Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 294 หลอกลวงจากสมบัติอันมีค่าของเจ้า
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 294 หลอกลวงจากสมบัติอันมีค่าของเจ้า
ท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าตอนนี้ทำให้คังอี้รู้สึกสับสนมาก แม้แต่
คนของคฤหาสน์เฟิงก็ยังสงสัย
ผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทรา ! ถึงแม้ว่ามันจะ
เป็นแค่ผ้าเช็ดหน้า แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด แต่ทำไมฮูหยิน
ผู้เฒ่าถึงดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ และนางก็ดูเหมือน… ไม่ชอบ
เลยแม้แต่น้อย
พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเฟิงหยูเองได้มอบชุดซึ่งทำจากผ้า
ไหมตำหนักจันทราให้กับนางก่อนหน้านนี้ ผ้าเช็ดหน้ากี่ผืนจึง
จะสามารถนำมาเย็บเป็นชุดได้ ! ยิ่งกว่านั้นฮูหยินผู้เฒ่าได้ยิน
ว่าฮ่องเต้ได้มอบผ้าไหมตำหนักจันทราให้รุ่ยเจีย 2 พับ เหตุ
ใดพวกเขาจึงตระหนี่มอบเพียงผ้าเช็ดหน้าให้นางเท่านั้น ?
แน่นอนว่าท่าทีที่ค่อยไม่มีความสุขของฮูหยินผู้เฒ่านั้นไม่ได้
แสดงออกจนเห็นได้ชัด ในทันใดนั้นนางก็ฟื้นตัวได้อย่าง
รวดเร็ว แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ไม่เหมือนเดิม นางพูด
เบา ๆ ว่า “แขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยม ท่านจะยืนอยู่เช่นนี้ได้
อย่างไร เชิญนั่งก่อนเพคะ”
คังอี้รู้สึกเขินอายเล็กน้อย และนั่งลง ความสงสัยในใจของ
นางก็เพิ่มขึ้นอีก
สำหรับบางอย่างเช่นผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหมตำหนัก
จันทรา ไม่ต้องพูดถึงฮูหยินผู้เฒ่าของครอบครัวขุนนางขั้น
หนึ่ง แต่ถ้านางจะมอบให้พระสนมของฮ่องเต้ในพระราชวัง
พวกเขาจะปฏิบัติต่อนางในฐานะแขกผู้มีเกียรติทันที ผ้าไหม
ตำหนักจันทราทำไมไม่มีผลเมื่อมาถึงคฤหาสน์เฟิง ? เริ่มจาก
งานเลี้ยงเมื่อวันก่อนคุณหนูรองของตระกูลเฟิง และคุณหนู
สามทำท่าราวกับว่าพวกเขาได้รับผ้าเช็ดหน้าธรรมดาและไม่
ตกใจเลย แต่เดิมนางเชื่อว่าพวกเขาเป็นเพียงเด็กเล็กที่ไม่
เข้าใจคุณค่าของมัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้กับฮูหยินผู้
เฒ่าของตระกูลเฟิงสามารถทำให้นางเริ่มคิดได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามไม่ว่านางจะคิดมากแค่ไหนนางก็ไม่สามารถ
เข้าใจเหตุผลได้ แต่มีบางคนที่มีความสุขที่จะเตือนนางเช่น
เฟิงหยูเอง “องค์หญิงใหญ่อย่าคิดมากเจ้าค่ะ ทุกคนรู้ถึง
คุณค่าของผ้าไหมตำหนักจันทรา แต่อาจเป็นเพราะอาเองพึ่ง
มอบชุดที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทราให้ท่านย่าเมื่อเช้านี้เพ
คะ ทำให้ท่านย่าไม่ค่อยตื่นเต้นที่ได้รับผ้าเช็ดหน้าเพคะ”
คังอี้ตกตะลึงไปชั่วครู่ เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทรา
? ต้องใช้ผ้ามากเท่าใด ? นางมอบมันให้กับฮูหยินผู้เฒ่าหรือ
?
