Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 336 องค์ชายผู้นี้อยากจะรู้ว่าเจ้ารู้จักละอายใจบ้าง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 336 องค์ชายผู้นี้อยากจะรู้ว่าเจ้ารู้จักละอายใจบ้าง
หรือไม่
ตำหนักจงเป็นส่วนที่สง่างามที่สุดของตำหนักในอย่าง
แน่นอน มันใหญ่ที่สุดและมีบ่าวรับใช้มากที่สุด แต่ก็มีกฎที่
เข้มงวดที่สุดในพระราชวังด้วย ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานพระ
ชายาหยุนและได้มอบอำนาจให้ฮองเฮา สำหรับตำหนักอื่น ๆ
เมื่อสองสามทศวรรษก่อน ความโปรดปรานเป็นสิ่งที่กระจาย
อย่างสม่ำเสมอ แต่นับตั้งแต่พราชายาหยุนเข้ามาใน
พระราชวัง พระสนมคนอื่นไม่เคยได้รับความโปรดปรานอีก
เลย
เมื่อซวนเทียนหมิงและเฟิงหยูเองมาถึง ฮองเฮาก็อยู่ในหอ
สวรรค์พร้อมกับฮ่องเต้ที่ดูแลเรื่องต่างๆ นางกำนัลอาวุโสนำ
ทั้งสองพาไปที่ห้องด้านข้างซึ่งรุ่ยเจียกำลังพักอยู่ จากนั้นนาง
ก็บอกเฟิงหยูเองในแบบที่คุ้นเคยมาก “องค์หญิงรุ่ยเจียเข้า
มาในพระราชวังของฮ่องเต้ เพื่อรอรับการรักษาจากองค์หญิง
แห่งมณฑล นางก็อยู่ในห้องเดียวกันเพคะ”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้มาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ของนาง”
ซวนเทียนหมิงตบหลังมือของนาง “ฮะ ! ไม่เป็นไร อย่างไรก็
ตามค่ารักษาขององค์หญิงแห่งมณฑลนั้นสูงมาก”
เฟิงหยูเองคิดอย่างรวดเร็วและเข้าใจได้ทันที นางพูดพร้อม
กับยิ้มว่า “ในเวลาที่ข้ารักษาอาการเจ็บป่วยของพราชายา
เซียงค่ารักษาอาการป่วยของพราชายาเซียงคือเหมือง
หยก องค์หญิงรุ่ยเจียได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ดังนั้นจึงเป็น
ปัญหาในการรักษามากกว่าอาการป่วยของพราชายาเซียง”
“องค์หญิงแห่งมณฑลต้องการขอเงินเพิ่ม” ขณะที่พวกเขา
พูด พวกเขามาถึงห้องด้านข้างแล้ว นางกำนัลอาวุโสหญิงยื่น
มือออกมาแล้วเปิดประตูโดยกล่าวว่า “พระราชวังส่งหมอ
หลวงมาทุกวันเพื่อตรวจสอบสภาพขององค์หญิงรุ่ยเจีย แม้
จะเป็นหมอหลวงก็ตาม พระราชวังใช้ยาอย่างดีในการรักษา
แต่อาการบาดเจ็บดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น นอกจากนี้แม้ว่านางจะ
หายจากอาการบาดเจ็บ แต่บาดแผลที่เกิดจากแส้จะทำให้
เกิดรอยแผลเป็น”
ทั้งกลุ่มเข้าไปในห้องขณะที่หมอหลวงออกมา เมื่อเห็นซวน
เทียนหมิงและเฟิงหยูเอง เขาก็แสดงความเคารพอย่าง
รวดเร็ว
ซวนเทียนหมิงถามเขาว่า “เจ้าให้ยาชนิดใดแก่องค์หญิงรุ่ย
เจีย ? ”
หมอหลวงไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วตอบว่า “โสมและเห็ดหลินจื
อจากสำนักยาหลวงล้วนถูกนำมาใช้ ฮองเฮากล่าวว่าเราควร
ให้ยาอย่างดีแก่นาง หากนางไม่สามารถรักษาได้แม้จะมีสิ่งนี้
องค์หญิงจากเฉียนโจวก็คงได้แต่ตำหนิตัวเองที่โชคร้าย
เท่านั้น บ่าวรับใช้ของเราไม่มีอำนาจพะยะค่ะ”
เฟิงหยูเองยิ้มให้กับตัวเอง ให้ยาอย่างดีแก่นาง โดยไม่สนใจ
ว่าเป็นยาที่ถูกกับโรคหรือไม่ นี่เป็นความคิดของฮองเฮา ใน
เวลาเดียวกันมันก็เป็นความคิดของฮ่องเต้ในเรื่องนี้ เมื่อนึก
ถึงเมื่อคังอี้เพิ่งเข้ามาในพราชวังก็เห็นได้ชัดว่านางได้ทำ
การบ้านในเรื่องราชวงศ์ต้าชุนมา เมื่อนางหงายไพ่ นางจึงได้
แหย่ที่จุดอ่อนของฮ่องเต้ และทำให้ฮ่องเต้ระลึกถึงพระเชษฐ
ภคินีของพระองค์ได้สำเร็จ
น่าเสียดายที่ไม่ว่าพระองค์จะคิดเรื่องของพระเชษฐภคินีของ
พระองค์มากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับรุ่ยเจียที่ดูถูก
ซวนเทียนหมิงได้ ฮ่องเต้สามารถทนต่อสิ่งใดๆ ได้ แต่เขาจะ
ไม่ประมาทแม้แต่น้อยเมื่อนึกถึงพราชายาหยุนและบุตรชาย
ของนาง เมื่อพราชายาหยุนเริ่มโกรธ เขาเกือบจะฆ่าพระ
ชายาบุใบปิง ขณะเดียวกันก็ฆ่าใต้เท้าบุด้วย ตอนนี้ซวน
เทียนหมิงถูกดูหมิ่น ดูที่การแสดงออกปัจจุบันของเขา โดย
พื้นฐานแล้วเขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อกำจัดยาของรุ่ยเจีย
ออกไปด้วย
เฟิงหยูเองจะคิดว่าโชคดีที่ซวนเทียนหมิงเป็นคนทำงานหนัก
และมีคุณค่าต่อความโปรดปรานของฮ่องเต้ หากเขาเป็น
บุตรชายที่ไร้ค่า บางทีทั้งราชวงศ์ต้าชุนจะถูกทำลายในมือ
ของเขา
ขณะที่คิดถึงสิ่งนี้นางผลักซวนเทียนหมิงไปอีกไม่กี่ก้าว ใน
เวลาเดียวกันนางพูดกับหมอหลวง “ไปจดรายการยาทั้งหมด
ที่องค์หญิงรุ่ยเจียกิน จดบันทึกจำนวนของยาแต่ละรายการ
เจ้าสามารถส่งไปที่เฉียนโจวเพื่อเก็บเงินในภายหลังได้”
หน้าผากของหมอหลวงเริ่มเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เมื่อแรกที่
เขาได้ยินว่าพวกเขาจะรักษาองค์หญิงรุ่ยเจียเช่นนี้ เขาเข้าใจ
ว่าราชวงศ์ต้าชุนจงใจกลั่นแกล้งเฉียนโจว เมื่อเขาได้ยินมาว่า
องค์หญิงรุ่ยเจียทำให้องค์หญิงแห่งมณฑลจีอันโกรธองค์หญิง
และการบาดเจ็บที่ร่างกายของนางเกิดจากองค์หญิงแห่ง
มณฑลเฆี่ยนตีนาง เขาเช็ดเหงื่อออกและกล่าวว่า “พะยะ
ค่ะ” จากนั้นยืนขึ้น และออกจากห้องโถง
กลุ่มของเฟิงหยูเองเดินไปที่เตียงของรุ่ยเจีย นางหยุดเมื่อ
เดินไปได้ 3 ก้าว นางก็ปิดจมูกและถามบ่าวรับใช้ที่ดูแลนาง
ว่า “กลิ่นอะไร?”
