Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 315 ครอบครัวนี้คิดอะไรกันแน่ ?
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 315 ครอบครัวนี้คิดอะไรกันแน่ ?
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงเมื่อมีข่าวดีมาถึงอย่างฉับพลัน ขณะที่
นางถามอย่างรวดเร็วว่า “ข่าวดีคืออะไร?”
บ่าวรับใช้ “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าไปดูที่ลานหน้าบ้านเถิดเจ้าค่ะ
ขันทีนำพระราชโองการของฮ่องเต้มากำลังรออยู่ที่ลานหน้า
บ้านเจ้าค่ะ ! ”
เมื่อได้ยินว่าจะมีพระราชโองการของฮ่องเต้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็
ตัวสั่น ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาตระกูลเฟิงได้รับพระราช
โองการมากกว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาและไม่เคยเป็นเรื่องดี
เลยสักครั้ง แต่ถ้ามันเป็นเรื่องดีมันก็มักจะเกี่ยวข้องกับเฟิง
หยูเอง เมื่อคิดอย่างนี้นางก็รู้สึกว่าพระราชโองการนี้น่าจะ
เป็นของเฟิงหยูเอง ดังนั้นนางจึงรีบแจ้งบ่าวรับใช้ว่า
“ตอนนี้คุณหนูรองคงเดินไปได้ไม่ไกล รีบไปตามนางให้ไปที่
ลานหน้าบ้านเร็ว”
บ่าวรับใช้ที่มาก็รีบแจ้ง “ท่านฮูหยินผู้เฒ่า พระราชโองการ
นี้เป็นของท่านฮูหยินเจ้าค่ะ ! มันเป็นเรื่องที่ดีมาก ! ”
ยายจาวรู้สึกทันทีว่ามีบางอย่างถูกปิดบังและถามอย่าง
รวดเร็ว “พูดให้ชัดเจน ข่าวดีอะไร ? ”
บ่าวรับใช้รีบพูดว่า “พระราชโองการมาจากพระราชวังเป็น
ของท่านฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ บอกว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่าได้รับ
การแต่งตั้งเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง ! ท่านฮูหยินผู้เฒ่ารีบไปที่
ลานหน้าบ้านเพื่อรับพระราชโองการเจ้าค่ะ ! ”
“โอ้ ! ” ทั้งคู่ตกตะลึงในตอนแรกจากนั้นก็เปิดเผยความสุข
ของพวกเขา ยายจาวแจ้งบ่าวรับใช้ทันที “รีบไปเรียก
บรรดาอนุและคุณหนูมาเร็วเพื่อรับพระราชโองการร่วมกัน
ใช่ เจ้าต้องพาคุณหนูรองกลับมาด้วย นางออกไปได้ไม่
นาน”
“เจ้าค่ะ ! ” บ่าวรับใช้วิ่งออกไปอย่างมีความสุขเพื่อสั่ง
ความ
ยายจาวช่วยพยุงฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นยืน ในขณะที่ช่วยนาง
จัดเสื้อผ้าและผมให้เป็นระเบียบ นางกล่าวว่า “คฤหาสน์
ของเราจะต้อนรับองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวในไม่ช้า เมื่อ
คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฮ่องเต้ทรงรู้สึกว่าท่านไม่มีตำแหน่งอัน
สูงส่งซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ บ่าวรับ
ใช้ผู้นี้รู้สึกว่าตำแหน่งอันสูงส่งนี้ได้รับช้าเกินไป ท่านฮูหยินผู้
เฒ่าเป็นมารดาของขุนนางขั้นหนึ่ง ท่านน่าจะได้รับมานาน
แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น นางจะยังคง
กังวลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร ขณะที่นางผลักให้
ยายจาวให้เร่งมือขึ้น จากนั้นนางก็พูดว่า “ไม่ว่าจะมาเร็ว
