Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 285 จิตใจที่ล่มสลาย
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 285 จิตใจที่ล่มสลาย
เฟิงหยูเองยืนอยู่ที่ด้านหน้าของห้องโถงและยอมรับการ
คำนับจากแม่ทัพทุกคน นางเชิดคางเล็ก ๆ ของนางขึ้น
มาแล้วดูที่ซวนเทียนหมิงด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่านางจะ
แสดงออกมาและซวนเทียนหมิงให้ความร่วมมือกับนาง ยก
นิ้วให้นางพูดอย่างเงียบ ๆ “ชายายอดเยี่ยมมาก ! ”
ในการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะยกเลิกการแต่งงานเพื่อ
กราชับความสัมพันธ์ขององค์ชายเจ็ดเท่านั้น สถานะของ
ราชวงศ์ต้าชุนก็ดีขึ้นเช่นกัน ภาพลักษณ์ของเฟิงหยูเองดีขึ้น
อีกครั้งหลังจากที่นางยิงลูกธนูสามดอก
เมื่อทุกคนนั่งลงอีกครั้งงานเลี้ยงปีใหม่ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็น
ทางการ
ในขณะที่มันเป็นงานเลี้ยงขนาดใหญ่ เสียงของกลอง และ
ดนตรีก็ดังมาก นางรำสวมเสื้อผ้าที่มีสีสันร่ายรำเบา ๆ และ
แขนเสื้อที่ยาวของพวกเขาจะลอยผ่านใบหน้าของผู้คนเป็น
ครั้งคราวทำให้เกิดกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
เฟิงหยูเองกลับไปที่ที่นั่งของนางและเฟิงเซียงหรูมองหน้า
นางด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ในสายตาของนาง พี่รองนี้เป็นพระ
เจ้า ก่อนหน้านี้นางกระโดดตัวลอย จะดีแค่ไหนถ้าวันหนึ่ง
นางสามารถเป็นเหมือนพี่รองของนาง
นางจับหน้าของเฟิงเซียงหรูแล้วพูดพร้อมกับยิ้มว่า “ทำไม
เจ้ามองข้าแบบนี้ ? เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ ? ”
เฟิงเซียงหรูเป็นคนซื่อและนางพยักหน้า “ข้าจำท่านไม่ได้จริง
ๆ พี่รอง ในเวลาสามปีที่ผ่านมาท่านประสบความสำเร็จ
มากมาย เซียงหรู… เซียงหรู…”
นางพูดซ้ำพักหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อได้เลย ทำอะไร
ไม่ถูก เฟิงหยูเองกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องอิจฉาคนอื่นเพราะมี
คนมากมายที่อิจฉาเจ้า ถ้าเป็นไปได้ข้าหวังจะเป็นเหมือนเจ้า
และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และมีความสุขในคฤหาสน์ขนาด
ใหญ่”
เฟิงเซียงหรูยิ้มอย่างขมขื่น “ถ้าหากมีชีวิตที่สงบสุขและร่าเริง
จริง ๆ ข้าคงไม่ต้องอิจฉาท่านพี่”
นางพูดไม่ออก ถูกต้อง หากเป็นไปได้อย่างแท้จริงนางเลือกที่
จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและร่าเริง นางไม่อยากอยู่ท่ามกลาง
มรสุม
เมื่อเฟิงหยูเองกลับมา บรรดาฮูหยินและคุณหนูต่างพากันรุม
ล้อมรอบนางอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพวกเขาได้ชื่นชมพลัง
มหัศจรรย์ของนางซ้ำ ๆ คุณหนูบางคนถึงขั้นผลักเฟิงเซียง
หรูออกไปให้พ้นทางและเริ่มแนะนำตัวเอง ทุกคนต้องการ
พัฒนาความสัมพันธ์กับเฟิงหยูเอง เมื่อฮ่องเต้ได้ทำให้ทุกคน
ประจักษ์ว่าเขากำลังปกป้ององค์ชายเก้าอีกครั้ง แต่มันคือ
เฟิงหยูเองที่สามารถทำลายอาวุธแร่เหล็กที่จะต้องเผชิญกับ
ราชวงศ์ต้าชุน และนางก็ตกลงที่จะช่วยราชวงศ์ต้าชุนในการ
ผลิตอาวุธที่ทำจากเหล็กซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดที่นางทำได้
นั่นก็ไม่ได้พูดถึงเลยว่านางยังคงมีองค์ชายเก้าและเสนาบดี
เป็นภูเขาที่ต้องพึ่งพา แม้ว่านางจะไม่ได้มีพวกเขาใน
ราชวงศ์ต้าชุน ใครกล้าที่จะลงมือกับนางในตอนนี้ ?
