Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 332 การดำเนินการแอบแฝง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 332 การดำเนินการแอบแฝง
วังซวนพูดเบาๆ “ประมาณครึ่งชั่วยามที่แล้วเจ้าค่ะ”
คิ้วที่สวยงามของเฟิงหยูเองขมวดมารวมกัน
จินเฉินที่นั่งอยู่บนพื้นไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าเจ้านายและบ่าว
รับใช้กำลังพูดถึงอะไร ในขณะนี้จิตใจของนางจำได้แต่คำพูด
ที่เฟิงหยูเองกล่าวว่า “ข้าไม่ฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเองก็ดีแค่
ไหนแล้ว”
นางเริ่มเสียใจ ในคฤหาสน์นี้มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่สามารถ
ให้ความมั่นคงในชีวิตของนางได้ คนแรกก็คือเฟิงเฟิงจินห
ยวน และคนที่สองก็คือเฟิงเฟิงหยูเอง น่าเสียดายที่ตอนแรก
นางมีทั้งสองคนอยู่ในมือ แต่เนื่องจากความผิดพลาดในการ
ตัดสินใจของนาง นางจึงสูญเสียเฟิงหยูเอง และการมาอย่าง
ฉับพลันของคังอี้ก็ทำให้นางก็สูญเสียเฟิงจินหยวน
นางกลัวบุตรของฮันชิที่กำลังจะเกิด นางเป็นอนุเพียงคน
เดียวในคฤหาสน์ที่ไม่มีบุตร ถ้าฮันชิให้กำเนิดบุตรชาย นางก็
จะมีโชคชะตาที่น่าเศร้า
“ไม่!” เสียงของนางสั่น เมื่อนางมองเฟิงหยูเองอีกครั้ง นาง
เห็นว่าเฟิงหยูเองให้ความสนใจกับการสนทนาของนางกับวัง
ซวนโดยไม่สนใจนางเลย จินเฉินเริ่มวิตกกังวลและคลานไป
ข้างหน้า ไปกอดขาของเฟิงหยูเองแล้วร้องไห้ “คุณหนูรอง
ข้าจะทำทุกอย่างที่คุณหนูสั่งให้ข้าทำ แค่คุณหนูช่วยข้าใน
ครั้งนี้ ในอนาคตจินเฉินไม่กล้าทำอะไรอีกแล้วเจ้าค่ะ ! ”
หวงซวนคว้าคอของนางแล้วดึงนางออกไปพูดด้วยความ
รังเกียจ “หลังจากที่เจ้ากล้าใช้องค์ชายเก้า แล้วยังมีหน้า
ขอให้เจ้าคุณหนูรองช่วยเจ้า จิตใจของเจ้าช่างไร้ความปรานี
ยิ่งนัก”
“ไม่!” จินเฉินตะโกนเสียงดัง “ข้าไม่ได้ใช้องค์ชายเก้า ข้า
ต้องการที่จะโยนความผิดให้ฮูหยินใหญ่ ! ”
ดวงตาของเฟิงหยูเองเริ่มคมชัด เมื่อนางมองที่จินเฉินอีกครั้ง
ก็มีความปั่นป่วนเล็กน้อยโดยพูดว่า “ถ้าเจ้ากล้าที่จะ
รับผิดชอบ ข้าอาจช่วยเจ้าได้อีกครั้ง แต่เจ้ากำลังทำให้ข้า
เป็นคนโง่ ! ” ทั้งเสียงและท่าทางของนางนั้นเคร่งขรึมมาก
เมื่อนางมองจินเฉินราวกับว่านางเป็นคนตาย
จินเฉินตกอยู่ในความสิ้นหวัง นางปล่อยขาของเฟิงหยูเอง
และลุกขึ้นยืน ถอยกลับในขณะที่ยังพอมีแรง
คุณหนูรองพูดอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ช่วยนาง แต่นางก็ยัง
ไม่อยากตาย…
ทันใดนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่เฟิงหยูเอง และกล่าว
ว่า “เราเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ในเวลานั้นเพื่อช่วยคุณหนู
กำจัดเฉินซื่อ ข้าจึงกำจัดบุตรในท้องของข้า คุณหนูรองไม่
กลัวว่าข้าจะไปหาท่านฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเล่าเรื่องนี้หรือเจ้าคะ
