Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 333 ชีวิตและความตาย, ศัตรูอยู่ตรงหน้า
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 333 ชีวิตและความตาย, ศัตรูอยู่ตรงหน้า
เฟิงหยูเองตกใจมากและหันไปคว้าแขนเจ้าของมือที่แตะไหล่
นาง
แต่เมื่อนางยื่นแขนออกไป นางหยุดทันที จากนั้นนางก้จ้อง
มองคนตรงหน้าอย่างว่างเปล่าแล้วเอ่ยว่า “พี่เจ็ด” จากนั้น
นางก็ถามว่า “ทำไมท่านถึงมาที่นี่เจ้าคะ ? ”
คนที่มาจริงๆ แล้วก็คือองค์ชายเจ็ด, ซวนเทียนฮั่ว ในขณะที่
เขายกนิ้วนิ้วชี้แล้วนำไปที่ริมฝีปากของเขาชี้ให้นางนิ่งเงียบ
เขาดึงนางไปยังเส้นทางเล็ก ๆ ด้านข้าง หลังจากเลี้ยวซ้าย
และขวานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาก็หยุด เขาชี้ไปข้างหน้าและ
พูดเบา ๆ “เข้าไปจากที่นี่ ตามเส้นทางเล็ก ๆ และเจ้าจะพบ
กับหิน หินประดับนั้นกลวง และห้องลับของพี่สามอยู่ข้างใน
คนที่เจ้ากำลังตามหาอยู่ในนั้น”
เฟิงหยูเองยังคงสงสัย “พี่เจ็ด ทำไมท่านถึงมาที่นี่เจ้าคะ ? ”
ซวนเทียนฮั่วกล่าว “ผู้คุ้มกันลับไม่สามารถติดตามเจ้าได้ เขา
ไม่กล้าไปพบหมิงเอ๋อ เขาจึงมาหาข้า”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้วและนึกแช่งบานซูในใจ
“ถ้าเช่นนั้นท่านพี่… เห็นข้าเมื่อไหร่เจ้าค่ะ” เขาเห็นนางทันที
ปรากฏตัวใช่หรือไม่ ?
“ช่วงเวลาที่ข้าเรียกเจ้าคือช่วงเวลาที่ข้าพบเจ้า” ซวนเทียน
ฮั่วยกมุมริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขาพูดกับนาง “ข้าไม่
แนะนำให้เข้าไปข้างใน หินมีกลไกมากมาย และมีทหาร
องครักษ์มากมายที่ดูแลอยู่ด้านนอก แม้ว่าเจ้าจะสามารถ
จัดการทหารองครักษ์ได้ทันที เมื่อเจ้ากดกลไกเพื่อเปิดประตู
คนที่อยู่ข้างในจะค้นพบทันที นอกจากนั้นไม่มีทางเข้าอื่น”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้วและไตร่ตรองมานานก่อนถาม “แล้วข้าง
ในล่ะ? จะมีคนคอยดูแลอยู่ข้างในหรือไม่ ? ”
ซวนเทียนฮั่วกล่าวว่า “ไม่มีคนอยู่ข้างใน พี่สามไม่เคยให้คน
เข้าไปในห้องลับของเขา”
“ดี” นางพยักหน้าแล้วมองที่ซวนเทียนฮั่ว “พี่เจ็ด ท่านเชื่อใน
ตัวข้าหรือไม่ ? ”
เขาตกใจแล้วถามว่า
“เจ้าต้องการที่จะเข้าไปด้วยตัวเองหรือ?”
