Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 341 นางกับซวนเทียนหมิงเป็นคนประเภทเดียวกัน
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 341 นางกับซวนเทียนหมิงเป็นคนประเภทเดียวกัน
ตั้งแต่คังอี้ได้โต้ตอบกับเฟิงหยูเองสองสามครั้ง นางก็เริ่มให้
ความสนใจกับทุกคำที่พูด ใครจะรู้ว่าคำนั้นจะจบลงด้วยการ
เป็นกับดัก นางต้องระวังคำตอบกลับของนาง
เมื่อได้ยินนางถามเกี่ยวกับกำไลนี้ คังอี้ไตร่ตรองเล็กน้อย
นางไม่ได้ทำผิดพลาดกับกำไล นางจึงพูดพร้อมกับยิ้มว่า
“กำไลหยกนี้เสด็จพ่อมอบให้ข้าในวันเกิดปีที่ 16 ของข้า มัน
ถูกประดับด้วยทองคำและมีความหมายที่ดี”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า “ถ้าท่านแม่พูดแบบนั้น การเลือกที่
จะมอบกำไลนี้ให้แม่รองจุนม่านในเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสม
แต่…” นางขมวดคิ้ว และไตร่ตรองสักพัก “ท่านแม่ได้รับกำไล
นี้ในวันเกิดปีที่ 16 ของท่านแม่ สามเดือนต่อมาท่านแม่
แต่งงานกับสามีของท่านแม่ เท่าที่ข้ารู้ในเวลาที่ท่านแม่
แต่งงาน กำไลนี้ควรจะอยู่บนข้อมือของท่านแม่”
คังอี้ตกใจ นางไม่คิดว่าจริง ๆ แล้วเฟิงหยูเองจะสามารถ
ยับยั้งนางได้โดยการเปลี่ยนหัวข้ออย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เรื่องนี้
ทำให้นางไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
เฟิงหยูเองยังคงดำเนินหัวข้อนี้ต่อไป “ข้าเคยได้ยินข่าวลือซึ่ง
เกิดขึ้นที่เฉียวโจวในปีนั้น แต่การตายของสามีท่านแม่ไม่ได้
เป็นความลับแต่อย่างใด และเราไม่จำเป็นต้องปกปิดมัน การ
แต่งงานครั้งที่แล้วของท่านแม่ไม่อาจถือว่ามีความรักใคร่กลม
เกลียว อย่างไรก็ตามท่านแม่กลับมอบสิ่งนี้ให้กับแม่รองจุน
ม่าน พูดให้สุภาพคือ ท่านแม่อิจฉาที่แม่รองได้รับความโปรด
ปราน แต่ถ้าพูดในแง่ลบ ท่านแม่ต้องการสาปแช่งท่านพ่อให้
ตายเร็ว ๆ นี้เช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ ? ” เสียงของนางดังขึ้นเรื่อย
ๆ จนกระทั่งคำพูดสุดท้ายของนางซึ่งประณามคังอี้ “ท่านพ่อ
ปฏิบัติต่อท่านแม่ไม่ดี ท่านแม่ไม่ต้องการแต่งงานไปกูซูและ
จากบ้านไปไกล ดังนั้นท่านพ่อจึงไปขอฮ่องเต้อนุญาตให้แต่ง
ท่านแม่เข้ามาในคฤหาสน์ แต่ใครจะรู้ว่าท่านแม่จะใช้สิ่งนั้น
เพื่อสาปแช่งท่านพ่อ”
ไม่มีใครในตระกูลเฟิงที่คิดว่าเฟิงหยูเองจะกลายเป็นคน
อำมหิตอย่างฉับพลัน เนื่องจากคำพูดแต่ละคำทำให้คังอี้มีจุด
จบที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นางไม่อาจทำสีหน้าสงบเยือกเย็นได้อีก
ต่อไป เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
อย่างไรก็ตามหัวใจของคังอี้เริ่มสั่นแล้ว ด้วยเหตุผลบางอย่าง
นางก็จำได้ว่าไฟประหลาดที่เกิดขึ้นที่ตำหนักเซียงโดยไม่รู้
สาเหตุเมื่อไม่กี่คืนก่อน
ความอำมหิตของเฟิงหยูเองทำให้คังอี้ไม่มีที่ซ่อน นางเน้น
อย่างชัดเจนก่อนหน้านี้ว่าเป็นของขวัญจากวันเกิดปีที่ 16
ของนาง มันมีข้อความของความสามัคคีและได้รับจากฮ่องเต้
หากมีคนปฏิเสธอย่างเรียบง่ายว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่ได้สวม
ใส่ในงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาในอีก 3 เดือนต่อมา
จะไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เชื่อในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ?