? ”
เฟิงหยูเองหัวเราะเยาะ “ไปเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะ
เชื่อเจ้าหรือไม่ แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อ แต่เฉินซื่อก็ตายไปแล้ว
เจ้าว่าตระกูลเฟิงจะมาสอบสวนองค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้
หรือ? ยิ่งกว่านั้นเจ้าควรรู้แน่แก่ใจดีว่าบุตรในท้องของเจ้า
เป็นบุตรของใครมากกว่าข้า”
“ฮ่าๆๆ!” จินเฉินเริ่มร้องไห้ และหัวเราะราวกับว่านางโกรธ
มาก “เด็กคนนี้เป็นบุตรใคร ? แน่นอนว่าเป็นบุตรของสามี
ข้า ข้ารู้ว่าคุณหนูยังมีรองเท้าอีกข้างอยู่ แต่อย่างไรล่ะ ? มัน
เนิ่นนานกว่าครึ่งปีแล้ว รองเท้าข้างเดียวจะทำอะไรกับข้าได้
บ้าง ตราบใดที่ข้าบอกออกไปว่าเด็กคนนั้นเป็นของท่านพี่
และคุณหนูก็ขู่ให้ข้าเอาออกเพื่อทำร้ายเฉินซื่อ หากคุณหนู
พยายามที่จะทำอันตรายต่อบุตรของตระกูลเฟิง ข้าก็กลัวว่า
ท่านพี่และฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ยอมให้คุณหนูอย่างแน่นอน”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า และหันหลังให้ นางไม่ต้องการคุย
กับจินเฉินอีกต่อไป จินเฉินเชื่อว่าเฟิงหยูเองกลัวภัยคุกคามนี้
และนางพยายามอีกครั้งเพื่อให้คุณหนูสองเปลี่ยนใจ อย่างไร
ก็ตามนางไม่ได้คิดว่าเฟิงหยูเองจะพูดกับหวงซวน “ไปที่คอก
ม้า และเรียกคนที่ดูแลม้ามา”
หวงซวนปฏิบัติตาม และออกไป เมื่อนางกลับมาชายหนุ่ม
อายุประมาณ 20 ปีก็ตามนางมา
ในตอนแรกจินเฉินไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ดูแลม้าถึงถูกเรียก
เข้ามา แต่เมื่อนางเห็นคนผู้นี้ จิตใจของนางก็ระเบิดขึ้น
ทันที เลือดทั้งหมดในร่างกายของนางเริ่มเดือดทำให้นางรู้สึก
ตกใจอย่างยิ่ง นั่นเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ
ทำไมถึงเป็นเขา
คนผู้นั้นออกมาตรงหน้า และแสดงความเคารพต่อเฟิงหยู
เอง จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเฟิงหยูเองถามอย่างเย็นชา “คน
ที่อยู่ข้างเจ้า เจ้าจำได้หรือไม่”
คนผู้นั้นหันไปมองจินเฉิน มุมปากของเขาขดเป็นรอยยิ้มชั่ว
ร้าย “จินเฉิน นางเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่ง
ของอดีตฮูหยินใหญ่ตระกูลเฟิงขอรับ”
จินเฉินหวาดกลัว นางเริ่มหายใจลำบาก ในที่สุดนางก็ต้อง
จัดการการหายใจของนางด้วยความยากลำบาก นางรีบ
ตะโกนทันที “หลี่จู้ ? ทำไมเป็นเจ้า ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่ ? ”
นี่คือคนที่เฟิงหยูเองพบโดยบังเอิญ เพราะเขามี
ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับจินเฉิน หลี่จู้ ในเวลานี้เมื่อเห็น
ท่าทางหวาดกลัวของจินเฉิน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรจะอยู่ที่ไหน ? หะ? อนุจินเฉิน ! ”
“เจ้า…” จินเฉินนึกคำพูดไม่ออกเป็นเวลานาน ก่อนที่จะรู้ตัว