หรือช้าก็ตาม มันก็ดีกว่าไม่มา หากฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะไม่
มอบตำแหน่งนี้ก็ไม่มีอะไรที่เราจะทำได้ ! ”
ยายจาวกล่าวอย่างตั้งใจว่า “คิดถึงตอนที่เหยาซื่อได้รับ
ตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง บ่าวรับใช้ผู้นี้รู้สึกว่ามันน่าจะเป็น
ของท่านฮูหยินผู้เฒ่า”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกผิดในเรื่องนี้ “อืม อาเองยังรู้จักขอ
ตำแหน่งให้มารดาของนางเอง อย่างไรก็ตามบุตรชายของ
ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย ! ” เมื่อเอ่ยถึงสิ่งนี้การ
แสดงออกของฮูหยินผู้เฒ่าก็ทรุดลง
ยายจาวแก้ต่างอย่างรวดเร็ว “มันเป็นความผิดของบ่าวรับ
ใช้ผู้นี้ที่ไม่ระวังคำพูด ท่านฮูหยินผู้เฒ่าอย่าถือสาเลยเจ้าค่ะ
ท่านใต้เท้าเป็นเสนาบดี ดังนั้นเขาจึงต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ให้กับขุนนางคนอื่น ๆ หากเขาเป็นเหมือนคนอื่น ๆ และ
จ้องหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง มันจะไม่เป็นผลดีนะเจ้าคะ ”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็คิดถึงเหตุผลนี้เช่นกัน และสีหน้าของนางก็ดี
ขึ้นเล็กน้อย
ยายจาวแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนหน้านี้มัน
อันตรายเกินไป ถ้าฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเฟิงจินหยวนเพราะสิ่ง
ที่นางพูดไป ความผิดของนางก็จะยิ่งมากขึ้น นางเริ่มขยับ
มือของนางเร็วขึ้นและแปรงผมของฮูหยินผู้เฒ่าอีกครั้งแล้ว
พูดว่า “ทุกอย่างพร้อมแล้ว ท่านฮูหยินผู้เฒ่ารีบไปที่ลาน
หน้าบ้านเถิดเจ้าค่ะ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่านำบ่าวรับใช้ของนางไปที่ลานหน้าบ้าน คนจาก
เรือนอื่น ๆ ก็เริ่มมุ่งหน้าไปที่ลานหน้าบ้าน เฟิงหยูเองซึ่ง
กำลังเดินกลับไปที่เรือนตงเซิงก็เดินกลับมาที่ลานหน้าบ้าน
เรื่องที่กับฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยินขั้นหนึ่งนั้น
นางไม่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของนาง
เฟิงจินหยวนเป็นเสนาบดีอยู่แล้ว ดังนั้นการได้รับตำแหน่ง
ฮูหยินขั้นหนึ่งจึงเป็นเรื่องของเวลา ยิ่งกว่านั้นตำแหน่งฮู
หยินขั้นหนึ่งเป็นเพียงรางวัลสำหรับครอบครัวของขุนนาง
มันไม่มีจุดประสงค์ที่แท้จริง
แต่หวงซวนให้การวิเคราะห์บางอย่างโดยกล่าวว่า “เช่นนี้
ท่านฮูหยินผู้เฒ่าจะได้ไม่เสียหน้าต่อหน้าองค์หญิงคังอี้มาก
เกินไปใช่ไหมเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองหัวเราะ “หากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปด้วยดี นางจะ
เสียหน้าต่อหน้าข้า”
“หืม?” หวงซวนรู้สึกสับสน “ฝ่าบาททรงคิดถึงคุณหนูเสมอ
พระองค์จะอนุญาตท่านฮูหยินผู้เฒ่าทำอะไรข้ามหน้าข้าม
ตาคุณหนูได้อย่างไรเจ้าค่ะ ? ”
“เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าฮ่องเต้กำลังคิดอะไรอยู่ ? ” เฟิงหยู
เองยกมุมปากของนางและพูดอย่างชั่วร้าย “บางทีมีคน
พยายามประจบประแจง และทำดีที่สุดเพื่อประจบท่านย่า!”
