Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 329 ตระกูลเฟิงยากจนมากจนไม่มีเงินซื้อเนื้อให้เจ้า
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 329 ตระกูลเฟิงยากจนมากจนไม่มีเงินซื้อเนื้อให้เจ้า
ทานหรือ
ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งงันและมองไปที่คังอี้อย่างกังวล อย่างไรก็
ตามคังอี้ได้เรียกสติของนางกลับมาแล้วเดินไปข้างหน้าอย่าง
สง่างามและช่วยประคองหญิงสาวแซ่เฉิงทั้งสองคนด้วย
ตัวเอง “น้องสาวลุกขึ้นเร็ว เมื่อเจ้าเข้ามาในตระกูลเฟิงแล้ว
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราเป็นครอบครัวเดียวกัน”
หญิงสาวทั้งสองคนหลังจากได้รับความช่วยเหลือก็ถอย
กลับไปครึ่งก้าว จากนั้นพวกนางก็โค้งคำนับอีกครั้ง “อนุผู้นี้
คารวะฮูหยินเจ้าค่ะ”
คังอี้ยิ้มอย่างสงบ “พวกเจ้าอายุน้อยกว่า เป็นสาวงาม และ
พวกเจ้าก็มีการศึกษาที่ดีและมีเหตุผล เมื่อเจ้าสองคนอยู่
เคียงข้างท่านพี่ ดูแลเขา ข้าจะรู้สึกสบายใจ”
เมื่อเห็นว่าคังอี้แสดงความคิดเห็นของนาง ฮูหยินผู้เฒ่าก็
กล่าวว่า “ถูกต้อง ! การมีสอง…” นางรู้สึกสับสนเล็กน้อยที่
เรียกว่าทั้งสองว่าอย่างไร นางสามารถเรียกพวกนางว่าองค์
หญิง แต่พวกนางไม่ใช่องค์หญิง แต่ถ้าพวกนางไม่ถือว่าเป็น
องค์หญิง พวกนางเป็นหลานสาวของฮองเฮาที่ได้รับการ
เลี้ยงดูในพระราชวังเป็นเวลา 10 ปี ดังนั้นนางจะเรียกพวก
นางว่ายังไง?
คนที่งามกว่านั้นก็คือเฉิงจุนม่านซึ่งเป็นพี่สาว เมื่อเห็นว่าฮู
หยินผู้เฒ่าลังเลอยู่ นางยิ้มอย่างสง่างามและกล่าวว่า “ข้า
และน้องจุนเหม่ยเป็นอนุ เราไม่อาจเรียกท่านฮูหยินผู้เฒ่าว่า
ท่านแม่ได้ แต่ในจิตใจของเรารู้สึกนับถือท่านฮูหยินผู้เฒ่า
หากท่านฮูหยินผู้เฒ่าไม่ชอบให้เรียกชื่อของพวกเราก็ได้เจ้า
ค่ะ”
เฉิงจุนม่านพูดช้ามากและเสียงของนางไพเราะ
มาก เนื่องจากนางได้รับการเลี้ยงดูในพระราชวังแห่งนี้ กริยา
ท่าทางของนางจึงดูสูงส่งเช่นเดียวกับคังอี้แต่นางอายุน้อย
กว่าคังอี้ และดูเหมือนว่านางจะมีกลิ่นอายที่สงบและ
กลมกลืน สิ่งนี้ทำให้ผู้คนมีความรู้สึกในเชิงบวก แม้กระทั่งฮู
หยินผู้เฒ่าก็ไม่มีข้อยกเว้น “ดี ดี ! จุนม่าน จุนเหม่ย”
“ฮ่า ๆ ! ” ซวนเทียนหมิงเริ่มหัวเราะ “ตระกูลเฟิงมีโชค
วาสนาอย่างต่อเนื่อง ถ้าท่านฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุข ข้าจะได้
รายงานแก่เสด็จพ่อ”
เฟิงหยูเองยืนพิงรถเข็น และกล่าวว่า “ฮองเฮาเป็นผู้ที่
ยิ่งใหญ่ เนื่องจากพวกเจ้าเป็นหลานของพระองค์ พวกเจ้าจะ
ไม่ขาดแคลนสิ่งใดแน่นอน” นางมีความสุขมากและเริ่ม
กระโดด นางจับมือของซวนเทียนหมิง นางกล่าวว่า “ซวน
เทียนหมิง มันยอดเยี่ยมมาก ! พวกนางเป็นญาติของฮองเฮา
พวกนางไม่กลั่นแกล้งข้าแน่นอน ! ”
ซวนเทียนหมิงบีบแก้มของนาง “ใช่แล้ว พวกนางจะไม่กลั่น
แกล้งเจ้าอย่างแน่นอน” จากนั้นเขาก็บีบมือนางเพิ่มอีกนิด
หน่อย “ทำไมเจ้าดูผอมลง ? ตระกูลเฟิงไม่มีเงินซื้อเนื้อให้
เจ้ากินหรือ ? ข้าไม่ได้ให้เงินเจ้าหรือ ? หรือเจ้าไม่รู้ว่าจะใช้
มันอย่างไร ?”