ว่าในเวลานั้นเฟิงจินหยวนพานางเข้ามาอย่างฉับพลัน หลี่จู้ก็
ดูเหมือนจะหายตัวไปโดยไม่ได้กลับมา ในตอนแรกนางเชื่อว่า
เขากลัวเฟิงจินหยวน ดังนั้นเขาจึงหนีไป อย่างไรก็ตามนางไม่
คิดว่าเขาจะอยู่ที่เรือนตงเซิง ! “คุณหนูรอง ! ” จินเฉินคุกเข่า
อีกครั้ง “ข้าคิดผิด ข้ารับรู้ถึงความผิดพลาดของข้า ข้า
สมควรตาย คุณหนูรองไว้ชีวิตข้าด้วย ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ! ”
จินเฉินคุกเข่าและตะโกนซ้ำ ๆ นางร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
เฟิงหยูเองส่ายหัวด้วยความผิดหวัง “ข้าไม่ต้องการชีวิตของ
เจ้า ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงการให้อภัย เดิมที ขึ้นอยู่กับ
อารมณ์ข้า การที่เจ้าใส่ร้ายองค์ชายเก้านั้นเป็นความผิด
ร้ายแรง ข้ามีเหตุผลมากมายที่จะฆ่าเจ้า แต่เนื่องจากเจ้าได้
พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในการจัดการเรื่องของเฉินซื่อ ตอนนี้
ก็ถือว่าเราติดค้างกันและกัน นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พวก
เราทั้งสองไม่ได้ติดค้างกันและจะไม่มีความสัมพันธ์ระหว่าง
เรา จินเฉิน ไม่ว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่หรือตาย มันก็ขึ้นอยู่กับ
โชคชะตาของเจ้า ตราบใดที่เจ้าไม่สอดมือมายุ่งเรื่องของ
ข้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า เอา
ล่ะเจ้าไปได้แล้ว”
นางโบกมืออย่างอ่อนล้า และหวงซวนก็เดินไปข้างหน้าเพื่อ
ลากจินเฉินออกจากห้อง ในเวลาเดียวกันนางเตือนจินเฉินว่า
“ถ้าเจ้ายังตะโกนและกรีดร้อง ข้ากลัวว่าทุกคนจะรู้ว่าเจ้ามา
ที่นี่แล้ว”
จินเฉินรีบปิดปากนางด้วยความกลัว ขณะที่หวงซวนสั่งให้
บ่าวรับใช้สองคนส่งนางกลับไปที่คฤหาสน์เฟิง จากนั้นนางจึง
กลับไปที่ห้อง
หลี่จู้ยังคงคุกเข่าอยู่ในห้อง เมื่อได้เห็นจินเฉินอีกครั้งก็ทำให้
เขารู้สึกถึงความหลังเล็กน้อย แต่ในที่สุดเขาก็ดูแลม้าที่เรือน
ตงเซิงมาเป็นเวลานาน เขารู้ว่าคุณหนูรองเป็นคนที่มี
ความสามารถโดดเด่น เมื่อพูดถึงบุคคลประเภทนี้ ตราบใดที่
พวกเขาสะบัดนิ้ว พวกเขาสามารถใช้ชีวิตของเขาได้อย่าง
ง่ายดาย นั่นคือเหตุผลที่เขารู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก
ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ถ้าเจ้านายของเขาต้องการให้เขา
ปรากฏตัว เขาก็ต้องทำ โดยปกติเขาจะไม่ออกจากเรือนตง
เซิง
หวงซวนชำเลืองมองที่หลี่จู้แล้วถามเฟิงหยูเอง “บ่าวควรส่ง
เขากลับไปหรือไม่เจ้าคะ ? ”
เฟิงหยูเองพยักหน้าแล้วพูดกับหลี่จู้ “กลับไปได้แล้ว ทำงาน
อย่างขยันขันแข็ง ตราบใดที่เจ้าไม่ทำผิด องค์หญิงแห่ง
มณฑลจะไม่ทำอะไรที่เลวร้ายกับเจ้า”
นี่คือจุดที่หลี่จู้เชื่อ คุณหนูรองใจดีและไม่เหมือนเจ้านายคน
อื่นๆ ที่นี่มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างรางวัลและการ