“เจ้าค่ะ” เฟิงหยูเองมีความแน่วแน่อย่างยิ่ง “ถ้าพี่เจ็ดไม่
สบายใจก็รอข้าที่นี่ เมื่อข้าทำธุระของข้าเสร็จแล้ว ข้าจะ
กลับมาที่นี่เพื่อพบท่าน”
ซวนเทียนฮั่วส่ายหัว “ไม่ได้”
เฟิงหยูเองกังวลเล็กน้อย เวลาผ่านไปนานมากแล้ว ถ้านาง
ไม่ได้เข้าไปตอนนี้นางกลัวว่าพวกเขาจะออกมาหลังจากจบที่
พูดคุยเสร็จ การที่นางมาที่นี่จะไร้ประโยชน์
ในขณะที่นางกำลังคิด นางก็คิดได้ และชี้ไปข้างหน้าแล้วพูด
ว่า “ดูนั่นสิเจ้าค่ะ”
ซวนเทียนฮั่วหันไปมองโดยไม่รู้ตัว แต่ทันทีที่เขาหันศีรษะ
เขาก็รู้สึกเสียใจ เขาเอื้อมมือออกไปจับเฟิงหยูเอง แต่นางก็
ยังสามารถหลบหนีได้ เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เด็กสาว
ตรงหน้าเขาก็หายตัวไป
เขารู้ว่าเฟิงหยูเองรู้จักศิลปะการต่อสู้ แม้กระนั้นเขาไม่รู้ว่า
พลังภายในของนางจะดีพอที่จะทำให้นางหลงทางหรือไม่ เขา
มีนางอยู่ตรงหน้าเขา แต่มันก็ยังคงเป็นผลลัพธ์เดียวกัน
ซวนเทียนฮั่วเริ่มกังวล ในเวลาเดียวกันเขาเพิ่มความเร็วของ
เขาและวิ่งไปตามเส้นทางเล็ก ๆ
น่าเสียดายที่เขาพยายามอย่างที่สุดเพื่อตามหานาง แต่เขาก็
ยังไม่พบร่องรอยของเฟิงหยูเอง แต่ในเวลานี้เฟิงหยูเองใช้มิติ
ของนางเพื่อเข้าไปในหิน นางจะเข้าไปในมิติของนางแทบทุก
ย่างก้าว ก้าวไปข้างหน้าทีละนิด นางไม่กล้าทำเสียงดังแม้แต่
นิดเดียว ในความเป็นจริงนางไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำ ในก้าวที่
23 ของนาง ในที่สุดนางก็ได้ยินเสียงที่มาจากภายใน
“เขาเป็นเสนาบดีคนปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะไม่มีความสามารถ
ในการต่อสู้ แต่เขาก็เป็นต้นแบบให้กับข้าราชสำนักทุกคน
แม้ว่าบัณฑิตทุกคนจะเคารพสำนักศึกษาหยุนหลู่มากที่สุด
แต่มีกี่คนที่สามารถเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหยุนหลู่ได้ อย่างไร
ก็ตามคนที่เหลือนั้นส่วนใหญ่นับถือเฟิงจินหยวน ในระหว่าง
การสอบจอหงวนในฤดูใบไม้ผลินี้ นักเรียนมากกว่าครึ่งจะ
กลายเป็นคนของเขา บอกข้าว่าเฟิงจินหยวนสำคัญกับองค์
ชายผู้นี้หรือไม่?”
ในเวลานี้เสียงของซวนเทียนเย่ดูสงบ ทันทีที่ได้ยินเสียงของ
ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา “ข้าแต่งเข้าตระกูลเฟิงแล้ว และจะ
ทำให้แน่ใจได้ว่าเขาจะสนับสนุนพระองค์ต่อไป แต่ฝ่าบาท
อย่าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับเฉียนโจว”
“องค์หญิงใหญ่ไม่ต้องกังวล เมื่อวันนั้นมาถึงข้าซวนเทียนเย่
ขึ้นครองบัลลังก์ของฮ่องเต้ ข้าจะมอบสามมณฑลทางเหนือ
สุดให้กับเฉียนโจวอย่างแน่นอน”
“ดีมาก ! ” เสียงของคังอี้ชัดเจนขึ้นเล็กน้อย แต่นางก็เริ่ม
กล่าวเอะอะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว “แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่า
ราชวงศ์ต้าชุนของพระองค์จะมีคนที่ไม่มีเหตุผลอย่างองค์
ชายหยู ! ในครั้งนี้เขารีดไถเงิน 5,000,000 เหรียญทองของ
ข้า ถ้านี่คือเฉียนโจว เขาจะต้องถูกตัดศีรษะแน่นอน ! ”
“หืมม!” ซวนเทียนเย่พูดอย่างเฉยเมย “อารมณ์ของเขาไม่ได้
เป็นผลมาจากการที่เสด็จพ่อทำลายเขา ! แต่การพูดก็เป็น
เพราะเฉียนโจวของท่านไร้ความสามารถ ในเวลานั้นองค์ชาย
ผู้นี้ใช้เวลาอย่างมากในการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของ
กองทัพของเขา และข้าทุ่มเทอย่างมากเพื่อส่งเขาไปยังภาค
ตะวันตกเฉียงเหนือ แต่กลุ่มนักแม่นธนูของเฉียนโจวของท่าน
ก็ทำได้แค่ทำลายขาและใบหน้าของเขาเท่านั้น เขายังไม่
ตาย”
คังอี้รู้สึกผิดเล็กน้อย “ศัตรูเร็วมาก และที่นั่นเป็นดินแดนของ
ราชวงศ์ต้าชุน กลุ่มนักแม่นธนูของเฉียนโจวที่ไปเป็นความลับ
พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เช่นเดียวกับที่ทำได้ในเฉียนโจว
ไม่ต้องพูดถึงการเข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ หากไม่ใช่
เพราะการช่วยเหลือของเฟิงจินหยวนอย่างลับ ๆ และ
จัดเตรียมเอกสารให้ บางทีเราอาจไม่สามารถเข้าราชวงศ์ต้า
ชุนได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องนี้มันช่างน่าเสียดายจริง ๆ หากองค์
ชายหยูเสียชีวิตในภาคตะวันตกเฉียงเหนือจริง ๆ คงไม่มี
ปัญหามากมายขนาดนี้ หากองค์ชายหยูไร้อำนาจ องค์หญิง
แห่งมณฑลจี่อันนั้นก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน ในเมือง
หลวงขนาดใหญ่เช่นนี้ องค์ชายเซียงจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมาก
ที่สุด”
เฟิงหยูเองไม่มีกะจิตกะใจที่จะฟังต่อไป เพียงไม่กี่คำก็เพียง
พอที่จะทำให้เลือดของนางเดือด ความโกรธเกรี้ยวอยู่ในอก
ของนางขณะที่มันพุ่งทะยานราวกับทะเลที่มีพายุ และทำให้
นางรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
นางเคยสงสัยแล้วว่าซวนเทียนหมิงติดกับดักอยู่ในภูเขาทาง
ตะวันตกเฉียงเหนือเป็นผลมาจากการทรยศ และเฟิงจินห
ยวนไปทางเหนือเพื่อบรรเทาภัยพิบัตินั้นได้รับความช่วยเหลือ
จากศัตรูซึ่งก็พอจะเดาได้ แต่นางไม่เคยคิดว่านางจะได้ยิน
คำยืนยันอย่างชัดเจนในวันนี้
มือของนางเข้าไปในมิติของนางแล้วดึงเข็มยาชา
ออกมา อย่างไรก็ตามเมื่อนางคิดอีกครั้งนางใช้เหตุผล
สุดท้ายของนาง
ถ้านางรีบฆ่าซวนเทียนเย่และคังอี้ นางเชื่อมั่นว่านางทำได้
แต่จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากการตายของพวกเขา ? หากองค์
ชายสามและองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวเสียชีวิตโดยไม่มี
เหตุผลใด ๆ เฉียนโจวจะไม่ยอมนิ่งเฉยเป็นแน่
ในสี่อาณาจักรเล็ก ๆ เฉียนโจวและกูชูเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด
เพราะมีอากาศที่หนาวจัดและร้อนมาก แม่ทัพของ
ราชวงศ์ต้าชุนขาดประสบการณ์ในการนำทัพภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ หากศัตรูไม่ยอมนิ่งเฉย สามมณฑลทาง
เหนือสุดของราชวงศ์ต้าชุนจะปกป้องได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น
กองทัพเจตจำนงค์ของสวรรค์ของนางยังไม่สำเร็จการ
ฝึกอบรม ปัจจุบันกลุ่มนักแม่นธนูของเฉียนโจวเป็นภัยคุกคาม
ที่ไม่น่าสนใจสำหรับราชวงศ์ต้าชุน
เมื่อคิดเช่นนี้เฟิงหยูเองวางเข็มที่นางถือไว้ในมือของนาง นาง
พยายามทำให้ตัวเองสงบลงมากที่สุดนางจึงเปลี่ยนใจในที่สุด
เมื่อนางออกจากถ้ำที่ทำให้หายใจไม่ออก นางก็ปรากฏตัวขึ้น
ด้านหลังซวนเทียนฮั่ว
ซวนเทียนฮั่วรู้สึกว่ามีใครบางคนเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังเขา
ในทันที หันกลับมาอย่างรวดเร็วเขาเห็นเฟิงหยูเองพร้อม
ใบหน้าซีดราวกับได้รับความหวาดกลัว เขาเอื้อมมือออกไป
และช่วยประคองนางอย่างเงียบ ๆ แล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น