ความสงสัยในใจของนางถูกถามโดยรุ่ยเจีย “องค์หญิงแห่ง
มณฑลจี่อันล้อเล่นหรือ เจ้ารู้ค่าของชุดที่ทำจากผ้าไหม
ตำหนักจันทราหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองยิ้ม และพูดว่า “แน่นอนข้ารู้เรื่องนี้ แต่ไม่คำนึงถึง
ค่าใช้จ่าย ในใจของอาเอง มันไม่สำคัญเท่ากับการแสดง
ความกตัญญูต่อท่านย่า ตราบใดที่ท่านย่าชอบมันอาเองก็
เต็มใจ ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหน”
แม้แต่คังอี้ นางก็รู้สึกว่านางเสียหน้าที่นี่ แต่นางก็ยังพูดว่า
“องค์หญิงแห่งมณฑลคงต้องใช้ผ้าทั้งหมดที่องค์หญิงมี ท่าน
ฮูหยินผู้เฒ่ามีหลานสาวที่กตัญญูเช่นนี้ช่างโชคดีอย่าง
แท้จริง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าซ้ำ ๆ “นั่นเป็นเรื่องจริง หลานสาวคนนี้
ช่างเข้าใจและกตัญญูที่สุด”
เฟิงหยูเองยิ้ม และพูดว่า “ท่านย่าพูดเกินไปเจ้าค่ะ” จากนั้น
นางมองรุ่ยเจียและดูเหมือนจะคุยกับนางอย่างเฉยเมย “ข้า
ไม่เคยไปฉียนโจวเลย ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมันปกคลุมไปด้วย
น้ำแข็งและหิมะตลอดทั้งปี ที่นั่นหนาวมากหรือไม่ ? ”
รุ่ยเจียพยักหน้า พูดเสียงดัง “ใช่ ! เมืองหลวงของราชวงศ์ต้า
ชุนของเจ้านั้นอุ่นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเฉียนโจวของเรา
ข้าได้ยินมาว่าพายุฤดูหนาวที่อ่อนแอถือเป็นหายนะแล้ว ฮ่า
ๆ ๆ ข้าไม่กล้าคิดเรื่องนี้จริง ๆ ถ้าเจ้าไปที่เฉียนโจว มันคงจะ
แปลกถ้าเจ้าไม่ตาย”
“รุ่ยเจีย ระวังคำพูดด้วย” คังอี้เตือนนาง “เจ้าต้องรักษา
มารยาทเวลาพูด ดูสิ เจ้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร ! ”
ในที่สุดเฟิงจินหยวนก็พบว่ามีโอกาสที่จะพาตัวเองเข้าสู่วง
สนทนา กล่าวว่า “มันช่วยไม่ได้ องค์หญิงรุ่ยเจียนั้นเป็นคน
เปิดเผยและตรงไปตรงมา นางเป็นบุตรสาวของอาณาจักร
ที่มาจากทางเหนือ”
รุ่ยเจียหัวเราะคิกคักแล้วพูดกับเฟิงจินหยวน “ท่านเสนาบดี
เป็นคนที่ปฏิบัติต่อรุ่ยเจียดีที่สุด”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองยังคงถามต่อไป “เฉียนโจวหนาว
ขนาดนั้นเลยหรือ แต่ข้าได้ยินมาว่ามันเป็นสถานที่ที่สวยงาม
มาก ข้าได้ยินมาว่ามีสุนัขจิ้งจอกชนิดหนึ่งทางภาคเหนือที่มี
ขนสีดำสนิท มันมีขนาดใหญ่และมีค่าอย่างยิ่ง มันมีอยู่จริง
หรือไม่ ? ”
นี่คือบางสิ่งที่ทำให้รุ่ยเจียให้ความสนใจอย่างมากขณะที่นาง
พูดอย่างรวดเร็ว “แน่นอน ! ท่านลุงของข้าล่ามาได้ตัวหนึ่งใน
ปีนี้ ท่านลุงถลกหนังมันแล้วเอาขนของมันให้ข้า ข้ายังนำมัน
มาที่ราชวงศ์ต้าชุนด้วยและจะนำไปให้ช่างตัดเสื้อเพื่อทำเสื้อ
คลุมให้”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า “เสื้อคลุมที่ทำจากขนสุนัขจิ้งจอก
เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริง”
เมื่อนางพูดสิ่งนี้ คังอี้เข้าใจทันทีว่านางหมายถึงอะไรและนาง
ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ นางคิดว่าองค์หญิงแห่งมณฑลจี่
อันนี้มีความคิดที่ฉลาดเช่นนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
นางพูดอย่างรวดเร็ว “รุ่ยเจียอย่าพูดไร้สาระ สิ่งที่มีค่าเช่นนั้น
จะกลายเป็นเสื้อคลุมให้เจ้าได้อย่างไร ก่อนที่เราจะมาที่
คฤหาสน์เฟิง ข้าได้บอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่ามันจะถูก
จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นของกำนัลสำหรับฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเฟิง
? เจ้าเอามาด้วยหรือไม่ ?”
