Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 293 ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ขาดแคลนสมบัติประจำชาติ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 293 ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ขาดแคลนสมบัติประจำชาติ
“บัดซบ ! ” เฟิงจินหยวนฉีกจดหมายด้วยความโกรธเคือง
เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซวนเทียนเย่ทำให้เขาโกรธมาก !
“นายท่าน” ผู้คุ้มกันลับย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเฟิงจินหยวน
หมายถึงอะไร อย่างไรก็ตามเขาต้องเตือนเฟิงจินหยวนว่า
“นายท่านคิดก่อนที่จะลงมือทำ เราต้องไม่หยุดชะงักเพราะ
คุณหนูรองนะขอรับ”
เฟิงจินหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับว่ามีเสียงเล็ก ๆ สอง
เสียงดังอยู่ในหัวของเขาที่กำลังต่อสู้คนหนึ่งชื่นชอบซวน
เทียนเย่และอีกคนชอบเฟิงหยูเอง คนหนึ่งคือบุตรสาวของ
เขาเองและอีกคนเป็นองค์ชายที่เขาเลือกที่จะสนับสนุน
หลังจากเป็นกลางมาหลายปี เฟิงจินหยวนไม่สามารถ
ตัดสินใจได้และเริ่มที่จะคิดทบทวนอีกรอบ
แต่ผู้คุ้มกันลับทำให้เขานึกถึงในเวลานี้ “ตามสถานการณ์
ปัจจุบันองค์ชายเก้าไม่มีความหวังที่จะขึ้นครองบัลลังค์
ดังนั้นคุณหนูรองจึงช่วยองค์ชายใหญ่ แต่ถ้าความสัมพันธ์นั้น
หายไป ใครจะรับประกันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายใหญ่
หลังจากที่เขาพลาดตำแหน่ง“
“เจ้ากำลังบอกให้ข้ายืนหยัดอยู่เคียงข้างองค์ชายสามต่อไป
หรือ ? ”
ผู้คุ้มกันลับคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว “บ่าวรับใช้นี้เป็นเพียงผู้คุ้ม
กันลับและรับผิดชอบในการปกป้องชีวิตของนายท่าน แต่
เนื่องจากนายต้องการให้บ่าวรับใช้คนนี้คอยรับ-ส่งจดหมาย
กับองค์ชายสาม บ่าวรับใช้คนนี้พูดมากเกินไปขอรับ”
เฟิงจินหยวนพยักหน้า “ลุกขึ้น ข้าไม่มีเจตนาที่จะตำหนิเจ้า”
เขากล่าวสิ่งนี้จึงหยิบจดหมายที่เขาฉีกขึ้นมา “เรื่องนี้ข้าขอ
เวลาพิจารณาก่อน”
คืนนั้นเฟิงหยูเองนอนหลับสนิทมากกว่าทุกคืน แต่ก่อนมัน
เป็นอย่างที่นางพูดกับหวงซวน ตอนนี้มีผู้คุ้มกันลับซ่อนอยู่
มากมาย รวมถึงทหารองครักษ์ แม้แต่นกก็ไม่สามารถจะบิน
เข้ามาได้
แต่หวงซวนก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีนัก หลังจากปรนนิบัติจน
เฟิงหยูเองหลับไป นางนอนหลับอยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องด้าน
นอก ไม่มีอะไรที่เฟิงหยูเองจะทำเกี่ยวกับนางได้ ดังนั้นนางจึง
ได้แต่ยอมรับมัน
ในความเป็นจริงนางคิดเกี่ยวกับมัน ทันทีที่ข่าวเกี่ยวกับการ
หลอมผลิตเหล็กกล้า นางก็กลายเป็นเป้าหมายสำหรับคนทั้ง
โลกอย่างแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงผู้คนจากอาณาจักรอื่น ๆ ที่จะ