“คุณหนูจะบอกว่าเป็นองค์หญิงคังอี้หรือเจ้าคะ ? ”
“รอดู ! ”
ทั้งสองคุยกันจนกระทั่งพวกเขามาถึงลานหน้าบ้าน คนจาก
เรือนอื่น ๆ ก็รีบเร่งเช่นกัน หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกัน
แล้ว เฮ่อจงบอกขันที ขันทีจึงเปล่งเสียงของเขาและพูด
เสียงดังว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าแห่งคฤหาสน์เฟิง หลี่ชิ มารับ
พระราชโองการ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจากนั้นก็คุกเข่า
พูดเสียงดัง “หญิงชราผู้ต่ำต้อยคนนี้รับพระราชโองการเจ้า
ค่ะ”
หลังจากที่นางคุกเข่า ทุกคนในตระกูลเฟิงก็คุกเข่าลงพร้อม
กัน ขันทีก็เปิดพระราชโองการไว้ในมือของเขาและประกาศ
เสียงดังว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งคฤหาสน์เฟิง หลี่ชิเป็นผู้มี
คุณธรรมและมีน้ำใจ ในครั้งนี้เจ้าได้รับพระราชทาน
ตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่งและได้รับชุดราชสำนัก ประกาศมา
ให้ทราบทั่วกัน ! ”
รอยยิ้มของฮูหยินผู้เฒ่าเบ่งบานเหมือนดอกไม้ในขณะที่นาง
ตอบด้วยเสียงดังทันที “หญิงชราผู้ต่ำต้อยคนนี้รับพระราช
โองการและขอบพระทัยสำหรับพระเมตตาขององค์ฮ่องเต้
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” จากนั้นนางยกมือทั้งสองขึ้น
เหนือหัวและรับพระราชโองการไว้ในมือ บ่าวรับใช้ที่อยู่
ด้านข้างก็ออกมาข้างหน้าและถือชุดราชสำนักกลับ
ยายจาวช่วยพยุงฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นมาจากนั้นมอบถุงเงิน
เล็ก ๆ ให้กับขันทีที่นำพระราชโองการมา ขันทีก็โยนถุงเงิน
เล็กน้อยจากนั้นก็พูดด้วยความพึงพอใจ “ขอแสดงความ
ยินดีกับท่านฮูหยินผู้เฒ่าเฟิง ท่านฮูหยินผู้เฒ่ามีคำข้อ
ซักถามเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีเราก็จะกลับพระราชวัง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดอย่างรวดเร็วว่า “เราทำให้ท่านต้องลำบาก
เชิญท่านเข้าไปเดิมชาก่อน”
“อ่า ! ไม่เป็นไร ! เราจะต้องกลับแล้ว ! ” ขันทีไม่ได้อยู่ต่อ
หลังจากประกาศพระราชโองการและรับรางวัล เขาก็จาก
ไปอย่างรวดเร็ว
เฟิงหยูเองมองพระราชโองการของฮ่องเต้ในมือของฮูหยินผู้
เฒ่าและต้องการหัวเราะ นางเกือบจะนึกภาพออกว่าที่
ฮ่องเต้จะต้องหงุดหงิดเมื่อส่งพระราชโองการนี้มา มันเป็น
พระราชโองการง่าย ๆ ที่มีเพียงไม่กี่ตัวอักษร เห็นได้ชัดว่า
ฮ่องเต้ไม่ต้องการมอบตำแหน่งนี้
เมื่อพิจารณาถึงกรณีนี้ เฟิงจินหยวนไม่ได้ขอตำแหน่งให้กับ
มารดาของเขาหลังจากผ่านมาหลายปี นี่ก็เพียงพอแล้ว
สำหรับฮ่องเต้ที่จะเห็นว่าครอบครัวของเสนาบดีคนนี้ไม่คุ้ม
ค่าที่จะเหลือบมอง เขาไม่ได้ทำมันเร็วหรือช้าเกินไป เขารอ
จนกระทั่งจะแต่งคังอี้เข้าคฤหาสน์จึงมอบตำแหน่งนี้ให้
แม้ว่านางจะคิดด้วยนิ้วหัวแม่เท้าของนาง นางก็ยังคิดออก
ว่าตำแหน่งนี้ได้มาอย่างไร
แน่นอนหลังจากขันทีออกไป แต่บ่าวรับใช้ในพระราชวัง
ที่มาด้วยกันก็ไม่ได้จากไป หัวหน้าเดินหาฮูหยินผู้เฒ่าและ
โค้งคำนับ “บ่าวรับใช้ผู้นี้ขอคารวะท่านฮูหยินผู้เฒ่า ขอ
แสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับพระราชทานตำแหน่งฮูหยิน
ขั้นหนึ่งเจ้าค่ะ”
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ามองดี ๆ สักพักก็จำนางได้ “เจ้าเป็นนาง
กำนัลจากเฉียนโจวใช่หรือไม่ ? ”
บ่าวรับใช้กล่าวว่า “เจ้าค่ะ ท่านฮูหยินผู้เฒ่าจำได้ด้วยหรือ
เจ้าค่ะ” ในขณะที่พูดสิ่งนี้ ความเป็นมิตรทำให้นางต้อง
ประหลาดใจ “ข้าสงสัยว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่าพึงพอใจกับ
ของขวัญชิ้นใหญ่นี้ที่องค์หญิงใหญ่ของเราส่งมาหรือไม่เจ้า
คะ ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกใจ “ของขวัญชิ้นใหญ่อะไรหรือ ? ”
บ่าวรับใช้ยิ้ม และพูดว่า “พระราชโองการของฮ่องเต้ !