รุ่ยเจียตื่นตกใจ นางไม่คิดอย่างแน่นอนว่ามารดาของนางจะ
ทำแบบนี้ นั่นเป็นของนางอย่างชัดเจน ! เด็กหญิงตัว
น้อยหน้ามุ่ยและกลอกตา แต่นางเห็นมารดาของนางมองอยู่
นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเพราะนางรู้ว่ามันเป็นเวลาที่นาง
ต้องให้ความร่วมมือกับมารดาของนาง นางจึงพยักหน้า “ข้า
เพียงแต่พูดเล่นกับองค์หญิงแห่งมณฑลเท่านั้น เสื้อคลุมตัว
นั้นใหญ่มาก รุ่ยเจียจะสวมใส่ได้อย่างไร แน่นอนว่ามันเป็น
ของกำนัลสำหรับฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลเฟิง ตอนที่เรา
ออกมาเมื่อเช้านี้ เราลืมเอามาเจ้าค่ะ”
คังอี้ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ แต่นางส่ายหัวอย่างช่วย
ไม่ได้พูดว่า “เจ้า ! ข้าคิดแล้วว่าเจ้าจะต้องล้อเล่นเท่านั้น”
จากนั้นนางแจ้งนางกำนัลคนหนึ่งของนางว่า “กลับไปที่
ห้องพักแล้วนำมาที่คฤหาสน์เฟิง”
บ่าวรับใช้จึงคำนับอย่างรวดเร็ว
คังอี้จึงพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า “เป็นเพราะลูกสาวของข้าที่ขาด
ความเข้าใจ ท่านฮูหยินผู้เฒ่าโปรดให้อภัยด้วย”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินว่านางจะได้รับสมบัติอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น
นางจะเอาผิดได้อย่างไร ขณะนี้ใบหน้าของนางเปล่งประกาย
รอยยิ้มทันที “ไม่เป็นไร ทุกอย่างปกติดี เด็กชอบพูดเล่นเป็น
เรื่องปกติ” ขณะที่นางพูดสิ่งนี้นางมองไปที่เฟิงหยูเอง และ
นางรู้สึกขอบคุณ ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่มาเกินกว่าครึ่งชีวิต ดังนั้น
นางจึงเข้าใจเป็นธรรมดาว่าของขวัญชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ได้มา
เพราะเฟิงหยูเองพูดถึงมัน มิฉะนั้นองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจ
วจะมอบผ้าเช็ดหน้าให้นางเป็นของกำนัล
คังอี้ยิ้มอย่างดีใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ถือโทษ จากนั้นนางก็หันไป
หาอันชิ, ฮันชิและจินเฉินเพื่อถามว่า “พวกเจ้าเป็นอนุของใต้
เท้าเฟิงหรือ ? ”
ทั้งสามยืนขึ้นเพื่อคุกเข่าอย่างรวดเร็ว โดยอันชิกล่าวว่า
“พวกหม่อมฉันเป็นอนุของท่านพี่ หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียติที่
องค์หญิงใหญ่ทรงสังเกตเห็น เราวิตกกังวลอย่างแท้จริงเพ
คะ”
คังอี้รู้ว่าสถานะของนางไม่ได้ทำให้นางมีพื้นที่มากพอที่จะ
พูดคุยกับพวกเขาได้ แต่สิ่งที่จะต้องพูดก็ยังคงถูกกล่าวว่า
“ข้ามอบผ้าเช็ดหน้าให้องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันและคุณหนู
สามแล้วเมื่อวานนี้ เช้านี้ข้ามอบให้คุณหนูสี่อีก 1 ผืน ข้า
สงสัยว่าคุณหนูใหญ่อยู่ที่ไหนในตอนนี้” นางอดไม่ได้ที่จะหัน
มามองเฟิงจินหยวน “ทำไมข้าไม่เห็นคุณหนูใหญ่ล่ะ ? ข้า
เตรียมผ้าเช็ดหน้าให้นางด้วย”
เฟิงจินหยวนรู้สึกอับอายเล็กน้อยในเรื่องนี้ แต่เมื่อเขาได้
ยินคังอี้ถามถึงเฉินหยู เขาจึงโบกมือและพูดว่า “บุตรสาวคน
โตของกระหม่อมไม่ค่อยสบายพะยะค่ะ นางพักอยู่ที่เรือนของ
นาง องค์หญิงใหญ่ไม่จำเป็นต้องสุภาพ การให้สิ่งที่มีค่าแก่
นางนั้นเป็นการสิ้นเปลือง เอาเก็บไว้ให้องค์หญิงรุ่ยเจียจะ