มุ่งเป้ามาที่นาง แม้แต่คนที่อยู่ในราชวงศ์ต้าชุนก็ยังพยายาม
อยู่ตลอดเวลา
แต่นางไม่จำเป็นต้องกังวลเลย ! วิธีการหลอมเหล็กอยู่ในหัว
ของนาง หากพวกเขาต้องการวิธีการหลอมเหล็ก พวกเขา
จะต้องให้นางให้มีชีวิต สำหรับนาง ตราบใดที่นางยังมีชีวิตอยู่
นางสามารถเข้ามาในมิติได้ตลอดเวลาและทุกที่ นางจะตกอยู่
ในอันตรายได้อย่างไร
สิ่งที่นางกังวลในตอนนี้ไม่ใช่ความปลอดภัยของนางเองจาก
กองกำลังภายนอก มันเป็นอันตรายที่มาจากภายในคฤหาสน์
เฟิง…
วันรุ่งขึ้นนางตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากอาบน้ำและล้างหน้า นาง
พาเฟิงจื่อหรูไปที่เรือนซูหยา
เมื่อนางมาถึงฮูหยินผู้เฒ่ายังทานอาหารเช้าไม่เสร็จ เมื่อเห็น
ว่าเฟิงหยูเองมาเร็วขนาดนี้นางคิดว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
ทำให้จิตใจของนางตื่นตระหนก แต่เมื่อเฟิงหยูเองแจ้งกับฮู
หยินผู้เฒ่าว่านางเพิ่งมาเพื่อคารวะ ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกสบาย
ใจทันที
“อาเองเป็นคนที่ฉลาดที่สุด นี่คือสิ่งที่ข้ารู้” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม
และหยุดกิน นางดึงมือของเฟิงหยูเองเข้ามาและเริ่มกล่าว
ทันทีว่า “คราวนี้ไม่เพียงแต่เจ้าจะทำให้ตระกูลเฟิงได้หน้า
เท่านั้น ใครจะรู้ว่าฮ่องเต้ก็ทรงได้หน้าด้วยเช่นกัน ! ในความ
เป็นจริงเจ้าเป็นหลานสาวที่สำคัญที่สุดในหัวใจของข้าเสมอ
แต่พี่น้องของเจ้าไม่มีเหตุผล บางครั้งเพื่อที่จะทำให้พวกเขา
สงบลง มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าจะต้องทนทุกข์
ทรมาน อาเองอย่าไปใส่ใจเลย”
เฟิงหยูเองยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านย่ากำลังพูดอะไรเจ้าคะ อาเอง
เป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ตระกูลเฟิง ข้าจะโต้เถียงกับ
บรรดาพี่น้องซึ่งเป็นบุตรของอนุได้อย่างไร แต่มีหลายสิ่ง
เกิดขึ้นก่อนสิ้นปี ดังนั้นข้าจึงไม่มีเวลาได้กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่
เกิดขึ้นที่บ้าน ข้าหวังว่าท่านย่าจะอภัยให้ข้าสำหรับเรื่องนั้น
เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าฟังคำพูดที่สมเหตุสมผลของนาง และนางอด
ไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง
เฟิงหยูเองหันกลับและรับของจากหวงซวน “นี่คือสิ่งที่
หลานสาวเตรียมไว้สำหรับท่านย่าก่อนปีใหม่ แต่ไม่มีโอกาส
ได้ให้เสียที เดิมข้าต้องการให้มันหลังจากงานเลี้ยงใน
พระราชวังในวันแรกของปีใหม่ แต่ใครจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ข้าจึงนำมามอบให้ท่านย่าในวันนี้ หวังว่าท่านย่าจะยกโทษให้
อาเองเจ้าค่ะ”
นางพูดแบบนี้ในขณะที่เปิดห่อ มันคือเสื้อคลุมที่ทำจากผ้า
ไหม ทำจากผ้าไหมซึ่งบางและเย็น เสื้อตัวนี้ไม่สามารถสวม
ใส่ในฤดูหนาว แต่มันจะดูสวยมากเมื่อสวมใส่ด้านนอกในฤดู