องค์หญิงของเราบอกว่าท่านฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้นำของ
ครอบครัว ดังนั้นท่านควรมีสถานะสูงสุด นั่นเป็นเหตุผลว่า
ทำไมองค์หญิงใหญ่ถึงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าชุน
เป็นการส่วนตัว และขอตำแหน่งนี้ให้แก่ท่านฮูหยินผู้เฒ่า
เจ้าค่ะ“
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ ตำแหน่งนี้ได้มาจากการ
ร้องขอของคังอี้ ? คิดอีกเล็กน้อยว่าเป็นกรณีนี้ ถ้าเฟิงจินห
ยวนไปขอมันแน่นอนเขาจะบอกนางล่วงหน้า พระราช
โองการนี้มาถึงทันที ก่อนหน้านี้นางมีแต่ความรู้สึกที่มี
ความสุขเท่านั้น ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ เริ่มแปลก
มากขึ้น
บ่าวรับใช้เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไปนาน ดังนั้นนางจึงพูด
อย่างรวดเร็วว่า “องค์หญิงใหญ่ของเราบอกว่าเพราะเรื่อง
ระหว่างองค์หญิงกับใต้เท้าเฟิงเกิดขึ้นกะทันหัน และเฉียน
โจวอยู่ไกลจากราชวงศ์ต้าชุนมาก เพื่อเตรียมสินสอดทอง
หมั้น ดังนั้นองค์หญิงใหญ่จึงคิดว่าพระองค์จะทำอะไรให้
ท่านฮูหยินผู้เฒ่าได้ นอกจากนี้องค์หญิงรุ่ยเจียของเรายังมี
บางสิ่งที่ต้องการมอบให้ท่านเจ้าค่ะ ! ”
เมื่อพูดอย่างนี้นางโบกมือ และนางกำนัล 2 คนก็ออกมา
ทันทีพร้อมด้วยกล่องไม้ 2 กล่อง กล่องหนักมาก และนาง
กำนัลถือไม่ไหว พวกเขาต้องเอาร่างกายเข้าช่วย
“นี่เป็นผ้าไหมตำหนักจันทรา 2 พับที่ฮ่องเต้มอบให้องค์
หญิงรุ่ยเจียวันขึ้นปีใหม่ องค์หญิงบอกว่าพระองค์รู้สึกสนิท
สนมกับท่านฮูหยินผู้เฒ่าตั้งแต่วินาทีแรกที่องค์หญิงเห็น
ท่าน ในวันที่องค์หญิงอาศัยอยู่ในคฤหาสน์นี้ องค์หญิงรู้สึก
ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าท่านเป็นยายขององค์หญิง
ตอนนี้ความปรารถนาขององค์หญิงเป็นจริงแล้ว องค์หญิง
พูดว่าสิ่งนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นของขวัญแห่งการอวย
พรให้กับท่านฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ ! ”
สิ่งนี้ทำให้ฮูหยินผ้เฒ่าเริ่มยิ้มอย่างแท้จริง นางไม่เพียง
ได้รับตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่งและชุดราชสำนักเท่านั้น แต่
ตอนนี้นางได้รับผ้าไหมตำหนักจันทรา 2 ผืน นี่เป็นสิ่งที่คาด
ไม่ถึงอย่างแท้จริง
ดวงตาที่มองไปที่กล่องไม้ 2 กล่องกำลังส่องแสงในขณะที่
นางพูดซ้ำ ๆ ว่า “องค์หญิงทั้งสองสุภาพเกินไป”
บ่าวรับใช้ก็พูดเก่ง “อีกไม่นานองค์หญิงทั้งสองจะเป็น
ครอบครัวเดียวกัน องค์หญิงปรารถนาที่จะทำพิธีอันยิ่งใหญ่
และมอบของกำนัลให้ท่านผู้หญิงอาวุโส” นางสั่งให้ผ้าไหม
ตำหนักจันทรา 2 พับมอบให้กับฮูหยินผู้เฒ่าแล้วกล่าวว่า
“พวกเราต้องกลับไปรายงานตัวกับองค์หญิงใหญ่ก่อน เรา
ขอตัวกลับพระราชวังก่อนเจ้าค่ะ ท่านฮูหยินผู้เฒ่าต้องดูแล
ตัวเองด้วยนะเจ้าค่ะ องค์หญิงใหญ่กล่าวว่าหลังจากที่องค์
หญิงแต่งงานกับตระกูลเฟิง องค์หญิงจะดูแลท่านฮูหยินผู้
เฒ่าทุกวันอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
คำพูดของนางกำนัลนั้นอ่อนหวานจนทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม
ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ความเป็นปรปักษ์ที่นางมีต่อคัง
อี้นั้นถูกกำจัดไปอย่างสิ้นเชิง นางได้ลดความระมัดระวัง
