงฉลาดอย่างเช่นพระ
ชายาหยุนให้บุตรชายของนางมีคู่หมั้นที่ไร้ค่าอยู่เคียงข้างเขา
ได้อย่างไร
นางยังคิดอยู่ในหัวแต่นางก็ไม่หยุดเดิน นางเพิ่มความเร็วของ
นางแทน ไม่นานนางก็มาถึงหน้าตำหนักศศิเหมันต์
ในเวลานี้เฟิงหยูเองได้ตัดสินใจแล้วเกี่ยวกับของกำนัลที่นาง
จะมอบให้พราชายาหยุน มันถูกเก็บไว้ในมิติของนางและไม่ได้
ถูกนำออกมา
ประตูหน้าตำหนักศศิเหมันต์ยังคงปิดและมียามผู้หญิงยืนอยู่
ข้างนอก ไม่มีสัญญาณของโคมไฟสีแดงหรือแม้แต่ที่ติดอยู่ที่
ไหนสักแห่ง มันไม่ได้ประดับประดาตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองปี
ใหม่ และทำให้หัวใจของผู้คนสั่นไหว
“ข้ามาพบเสด็จแม่ นางอยู่ที่นี่หรือไม่ ? ”
“อยู่เพคะ” ยามหันมาเปิดประตูแล้วพูดว่า “พราชายาหยุนรู้
ว่าองค์หญิงจะมาแน่นอน และพราชายาก็บอกว่าองค์หญิง
จะมาถึงหลังจากที่ได้คารวะในห้องโถงเฟยกุย ดูเหมือนว่า
พราชายาจะคาดเดาได้ถูกต้องเพคะ”
เฟิงหยูเองยิ้มแล้วเข้าไปในตำหนักศศิเหมันต์ ทันใดนั้นนาง
กำนัลในตำหนักก็เข้ามาและคำนับ หลังจากนั้นก็นำทาง นาง
ยังบอกเฟิงหยูเองว่า “พราชายาหยุนอยู่ในห้องโถงจื่อเหว่ย
เพคะ ท่านโหราจารย์มาและกำลังอธิบายบางอย่างเกี่ยวกับ
ดวงดาว”
“โหราจารย์…” นางไตร่ตรองและพูดสิ่งนี้ ดูเหมือนว่าซวน
เทียนหมิงได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ว่าเป็นหน่วยงานที่เฝ้ามอง
ดวงดาวเพื่อทำนายชะตาบ้านเมือง “พราชายาหยุนเชื่อในสิ่ง
เหล่านี้ด้วยหรือ ? ”
นางกำนัลหัวเราะและตอบว่า “ไม่อาจถือได้ว่าเป็นความเชื่อ
แต่พราชายากล่าวว่าท่านโหราจารย์มีความสามารถในการ
เล่าเรื่องได้ดีมาก เมื่อพราชายาเบื่อ พราชายาจะฟังเขาพูด
เพื่อฆ่าเวลาเพคะ”
ดีมาก เนื่องจากพราชายาหยุนมีความคิดแบบนี้ เฟิงหยูเองก็
ทำได้แค่หัวเราะเท่านั้น แต่เมื่อนางคิดถึงมัน การฟังเรื่องราว
พวกนี้น่าสนใจทีเดียว
ขณะที่พวกเขาพูด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงจื่อเหว่ย หวงซวน
ยืนอยู่ที่ด้านข้างของประตูและไม่ได้เดินเข้าไป นางกำนัลยืน
อยู่หน้าประตู และพูดเสียงดังว่า “รายงานพราชายาหยุน
องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันมาถึงแล้วเพคะ” โดยไม่รอคำตอบ
จากภายใน จากนั้นนางก็ผายมือเชิญให้เฟิงหยูเองเข้าไป
เฟิงหยูเองเข้าก้าวยาว ๆ เข้าไป ไปพร้อมกับก้าวขนาดใหญ่
และมีนางกำนัลบางคนก็คารวะนางในทันทีและนำทาง
หลังจากที่นางเดินเข้าไปในห้องโถงจื่อเหว่ย นางก็ตระหนักว่า
ห้องโถงขนาดใหญ่นั้นเต็มไปด้วยสิ่งลึกลับมาก สามารถ
มองเห็นสิ่งของแปลก ๆ ลึกลับได้ทุกที่ แม้แต่สีก็มี
องค์ประกอบของธาตุทั้งห้า ด้านหน้ามีเวทีสูงที่ล้อมรอบด้วย
ม่าน ในหมอกควันทุกอย่างไม่ชัด และไม่มีอะไรสามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ด้านล่างเวทียืนมีคนกำลังยืนอยู่ เขากำลังพูดถึงการ