ใบไม้ผลิและฤดูร้อน
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่าผ้าไหมแบบนี้มีคุณภาพสูงมาก สีเขียว
เข้มของมันดูเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ และดูไม่เหมือน
ย้อม เมื่อนางเอื้อมมือออกไปสัมผัสมันราวกับว่านางไม่รู้สึก
อะไรเลย นางลูบมันสองสามครั้งก่อนที่จะรู้สึกว่ามันเป็นนาง
ไม่เคยได้สัมผัสเนื้อผ้าเช่นนี้มาก่อน เนื้อผ้าอื่น ๆ จะรู้สึกได้
ว่ามันเนื้อดี แต่เสื้อผ้าชุดนี้ไม่เหมือนผ้าชนิดอื่น ทำให้นาง
รู้สึกประหลาดใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเสื้อผ้านี้และรู้สึกเย็นนิดหน่อย กลับเป็นยาย
จาวที่อยู่ข้างนางร้องออกมาด้วยความตกใจ “นี่คือ…ผ้าไหม
ตำหนักจันทรา ? ”
“อะไรนะ?” ฮูหยินผู้เฒ่างงงวย “เจ้าพูดว่าผ้าไหมอะไรนะ?”
ยายจาวกล่าว “ผ้าไหมตำหนักจันทรา ! ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ! นี่
เป็นผ้าไหมตำหนักจันทรา ! คุณหนูรองส่งเสื้อผ้าที่ทำจากผ้า
ไหมตำหนักจันทราให้ท่านเจ้าค่ะ ! ”
“มันเป็นผ้าไหมตำหนักจันทราจริง ๆ หรือ ? ” คางของฮู
หยินผู้เฒ่าอ้ากว้างจนเกือบตกถึงพื้นด้วยความตกใจ ไม่น่า
แปลกใจที่สิ่งนี้ดูดีมากจนไม่ควรสวมใส่โดยผู้คน แต่นางไม่คิด
ว่ามันจะเป็นผ้าไหมตำหนักจันทราซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของ
สมบัติประจำชาติ นางอดไม่ได้ที่จะมองเฟิงหยูเองเพื่อ
ตรวจสอบ
เฟิงหยูเองยิ้มและพยักหน้าให้นาง “แน่นอนว่ามันเป็นผ้าไหม
ตำหนักจันทรา อาเองกลับเข้ามาในเมืองหลวงครึ่งปีแล้ว
ต้องขอบคุณท่านย่าที่คอยดูแลข้า แต่มันก็ไม่เหมาะที่จะส่ง
มาให้เป็นของขวัญ ดังนั้นข้าจึงส่งผ้าให้ช่างตัดเป็นชุดเสื้อผ้า
โดยใช้ผ้าไหมตำหนักจันทรา แม้ว่าจะไม่สามารถสวมใส่ได้
ในช่วงฤดูหนาวนี้ แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิจะให้ความรู้สึกสบายตัว
ยามที่ท่านย่าสวมใส่มัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเยาะตัวเองอย่างโง่งม ถ้าไม่ใช่เพราะเฟิง
หยูเองยังอยู่ต่อหน้านาง นางคงต้องจูบผ้าไหมตำหนักจันทรา
สองสามครั้ง นางเกิดมานานแล้วและตอนนี้ขาช้างหนึ่งของ
นางก็อยู่ในหลุมฝังศพ แต่นางไม่เคยคิดเลยว่านางจะได้รับ
เสื้อผ้าที่ทำจากหนึ่งในห้าสมบัติประจำชาติ เมื่อนึกถึงมัน ไม่
มีใครในโลกนี้ที่จะใจดีไปกว่าเฟิงหยูเอง
“หลานสาวที่ดี ความพยายามของข้าไม่ได้ไร้ประโยชน์”
อย่างไรก็ตามทันใดนั้นนางก็มีความกังวลเล็กน้อย และพูดว่า
“ถ้าข้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวจะมาที่
คฤหาสน์เฟิงในฐานะแขก อาเองจะไม่มอบผ้าไหมตำหนัก
จันทราให้กับท่านย่า”
“หืมม ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สามารถตอบได้ ทำไมนางถึงไม่ให้
ผ้าไหมตำหนักจันทราเป็นของขวัญหากองค์หญิงของเฉียนโจ
วจะมา ?