บ่าวรับใช้ในพระราชวังก้าวไปข้างหน้าเพื่อตอบ “ทูลองค์
หญิงแห่งมณฑล องค์หญิงรุ่ยเจียกำลังทุกข์ทรมานกับการ
ปัสสาวะไม่หยุด บางที…”
“พอ” นางกำนัลอาวุโสขัดจังหวะนาง “เจ้าพูดอะไร ไม่กลัว
ว่าจะเข้าหูขององค์ชายและองค์หญิงแห่งมณฑลหรือ” นาง
จึงหันไปรอบ ๆ แล้วพูดกับเฟิงหยูเอง “นางทุกข์ทรมานจาก
อาการบาดเจ็บรุนแรงเช่นนี้ หากไม่ได้รับการรักษาในทันที
หม่อมฉันกลัวว่านางจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแท้จริงเพ
คะ” ในขณะที่พูดอย่างนี้นางส่ายหัวแล้วมองที่รุ่ยเจีย แล้ว
ถอนหายใจด้วยความเสียใจ “องค์หญิงน้อยผู้นี้ช่างน่า
เสียดายจริง ๆ ”
รุ่ยเจียผู้ซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงถูกห่อด้วยผ้าขาวเหมือน
บ๊ะจ่าง โดยมีเพียงหัวของนางยื่นออกมา เมื่อได้ยินว่ามีคน
มาแล้วนางก็หันหน้าไปมอง อย่างไรก็ตามนางบังเอิญเห็น
เฟิงหยูเองมองนางอย่างเย็นชา นางเพิ่งได้ยินนางกำนัล
อาวุโสพูดบางอย่างที่ทำให้นางหมดหวัง
เมื่อเห็นเฟิงหยูเอง ดวงตาของรุ่ยเจียก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
เนื่องจากร่างกายของนางกลายเป็นสัตว์ประหลาด นางกัด
ฟันของนางอย่างรุนแรงและพยายามอย่างยิ่งที่จะหนี น่า
เสียดายที่ร่างกายของนางถูกห่อ นางจึงไม่สามารถ
เคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้เมื่อนางบิดตัวไปรอบ
ๆ แผลของนางก็ปริทำให้นางต้องเจ็บปวดมาก
“เฟิงหยูเอง ! ” นางกัดฟัน “ไม่ช้าก็เร็ว เสด็จลุงของข้าจะรีบ
มาที่เมืองหลวงเพื่อแก้แค้นให้ข้า เมื่อเวลานั้นมาถึง เจ้าจะ
ถูกสับออกเป็นพัน ๆ ชิ้น ! ”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้ว “เจ้าหมายถึงอะไร… ในฐานะรัฐบริวาร
เฉียนโจวจะก่อกบฏหรือ ? มาเร็ว” นางพยายามจับแขนนาง
กำนัลอาวุโส “รีบรายงานต่อฮ่องเต้ บอกว่าเฉียนโจวจะก่อ
กบฏ ขอให้เสด็จพ่อส่งกองกำลังเพื่อปราบปรามการกบฏ
โดยเร็ว ! ”
ถ้อยคำเหล่านี้ข่มขู่จนเกือบทำให้รุ่ยเจียหวาดกลัวถึงตาย
ขณะที่นางกรีดร้องในทันที “ช้าก่อน ! ไม่มีการก่อกบฏ! เฟิง
หยูเอง เจ้าอย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ! ”
เฟิงหยูเองไม่เข้าใจ “เจ้าพูดเองว่าเสด็จลุงของเจ้าจะมาฆ่า
ข้าที่เมืองหลวง หากนี่ไม่ใช่การก่อกบฏแล้วอะไรที่เรียกว่า
การก่อกบฎ ? ”
ซวนเทียนหมิงทนไม่ได้ “ราชวงศ์ต้าชุนของข้าได้ปฏิบัติต่อรัฐ
บริวารค่อนข้างดี แม้ว่าจะได้รับเครื่องบรรณาการจาก
อาณาจักรของเจ้าทุกปี แต่ปริมาณอาหารที่ให้ทุกปีนั้นมีค่า