เฟิงหยูเองรู้ว่าการถูกล้อมรอบเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
และนางก็ไม่ปฏิเสธ นางยิ้ม นางพูดคุยกับพวกเขาและเป็น
กันเอง ไม่ได้วางท่าเป็นองค์หญิงแห่งมณฑล ดังนั้นบรรดาฮู
หยินและคุณหนูที่เคยด่านางจึงค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดของ
พวกเขาและหันกลับมาชื่นชมเฟิงหยูเองอีกครั้ง
ในเวลานี้การร่ายรำได้สิ้นสุดลง ในที่สุดซวนเทียนเก้อและ
สหายก็ปรากฏตัวขึ้น และบรรดาฮูหยินกับคุณหนูต่าง ๆ แยก
ย้ายกันออกไป เมื่อพวกเขาแยกย้ายกันไป เฟิงหยูเองก็รู้สึก
ว่าอากาศสดชื่นขึ้นเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจ
สักครู่แล้วจ้องมองกลุ่มที่มีการตำหนิว่า “ทำไมพวกเจ้าเพิ่ง
มากันตอนนี้ ? ”
ซวนเทียนเก้อนั่งลงข้าง ๆ นางอย่างกล้าหาญและพูดว่า
“เราจำเป็นต้องให้โอกาสคนอื่น ! อาเองของเราเป็นคนดัง
จะดีขึ้นหรือแย่ลงเราต้องให้พวกเขาได้ใกล้ชิดคนเก่งเช่นเจ้า”
เป่ยฟู่หรงพยักหน้าซ้ำ ๆ “ ใช่แล้ว” นางพูดอย่างนี้และยื่น
มือไปแตะแขนของเฟิงหยูเอง “ข้าจะได้แตะตัวคนเก่งด้วย”
นางหัวเราะอย่างไร้ประโยชน์ “อย่าเป็นตามพวกเขาเลย คน
เก่งอะไรกัน ข้าพอจะจำเรื่องแร่เหล็กได้และสามารถใช้
ประโยชน์จากความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ของข้า นั่นคือ
ทั้งหมดที่ข้ารู้”
เหรินซีเฟิงดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วพูดกับเฟิงหยูเองด้วยน้ำเสียง
จริงจัง “ถ้าเจ้าเกิดมาก่อนหน้านี้ เจ้าจะต้องผลิตอาวุธชั้นดี
สำหรับราชวงศ์ต้าชุนเมื่อนานมาแล้ว และท่านพ่อของข้าจะ
ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสนามรบ อาเอง องค์ชายหยูก็เป็น
แม่ทัพด้วยเช่นกัน หากเจ้ามีความสามารถนี้ ข้ามีความสุข
มากจริง ๆ สิ่งนี้จะไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้กับทหารนับพัน
แต่สำหรับตัวเจ้าเอง มันจะเป็นเกราะป้องกันตลอดไป”
“ใช่ ! ” เฟิงเทียนหยูยังกล่าวอีกว่า “ตอนนี้ข้าสังเกตเห็นท่าที
ของฝ่าบาท ตอนนี้ฝ่าบาทคิดว่าเจ้ามีความรู้มากกว่าแต่ก่อน
หากสิ่งนี้เป็นไปด้วยดีเจ้าจะเป็นผู้มีพระคุณแห่งราชวงศ์ต้า
ชุนอย่างแท้จริง แต่…” นางโน้มตัวไปข้างหน้า และลดเสียง
ของนาง “พ่อของข้าบอกให้ข้าบอกเจ้า ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าจะ
ตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม เหตุผลที่ซงซุยต้องการใช้
อาวุธแร่เหล็กเป็นการเจรจาต่อรองสำหรับการแต่งงาน
กราชับสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์ต้าชุนคือการทำให้อาณาจักร
อื่น ๆ มุ่งมาที่ราชวงศ์ต้าชุน ซงซุยซ่อนความลับในเรื่อง
วิธีการผลิตอาวุธเหล็กที่ซงซุยมาเป็นเวลา 100 ปีโดยได้รับ
ความคุ้มครองจากราชวงศ์ต้าชุน นี่เป็นส่วนที่ดี อาวุธเหล็ก