ยายจาวเข้าใจและพูดได้อย่างรวดเร็ว “ผ้าไหมตำหนักจัน
ทราถูกถวายเป็นเครื่องบรรณาการโดยเฉียนโจว คุณหนูรอง
รู้สึกว่าคงไม่ดีหากว่าที่จะใช้สิ่งนี้ต่อหน้าผู้คนจากเฉียนโจว
ท้ายที่สุดแล้วมันมีค่ามาก และข้าได้ยินมาว่าราชวงศ์เฉียนโจ
วเองยังไม่ได้ใช้มันเพราะมันถูกส่งมายังราชวงศ์ต้าชุนของเรา
เพื่อเป็นบรรณาการ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “อาเองของเราช่างคิดจริง ๆ เมื่อ
คิดถึงสิ่งต่าง ๆ นางจะคิดอย่างถี่ถ้วน แต่มันก็ใช้ได้ ไม่ว่าจะ
ด้วยวิธีใด ของที่มีค่านี้ไม่สามารถสวมใส่ได้ในขณะนี้ ข้าจะ
เก็บมันไว้อย่างปลอดภัยและไม่ให้องค์หญิงใหญ่เห็นมัน”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองส่ายหน้า ยังคงมีปัญหามาก “นั่น
ไม่ใช่เหตุผลเดียว หลานสาวจำได้ว่ารุ่ยเจียองค์หญิงของ
เฉียนโจวได้รับรางวัลจากเสด็จพ่อเป็นผ้าไหมตำหนักจันทรา
2 พับ องค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวนำผ้าเช็ดหน้า 4 ผืนมาให้
น้องสาวของเรา เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ตอนนี้นางได้รับเพิ่มอีก 2
พับ นางต้องเตรียมบางอย่างให้กับท่านย่าเพื่อเป็นของกำนัล
ในกรณีนี้ เสื้อของอาเองจะดูด้อยเกินไป”
“เจ้ากำลังพูดว่าองค์หญิงแห่งเฉียนโจวจะมอบผ้าไหมตำหนัก
จันทราให้ข้าหรือ ? ” ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเป็นประกาย
และปากของนางก็ยิ้มกว้าง ยายจาวยิ้มด้วยเช่นกัน “ดู
เหมือนว่าท่านจะมีผ้าเนื้อดีในการตัดเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้
ผลิและฤดูร้อนนะเจ้าคะ ! ”
เฟิงหยูเองยังกล่าวอีกว่า “แต่แน่นอนแม้ว่าองค์หญิงรุ่ยเจีย
จะไม่เต็มใจที่จะมอบผ้าไหมตำหนักจันทราทั้งสองพับให้กับ
ท่านย่า พวกเขาควรมอบอย่างน้อย 1 พับเจ้าค่ะ”
“1 พับก็เพียงพอแล้ว ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้หวังที่จะรับมัน
ทั้งหมดเมื่อนางเริ่มคำนวณ “ถ้าเป็นเสื้อผ้าฤดูร้อน 1 พับก็
เพียงพอสำหรับเสื้อผ้า 2 ชุด”
เฟิงหยูเองเขินและพูดว่า “นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าหวังว่าท่านย่า
ไม่ชอบเสื้อผ้าที่ไม่สำคัญชุดนี้”
“โอ้ ข้าชอบมาก ! ” สำหรับฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนี้ยิ่งดี นางจะไม่
ชอบมันอย่างไร นางจับมือของเฟิงหยูเองอีกครั้ง นางพูด
ต่อไปเป็นเวลานานจนกระทั่งนางออกไปกับยายจาวไปที่
ห้องครัวโดยบอกว่านางต้องคอยดูแลเรื่องการเตรียมอาหาร