ลงโทษ ตราบใดที่คนทำงานอย่างขยันขันแข็ง ค่าจ้างที่ได้รับ
จะสูงกว่าที่อื่น ดังนั้นเขาจึงมีความสุขที่ได้ทำงานที่นี่
หลี่จู้รีบคำนับเฟิงหยูเอง ”คุณหนูรองอย่ากังวลเลยขอรับ”
เฟิงหยูเองไม่ได้พูดอะไรอีกเลยโบกมือให้ออกไป
หลังจากนั้นไม่มีใครอยู่ในห้องอีกแล้ว นางถามวังซวนอย่างใจ
จดใจจ่อ “เจ้าพูดว่าคังอี้ไปทางไหน หลังจากออกจาก
คฤหาสน์ไป”
วังซวนส่ายหัว “ไม่ เมื่อคนของพี่น้องเฉิงมาถึงคฤหาสน์ พวก
เขาบอกว่าคังอี้ปกปิดตัวเองได้ดีมาก นางออกจากกำแพง
ด้านหลังด้วยความช่วยเหลือจากบ่าวรับใช้ที่รู้จักศิลปะการ
ต่อสู้จากเฉียนโจว”
เฟิงหยูเองลูบหน้าผาก ขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งทันที
ว่า “ข้าจะออกไปจากคฤหาสน์เร็ว ๆ นี้ ไม่ต้องให้ใครติดตาม
ข้า” หลังจากพูดอย่างนี้นางเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับอากาศ
“บานซูอยู่ที่นี่แล้วเฝ้าบ้าน เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามข้า
ไป”
“ไม่ ! ” ออกจากที่ซ่อนบานซูพูดขึ้นมา “ข้ายังไม่ต้องการที่จะ
ถูกองค์ชายเฆี่ยนจนตาย”
“ถ้าเจ้าตามข้าไป มันจะเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าตาย” เฟิงหยูเอง
ทำอะไรไม่ถูก ผู้คุ้มกันลับคนนี้ไม่เคยฟัง “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด
เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามข้าไป หากเจ้ายืนยันที่จะตาม
ข้า ข้าจะไม่รับผิดชอบหากพลัดหลงกับข้า”
นางหันกลับมาและเข้าไปในห้องด้านในแล้วเปลี่ยนเป็นชุด
ดำ นางสวมเสื้อคลุมออกไป
หวงซวนและวังซวนสับสนเล็กน้อย และหวงซวนถามวังซวน
“ใครที่นำข่าวนี้มาบอกเจ้า ? ”
วังซวนกล่าวว่า “พี่น้องเฉิงที่เพิ่งมาถึงนำข่าวนี้มาให้”
เฟิงหยูเองกล่าวว่า “พวกเขาถูกส่งมาโดยซวนเทียนหมิง
ดังนั้นพวกเขาย่อมเป็นคนของเราเป็นธรรมดา คังอี้เลือกที่จะ
ออกจากคฤหาสน์ในเวลานี้ หากข้าคิดไม่ผิดนางจะไป
ตำหนักเซียง”
“ตำหนักเซียงหรือเจ้าคะ ? ”
“อืม” เฟิงหยูเองโบกมือ “เป็นเพียงการคาดเดาของข้า ไม่ว่า
จะเป็นกรณีนั้นหรือไม่เราจำเป็นต้องไปดูเพื่อหาคำตอบ”
เงาดำปรากฏขึ้นจากอากาศบาง ๆ ขณะที่บานซูปรากฏตัว
ต่อหน้านาง “มันอันตรายเกินไป หากคุณหนูมีสิ่งที่ต้องทำ
ข้าจะไป คุณหนูไปไม่ได้นะขอรับ”
เฟิงหยูเองไม่อยากพูดอะไรกับเขามากนัก คังอี้หายไปครึ่งชั่ว
ยามแล้ว ถ้านางไม่ไปตอนนี้ มันจะไม่ทันการ ดังนั้นนางจึง
จากไปทันทีกล่าวอย่างตั้งใจว่า “หากเจ้าต้องการติดตามข้าก็
ตามมา”
เมื่อได้รับคำสั่งนี้ หวงซวนและวังซวนสงบลง ถ้าบานซูไม่ไป
พวกนางก็ไม่ได้รับอนุญาตไป เฟิงหยูเองจะไปที่ตำหนักเซียง
ด้วยตนเอง
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากออกจากเรือนตงเซิง ในขณะที่ติดตาม
เฟิงหยูเองไปยังตำหนักเซียงแล้ว บานซูจะพลัดหลงกับ
เฟิงหยูเอง !