เปลี่ยนแปลงของดวงดาวอย่างจริงจัง เนื่องจากเฟิงหยูเองได้
ยินเขาพูดว่า “ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลง
มากมายในพระราชวัง ดาวบางดวงก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ดาวหงส์
เพลิงมาจากตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่เมืองหลวงมาหลาย
เดือนแล้วและสุกสว่างขึ้นมาเรื่อย ๆ ดาวดวงนี้ก็ปรากฏตัว
ขึ้นในโลกนี้อย่างฉับพลัน ข้าไม่เคยเห็นการโคจรเช่นนี้ของ
ดวงดาวมาก่อน มันแตกต่างจากตำหนักหลักสิบสองแห่งและ
แสงที่ล่องลอยในอากาศ มันเป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยปรากฏมา
ก่อนในช่วงหมื่นปีที่ผ่านมา”
ด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อนางได้ยินเกี่ยวกับ “ดาวหงส์เพลิง”
ใจของนางก็เริ่มสั่น
นางถึงด้านหน้า และนางกำนัลข้างกายมองนางด้วยความ
ประหลาดใจและกระซิบถามนางว่า “องค์หญิงเกิดอะไรขึ้นเพ
คะ รู้สึกไม่สบายหรือไม่เพคะ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า “ข้าสบายดี” อย่างไรก็ตามสายตาของ
นางหันไปหาโหราจารย์
นางจ้องมองมาที่นี่เมื่อหัวหน้าพูดเสร็จ เมื่อได้ยินว่ามีใครบาง
คนอยู่ข้างหลังเขากำลังเดินไปข้างหน้า เขาก็ดำเนินการ
อย่างมีชั้นเชิง และเดินไปทางด้านข้าง เมื่อจ้องมองเฟิงหยู
เอง เขาก็หันกลับมาราวกับว่าเขารู้สึกอะไรบางอย่าง ทั้งสอง
มองหน้ากัน และโหราจารย์ได้รู้สึกหนาวสั่นผ่านร่างกายของ
เขา ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้าง
“อาเอง เจ้าพึ่งมาถึงหรือ ? ” บนเวที เสียงพราชายาหยุนดัง
ขึ้นมา
เฟิงหยูเองผงกศีรษะให้โหราจารย์ จากนั้นก็เดินไปข้างหน้า
อย่างรวดเร็วคุกเข่าบนพื้น “ลูกสะใภ้คารวะเสด็จแม่เพคะ
ข้าหวังว่าเสด็จแม่จะได้รับพรด้วยโชคลาภที่ดี และความ
ปรารถนาทั้งหมดของท่านแม่จะประสบความสำเร็จเจ้าค่ะ”
“อืม ข้าชอบฟังอาเองพูด เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้าต้องการพูด
กับลูกสะใภ้ของข้า” พราชายาหยุนเป็นคนทำสิ่งที่นางพอใจ
เสมอ นางจำชื่อของโหราจารย์ผู้นี้ไม่ได้ และนางจำไม่ได้ว่า
ชื่อของเขาคืออะไร นางรู้เพียงว่าเขามาเพื่อบอกเล่าเรื่องราว
ที่น่าสนใจเกี่ยวกับดวงดาว นางชอบฟังเรื่องราวลึกลับเหล่านี้
จริง ๆ
โหราจารย์ไม่ได้โต้เถียง ในขณะที่เขาคำนับแล้วจากไป แต่
ก่อนที่เขาจะจากไป เขามองไปที่เฟิงหยูเอง แต่นางก็ไม่
ตอบสนองเลย
หลังจากที่เขาออกจากห้องโถง เขารู้สึกได้ถึงหัวใจของเขา
เมื่อได้เฝ้ามองดูดวงดาวเป็นเวลาหลายปี สัญชาตญาณของ
เขานั้นเฉียบคมกว่าบุคคลทั่วไป เขาสามารถระบุได้ว่าในว่าที่
พราชายาขององค์ชายเก้าเป็นหนึ่งในดาวที่สำคัญในดวงดาว
ของเขา !