“ข้ารับผิดชอบอาหารของตัวเองอยู่แล้ว” เฟิงหยูเองเตือน
เขา “ข้าอาศัยอยู่ที่เรืองตงเซิง อาหารที่ข้ากินและสิ่งที่ข้าใช้ก็
ใช้เงินของเจ้าซื้อทั้งหมด โอ้ ใช่แล้ว ยังมีเงินเดือนจากการ
เป็นองค์หญิงแห่งในมณฑลอีกด้วย”
“หืม ? ” ซวนเทียนหมิงรู้สึกว่ามีบางอย่างถูกปิดบัง “เจ้าไม่
กินข้าวกับพวกเขา แต่พวกเขาไม่ให้เงินแก่เจ้าหรือ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหัว “ไม่ได้ให้”
“เรื่องนี้ถือว่าผิดกฎ ! ” ซวนเทียนหมิงจ้องมองคนในตระกูล
เฟิง “เจ้าไม่อาจเลือกที่จะไม่มอบเงินให้นางเพราะนางไม่ร้อง
ขอ พวกนางเป็นบุตรสาวของตระกูลเฟิง และอาเองก็เป็น
บุตรสาวของฮูหยินใหญ่ด้วย เราไม่ขอให้เจ้ามอบเงินให้นาง
มากกว่าบุตรสาวของอนุ แต่อย่างน้อยควรก็ให้นางในจำนวน
ที่เท่ากัน แต่ทำไม…”
“องค์ชาย” คังอี้พูดอย่างรวดเร็ว “องค์ชายกำลังเข้าใจผิดเพ
คะ แม้ว่าข้าเพิ่งเข้ามาในคฤหาสน์ ข้าก็ได้ยินท่านแม่พูดถึง
มันเมื่อวานนี้ ท่านแม่บอกว่าถึงแม้องค์หญิงแห่งมณฑลจะไม่
ทานอาหารกับเรา แต่ส่วนขององค์หญิงก็ถูกเก็บไว้เป็นเงินที่
สามารถมอบให้องค์หญิงแห่งมณฑลได้ตลอดเวลา”
“โอ้” ซวนเทียนหมิงพยักหน้า “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี” จากนั้น
เขาก็ไม่ได้มองนางแล้วหันมาหาเฟิงหยูเอง “เจ้าต้องเอาใจใส่
มากกว่านี้ด้วย อย่ายิ้มให้ใครก็ตามที่เจ้าพบ อย่าโดนโกงโดย
ไม่รู้ตัว เอาล่ะ ข้าจะกลับแล้ว หากเจ้ามีปัญหาไปหาข้าที่
ตำหนักหยู”
“ได้” เฟิงหยูเองพยักหน้าแล้วเข็นรถเข็นของซวนเทียนหมิงอ
อกจากคฤหาสน์ด้วยตัวเองหลังจากที่ทุกคนเห็นซวนเทียนห
มิงขึ้นรถม้าแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ถอนหายใจด้วยความโล่
งอก ฮูหยินผู้เฒ่าที่ยืนอยู่กับยายจาวนั้นไม่ค่อยมีแรง แต่นาง
ก็รีบสั่งเฟิงเฟินไดและคนอื่น ๆ “เร็ว ! ช่วยประคองฮันชิลุก
ขึ้นยืน และเชิญแพทย์มาตรวจครรภ์เร็ว ! ”
เฟิงเฟินไดก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่อาจล่าช้าได้ ฮันชินั้นบอบบางและ
พื้นดินก็เย็น ใบหน้าของนางดูไม่ค่อยดีนัก แม้ว่านางต้องการ
ที่จะดูฉากตรงหน้าต่อไป นางก็รู้วิธีประเมินสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่า
เรื่องอื่น ๆ จะมีความสำคัญแค่ไหน แต่เด็กในท้องฮันชินั้น
สำคัญที่สุด พวกเขาต้องกลับไป
นางกระทืบเท้าของนางและออกไปอย่างไม่เต็มใจขณะที่ช่วย
ประคองฮันชิ เฟิงหยูเองกลับมาจากนอกคฤหาสน์ ฮูหยินผู้
เฒ่าและคังอี้เฝ้าดูนางเดินก้าวเล็ก ๆ ทีละก้าว ชั่วครู่หนึ่ง