มากกว่าสิ่งที่ได้รับจากอาณาจักรของเจ้า เฉียนโจวของเจ้า
ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะตลอดทั้งปี และพืชไม่เติบโต
อาหารส่วนใหญ่ที่เจ้ากินมาจากราชวงศ์ต้าชุน ผู้คนของเฉียน
โจวไม่เคยได้ยินเรื่องการตอบแทนบุญคุณหลังจากได้รับ
ความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ต้องการบ้างหรือ ? ”
“เจ้า” รุ่ยเจียจะเริ่มสาปแช่งอีกครั้งเพราะนางคุ้นเคยกับการ
ทำแบบนี้ แต่ความเจ็บปวดจากร่างกายของนางทำให้นางปิด
ปากของนางทันที นางรู้ว่านางไม่สามารถดูหมิ่นคนผู้นี้ได้
ครั้งล่าสุดที่นางทำ นางถูกเฟิงหยูเองเฆี่ยนตีจนเป็นเช่นนี้ ถ้า
นางดูหมิ่นเขาซึ่ง ๆ หน้าอีกครั้ง นางจะรักษาชีวิตนางไว้ได้
ไหม ?
แต่ความโกรธในอกนางไม่มีที่ที่จะระบายได้ การอดกลั้นไว้ทำ
ให้ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงสด และทำให้ม่านตาของ
นางขยาย นางดูน่ากลัวมาก
นางกำนัลอาวุโสถามนางว่า “องค์หญิงรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่
เพคะ ? อืม หมอหลวงกำลังจะมาถึงแล้ว แต่บาดแผลของ
องค์หญิงนั้นรุนแรงมาก พวกมันมีผลกระทบต่อหัวใจแล้ว ไม่
มีอะไรที่หมอหลวงสามารถทำได้ ตอนนี้เราได้แต่พึ่งโสมพันปี
เพื่อรอจนกว่าองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันมาถึงเพคะ”
“รอนางเพื่ออะไร ? ” รุ่ยเจียเริ่มคุ้นเคยกับการมองสีหน้าสิ้น
หวังของหมอที่ส่ายหน้า นางเริ่มวางแผนสำหรับการตายของ
นางเอง แต่… “เป็นไปได้หรือไม่ว่าก่อนที่ข้าจะตาย ข้าจะ
ได้รับความอัปยศจากนังแพศยาคนนี้อีกครั้ง ? ”
ซวนเทียนหมิงเริ่มโกรธ เขาขยับแส้ในมือของเขาโดยไม่คิด
แม้แต่น้อย เขาสะบัดแส้ในมือออกไปด้วยความแม่นยำที่ยอด
เยี่ยม มันพุ่งไปที่ปากของรุ่ยเจีย
รุ่ยเจียรู้สึกเพียงแค่ว่าริมฝีปากของนางเปิดออกอย่าง
กะทันหัน ความเจ็บปวดที่ท่วมท้นไปทั่วร่างกาย นางเกือบ
เป็นลม
นางอ้าปากค้างเพื่อรับอากาศ ขณะที่บ่าวรับใช้เดินเข้าไปใช้
ผ้าเช็ดหน้าเพื่อเช็ดเลือด อย่างไรก็ตามนางถูกผลักออกไป
พวกเขาเห็นรุ่ยเจียเสียสติไประยะหนึ่ง ด้วยปากที่เหมือน
กระต่ายของนาง นางจึงถามซวนเทียนหมิง “เจ้ากล้าทำร้าย
ผู้หญิงหรือ ? ”
ซวนเทียนหมิงเงยหน้ามองนาง “ในสายตาขององค์ชายผู้นี้
ไม่มีความแตกต่างระหว่างชายและหญิง ข้าแค่แยกความ
แตกต่างระหว่างคนที่ไร้ยางอายหรือไม่ เจ้าช่างไร้ยางอาย
ข้าจะดูทำไมว่าเจ้าเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง ? เจ้าอยากลองพูด
