Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 286 คนที่ประจบประแจงโดยไม่มีเหตุผลมักจะซ่อน
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 286 คนที่ประจบประแจงโดยไม่มีเหตุผลมักจะซ่อน
ความชั่วร้ายเอาไว้
“พระองค์ควรกลับไปนั่งที่ของพระองค์ได้แล้วเพคะ” เฟิงหยู
เองถอนสายตาของนาง และพูดกับหลี่คุนเบา ๆ “อาเองทำ
ให้พระองค์สบายใจแล้ว และหม่อมฉันเห็นว่าพระองค์ควร
กลับไปยังที่นั่งของตนเอง”
ใบหน้าของหลี่คุนยังเป็นสีแดงจากสิ่งที่ซวนเทียนเก้อพูด
และใช้โอกาสที่เฟิงหยูเองพูดแบบนั้นรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ซวนเทียนเก้ออยากจะเล่นตลกกับเฟิงหยูเองสักพักหนึ่ง แต่
การร้องเพลงและการร่ายรำก็หยุดลง และทันใดนั้นนางรำก็
จากไป จากนั้นพวกเขาได้ยินเสียงขันทีจางหยวนประกาศ
จากฝ่ายฮ่องเต้ “ราชทูตจากเฉียนโจวเข้าเฝ้า ! ”
ราชทูตจากเฉียนโจว!
หลังจากที่ประกาศ ไม่เพียงแต่เฟิงหยูเองขมวดคิ้ว ซวนเทียน
เก้อก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
“ในสี่อาณาจักรที่มีพรมแดนติดกับราชวงศ์ต้าชุน เฉียนโจว
เป็นอาณาจักรที่ไม่สงบมากที่สุด พวกเขาก่อการร้ายที่
ชายแดน และเสด็จลุงก็ทรงกังวลกับสิ่งที่พวกเขาทำ” นาง
เอนตัวใกล้เฟิงหยูเองและพูดเบา ๆ “คราวนี้ที่พ่อของเจ้าไป
ทางเหนือเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ ข้าสงสัยว่าเขาพูดเรื่องการก่อ
การร้ายของเฉียนโจวหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า “เจ้ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ เราไม่ค่อยพูดถึง
เท่าไหร่”
ซวนเทียนเก้อพยักหน้า และไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
ในเวลานี้ราชทูตจากเฉียนโจวยังคงอยู่นอกห้องโถงเฟ่ยซุย
อย่างที่ซวนเทียนหมิงเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้คนที่มาหา
ราชวงศ์ต้าชุนในครั้งนี้คือองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงน้อย
องค์หญิงน้อยเป็นคนที่เกเร ในขณะที่เดินเข้าไปนางเชิดหน้า
และมองคนที่อยู่รอบข้างอย่างใกล้ชิด บางครั้งนางอาจจะ
กลอกตาเมื่อมองเห็นคุณหนูบางคน และนี่ก็น่ารำคาญจริงๆ
สำหรับองค์หญิงใหญ่ นางเป็นคนสง่างามและหนักแน่น
เมื่อคำนวณอายุของนาง นางอายุมากกว่า 30 ปี แต่นาง
ดูแลผิวพรรณได้ค่อนข้างดี ดังนั้นนางจึงมีดูอ่อนกว่าวัย
อาณาจักรทางเหนือมีลมแรงและดินแข็ง ผู้คนจากภูมิภาค
นั้นจะมีความแข็งแกร่งและสูงกว่าคนจากภาคกลางเล็กน้อย
แต่องค์หญิงใหญ่ผู้นี้มีผิวขาวและร่างกายที่สมส่วน นางเป็น
สมาชิกของราชวงศ์อย่างแท้จริง ใบหน้าของนางงดงามจนดู
ไม่เหมือนโดนลมและหิมะ
ซวนเทียนเก้อโน้มตัวใกล้เฟิงหยูเองและกล่าวเบา ๆ ว่า
“ครอบครัวของฮ่องเต้เฉียนโจวใช้แซ่ฟุง ฮ่องเต้ปัจจุบันของ
พวกเขาขึ้นครองบัลลังก์เมื่ออายุ 17 ปี และตอนนี้พระองค์
เพิ่งอายุ 23 ปี องค์หญิงใหญ่นี้เป็นพระเชษภคินีของ