พวกเขาไม่รู้ว่าควรพูดคุยกับนางอย่างไร แต่เป็นพี่น้อง
ตระกูลเฉิงที่ทักทายนางก่อน พวกนางเดินไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อคำนับเฟิงหยูเอง “คารวะองค์หญิงแห่งมณฑลเพคะ”
เฟิงหยูเองยิ้ม และกล่าวว่า
“พวกเจ้าเป็นอนุของท่านพ่อ และพวกเจ้าก็เป็นหลานสาว
ของฮองเฮาด้วย ไม่จำเป็นต้องคำนับข้าเมื่อเห็นข้า นับจาก
วันนี้เป็นต้นไปตั้งแต่ที่พวกเจ้าเข้ามาในตระกูลเฟิง ดูแลท่าน
พ่ออย่างดี และดูแลท่านย่า และท่านแม่ให้ดีที่สุด อีกไม่กี่วัน
ข้าจะต้องมุ่งเน้นไปที่การผลิตเหล็ก ดังนั้นพวกเจ้าจะต้อง
จัดการกับงานในคฤหาสน์มากกว่านี้”
ทั้งสองพูดพร้อมกัน “อนุจะปฏิบัติตามคำสั่งขององค์หญิง
แห่งมณฑลเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น คังอี้และเฟิงเฉินหยูสบตากันและมองเห็น
สัญญาณเตือนภัยในดวงตาของกันและกัน
ทันใดนั้นตระกูลเฟิงก็มีอนุอีก 2 คนเข้ามาในคฤหาสน์ ทำให้
ในคฤหาสน์วุ่นวาย อย่างไรก็ตามเฟิงจินหยวนยังไม่กลับมา
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดหนักและคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจว่าเรือนจินฟู
ซึ่งเดิมจะมอบให้รุ่ยเจีย นางจะยกให้เฉิงจุนม่าน จากนั้นนาง
ให้บ่าวรับใช้ทำความสะอาดเรือนรือหยูซึ่งเป็นเรือนที่อยู่ใกล้
เรือนจินฟูมากที่สุด เพื่อให้จุนเหม่ยสามารถย้ายเข้าในค่ำคืน
นั้นได้
ฮูหยินผู้เฒ่าได้มอบเรือนให้ ในขณะที่คังอี้ดูแลการกำกับบ่าว
รับใช้เป็นการส่วนตัวเพื่อดูแลทำความสะอาดเรือนทั้ง
สอง สำหรับน้องสาว 2 คนที่เพิ่งเข้ามาในคฤหาสน์ พวกนาง
ก็มาสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือนซูหยาตลอดทั้งวัน พวก
นางทานอาหารกลางวันด้วยกัน เมื่อเรือนทั้งสองได้รับการทำ
ความสะอาดและคังอี้มุ่งหน้าไปที่เรือนซูหยาเพื่อรายงานต่อฮู
หยินผู้เฒ่า นางพบว่าฮูหยินผู้เฒ่าและอนุทั้งสองคนเข้ากันได้
เป็นอย่างดี นางมีความสนใจในเรื่องซุบซิบที่มาจาก
พระราชวัง
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เริ่มมองพระราชวังในฐานะสถานที่แห่ง
ศรัทธา ในสายตาของนาง พระราชวังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่สุดภายใต้สวรรค์ แม้ว่ามันจะเหมือนว่านางไม่เคยไป แต่
นางเคยไปร่วมงานเลี้ยงมากมาย แต่ยิ่งนางไป นางก็ยิ่งรู้สึก
ว่าผู้คนที่อยู่ในอันดับสูงสุดอาศัยอยู่ในพระราชวัง อำนาจของ
ฮ่องเต้และความงามของฮองเฮานั้นเหนือสิ่งอื่นใดในสายตา