“อาเองมาถึงทันเวลา” ภายในห้องโถงจื่อเหว่ย พราชายา
หยุนลงจากแท่นไป นางสวมชุดสีน้ำเงิน แม้ว่ามันจะธรรมดา
แต่โชคดีที่มีดอกไม้บางส่วนปักอยู่ที่ด้านบนซึ่งให้ความรู้สึกถึง
ปีใหม่เล็กน้อย “เขาเพิ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดาวหงส์เพลิง
เขาคงไม่ว่าอะไรข้า”
พราชายาหยุนพูดอย่างนี้ขณะที่จับมือของเฟิงหยูเอง ทั้งสอง
เดินไปที่ห้องจัดเลี้ยงของห้องโถงจื่อเหว่ย พราชายาหยุนนั่ง
ก่อนจากนั้นก็ให้ที่นั่ง นางกำนัลนำผลไม้มาใส่จาน
“ตอนนี้ช่วงกลางฤดูหนาว แต่ใครจะไปรู้ว่าฮั่วเอ๋อไปเอาลิ้นจี่
เหล่านี้มาจากที่ไหน มันสดมาก เจ้าชิมดูสิ” พราชายาหยุนชี้
ไปที่ลิ้นจี่จานใหญ่บนโต๊ะแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ข้าชอบกิน
มาก ๆ จริง ๆ แล้วข้ากินมากเกินไปและพอแล้ว ถ้ากินเป็น
ครั้งคราวในช่วงฤดูหนาวนั้นค่อนข้างดี”
แน่นอนเฟิงหยูเองยังไม่สามารถชิมได้ เอื้อมมือไปที่แขนเสื้อ
อย่างรวดเร็ว นางดึงถุงผ้าใบเล็ก 2 ใบออกมาจากแขนเสื้อ
ของนาง
วันนี้นางสวมชุดทางการขององค์หญิงแห่งมณฑล แขนเสื้อ
ของเสื้อผ้าเหล่านี้กว้างกว่าเสื้อผ้าปกติของนาง และพวกมัน
ค่อนข้างสะดวกในการซ่อนของ
“วันนี้เป็นวันปีใหม่ เสด็จแม่ก็รู้ว่าสิ่งที่ดีเกือบทั้งหมดใน
คฤหาสน์ของลูกสะใภ้เป็นของกำนัลจากองค์ชายเก้า
ลูกสะใภ้ไม่มีเจตนาที่จะเอาสิ่งของพวกนั้นมาให้ท่าน แต่เมื่อ
ต้นปีที่แล้วเมื่อข้าอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ข้าได้รับสิ่งดี ๆ
มากมายจากอาจารย์ชาวเปอร์เซียของข้า และข้าก็พบว่ามี
บางสิ่งที่ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับท่านแม่” นางบอกว่านาง
วางถุงผ้า 2 ใบไว้ตรงหน้าของพราชายาหยุน ก่อนที่นางจะ
ถาม นางลุกขึ้นยืนและเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้ว
กระซิบบางสิ่งเข้าไปในหูพราชายาหยุน
ไม่นานหลังจากนั้นใบหน้าของพราชายาหยุนก็ตกใจ เมื่อนาง
รีบพูดว่า “ทุกสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “จริงเจ้าค่ะ เมื่อรอบเดือนของท่านแม่
มา ท่านแม่จะรู้เองเจ้าค่ะ” ผ้าอนามัย 2 ห่อเป็นข่าวดีสำหรับ
ผู้หญิงในยุคโบราณอย่างแท้จริง
พราชายาหยุนไว้วางใจเฟิงหยูเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่ง