กลายเป็นสิ่งล้าสมัย แต่ตอนนี้พวกเขาเหล่านี้จะหันมาสนใจ
เจ้า เจ้าจะต้องระวังตัวมากขึ้น”
เฟิงหยูเองเข้าใจกฎนี้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้น
โดยฉับพลัน นอกจากวิธีนี้ไม่มีอะไรที่นางจะทำได้ จะให้นาง
เฝ้ามองดูซวนเทียนฮั่วแต่งงานเพื่อกราชับสัมพันธไมตรีงั้น
หรือ ? นางไม่สามารถทำมันได้
“ข้าจะต้องระวังอย่างแน่นอน” เฟิงหยูเองสัญญากับพวกเขา
อย่างเคร่งขรึม “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตเลย”
ทุกคนพยักหน้าแล้วเริ่มพูดถึงสิ่งที่ผู้หญิงจะพูดถึง แต่ก่อนที่
พวกเขาจะคุยกันได้นาน เฟิงเซียงหรูก็ดึงแขนเสื้อเฟิงหยูเอง
นางพูดด้วยความกังวลเล็กน้อย “พี่ใหญ่และน้องสี่หายไป
นานมาก ยังไม่กลับมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ ยิ่งกว่านั้นแม้ว่าจะมีบางอย่าง
เกิดขึ้นมันเป็นปัญหาที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง เซียงหรูสนุก
กับการร้องเพลงและร่ายรำ อย่าสนใจพวกเขาเลย”
เฟิงเซียงหรูเลิก “โอ้” จากนั้นหันไปดูการแสดงและการร่าย
รำ เมื่อนางหันหลังกลับนางเห็นคนถือจอกสุรา 1 จอกแล้ว
เดินเข้าหาพวกเขา มันเป็นองค์ชายสี่ของซงซุย, หลี่คุน
ซวนเทียนเก้อกลอกตาของนางแล้วพูดว่า “เขามาที่นี่เพื่อ
อะไร ? ”
เหรินซีเฟิงยิ้มเยาะ “สิ่งที่ครอบครัวของเขาครอบครองมา
กว่าร้อยปีก็กลายเป็นโลหะที่ไร้ค่า บางทีองค์ชายสี่จะพบว่า
เป็นการยากที่จะอธิบายผู้ปกครองอาณาจักรของเขา ! ”
นางพูดถูก ในขณะนี้ใจของหลี่คุนกำลังจะล่มสลาย
กรรมวิธีหลอมแร่เหล็กได้กลายเป็นศิลปะลับที่สืบทอดกันมา
หลายชั่วอายุคนในซงซุย มีเพียงผู้ปกครองของอาณาจักร
เท่านั้นที่รู้ เดิมทีพวกเขาต้องการใช้สิ่งนี้เพื่อพัฒนา
ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ต้าชุน ใครจะคิดว่าไม่เพียงแต่พวก
เขาจะล้มเหลวในการพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขา
สมบัติของชาติก็พังทลาย ผู้ที่ทำลายสมบัติเป็นเด็กสาวที่ดู
อายุ 12 หรือ 13 ปี เขากลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อเขาเมื่อเขา
กลับไปที่ซงซุย
หลี่คุนเดินไปหาเฟิงหยูเอง มือทั้งสองถือจอกสุรา เขายกย่อง
นาง “องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อัน”
เฟิงหยูเองยืนขึ้น และทักทายกลับ “องค์ชาย”
“ข้าไม่กล้า” หลี่คุนโบกมือของเขาซ้ำ ๆ “องค์ชายที่ต่ำต้อย
คนนี้ไม่กล้ารับการคารวะจากองค์หญิงแห่งมณฑล”
เฟิงหยูเองมองเขาด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร เรื่องราวของอดีตก็
ให้อยู่ในอดีต ตอนนี้องค์ชายสามารถมาคุยกับอาเองได้แล้ว
ด้วยเหตุผลส่วนตัว เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว พระองค์โปรด
นั่งเถิด”
หลี่คุนไม่คิดว่าหญิงสาวผู้กล้าหาญที่เคยทดสอบอาวุธก่อน