ของนาง แต่ตระกูลเฟิงนั้นเป็นตระกูลที่ไม่มีรากฐานในเมือง
หลวง หากพวกเขาต้องการได้ยินบางสิ่งเกี่ยวกับพระราชวัง
มันก็ยากมาก อย่างไรก็ตามนางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่ง
ที่คนจากพระราชวังจะกลายเป็นลูกสะใภ้ของนาง !
ใช่แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ามองว่าอนุทั้งสองคนนั้นอยู่ในระดับ
เดียวกับคังอี้ นางไม่ได้โง่ ทั้งสองคนนี้ถูกส่งมายังคฤหาสน์
โดยฮ่องเต้ พวกนางเป็นเหมือนผู้สังเกตการณ์ที่ออกมาเพื่อ
สังเกตการณ์ของตระกูลเฟิง พวกนางไม่สามารถถูกตีหรือถูก
ด่าได้ และพวกนางไม่สามารถถูกมองข้ามได้ มิฉะนั้นหาก
พวกนางไม่ระวัง เมื่อทั้งสองคนนำข่าวนั้นออกไป เฟิงจินห
ยวนก็จะได้รับความเดือดร้อน
คังอี้เข้าใจความคิดของผู้คนเป็นอย่างดี เมื่อเห็นฉากนี้ นางรู้
ว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้ตัดสินใจที่จะยอมรับมันและยอม
ประนีประนอม นางจะพูดอะไรได้อีก ท้ายที่สุดสถานที่แห่งนี้
คือราชวงศ์ต้าชุน และฮ่องเต้ส่งหญิงสาว 2 คนนี้มา พวก
นางยังเป็นหลานสาวของฮองเฮา นางสามารถโต้เถียงกับทุก
คนได้ยกเว้นเชื้อพระวงศ์ นางรู้ว่านางไม่มีความสามารถนี้
อย่างน้อยก็ไม่ได้ตอนนี้
“ท่านแม่” นางเดินไปข้างหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “ลูกสะใภ้ได้
จัดเตรียมเรือนทั้งสองเรือนเสร็จแล้วเจ้าค่ะ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้
ข้าจะพาน้องสาวทั้งสองคนไปดู หากมีสิ่งใดที่พวกเจ้าไม่
พอใจ เราสามารถปรับเปลี่ยนมันได้ ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว พวก
เจ้าคงเหนื่อยแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “เจ้าทำงานของเจ้าได้ดีมาก มันทำให้
ข้ารู้สึกสบายใจ” จากนั้นนางพูดกับหญิงสาวสองคนว่า “รีบ
ไปดูที่เรือนเร็ว”
จุนม่านและจุนเหม่ยยืนขึ้น และคำนับฮูหยินผู้เฒ่าก่อนเดิน
ออกมาตามหลังคังอี้ พวกนางออกจากเรือนซูหยา หลังจากที่
ทั้งสามเดินจากไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถอนหายใจด้วยความโล่
งอก ในขณะที่บ่าวรับใช้นวดไหล่นาง นางถามยายจาว “เจ้า
ส่งคนไปที่พระราชวังเพื่อสอบถามหรือไม่ ? ”
ยายจาวกล่าวว่า “ทั้งสองคนถูกส่งมาแล้ว พวกเขากล่าวว่ามี
เรื่องมากมายที่ราชสำนักต้องดูแล มันไม่ใช่แค่เจ้านายของ
เรา ข้าราชสำนักทุกคนยังอยู่ในราชสำนัก ท่านฮูหยินผู้เฒ่า
อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนยังอยู่ในราชสำนัก ในที่สุดฮูหยิน