แปลก ๆ เหล่านี้ ก่อนหน้านี้นางได้รับกระจกที่มีประโยชน์
มาก หลังจากทิ้งของขวัญพิเศษเหล่านี้แล้ว ใบหน้าพราชายา
หยุนก็ไม่สามารถซ่อนมันได้ แม้ว่ามันจะยังคงเป็นดูเกียจ
คร้านตามปกติ แต่ก็ดูเหมือนจะเผยความกระจ่าง เมื่อ
เปรียบเทียบกับครั้งแรกที่พวกเขาพบกันมันเริ่มฟื้นความ
อบอุ่น
“เรื่องขาของหมิงเอ๋อ” พราชายาหยุนโบกมือ นางสั่งให้นาง
กำนัลทั้งหมดออกไป จากนั้นนางก็พูดว่า “ตอนแรกข้าคิดว่า
ขาของหมิงเอ๋อไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ทำให้ข้า
เศร้าใจอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเด็กน้อยคนนั้นจะ
หายดีเมื่อได้พบเจ้า”
เฟิงหยูเองตอบด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่พูดเกินจริงเจ้าค่ะ การ
พบกันของอาเองกับองค์ชายเก้าถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ข้า
เป็นหนี้บุญคุณพระองค์ เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเป็นความสัมพันธ์
ที่ถูกกำหนดไว้เจ้าค่ะ”
พราชายาหยุนพยักหน้าเพราะนางพอใจกับความถ่อมตนของ
เฟิงหยูเองมาก แม้ว่าเฟิงหยูเองจะเป็นบุตรสาวของตระกูล
เฟิง แต่ดวงตาของนางก็ดูคล้ายกับตระกูลเหยา นางไม่
เหมือนเฟิงจินหยวนเลย “นับตั้งแต่หมิงเอ๋ออายุ 3 ขวบ ข้า
เริ่มครุ่นคิดเรื่องฮูหยินที่เขาจะชอบ หากพวกเขาไม่ชอบข้า
แม้ว่าขาของนางจะหัก ข้าก็จะไม่ยอมให้นางถูกพาเข้ามาใน
ตำหนักของข้า ใครจะรู้ว่าหลังจากผ่านไปหลายปี เด็กผู้หญิง
ที่น่ารักอย่างเจ้าก็จะปรากฏกายขึ้นมา ข้าพอใจจริง ๆ ” พระ
ชายาหยุนขำอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ยกมือขึ้นก่อนที่เฟิงหยูเองจะ
พูดอะไร “เจ้ารีบกลับ มีงานเลี้ยงที่ห้องโถงเฟยกุย มันจะ
สนุกอย่างแน่นอน ไปดูเร็ว”
เดิมทีเฟิงหยูเองคิดว่าพราชายาหยุนไม่อาจคาดเดาได้
เล็กน้อย ตอนนี้นางรู้สึกว่าปัญหานั้นปะทุขึ้น แต่นางไม่ได้คิด
มากเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักเพราะนางลุกขึ้นยืนและเดิน
ออกไป
หลังจากเฟิงหยูเองออกไป พราชายาหยุนหยิบลิ้นจี่ขึ้นมา
ในขณะที่ปอกเปลือก นางใช้หางตาของนางมองไปอีกทาง
จากนั้นก็หยักยิ้ม
เฟิงหยูเองออกจากห้องโถงจื่อเหว่ย จากนั้นก็ออกจากตำหนัก
ศศิเหมันต์กับหวงซวน เมื่อพวกเขากำลังจะไปถึงประตูก็มี