พระองค์ ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้องค์ก่อนหน้าไม่ได้ดูแล
พระโอรสคนนี้อย่างดี และมันเป็นแผนการลับขององค์หญิง
ใหญ่ที่ทำให้พระองค์ได้ขึ้นครองบัลลังก์ นางแต่งงานแล้ว น่า
เสียดายที่พระสวามีของนางเสียชีวิตเร็วแต่ก็ทิ้งพระธิดาไว้
องค์ชายแห่งเฉียนโจวทรงเคารพพระเชษภคินีผู้นี้มาก พวก
เขาตามใจพระนัดดาผู้นี้มาก”
ซวนเทียนเก้อเป็นเหมือนผู้บรรยายอัตโนมัติ ในขณะที่
องค์หญิงทั้งสองเดินไปที่ที่นั่ง นางได้บอกนางอย่างคร่าว ๆ
เกี่ยวกับความเป็นมาของราชวงศ์เฉียนโจว เฟิงหยูเองพบว่า
มันมีประโยชน์มาก
“คังอี้นำรุ่ยเจียมาคารวะฮ่องเต้ของราชวงศ์ต้าชุน เราหวังว่า
พระองค์จะมีชีวิตยืนยาว ทรงพระเจริญเพคะ เราหวังว่า
ราษฎรของราชวงศ์ต้าชุนจะประสบความสำเร็จและ
เพลิดเพลินไปกับการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์” ขณะที่นางพูด
สิ่งนี้ องค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวคุกเข่าพร้อมกับบุตรสาว
เพื่อคำนับ ข้างหลังนางมีกลุ่มบ่าวรับใช้คุกเข่า
ฮ่องเต้ใจดีมากในการปฏิบัติต่อสตรีในขณะที่เขาหัวเราะ และ
พูดว่า “องค์หญิงต้องลำบากลำบนจากการเดินทางไกล รีบ
ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะ” องค์หญิงใหญ่คังอี้ไม่พูดด้วยเสียง
อ่อนโยนราว
เฟิงหยูเองเริ่มคิด สามารถในการช่วยน้องชายขึ้นไปบน
บัลลังก์ นี่เป็นหญิงในตำนาน
พอนางลุกขึ้นยืน พวกเขาเห็นองค์หญิงใหญ่หันไปทางด้าน
ข้าง และคำนับข้าราชสำนักของราชวงศ์ต้าชุนแล้วพูดว่า
“คังยี่คารวะขุนนางทุกท่าน ความสำเร็จของราชวงศ์ต้าชุนไม่
สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามของพวกท่าน คังอี้
ชื่นชมพวกท่านอย่างมาก”
ถ้าองค์หญิงพูดเช่นนี้ ข้าราชสำนักก็ต้องยืนขึ้นและคำนับ
กลับโดยพูดว่า “องค์หญิงพูดเกินจริงพะยะค่ะ”
องค์หญิงใหญ่ไม่ได้อวดอ้างนานเกินไป ขณะที่นางหันไปทาง
ฮูหยินและคุณหนูด้วยรอยยิ้มที่สง่างาม และโค้งคำนับ
เล็กน้อย “คารวะท่านฮูหยินและคุณหนู”
ทุกคนรีบคำนับอย่างรวดเร็ว ชั่วครู่หนึ่งความประทับใจของ
ทุกคนที่มีต่อองค์หญิงคังยี่นั้นมากขึ้น อย่างไรก็ตามซวน
เทียนเก้อไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นจริง เฟิงหยูเองได้ยินนางพูด
พึมพำกับตัวเอง “คนที่ประจบประแจงโดยไม่มีเหตุผลมักจะ
ซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้”
เหรินซีเฟิงรีบเตือนว่า “เจ้า ! เจ้ากำลังโมโหอะไรอยู่
พระองค์เป็นคนสุภาพมาก นี่เป็นสิ่งที่ดี แต่ทำไมเจ้าถึงพูด
เช่นนี้ล่ะ ? ”
ซวนเทียนเก้อวางเดิมพันกับนาง “ข้าเดิมพัน 500 เหรียญ
เงิน ที่องค์หญิงคังยี่มาราชวงศ์ต้าชุนนี้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์”
“ได้” เหรินซีเฟิงมีความประทับใจที่ดีต่อองค์หญิงใหญ่และ
พยักหน้า “เดิมพันเท่ากัน”
เฟิงเทียนหยูได้ยินการพนันนี้ นางส่ายหน้า “ซีเฟิง เจ้ากำลัง
จะแพ้จริง ๆ ”
เหรินซีเฟิงสับสน “ทำไมเจ้าพูดอย่างนั้น?”