ผู้เฒ่าก็สงบลงในที่สุด “ก็ดีถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา วันนี้ข้า
รู้สึกวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา ข้าสงสัยว่าจะมีบางอย่างไม่ดี
เกิดขึ้น แต่ข้าไม่คิดว่าองค์ชายเก้าจะมาเร็วขนาดนี้”
ยายจาวปลอบใจนางว่า
“องค์ชายเก้าดูเหมือนจะหงุดหงิดกับท่านฮูหยินคนใหม่ ดู
พระองค์ยังสุภาพกับท่านอยู่นะเจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เข้าใจเช่นกัน แต่เมื่อนางคิดว่าคังอี้ถูกกรรโชก
เงิน 5,000,000 เหรียญทอง นางรู้สึกปวดใจอย่างเหลือล้น
“นั่นคือเหรียญทอง ! 5,000,000 เหรียญทอง บอกข้าที ถ้า
มันถูกขนส่งจากเฉียนโจวมายังราชวงศ์ต้าชุนจะต้องใช้รถม้า
กี่คัน ? ขบวนคาราวานจะยาวขนาดไหน ? ฮะ ! มันจะถูก
ส่งไปที่คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล มัน… จริง ๆ
แล้ว…”
นางพูดอย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่จบประโยค ยายจาวไม่
สามารถกลั้นยิ้มในขณะที่นางคิดกับตัวเอง เป็นไปได้หรือไม่
ว่าฮูหยินผู้เฒ่าหวังจะได้รับเงินจำนวนนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ท่าน
สามารถหวังได้หรือไม่ ? สำหรับองค์ชายเก้า การที่ไม่ทำให้
ท่านเดือดร้อนก็ถือเป็นโชคดีแล้ว ควรจะรู้จักพอ !
แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็เป็นคนประเภทนี้ เมื่อพูดถึงความมั่งคั่ง
นางไม่รู้สึกพอ เหรียญทองยังอยู่ในเฉียนโจว แต่นางวางแผน
ไว้ว่าจะปฏิบัติต่อเฟิงหยูเองให้ดีขึ้นเล็กน้อย โดยหวังว่าจะ
ได้รับประโยชน์บางอย่าง
“ใช่แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าคิดได้ทันที “รีบไปที่วัดแล้วย้ายเจ้าแม่
กวนอิมไปที่เรือนยูหลาน ไม่อนุญาตให้ฮันชิสร้างปัญหา
สำหรับนางที่พยายามไม่ให้เฟิงจินหยวนกลับไปหาคังอี้ที่เรือน
เมื่อคืน แม้ว่าคังอี้จะเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ แต่นางก็มาจาก
ต่างแคว้นอยู่ดี แต่จุนม่านและจุนเหม่ยเป็นคนที่ฮ่องเต้ส่งมา
หากทั้งสองคนขุ่นเคือง ตระกูลเฟิงจะต้องเดือดร้อนแน่นอน”
ยายจาวรับตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต้อง
กังวลเจ้าค่ะ บ่าวรับใช้คนนี้จะไปที่เรือนยูหลาน ไม่เพียงแต่
ข้าจะต้องส่งเจ้าแม่กวนอิม ข้าจะต้องเตือนอนุฮันด้วยเจ้าค่ะ”
“ดี” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเร่งนาง “ไปเร็ว”
ในขณะที่ยายจาวมุ่งหน้าไปยังวัด เฟิงจินหยวนก็รีบกลับมา