เป็นการส่วนตัว นางจะเพิ่มอาหารอีก 4 อย่างเพราะผ้าไหม
ตำหนักจันทรา
ทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าออกจากเรือนซูหยา เฟิงหยูเองนำหวง
ซวนและเฟิงจื่อหรูไปที่เรือนโบตั๋น และถามนางว่า “องค์
หญิงแห่งเฉียนโจวจะส่งมอบผ้าไหมตำหนักจันทราหรือไม่
ท่านพี่? เมื่อข้าอยู่ที่สำนักศึกษา ข้าได้ยินเพื่อนที่สำนักศึกษา
คนหนึ่งพูดว่ามีหลายครั้งที่เฉียนโจวไม่สามารถผลิตผ้าไหม
ตำหนักจันทราได้แม้แต่พับเดียวในห้าปี มันมีค่าจริง ๆ
ขอรับ”
เฟิงหยูเองลูบหัวเล็ก ๆ ของเขา นางยิ้มและไม่ได้พูดอะไร
เลย แต่นางก็พูดกับหวงซวน “ถ้าพวกเขานำมันมาจริง ๆ สิ่ง
ดี ๆ ของเราจะต้องสูญเปล่าแน่นอน”
เฟิงจื่อหรูไม่เข้าใจสิ่งที่ทั้งสองพูด แต่เขาไม่ได้ถาม เขายิ้ม
และเดินตามเฟิงหยูเองไปทางเรือนโบตั๋น “อาจารย์ใหญ่
กล่าวว่าข้าจะต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้ดีและมีส่วนร่วมใน
เรื่องครอบครัวน้อยลง ข้าจะเชื่อฟังอาจารย์ใหญ่ ตราบใดที่
ข้ารู้ว่าท่านพี่ไม่ถูกรังแก ทุกอย่างก็ราบรื่นแล้ว”
เพื่อต้อนรับองค์หญิงทั้งสองมาที่คฤหาสน์เฟิง เฟิงจินหยวนก็
ไปที่ลานหน้าบ้านในตอนเช้าเช่นกัน
วันนี้ฮันชิก็เข้าใจมากขึ้นและนางก็ช่วยด้วย นางจะไปช่วย
เป็นครั้งคราวเมื่อบ่าวรับใช้กำลังรีบจัดการ เรื่องนี้ทำให้เฟิง
จินหยวนกลัว นางรีบเรียกใครสักคนเพื่อพานางไปที่เรือนยู
หลานเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากตอนที่นางตั้งครรภ์
แต่ฮันชิจะอยู่ในเรือนยูหลานได้อย่างไร นางรีบเดินไปที่เรือน
ยูหลานทันที เมื่อมาถึงนางเห็นว่าผู้หญิงทุกคนนั่งอยู่ที่นั่น
ดังนั้นนางจึงนั่งลงด้วย ไม่มีสิ่งใดจะพูดได้ นางก็หยิบเรื่องที่
จะพูดขึ้นมา “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจว
เป็นคนใจบุญ คุณหนูสี่ของเราโชคดี การได้ใกล้ชิดคนเก่ง
เช่นนี้ เฟินไดจะกลับมาพร้อมองค์หญิงใหญ่ ! ” หลังจากนาง
ถามไปจนทั่ว และในที่สุดก็ทราบข่าวว่าเฟิงเฟินไดได้รับการ
ช่วยเหลือจากองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวและไปกับนาง
จากนั้นนางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกความประทับใจใน
ตัวองค์หญิงใหญ่เพิ่มขึ้น นอกจากจะไม่เห็นเฟิงเฉินหยูออก
มาแล้ว นางยังรู้สึกว่าเฟิงเฟินไดดีกว่าเฟิงเฉินหยูหลายเท่า
นางพูดอยู่คนเดียวและพบว่าในห้องไม่มีใครสนใจนาง นางไม่
พอใจและหยุดพูด ทุกคนนั่งที่นั่นอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งบ่าว