ดีกว่าพะยะค่ะ”
คราวนี้รุ่ยเจียกำลังทำความเข้าใจ และส่ายหน้าขณะพูดว่า
“มันไม่ยากเลยที่จะรุ่ยเจียได้รับผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหม
ตำหนักจันทรา สิ่งนี้ได้จัดเตรียมไว้ให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิง”
เมื่อเห็นว่าเฟิงจินหยวนมีปัญหาเล็กน้อย อันชิได้ริเริ่มที่จะพูด
ว่า “องค์หญิงใหญ่เลยเพคะ คุณหนูใหญ่ได้รับบาดเจ็บและ
ไม่สามารถมาพบองค์หญิงได้เพคะ หม่อมฉันหวังว่าองค์หญิง
ใหญ่จะให้อภัยนาง สำหรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ องค์หญิงฝากไว้
ที่ท่านฮูหยินผู้เฒ่าได้เพคะ เมื่อคุณหนูใหญ่ดีขึ้น ท่านฮูหยินผู้
เฒ่าจะมอบให้นางเองเพคะ”
คังอี้คิดเล็กน้อยจากนั้นกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้นข้าจะ
ฝากไว้ให้ท่านฮูหยินผู้เฒ่ามอบในนามของข้า ! ” หลังจากพูด
อย่างนี้นางก็มอบผ้าเช็ดหน้าผืนสุดท้ายให้ฮูหยินผู้เฒ่า
อย่างไรก็ตามในเวลานี้เสียงที่ดังมาจากข้างนอกซึ่งรบกวนทุก
อย่าง
ท่าทางของเฟิงจินหยวนไม่ดีนัก เนื่องจากเขาด่าบ่าวรับใช้ที่
อยู่ข้างเขาอย่างเงียบ ๆ “เสียงอะไร ? เจ้าไม่รู้หรอว่ามันคือ
วันอะไร ? ออกไปดูเร็ว ! ”
ก่อนที่บ่าวรับใช้จะออกไป ก็มีคนเดินเข้าไปในห้องโถง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมบ่าวรับใช้ของนาง
เฟิงจินหยวนโกรธทันทีในขณะที่เขาตะโกนดัง ๆ “ใครปล่อย
ให้นางออกจากห้องมา ? ”
กลุ่มบ่าวรับใช้ที่พยายามหยุดพวกเขาคุกเข่าอย่างรวดเร็วใน
ขณะที่หญิงชรากล่าวว่า “ท่านใต้เท้า เราไม่สามารถหยุดได้
เจ้าค่ะ ! คุณหนูใหญ่ถือกรรไกรและบอกว่าถ้าเราไม่ปล่อย
นางเข้ามา นางจะเอากรรไกรแทงคอเจ้าค่ะ”
คนที่มาคือเฟิงเฉินหยู แม้ว่านางจะแต่งหน้าแล้ว แต่รอย
แผลเป็นบนหน้าผากของนางก็ไม่ได้ถูกซ่อนไว้ และมันก็น่า
ตกใจมากที่เห็น
รุ่ยเจียตะลึงงันแล้วจึงพูดว่า “เจ้าเป็นคุณหนูใหญ่ของ
คฤหาสน์เหรอ ? ไม่ถูกต้อง ! ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ของ
ตระกูลเฟิงเป็นคนที่งดงามที่สุดในเมืองหลวง และบางคน
ถึงกับบอกว่านางเป็นคนที่งดงามที่สุดในราชวงศ์ต้าชุน
เจ้า…” นางมองอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเฉินหยูยังจะมีความ
สวยอยู่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยกับเนื้อที่หายไปจาก
หน้าผากของนาง เพียงแค่มองมันก็ทำให้รุ่ยเจียรู้สึกคลื่นไส้
“นี่เป็นสาวงามได้อย่างไร การพูดว่านางเป็นคนที่อัปลักษณ์
ที่สุดไม่ใช่การพูดเกินจริง”
เฟิงจินหยวนพูดอย่างรวดเร็ว “องค์หญิงกลัวใช่ไหมพะยะค่ะ
? บุตรสาวของกระหม่อมได้รับบาดเจ็บเมื่อไม่นานมานี้
ดังนั้นจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความน่าเกลียดได้ กระหม่อมจะ
ให้คนพานางกลับทันทีพะยะค่ะ องค์หญิงได้โปรดยกโทษให้
กระหม่อมด้วยพะยะค่ะ” หลังจากพูดจบเขามองไปที่บ่าวรับ
ใช้ “ทำไมเจ้าไม่พานางออกไป พานางไปเร็ว ! ”
แต่เฟิงเฉินหยูมาถึงแล้ว ดังนั้นนางจะยอมออกไปง่าย ๆ ได้
อย่างไร ขณะที่นางคว้าเสื้อคลุมของเฟิงจินหยวนและเริ่ม
ร้องไห้ “ท่านพ่อไม่ต้องการเฉินหยูแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ ?