เฟิงเทียนหยูตอบว่า “เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่เคย
ได้ยินว่าท่านพ่อพูดอะไรดีเกี่ยวกับชายแดนทางเหนือ ทุกครั้ง
ที่เฉียนโจวมาร่วมงานเลี้ยง เขาก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้อง
กังวล เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงใน
พระราชวังเมื่อสามปีที่แล้ว?”
เหรินซีเฟิงตัวแข็งทื่อและสีหน้าของนางก็ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เฟิงหยูเองเห็นว่านางดูเหมือนจะเสียใจ นางถามอย่างสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว ? ”
เป่ยฟู่หรงอธิบายให้นางฟัง “ในเวลานั้น ไม่กี่เดือนหลังจาก
เจ้าออกจากเมืองหลวง ในปีนั้นราชฑูตมาร่วมงานตามปกติ
ก่อนที่จะเข้ามาในพระราชวัง เขาพักอยู่ในศูนย์เปลี่ยนม้า 1
คืน อย่างไรก็ตามในคืนนั้นเองที่ศูนย์เปลี่ยนม้าถูกไฟไหม้ ไฟ
ขนาดใหญ่เผาของกำนัลทั้งหมดที่เฉียนโจวนำมา ซึ่งมีผ้าไหม
ตำหนักจันทรา 4 พับ นี่คือสิ่งที่ทำให้คนทุกข์ใจอย่างมาก ไม่
เพียงแต่ของกำนัลที่ถูกเผาไหม้เท่านั้น แม้แต่ผู้ร่วมงาน 2
คนจากเฉียนโจวก็ตายไปกองไฟ ราชทูตล้มป่วยลงด้วยความ
กลัว ไม่มีสิ่งใดที่องค์ฮ่องเต้ทำได้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นบน
แผ่นดินของราชวงศ์ต้าชุนและในเมืองหลวง เพื่อเป็นการ
ปลอบใจเฉียนโจว หลายสิ่งถูกส่งกลับพร้อมราชทูต“
ซวนเทียนเก้อพยักหน้า “ใช่หลังจากสามปีนี่เป็นครั้งแรก ข้า
จะรอดูว่าพวกเขานำอะไรมาบ้างหลังจากเก็บออมเป็นเวลา 3
ปี”
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน องค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวรับ
รายการของกำนัลจากบ่าวรับใช้ จากนนั้นกล่าวกับฮ่องเต้ว่า
“เฉียนโจวปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะตลอดทั้งปี ไม่สามารถ
เปรียบเทียบได้กับดินที่อุดมสมบูรณ์ของราชวงศ์ต้าชุน และ
ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับดินแดนของซงซุย นั่นเป็น
เหตุผลว่าทำไมปริมาณของกำนัลจึงน้อยกว่า กระหม่อมหวัง
ว่าฝ่าบาทจะไม่รังเกียจเพคะ”
เมื่อนางพูดเสียงของนางหนักแน่นมาก มันไม่ใช่ประจบและ
มันก็ไม่สุภาพเกินไป มันสงบมากราวกับว่านางกำลังพูดถึง
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
พูดตามตรงนอกเหนือจากผ้าไหมตำหนักจันทรา 4 พับ
รายการของกำนัลที่เหลือก็ไม่ได้น่าสนใจมากนัก เมื่อเทียบ
กับซงซุยมันแย่กว่ามาก แต่ฮ่องเต้เข้าใจสิ่งที่องค์หญิงคังอี้
กล่าว ภาคเหนือไม่สามารถเปรียบเทียบกับภาคตะวันออกได้
เพราะหิมะตกตลอดทั้งปีในเฉียนโจว มันยากที่จะปลูกพืช
ดังนั้นจะมีหลายสิ่งหลายอย่างได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นเป็น
ผู้หญิงที่มาเดินทางมา รวมถึงนางเป็นคนที่เอาใจใส่และ
สุภาพ เขาจะว่านางอย่างไร?