? ทำไมหน้าของเจ้าดูแย่มาก” ในขณะที่พูดสิ่งนี้เขามองไป
ทางด้านหลัง และไม่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวใด ๆ “อาเอง
! ”
“พี่เจ็ด” ในที่สุดนางก็พูด แต่น้ำเสียงนางดูเหนื่อยมาก “ท่าน
ไปส่งข้ากลับบ้านได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”
ซวนเทียนฮั่วขมวดคิ้วและต้องการพูดอีกครั้ง แต่เมื่อคำพูด
ที่มาถึงริมฝีปากของเขา เขาก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
“ได้ ข้าจะไปส่งเจ้ากลับบ้าน”
เฟิงหยูเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางจะกลับคฤหาสน์อย่างไร นางรู้
เพียงว่าซวนเทียนฮั่วจับตัวนางแน่นตลอดเวลา รีบวิ่งไป
พร้อมกับการใช้พลังภายในข้ามกำแพง ในที่สุดเมื่อพวกเขา
ลงแตะพื้น พวกเขามาถึงกำแพงของเรือนภายในไม่ไกลจาก
ทางเข้าหลักของตำหนักเซียง
ทันใดนั้นนางก็ได้สติกลับมา นางกระตุกแขนเสื้อของซวน
เทียนฮั่วโดยกล่าวว่า“พี่เจ็ดรอสักครู่” หลังจากพูดแบบนี้นาง
เอื้อมมือไปที่แขนเสื้อของนาง และหยิบระเบิดเพลิงออกมา
ซวนเทียนหัวไม่เข้าใจว่าระเบิดเพลิงทำมาจากอะไร แต่เขาได้
กลิ่นแปลก ๆ จากนั้นเขาเห็นเฟิงหยูเองเหวี่ยงพวกมันเข้าไป
ในตำหนักเซียง หลังจากโยนแล้ว นางก็กระตุกแขนเสื้อของ
เขาแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะเจ้าค่ะ !”
ทั้งสองหนีกลับไปที่คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลอย่าง
รวดเร็ว แม้ว่าซวนเทียนฮั่วจะรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้กล้าเกินไป
เมื่อเขาเห็นเฟิงหยูเองเปิดเผยรอยยิ้มหลังจากจุดไฟเผา
ตำหนักเซียง เขาก็รู้สึกว่าไฟนี้คุ้มค่ามาก
เขาไม่รู้ว่ามันเริ่มเมื่อไหร่ แต่ตราบใดที่เขาเห็นผู้หญิงคนนี้ยิ้ม
เขาก็รู้สึกพึงพอใจ
ซวนเทียนฮั่วออกไปหลังจากเห็นเฟิงหยูเองเข้าไปในคฤหาสน์
ขององค์หญิงแห่งมณฑล แม้กระนั้นเขาไม่รู้ว่าหลังจากที่
หญิงสาวคนนั้นเข้าไปในคฤหาสน์องค์หญิงแห่งมณฑล นาง
หันกลับทันทีและไปที่ทางเข้าเล็ก ๆ ที่เรือนศจี
ไม่มีใครรู้ว่าความเกลียดชังในหัวใจของเฟิงหยูเองนั้นถูกเผา
ไปพร้อมกับตำหนักเซียง !
ปรากฏว่ามีศัตรู 2 คนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์เฟิง !
รูปร่างราวกับภูตผีที่ลอยอยู่ในเรือนหยูหลาน จากนั้นก็ลอยไป
ที่เตียงที่เฟิงจินหยวนและฮันชินอนอยู่ ผ้าม่านขยับ มีมือวาง
ที่คอของเฟิงจินหยวน
อย่างไรก็ตามมือนี้หยุดห่างหนึ่งนิ้วจากเป้าหมาย
เสนาบดีเฟิงของราชสำนัก สำหรับขุนนางทุกคน ฮ่องเต้มี
เหตุผลของตัวเองที่จะไม่ทำอะไรทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาร่วมมือกับ
ซวนเทียนเย่ เฟิงจินหยวนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของราช
สำนักมานาน 20 ปีแล้ว หากนางบีบคอเขาจนเสียชีวิตเพราะ
นางระงับอารมณ์ไม่ได้ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่ยอมให้อภัยนาง
เฟิงหยูเองพูดซ้ำ ๆ กับตัวเองว่านางจะต้องใจเย็น หลังจาก
นั้นไม่นานนางก็ดึงมือนางกลับมา
เฟิงจินหยวนไม่สามารถฆ่าได้ คังอี้ไม่สามารถฆ่าได้ ซวน
เทียนเย่นั้นไม่สามารถฆ่าได้ นางรู้ชัดเจนว่าใครเป็นศัตรู แต่
นางไม่สามารถทำอะไรกับพวกเขาได้ นางทนความเจ็บปวด
แบบนี้ได้อย่างไร
ปอดของเฟิงหยูเองกำลังจะระเบิดด้วยความโกรธ !