หน้านี้จะกลายเป็นเด็กสาวที่ฉลาดและสวยงามในทันที แต่
เดิมเขาคิดว่านางจะเย็นชากับเขา ดังนั้นเขาจึงเตรียมพร้อม
ที่จะหันหลังกลับ แต่เฟิงหยูเองกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใน
อดีต และกล่าวว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว
ชั่วขณะหนึ่งหลี่คุนไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงและกำลังจะสูญเสีย
ในขณะที่เขายกหัวของเขาขึ้นมาแล้วดื่มสุราในจอกของเขา
เฟิงหยูเองมองมาที่เขา และรู้ว่าองค์ชายจากซงซุยคนนี้เป็น
คนที่หัวแข็ง แม้ว่าเขาจะหยิ่งในตอนแรก เพราะเขามีอาวุธ
แร่เหล็ก หลังจากที่ดาบแร่เหล็กถูกฟันแยกออกเป็นสองส่วน
นอกเหนือจากอาการตกใจครั้งแรกและการรับรู้ถึงการ
สูญเสียของเขา เขาไม่แสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป เขา
ไม่ได้รู้สึกแค้นเคืองเช่นคนอื่นที่จะเป็นในสถานการณ์เช่นนี้
เรื่องนี้ทำให้เฟิงหยูเองมองเขาในแง่ดียิ่งขึ้น นี่คือเหตุผลที่
เฟิงหยูเองยินดีที่จะเชิญเขามานั่ง
เขาวางจอกสุราลงและมองเด็กหญิงที่พูดคุยกับเขาอย่างไม่
เห็นแก่ตัวโดยทำให้หลี่คุนรู้สึกปล่อยวางได้ ดังนั้นเขาหัวเราะ
อย่างเต็มที่และนั่งในที่นั่งแทนที่เฟิงเซียงหรู
“ขอบคุณองค์หญิงแห่งมณฑลพะยะค่ะ”
“ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” นางกำนัลมาเติมสุราใส่จอกของหลี่
คุน และเฟิงหยูเองกล่าวว่า “อาเองยังเด็ก ก่อนหน้านี้อาจจะ
ทำอะไรหุนหันพลันแล่นไป ทำให้พระองค์เสียหน้า ข้าหวังว่า
พระองค์จะสามารถให้อภัยสิ่งนี้ได้”
“อ๊ะ ! ” หลี่คุนโบกมือ “พ่ายแพ้ก็คือพ่ายแพ้ ข้าไม่ใช่คนที่จะ
เถียงเรื่องนี้ ยิ่งกว่านั้นสำหรับวัตถุที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าแร่เหล็ก
ของซงซุยของข้าปรากฏขึ้นมาในโลกนี้ สามารถพิจารณาได้
ว่าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ของซงซุย ไม่อาจซ่อนมันได้จาก
องค์หญิงแห่งมณฑล แต่ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาหน่วยสอด
แนมและผู้เชี่ยวชาญถูกส่งไปหาซงซุยทุกปีเพื่อหาวิธีในการ
ผลิตอาวุธแร่เหล็ก ผู้ปกครองของซงซุยถูกแทนที่บ่อยครั้ง
เนื่องจากมีผู้ปกครอง 3 คนที่ถูกลักพาตัว และถูกลอบสังหาร
มานานกว่า 40 ปี ตอนนี้องค์หญิงแห่งมณฑลมีกรรมวิธีใน
การหลอมเหล็ก องค์ชายผู้นี้อยากเตือนองค์หญิงแห่งมณฑล
ให้กระทำด้วยความระมัดระวัง”
“ขอบพระทัยสำหรับความห่วงใยของพระองค์” เฟิงหยูเอง
พยักหน้าและยิ้ม นางเห็นได้ว่าหลี่คุนยังมีบางสิ่งที่จะพูดแต่ก็
ลังเลเล็กน้อย ดังนั้นนางจึงริเริ่มที่จะถามว่า “ฝ่าบาทเป็นห่วง
หรือไม่ที่ข้าจะเปิดเผยวิธีการหลอมเหล็ก”
หลี่คุนรู้สึกเขินอายและพยักหน้าเล็กน้อย “องค์หญิงแห่ง
มณฑลฉลาดมาก และถูกต้องแน่นอน เนื่องจากวิธีการหลอม
เหล็กทำให้อาณาจักรเล็ก ๆ หลายแห่งพยายามขโมยแต่