ชายคนหนึ่งมาหยุดอยู่ด้านหน้าของพวกเธา เขาสวมชุดเสื้อ
คลุมสีขาวซึ่งดูประณีต และสง่างาม
นางยิ้มแล้วก็วิ่งไป “พี่เจ็ด”
คนที่มาคือองค์ชายเจ็ด, ซวนเทียนฮั่ว ใครจะรู้ว่าเขากำลังคิด
อะไรอยู่ในขณะที่เขามองไม่เห็นเฟิงหยูเอง หลังจากที่นาง
เรียกเขา เขาก็หันกลับมาและหยุดเดิน เมื่อเห็นนาง เขาก็
เอ่ยว่า “อาเอง”
เฟิงหยูเองเห็นความกังวลบนใบหน้าของเขาทันที และนางก็
อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ พี่เจ็ด เกิดอะไรขึ้น ? ”
ซวนเทียนฮั่วอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขา
ไม่สามารถพูดได้ เขาได้แต่โบกมือและพูดว่า “ไม่มีอะไรเลย
ข้ามาพบเสด็จแม่ แล้วข้าจะไปงานเลี้ยงที่ห้องโถงเฟยกุย
เจ้าไปก่อน” หลังจากที่เขาพูดจบ เขาไม่ได้รอให้เฟิงหยูเอง
ถามอะไรก่อนที่จะเดินเข้าไปในตำหนัก
สิ่งนี้ทำให้แม้แต่หวงซวนก็ต้องใจหาย อารมณ์ขององค์ชาย
เจ็ดที่อบอุ่นอยู่เสมอ แต่ในวันนี้เกิดอะไรขึ้น !
เฟิงหยูเองไม่ได้พูดอะไรเลยเพราะนางออกจากตำหนักศศิ
เหมันต์ไปด้วยใบหน้าหดหู่ นางรู้ว่าซวนเทียนฮั่วรีบรุดมา
เพราะบางอย่างแน่นอน และมันก็เป็นสิ่งที่จัดการได้ยากมาก
หรืออย่างน้อยก็ทำให้เขารู้สึกลำบากใจ แต่นางไม่เข้าใจว่าสิ่ง
ใดที่ทำให้ซวนเทียนฮั่วรู้สึกเป็นทุกข์
ทั้งสองเดินไปตามทางห้องโถงเฟยกุย ระหว่างทางพวกเขา
จะพบกับบรรดาฮูหยินและคุณหนูซึ่งมามอบของกำนัลให้แต่
ละตำหนัก ทันใดนั้นเฟิงหยูเองถามว่า “ใช่แล้ว แม่ขององค์
ชายใหญ่คือใคร ? ”
หวงซวนบอกนางว่า “พระสนมกู่อาศัยอยู่ในตำหนักหยานฟู่”
ขณะที่นางพูดสิ่งนี้นางก็ยื่นมือออกมา และชี้ไปที่ถนน
“ตำหนักหยานฟู่อยู่ทางนั้นเจ้าค่ะ”
ขณะที่นางพูดมีคนไม่กี่คนที่มาจากเส้นทางนั้นหวงซวนก็
กระซิบบอกว่า “พวกเขาทั้งหมดมามอบของกำนัล ตอนนี้
องค์ชายกำลังเป็นที่โปรดปราน จำนวนผู้คนที่มามอบส่งของ
กำนัลไปยังตำหนักหยานฟู่นั้นไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว ผู้คนเก่งในการสังเกต
ทิศทางลมและทำตามนั้น” นางพูดอย่างนี้ และมองไปใน
ทิศทางของเส้นทางเล็ก ๆ นั้น นางเห็นว่ามีคนสองคนอยู่
ข้างหลังกลุ่มที่หวงซวนชี้ให้เห็น เมื่อนางเพ่งมองนางก็จำได้
ทันทีว่า “ดูคนที่เดินอยู่ด้านหลัง นั่นใช่เฟิงเฉินหยูหรือไม่ ? ”