วันนี้เป็นวันที่สองของปีใหม่ แต่ทำไมท่านพ่อไม่ปล่อยให้เฉิน
หยูออกมา ? เฉินหยูต้องการเฉลิมฉลองปีใหม่กับท่านพ่อ
และต้องการคารวะท่านย่า ท่านพ่ออย่าโกรธที่เฉินหยูเลยนะ
เจ้าคะ เฉินหยูรู้ว่าตัวเองทำผิดและจะไม่ทำอีกอย่างแน่นอน
เจ้าค่ะ ! ”
เฟิงจินหยวนดึงเสื้อของเขาออกสองสามครั้ง แต่เขาก็ไม่
สามารถดึงเสื้อผ้าให้หลุดจากมือของนางได้ เขาโกรธมากขึ้น
ในขณะที่เขาต้องการที่จะพูดออกมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม
เขาพบว่าองค์หญิงคังอี้เข้ามาและถามเฟิงเฉินหยูอย่างใจ
เย็นว่า “เจ้าชื่อเฉินหยูหรือ ? ”
เฟิงเฉินหยูตกใจและในที่สุดก็รู้ว่ามีแขกมาร่วมด้วย นางตกใจ
จนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้า นางไตร่ตรองสักครู่แล้วถามว่า
“เจ้าเป็นใคร ? ”
คังอี้ไม่ตอบ นางยกมือขึ้นและซับเหงื่อที่หน้าผากของเฟิงเฉิน
หยูระหว่างการต่อสู้ จากนั้นนางวางผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือของ
เฉินหยูว่า “ข้าเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มาจากเฉียนโจว นี่คือ
ผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทรา และเป็นของกำนัล
สำหรับเจ้า”
“นี่…” เฟิงเฉินหยูตกตะลึงเล็กน้อย นางไม่เคยคิดเลยว่าคน
ๆ นี้จะมาถึงคฤหาสน์
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าการกระทำของเฟิงเฉินหยูตอนนี้นั้นไร้
เหตุผลจริง ๆ แต่มันก็สายเกินไปที่จะไล่นางออกไป นางไม่
สามารถทำอะไรได้นอกจากจะย้อนกลับไป และพูดว่า “เมื่อ
เจ้ามาแล้วก็อยู่ต่อ อีกสักครู่เราจะรับประทานอาหาร จัดที่นั่ง
ให้คุณหนูใหญ่เร็ว จะร้องไห้และโกรธในขณะที่ฉลองปีใหม่ได้
อย่างไร”
เมื่อได้ยินว่านางสามารถอยู่ต่อได้ เฉินหยูหยุดกังวลกับองค์
หญิงใหญ่ในทันที ด้วยความช่วยเหลือจากบ่าวรับใช้นางลุก
ขึ้นยืนอย่างไม่มั่นคง และแม้แต่เซียงเอ๋อที่มากับนางก็ยืนขึ้น
ทั้งสองเดินไปที่เก้าอี้ ตัวสั่นด้วยความกลัวขณะที่พวกเขามอง
เฟิงจินหยวนเป็นครั้งคราวว่าเฟิงจินหยวนโกรธหรือไม่
คังอี้กลับไปที่ที่นั่งของตัวเองหลังจากเฉินหยูนั่งลง จากนั้น
นางสังเกตเฉินหยูอย่างใกล้ชิดซักพักหนึ่ง และอดไม่ได้ที่จะ
ประหลาดใจ “เจ้างดงามล่มเมือง ! คุณหนูใหญ่ เจ้ามีไฝที่
ขากรรไกรล่างซ้ายตั้งแต่แรกเกิดเลยหรือ ?”
เฉินหยูไม่คิดจริง ๆ ว่าองค์หญิงจะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ นาง
ไม่ตอบแต่สัมผัสมัน จากนั้นนางก็พยักหน้า “ใช่เพคะ มี
ตั้งแต่เกิดเพคะ”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ ตาคังอี้ก็เบิกกว้างทันทีเมื่อนางมองเฟิงเฉิน
หยูด้วยความประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
TN: การเฉลิมฉลองปีใหม่ของจีนมักขยายจากวันก่อนวันปี
ใหม่ไปเป็นวันที่ 15 ของปีใหม่