บานซูแพ้ ! นี่เป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง !
เขาเป็นผู้คุ้มกันลับ เขาเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการ
ติดตามผู้คน เขาจะพลัดหลงกับคนที่เขาติดตามได้อย่างไร?
บานซูชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น แม้ว่าเฟิงหยูเองจะขู่ว่านางจะไม่
รับผิดชอบหากเขาพลัดหลงกับนาง จะแน่ใจได้อย่างไรใน
เวลานี้ว่านางไม่ต้องการถูกติดตาม หรือเกิดอะไรขึ้น ?
เขาเครียดมาก อย่างไรก็ตามเขาไม่ทราบว่าเฟิงหยูเองใช้
ประโยชน์จากมิติของนางและค่อย ๆ เคลื่อนไปยัง
ตำหนักเซียงเหมือนภูตผี ในใจนาง นางก็ตื่นเต้นเช่นกัน
การแต่งงานของคังอี้นั้นเป็นสิ่งที่นางรู้สึกว่าไม่ง่ายอย่างที่
เห็นบนฉากหน้า จะมีการปราชุมที่กลมกลืนกันได้อย่างไร
เฟิงจินหยวนและคังอี้ต่างก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น การพูด
ถึงการแต่งงานของพวกเขาเป็นเพียงเรื่องของการชั่งน้ำหนัก
ข้อดี ข้อเสีย แต่อะไรคือข้อดีของเฉียนโจว?
ในขณะที่นางกำลังคิด นางก็มาถึงด้านหน้าของกำแพง
ด้านนอกของตำหนักเซียงแล้ว นางทุ่มเทพลังงานทั้งหมด
เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มี
ใครอยู่ นางจึงใช้ต้นไม้และกระโดดขึ้นไปบนกำแพงอย่าง
รวดเร็ว
หลังจากยืนบนกำแพงได้แล้วนางมองไปรอบ ๆ อย่าง
ระมัดระวัง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับถนนในตำหนักเซียงอย่าง
คร่าว ๆ นางเข้ามาในมิติของนางอีกครั้ง
แม้ว่าแนวคิดเบื้องหลังการใช้มิติเพื่อเข้าสู่ตำหนักเซียงนั้น
ง่าย แต่การทำมันยากมาก อย่างแรกนางไม่มีความเข้าใจที่ดี
เกี่ยวกับพื้นที่ของตำหนักเซียง ประการที่สองกองทหารใน
ปัจจุบันมีอยู่มากมาย มีองครักษ์เงาอยู่ทุกที่ บางทีเมื่อใดก็
ตามที่นางปรากฏตัว นางจะปรากฏต่อหน้าใครบางคนก็ได้
ยิ่งกว่านั้นนางไม่ทราบว่าซวนเทียนเย่และคังอี้อยู่ที่ไหน
ตลอดเวลานี้เฟิงหยูเองกำลังเดินอยู่บนขอบมีด นางระวังทุก
ขั้นตอนที่นางทำ ทุกครั้งที่นางปรากฏตัวอีกครั้ง นางประหม่า
มาก นางค่อย ๆ ขยับจากลานหน้าไปยังลานภายใน จากลาน
ด้านในนางย้ายไปที่สวน นางไปที่ห้องครัวของตำหนักเซียง
และเห็นพราชายาเซียง แต่นางก็ยังไม่พบซวนเทียนเย่
และคังอี้
นางปรากฏตัวบนเส้นทางเล็ก ๆ และเงยหน้าขึ้นอย่างไร้
จุดหมายเพื่อมองท้องฟ้า เป็นไปได้ไหมที่แผนนี้จะไม่ได้ผล ?
แต่ในเวลานี้มีคนแตะไหล่ขวาของนางเบา ๆ จากด้านหลัง