เหมือนภูตผี นางออกจากเรือนหยูหลาน แต่นางไม่ได้กลับไป
ที่เรือนตงเซิง นางกลับออกจากคฤหาสน์แทน
บานซูปรากฏตัวต่อหน้านางทันทีคว้าแขนของนางถามอย่าง
ตรงไปตรงมา “คุณหนูจะไปไหนขอรับ ? ” จากนั้นก่อนรอให้
เฟิงหยูเองตอบเขา “ข้าจะจับแขนคุณหนูไว้เช่นนี้ อย่าคิดว่า
จะวิ่งหนีไปได้”
เฟิงหยูเองมองไปที่เขา ขณะเดียวกันการจ้องมองนางทำให้
บานซูสั่นและปล่อยมือไปโดยไม่รู้ตัว ตกใจเขาถามว่า “ข้า…
ข้าจะไม่จับแขนคุณหนูแล้ว ทำไมจ้องมองข้าแบบนี้ด้วยขอรับ
? ”
นางส่ายหัว และดึงบานซูว่า “ข้าไม่จ้องมองเจ้า และข้าก็ไม่
อยากวิ่งหนีอีกครั้ง มีบางสิ่งที่ข้าสงสัยแต่ตอนนี้ข้าเข้าใจ
อย่างแจ่มแจ้งแล้ว อย่างไรก็ตามข้าพบว่าแม้ว่าข้าจะรู้เรื่องนี้
แล้วก็ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้ เจ้าเคยรู้สึกแบบนี้หรือไม่ มีคนเอา
ตัวเจ้าไปพร้อมมีดที่เกือบจะฆ่าเจ้า ตอนนี้เจ้าอยู่ตรงหน้า
พวกเขา แต่เจ้าไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้ บานซูไปตำหนักหยู
กับข้า ไปหาซวนเทียนหมิงกันเถอะ ให้เขาต่อสู้กับข้า ไม่งั้น
ข้าจะอกแตกตายแล้ว”
เมื่อได้ยินว่านางต้องการไปที่ตำหนักหยู ในที่สุดบานซูก็ถอน
หายใจด้วยความโล่งอก โดยไม่พูดอะไรอีก เขาคว้าแขนของ
เฟิงหยูเองและเริ่มเคลื่อนไหวด้วยพลังภายใน
ระหว่างทางพวกเขาผ่านสี่แยกที่นำไปสู่ตำหนักเซียง เห็น
แสงสว่างจากเปลวไฟและผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนเปล่งเสียง
ดังว่า “เอาน้ำมา” ริมฝีปากของเขาขดเป็นรอยยิ้ม ขณะที่
เขาก้มศีรษะลงถามนาง “คุณหนูเป็นคนทำใช่หรือไม่ขอรับ”
เฟิงหยูเองตะโกนอย่างเย็นชา “นี่มันแค่ส่วนหนึ่งของตำหนัก
เท่านั้น บานซูจำคำที่ข้าพูดวันนี้ให้ดี ไม่ช้าก็เร็วข้าจะเผา
ตำหนักเซียงทั้งหมด! ส่วนซวนเทียนเย่นั้น ข้าจะจับเขาบน
ภูเขาแล้วเปลี่ยนเขาให้เป็นเม่นด้วยลูกธนู ! ”
บานซูรู้สึกถึงความเย็นชาที่มาจากคำพูดของเฟิงหยูเอง ด้วย
เหตุผลบางอย่างเขารู้สึกว่าสองสิ่งที่นางพูดถึงอาจเกิดขึ้นได้
อย่างแน่นอน ราวกับว่าเขาได้เห็นฉากของซวนเทียนเย่ถูก
แทงด้วยลูกธนูในภูเขา มันเป็นความสุขและบรรเทา
ความแค้นอย่างแท้จริง
ทั้งสองทะยานข้ามกำแพงและเข้าไปในตำหนักหยู บานซู
ไม่ได้หลีกเลี่ยงอะไรเลย เมื่อเข้าสู่ตำหนักหยูพวกเขาลงที่
กลางลาน ในเวลาเดียวกันองครักษ์เงานับไม่ถ้วนก็ออกมา
และล้อมรอบพวกเขาไว้
เฟิงหยูเองถอนหายใจ นี่คือการป้องกันที่เหมาะสม และ
เพียงแค่นี้อาจถือได้ว่าเป็นตำหนักที่แสดงพลังของมัน
“นี่พราชายาหยู” บานซูพูดเพียงไม่กี่คำ แต่ทุกคนเห็นเฟิงหยู
เอง ครู่หนึ่งพวกเขาตกใจก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไปในเงา
มืดพร้อมเสียงที่พูดว่า “พราชายาสามารถเข้าไปตำหนักหยู
ได้ตลอดเวลา ! ”