เขาเผยรอยยิ้ม “ไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นก็ดีแล้ว
ความสามารถในการผลิตสิ่งนี้ช่างโดดเด่นอย่างแท้จริง”
เมื่อเขาพูดอย่างนี้องค์หญิงหรู่เจียที่เงียบและยืนอยู่ข้าง ๆ
คังยี่ จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านแม่ดูสิ ข้าบอกท่านแม่แล้วว่า
ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าชุนจะไม่โต้เถียงในเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้!
ข้าบอกให้ท่านแม่ทิ้งผ้าไหมตำหนักจันทราไว้ให้จุนเอ๋อ แต่
ท่านแม่ก็ไม่ทำตามที่ข้าบอก”
“โอ้ อย่างนั้นหรือ ? ” ฮ่องเต้หัวเราะเบาๆ และมองดูองค์
หญิงรุ่ยเจียแล้วถามว่า “เจ้าอยากได้ผ้าไหมตำหนักจันทรา
เช่นนั้นหรือ ? ”
รุ่ยเจียพยักหน้า “ใช่แล้ว ! ผ้าไหมนั้นเป็นของหายากมาก ผ้า
พับนี้ถูกทอขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ในที่สุดก็จะต้องถูกส่ง
มายังราชวงศ์ต้าชุน พวกเราเองไม่เคยสวมเสื้อผ้าที่ทำจาก
ผ้าไหมนี้เลย”
ใบหน้าของคังยี่เต็มไปด้วยความโกรธ ขณะที่นางดุรุ่ยเจีย
“เจ้าพูดเรื่องอะไร ? หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้ ! ” จากนั้นนางก็
โค้งคำนับฮ่องเต้ “เด็กสาวคนนี้ซนและดื้อรั้น มันเป็น
ความผิดของคังยี่ที่เลี้ยงดูนางมาแบบตามใจ พระองค์อย่า
ตำหนินางเลยเพคะ”
“อ่า ! ” ฮ่องเต้โบกมือของเขา “เด็กน้อยมีความรู้สึกไวเป็น
เรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงนาง อย่างที่เราเห็นรุ่ยเจียนั้น
พูดตรงไปตรงมามาก เจ้าต้องการผ้าไหม ดี ! จากนั้นเราจะ
มอบให้เจ้า 1 พับ ! ไม่สิ 2 พับ ! ”
“จริงหรือเพคะ ? ” ดวงตาของรุ่ยเจียเป็นประกาย
ฮ่องเต้พยักหน้า “ฮ่องเต้ตรัสแล้วไม่คืนคำ”
“ดีมากเลยเพค่ะ ! ” รุ่ยเจียเริ่มกระโดด “เสด็จแม่ ฮ่องเต้
ของราชวงศ์ต้าชุนใจดีเพียงใด พระองค์ใจดีกว่าเสด็จลุง ! ”
เขาเป็นคนง่ายเกินไป แม้แต่เฟิงหยูเองก็รู้สึกว่าฮ่องเต้นั้นใจ
อ่อนเกินไปเมื่อเผชิญหน้ากับองค์หญิงสองพระองค์นี้ แม้ว่า
มันจะเป็นเพียงผ้าไหมตำหนักจันทรา 2 พับ แต่ก็ต้องรู้ว่านี่
ไม่ใช่ของกำนัลปกติ
นางมองไปที่ด้านข้างของฮองเฮา และเห็นว่าพระสนมของ
ฮ่องเต้ทุกคนมีสีหน้าขมขื่น ความไม่เต็มใจและอิจฉาของพวก
เขาถูกเขียนไปทั่วใบหน้า
“เกิดอะไรขึ้นกับฮ่องเต้ ? ” นางมองไปที่ซวนเทียนเก้อ “ข้า
รู้สึกว่าพระองค์พยายามระงับอารมณ์อยู่”
“ฮะ” นางได้ยินเสียงซวนเทียนเก้อถอนหายใจ “ก่อนหน้านี้
ข้ามีเสด็จป้า นางเป็นองค์หญิงใหญ่ของราชวงศ์ต้าชุน นี่คือ
สิ่งที่เสด็จพ่อของข้านำขึ้นมา เพราะตอนนั้นข้ายังเด็กเกินไป
อายุแค่ 3 ขวบ ข้าจำไม่ได้ว่าเสด็จป้าของข้าเป็นอย่างไร แต่