และหันมาคาดหวังอย่างเต็มที่
เมื่อนางกำนัลจากเฉียนโจวจากไป คนที่เหลืออยู่ในลานเป็น
คนในตระกูลเฟิง เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่ากำลังมีความสุข
เฟิงเฉินหยูก็คิดอย่างรวดเร็วและก้าวไปข้างหน้าคุกเข่าลง
บนพื้นแล้วพูดว่า “หลานแสดงความยินดีกับท่านย่าที่ได้รับ
พระราชทานตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง ! ”
ในเมื่องนางทำสิ่งนี้ลงไป แล้วทุกคนจะมัวแต่ดูต่อไปได้
อย่างไร อันชิผลักเฟิงเซียงหรูลงไปคุกเข่าอยู่ข้างหลัง
เฟิงเฉินหยูอย่างรวดเร็ว
เฟิงหยูเองและเฟิงเฟินไดคุกเข่าในภายหลัง แต่พวกเขาก็
ถือได้ว่าเป็นไปตามลำดับเหตุการณ์ หลังจากนี้มันเป็นอนุที่
คุกเข่ารวมถึงฮันชิที่ยังตั้งท้อง แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่รีบที่จะ
ยืน
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ตระกูลเฟิงคุกเข่าให้นาง แต่คราว
นี้ก็แตกต่างกัน นางเป็นขุนนางที่มีอันดับ จากช่วงเวลานี้
ต่อไปนับจากนี้ นางไม่จำเป็นต้องอิจฉาผู้หญิงในครอบครัว
อื่นอีกต่อไป และนางก็ไม่จำเป็นที่จะหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงที่
ต้องอับอายเพราะไม่มีตำแหน่ง
ด้วยความคิดที่ไร้สาระเช่นนี้นางปล่อยให้ทุกคนคุกเข่าใน
ช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นนางก็พูดว่า ”เอาล่ะทุกคนลุกขึ้นยืน
ได้แล้ว มันเป็นเพียงตำแหน่งของผู้หญิงผู้สูงศักดิ์ ไม่
จำเป็นต้องคุกเข่าเช่นนี้” คำพูดนี้ชัดเจนว่าไม่ตรงกับสิ่งที่
นางรู้สึก แม้แต่คนโง่ก็สามารถเห็นได้ว่าทุกคนยิ้ม
หลังจากเฟิงเฉินหยูยืนขึ้น นางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว
แล้วพูดพร้อมกับยิ้มว่า “ในอนาคตท่านย่าจะเป็นคุณนายผู้
สูงศักดิ์ เมื่อใดก็ตามที่ท่านย่าเข้าไปในพระราชวัง ท่านยาย
จะต้องสวมชุดราชสำนัก ช่างน่าเชื่อถือจริง ๆ! ข้าไม่เคยคิด
เลยว่าองค์หญิงใหญ่จะต้องลงทุนอย่างนั้น ตอนนี้ท่านย่า
เป็นขุนนางถึงแม้ว่านางจะเป็นองค์หญิงของเฉียนโจว
เฉียนโจวก็ยังคงเป็นเพียงรัฐบริวาร การเปรียบเทียบแบบนี้
อันดับของนางจะต่ำกว่าท่านย่า” หลังจากพูดอย่างนี้นาง
ลดเสียงของนางลง และพูดออกมาในระดับที่นางและฮู
หยินผู้เฒ่าได้ยิน “ท่านย่าเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง และน้องรอง
คือองค์หญิงขั้นสองของมณฑล องค์หญิงใหญ่ได้ทุ่มเท
อย่างมากเจ้าค่ะ ! ”
ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าสว่างขึ้น ถูกต้อง! นางมักอิจฉา
สถานะของเฟิงหยูเองในฐานะองค์หญิงแห่งมณฑล ตอนนี้
นางมีตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง นางก้าวข้ามหัวเฟิงหยูเอง !
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้รอยยิ้มของฮูหยินผู้เฒ่าก็กว้างขึ้น
เฟิงหยูเองยืนอยู่ข้าง ๆ แม้ว่านางจะไม่ได้ยินสิ่งที่เฟิงเฉิน
หยูพูด แต่นางก็สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของริมฝีปากได้
อย่างชัดเจน และนางก็สามารถเข้าใจเนื้อหาของสิ่งที่เฟิง
เฉินหยูพูด นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับตัวเอง ฮูหยินขั้นหนึ่ง
ต้องการที่จะปราบปรามองค์หญิงแห่งมณฑลที่ได้รับ
พระราชทานที่ดิน ครอบครัวนี้คิดอะไรกันแน่ ?