อีกครั้งหรือไม่ องค์ชายผู้นี้สามารถรับประกันได้ว่าตราบใดที่
เจ้าพูดมัน แส้นี้จะพันรอบลิ้นของเจ้าและดึงมันออกมาจาก
ปากของเจ้าทันที”
ใบหน้าของรุ่ยเจียซีดด้วยความกลัว ทั้งสองคนนี้เป็นปีศาจใช่
หรือไม่ ? มีคนนิสัยเช่นนี้ในโลกนี้ และพวกเขาก็เป็นคู่รักกัน
สวรรค์ ! ถ้านางรู้เร็วกว่านี้ว่าบุตรสาวคนที่สองของตระกูล
เฟิงมีอารมณ์แบบนี้ แม้ว่านางจะถูกทุบตีจนตาย นางก็คงไม่
มาที่ราชวงศ์ต้าชุน !
องค์หญิงน้อยผู้นี้รู้ถึงความกลัวในที่สุด นางเริ่มร้องไห้ นาง
ไม่กล้าพูดอะไรอีก แม้ว่าหมอหลวงได้บอกไปแล้วว่านางจะไม่
มีชิวิตอยู่อีกไม่นาน และนางก็ถูกมัดราวกบบ๊ะจ่างทั้งวัน นาง
ไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำด้วยตัวเองได้ แต่นางก็ยังอยากจะมี
ชีวิตต่อไป ทุกวันที่นางยังมีชีวิตอยู่มีความหมายมาก จะเกิด
อะไรขึ้นถ้า… ถ้าเสด็จลุงมาช่วยนางได้
ในเวลานี้นางกำนัลอาวุโสกลับไปที่หัวข้อก่อนหน้า “องค์หญิง
รุ่ยเจีย เหตุผลที่เรารอให้องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันมาเพื่อ
ช่วยองค์หญิง! องค์หญิงไม่รู้หรือเพค่ะว่าหมอที่ดีที่สุดใน
ราชวงศ์ต้าชุนไม่ใช่หมอหลวง แต่เป็นองค์หญิงแห่งมณฑลจี่
อันเพคะ ! ”
รุ่ยเจียตกตะลึงเมื่อนางพูดทวนคำที่นางได้ยินราวกับเป็นเรื่อง
ตลก นางมองและถามนางกำนัลอาวุโส “นางหรือ ? ช่วยข้า
? ข้าถูกนางเฆี่ยนขนาดนี้ ตอนนี้ไม่เพียงแต่บาดแผลเก่าของ
ข้าไม่ได้รับการรักษา แถมข้ายังได้แผลใหม่ ในท้ายที่สุดนาง
มาช่วยข้าหรือมาฆ่าข้ากันแน่ ? ”
เฟิงหยูเองก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วจ้องมองนางพูด
ว่า “ไม่ว่าข้าจะช่วยชีวิตเจ้าหรือฆ่าเจ้า มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้า
เลือก รุ่ยเจีย ตอนนี้เจ้ากับข้าไม่ถูกชะตากันอยู่แล้ว อย่างไร
ก็ตามก่อนอื่นเจ้าไม่ควรดูหมิ่นองค์ชายหยู ประการที่สองถ้า
เจ้ารอดชีวิต ไปถามมารดาของเจ้าว่านางทำอะไรลงไป ข้าจะ
บอกความจริงกับเจ้าว่าการเฆี่ยนเจ้านั้นเป็นเรื่องที่เบามาก
ถ้าวันหนึ่งที่ข้าผู้นี้ไม่มีความสุข แม้ว่าข้าจะฆ่าเจ้า มารดา
ของเจ้าก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เจ้าเชื่อข้าหรือไม่ ? ”
ใจของรุ่ยเจียสั่นไหว ด้วยเหตุผลบางอย่างนางเชื่อว่านี่เป็น
เรื่องจริง คราวนี้พวกเขามาที่ราชวงศ์ต้าชุนด้วยเหตุผลที่ไม่
เหมาะสม ถ้าเฟิงหยูเองฆ่านาง มารดาจะหาทางแก้แค้น
แทนนางหรือไม่ ?