รับใช้วิ่งเข้ามา และกล่าวว่า “แขกผู้มีเกียรติได้มาถึงแล้ว
ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเชิญทุกคนให้รับที่ลานหน้าคฤหาสน์เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองเป็นคนแรกที่ยืนนำทางออก
วันนี้คังอี้สวมเสื้อคลุมกันหนาวแบบธรรมดา เฉพาะคอปก
เสื้อและเอวเท่านั้นที่มีลายดอกโบตั๋น มันดูสง่างามแต่ไม่มี
กลิ่นอายของการเฉลิมฉลอง สำหรับองค์หญิงรุ่ยเจีย นาง
สวมเสื้อคลุมกันหนาวสีฟ้าทำให้ผู้คนประหลาดใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าและเฟิงจินหยวนยืนอยู่ด้านหน้า เมื่อเห็นว่าองค์
หญิงเสด็จลงจากรถม้า ฮูหยินผู้เฒ่าก็จะคุกเข่าลง แต่เฟิงหยู
เองที่อยู่ข้างหลังรีบหยุดนาง นางกระซิบบอกว่า “ไม่
จำเป็นต้องมีคารวะเต็มรูปแบบสำหรับองค์หญิงต่างแคว้น
เจ้าค่ะ” ฮูหยินผู้เฒ่าคิดเกี่ยวกับมันเล็กน้อยแล้วยืดหลัง
ขึ้นมา
เฟิงจินหยวนและคังอี้คุ้นเคยกัน หลังจากคำนับแล้วพวกเขา
ได้รับเชิญให้เข้าไปในห้องโถงใหญ่ของเรือนโบตั๋น
แน่นอนว่าเฟิงเฟินไดได้กลับมาพร้อมกับพวกเขา และนางดู
เหมือนจะสบายดีซึ่งทำให้ฮันชิผ่อนคลาย
เมื่อเข้าสู่ห้องโถงคังอี้ไม่ได้นั่งทันทีแต่กลับไปช่วยประคองฮู
หยินผู้เฒ่าที่กำลังจะนั่ง จากนั้นนางก็คารวะฮูหยินผู้เฒ่าและ
กล่าวว่า “คังอี้มาเยี่ยมและสร้างความลำบากมากมายให้กับ
ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ข้าหวังว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่าจะยกโทษให้ข้า”
นางดูสวย, สง่างามและมีมารยาท ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าและ
ชื่นชมคังอี้อย่างเงียบ ๆ แน่นอนว่าบุตรสาวที่ถูกเลี้ยงดูโดย
ราชวงศ์ไม่เหมือนกัน
จากนั้นคังอี้คารวะ แล้วรับของจากมือของผู้ดูแลของนางและ
นำมันมามอบให้ฮูหยินผู้เฒ่า “คังอี้ได้รับเชิญจากท่านใต้เท้า
เฟิงอย่างกะทันหันและไม่มีเวลาเตรียมของกำนัล โชคดีที่ข้า
นำผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากสมบัติประจำชาติของเรา, ผ้าไหม
ตำหนักจันทราที่สามารถมอบให้แก่ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ข้าหวัง
ว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่าจะพบกับความสุขและโชคดีในปีนี้”
นางนำสิ่งของมามอบให้ฮูหยินผู้เฒ่า และคิดว่านางจะ
สามารถเห็นความปิติยินดีเล็กน้อยในการแสดงออกของฮู
หยินผู้เฒ่า อย่างไรก็ตามนางไม่เคยคิดเลยว่ารอยยิ้มของฮู
หยินผู้เฒ่าซึ่งอยู่ตรงหน้าของนางจะหุบลงมาทันที…