เช่นกัน สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อกลับมาที่คฤหาสน์คือมาหาฮูหยิน
ผู้เฒ่า หลังจากเข้าไปในห้อง เขาไม่มีเวลาทักทายเขาถาม
อย่างใจจดใจจ่อ “ท่านแม่ พบทั้งสองคนหรือยังขอรับ ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ และพยักหน้าโดยกล่าวว่า “พบแล้ว
พวกนางอยู่ที่เรือนจินฟูและเรือนรือหยู คืนนี้เจ้าจะ…”
“คืนนี้ข้าต้องค้างคืนที่เรือนเทียนเซียง”
เฟิงจินหยวนมีความแน่วแน่อย่างยิ่ง “เมื่อคืนนี้ข้าดื่มมาก
เกินไปและไม่คิดให้รอบคอบในหลายสิ่งหลายอย่าง สิ่งนี้ไม่
เหมาะสมอย่างแท้จริง คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องไปที่เรือน
เทียนเซียง ข้าต้องอธิบายกับคังอี้ ข้อที่สอง…” เขาหยุดคิด
สักครู่ก่อนพูดต่อ “ท่านแม่ก็เห็น ฮ่องเต้ และฮองเฮาส่งอนุ
ทั้งสองมายังคฤหาสน์ สิ่งนี้ทำให้เกิดปัญหากับตระกูลเฟิง
อย่างชัดเจน พูดตามความเป็นจริง จิตใจของข้านั้นค่อนข้าง
ยุ่งเหยิง ความยุ่งเหยิงนี้สามารถถูกจัดการโดยใครบางคน
เท่านั้น คนที่มีความคิดที่ชัดเจนอย่างคังอี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า มันคงหนีไม่พ้นที่นางจะสับสนเล็กน้อย
เช่นกัน “บอกข้ามาสิ ฮ่องเต้ปกป้องตระกูลเฟิงของเรา
เพราะคังอี้เข้ามาในคฤหาสน์หรือไม่ ? ไม่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้
เจ้าไม่ได้พูดว่าฮ่องเต้รู้สึกขอบคุณเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าจะ
แต่งงานกับคังอี้หรือ ? ”
เฟิงเฟิงจินหยวนย่ำเท้าของเขา “การอยู่ใกล้กับฮ่องเต้ก็
เปรียบเสมือนการอยู่ใกล้กับเสือ ข้าได้ช่วยบรรเทาปัญหา
ของราชวงศ์ต้าชุนโดยป้องกันไม่ให้เฉียนโจวและกูซูรวมตัว
กันจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ท่านแม่ไม่ต้องกังวล
เรื่องนี้ยังคงต้องสังเกตอีกสองสามวัน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการ
เปลี่ยนแปลงมากมายในคฤหาสน์ มันต้องทำให้ท่านแม่รู้สึก
เหน็ดเหนื่อยอย่างแน่นอน”
“มันช่วยไม่ได้” ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือ “ไม่เป็นไรถ้าเจ้า
เข้าใจ ไม่ว่าในกรณีใด เจ้าต้องไปพบอนุทั้งสองคนในวันนี้
อย่าปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเย็นชา”
“ข้าเข้าใจ ข้าขอตัวกลับก่อน” หลังจากพูดอย่างนี้เขาก็หัน
หลังกลับออกไปทันที ใครจะรู้ว่าก่อนที่เขาจะก้าวออกจาก
ประตู ทันใดนั้นคนผู้หนึ่งก็รีบเข้ามาจากข้างนอก ทำให้ชนกับ
เขา…