คอของนางแข็งทื่อ นางต้องการหันมามองเฟิงหยูเอง
อย่างไรก็ตามนางไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนั้น หลังจากนั้น
ครู่หนึ่งนางได้ยินเฟิงหยูเองถามว่า “ไม่ว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่หรือ
ตาย เจ้าต้องเลือกตอนนี้ ! องค์หญิงแห่งมณฑลคนนี้ยุ่งมาก
ข้ามีเวลาให้เจ้าไม่นาน”
รุ่ยเจียกล่าวว่า “มีชีวิตอยู่ ! ข้าต้องการมีชีวิตอยู่ ! ”
“ดี ! ” เฟิงหยูเองเปล่งเสียงของนางแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้า
ต้องการมีชีวิตอยู่ องค์หญิงแห่งมณฑลคนนี้จะรักษาเจ้าเอง
ไม่เพียงแต่ข้าจะช่วยเจ้าได้ แต่ข้ายังสามารถลบรอยแผลเป็น
บนร่างกายของเจ้าได้ แต่…” นางหยุดพูด เสียงของนางดูขี้
เล่น แต่มันก็ทำให้นางรู้สึกเศร้าหมองเช่นเดียวกับที่นางถาม
“เจ้ายินดีจ่ายหรือไม่ ? ”
“ค่ารักษาหรือ ? ” รุ่ยเจียตกตะลึง “มีค่ารักษาอะไร ? ”
นางกำนัลอาวุโสใช้ความคิดริเริ่มที่จะกล่าวว่า “องค์หญิงแห่ง
เฉียนโจวเมื่อได้รับการรักษา ย่อมมีค่ารักษาเป็นธรรมดา”
รุ่ยเจียคิดอย่างรวดเร็ว และพูดอย่างชาญฉลาด “ข้าเข้ามา
ในคฤหาสน์เฟิงกับท่านแม่ ตระกูลเฟิงเป็นครอบครัวของข้า
ดังนั้นเสนาบดีเฟิงจึงเป็นบิดาของข้า เมื่อบุตรสาวล้มป่วย
เป็นเรื่องปกติที่บิดาจะต้องจ่ายเงินค่ารักษา”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า “ดี องค์หญิงแห่งมณฑลจะส่งคน
ไปถาม ดูว่าท่านพ่อสามารถจ่ายได้มากแค่ไหน แต่มีบางสิ่งที่
ข้าต้องเตือนเจ้า ในการรับมารดาของเจ้าเข้าคฤหาสน์ คนที่
เจ้าเรียกท่านพ่อได้ใช้เงินทั้งหมดในคฤหาสน์เฟิงไปเรียบร้อย
แล้ว ตอนนี้เขาเป็นหนี้ท่านย่ามากกว่า 10,000 เหรียญเงิน”
จิตใจของรุ่ยเจียหนาวเหน็บเมื่อนางได้ยิน ซวนเทียนหมิงพูด
ทันทีว่า “องค์ชายผู้นี้มีความคิด องค์หญิง เจ้าต้องดูว่ามัน
คุ้มหรือไม่”