เสด็จพ่อบอกว่าเสด็จป้าของข้าเป็นพระเชษภคินีของเขาและ
เสด็จลุง และนางก็คอยดูแลทั้งสองตั้งแต่อายุยังน้อย เสด็จปู่
ก็ยุ่งมาก ดังนั้นเสด็จป้าจึงเป็นคนดูแลพวกเขา แต่ต่อมา
เสด็จป้าแต่งงานกับคนผู้หนึ่ง และเสด็จปู่ไม่เห็นด้วย ดังนั้น
เสด็จปู่จึงสั่งให้คนไปทำร้ายเขา แต่เสด็จป้าก็ยังต้องการ
แต่งงานกับคนผู้นั้น ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่เสด็จปู่ทำได้ เสด็จปู่
จึงลดบรรดาศักดิ์เสด็จป้าให้เป็นคนสามัญเพื่อให้นาง
แต่งงานกับคนผู้นั้น แต่หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกันแต่
เพราะคนนั้นถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเกินไป สามเดือนต่อมา
เขาก็สิ้นใจ เสด็จป้าตรอมใจมากหลังจากนั้นหนึ่งปีป้าก็
เสียชีวิต สำหรับองค์หญิงใหญ่จากเฉียนโจวผู้นี้ พระองค์เห็น
ได้ชัดว่ามีเรื่องราวคล้ายกันกับเสด็จป้าและสามีของนาง เมื่อ
นึกถึงเรื่องนี้ เสด็จลุงต้องนึกถึงเสด็จป้าเมื่อพระองค์เห็นองค์
หญิงใหญ่”
เฟิงหยูเองมองที่องค์หญิงใหญ่อีกครั้ง ในตอนแรกนางมอง
การเดิมพันระหว่างซวนเทียนเก้อและเหรินซีเฟิงว่าเป็นเรื่อง
ตลกขบขัน แต่ตอนนี้เมื่อนางได้ยินเรื่องนี้นางเชื่อมั่นว่าเหริน
ซีเฟิงจะแพ้แน่นอน
การมีองค์หญิงที่มีเรื่องราวคล้ายกันกับองค์หญิงใหญ่ของ
ราชวงศ์ต้าชุนมาเป็นราชทูตของราชวงศ์ต้าชุน นางไม่เชื่อว่า
มันเป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อมองดูว่าฮ่องเต้มององค์หญิงที่
อาวุโสที่สุดด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อนจากนั้นก็ให้ผ้าไหม
ตำหนักจันทรา 2 พับ เฉียนโจวจัดฉากเรื่องนี้ได้ดีมาก
“แต่ข้าไม่รู้ว่านางจะทำอะไร” นางมองไปที่ซวนเทียนเก้อ
“ลองเดาดู ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด และนางซ่อนความชั่วร้าย
นางพยายามจะทำอะไร?”
ซวนเทียนเก้อไตร่ตรองมานาน และได้แต่ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้
อาเองเจ้ารู้ไหมว่าข้าไม่เก่งในเรื่องเหล่านี้ แล้วเจ้าล่ะคิดว่า
ยังไง”
ทันใดนั้นนางก็เริ่มยิ้ม “ข้าเดาว่ามีโอกาสเกี่ยวข้องกับ
ครอบครัวของข้า”
แน่นอนว่าองค์หญิงน้อยซึ่งได้รับผ้าไหมตำหนักจันทรามี
ความสุขมาก จากนั้นองค์หญิงคังยี่ก็พูดว่า “การมาที่
ราชวงศ์ต้าชุนในครั้งนี้ คังอี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้
ด้วย หม่อมฉันต้องขอบคุณขุนนางคนหนึ่งของราชวงศ์ต้าชุน
สำหรับความเมตตาของเขา”
“โอ้ ? ” ฮ่องเต้ถามนางว่า “ใครหรือ?”
คังยี่ตอบว่า “ท่านเสนาบดีของราชวงศ์ต้าชุน, เฟิงจินหยวน,
ใต้เท้าเฟิง”
เฟิงหยูเองยักไหล่ ตามที่นางคิดไว้ !