ล้มเหลว หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่พอใจเรา ตอนนี้แร่เหล็ก
ไม่ได้เป็นวัสดุที่ดีที่สุดอีกต่อไป องค์ชายผู้ต่ำต้อยกลัวอย่าง
แท้จริงว่าเหล็กจะถูกหลอมโดยคนอื่น จากจุดนั้นซงซุยจะต้อง
ทนทุกข์ทรมานจากการตอบโต้”
“พระองค์ไม่ต้องห่วง” เฟิงหยูเองยิ้มและกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ก่อนหน้านี้ซงซุยสามารถเก็บความลับของวิธีการหลอม
เหล็กมาเป็นเวลา 100 ปี ราชวงศ์ต้าชุนของข้าจะมอบ
ความลับของการหลอมเหล็กให้กับอาณาจักรอื่น ๆ ได้
อย่างไร? นอกจากนี้ซงซุยยังมีความสัมพันธ์ที่ดี ตราบใดที่
พระองค์ไม่คิดทรยศต่อราชวงศ์ต้าชุนของข้า ข้าจะไม่ปฏิบัติ
ต่อซงซุยอย่างเลวร้าย นี่คือสิ่งที่เสด็จพ่อสัญญาไว้กับ
พระองค์”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่คุนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขากลัว
วิธีการหลอมเหล็กจะรั่วไหลออกไป และเขากลัวราชวงศ์ต้า
ชุนจะไม่มีความสุข ! เขาไม่กล้าถามสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต่อ
ฮ่องเต้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ไปถามคนที่มีวิธีการหลอมเหล็ก
อย่างเฟิงหยูเองเท่านั้น
แต่ตั้งแต่เฟิงหยูเองเริ่มพูดคุยกันครั้งแรกเขาเลือก
รายละเอียด ในเวลานี้เขาได้ยินนางพูดถึงฮ่องเต้ ดังนั้นเขา
อดไม่ได้ที่จะถามว่า “องค์ชายผู้ต่ำต้อยคนนี้ได้ยินองค์หญิง
แห่งมณฑลเรียกฮ่องเต้ว่าเสด็จพ่อ แต่ไม่ใช่ว่าพระธิดาของ
ฮ่องเต้คือองค์หญิงหรอกหรือ ? ”
เฟิงหยูเองพูดไม่ออก องค์ชายที่รัก ท่านไม่ได้ทำการบ้าน
ก่อนที่จะมาที่ราชวงศ์ต้าชุนใช่หรือไม่
แต่สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าซงซุยมีความภักดีอย่างมากต่อราชวงศ์ต้า
ชุน อย่างน้อยพวกเขาไม่ได้ส่งหน่วยสอดแนมมาล้วง
ความลับใด ๆ ของราชวงศ์ต้าชุนเพื่อตรวจสอบ ข้อมูล
ทั้งหมดของพวกเขามาจากงานเลี้ยงปีใหม่ที่ผ่านมา
นางเริ่มอธิบายว่า “ข้าไม่ใช่คนในครอบครัวของฮ่องเต้ ข้า
เป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่เสนาบดีของราชวงศ์ต้าชุน แต่
ตั้งแต่ข้าหมั้นหมายกับองค์ชายเก้า ข้าได้รับความโปรดปราน
จากเสด็จพ่อ และพระองค์ชอบที่ข้าเรียกพระองค์แบบนี้”
“อ่า…” หลี่คุนตัวแข็งทื่อทันที และความผิดหวังที่ซ่อนยาก
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ซวนเทียนเก้อเริ่มหัวเราะ “เฮ้ ! ข้าต้องถามว่าเป็นไปได้
หรือไม่ที่เจ้าสนใจอาเองของเรา ? มันไม่ดีเลย นางเป็นว่าที่
พราชายาของพี่เก้าของข้า หากเจ้ากล้าที่จะมีความคิดเช่นนี้
โปรดระวังว่าพี่เก้าของข้าจะเฆี่ยนด้วยแส้จนตาย”
ในขณะที่ซวนเทียนเก้อกำลังเล่าเรื่องตลก เฟิงหยูเองหันมา
มองบนเวที ที่นั่นนางเห็นว่าขันทีจางหยวนเพิ่งกลับมาจาก
ข้างนอกห้องโถง และกำลังกระซิบบางอย่างที่หูของฮ่องเต้…