คังอี้ไม่หลงเหลือทางออก ดังนั้นนางจึงหันหลังกลับและ
คุกเข่าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่า “เป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ได้คิด
ให้ถี่ถ้วน ข้าอยากจะให้ของขวัญแก่น้องสาว แต่ท่านแม่ก็
ทราบดีว่าสินเดิมของลูกสะใภ้ยังไม่มาถึง อยู่ระหว่างการ
เดินทางมาที่ราชวงศ์ต้าชุน และข้าไม่มีของมีค่าอยู่ในมือ ข้า
ไม่ได้คิดมากกับกำไลเลย ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะสาปแช่งท่านพี่
นะเจ้าคะ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธแค้นจากสิ่งที่เฟิงหยูเองได้กล่าวมา นางไม่
สนใจว่าทำไมเฟิงหยูเองจะทำตัวโหดร้ายต่อคังอี้ เพียงแค่ใช้
กำไลนี้ เฟิงหยูเองพูดถูกต้อง คังอี้มอบกำไลที่นำโชคร้าย
เช่นนั้นเป็นของขวัญ นางคิดอะไรกันแน่ ?
ฮูหยินกระแทกไม้เท้าของนางด้วยความโกรธ และมองไป
ที่คังอี้กล่าวว่า “เจ้าเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ และผู้ปกครองของ
เฉียนโจวนั้นมีฐานะที่สูงส่งกว่า ข้าจะพูดอะไรได้ แต่จินหยวน
เป็นบุตรชายของข้า แน่นอนว่าข้าจะไม่อนุญาตให้ใครทำร้าย
เขา” นางหันไปพูดกับจุนม่าน น้ำเสียงของนางดีขึ้นเล็กน้อย
แต่ก็ยังมีร่องรอยของความไม่พอใจ “ถอดกำไลนั้นออก แล้ว
ส่งคืนให้นาง ! ”
ดวงตาของจุนม่านเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วในขณะที่นาง
พยายามถอดกำไลออก เมื่อคังอี้มอบให้กับนาง มันใส่ง่าย
มาก แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อนางพยายามที่จะถอดมัน
ออก นางก็ทำไม่ได้
จุนม่านกังวลเล็กน้อย ดังนั้นนางจึงตัดสินใจอย่าง
ตรงไปตรงมาว่าไม่ต้องกังวลกับการบาดเจ็บใด ๆ ในที่สุดนาง
ก็สามารถถอดกำไลได้ แต่ผิวหนังที่ข้อมือของนางถลอก
เล็กน้อย จากนั้นนางก็วางมันลงบนพื้นราวกับว่ามันลวก
ผิวหนังของนาง จากนั้นก็ยืนข้างเฟิงจินหยวน
จุนเหมยเฝ้าดูจากด้านข้างในที่สุดก็ไม่สามารถดูต่อได้ ก้าว
ต่อไปอย่างรวดเร็วนางตรวจสอบอาการบาดเจ็บของพี่สาว
ของนาง เมื่อเห็นว่าผิวหนังทั้งสองข้างของข้อมือนางนั้น
ถลอกและมีเลือดซึมเล็กน้อย จุนเหมยหน้าซีดและมองเฟิง
จินหยวนแล้วพูดว่า “ท่านพี่ต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่สาว
นะเจ้าคะ ! ”
เมื่อเห็นจุนม่านเป็นเช่นนี้ เฟิงจินหยวนจะรู้สึกไม่ทุกข์ได้
อย่างไร เขาหันไปมองคังอี้ด้วยความโกรธ แต่ในที่สุดเขาก็ไม่
สามารถพูดอะไรได้ ท้ายที่สุดเมื่อมันมาถึงการแต่งงานครั้งนี้
เขารู้สึกว่าเขาทำร้ายคังอี้ หากคังอี้รู้สึกไม่พอใจอนุเพราะเหตุ
นี้ มันจะถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ทั่วไป
คังอี้เห็นเฟิงจินหยวนมองนางเช่นนี้ และเริ่มเข้าใจเป้าหมาย
ของเฟิงหยูเองทันที องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันพยายามอย่าง
ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่านางและเฟิงจินหยวนไม่ได้ครองคู่กัน
นางกำลังคิดแผนสร้างระยะห่างระหว่างพวกเขา ในแต่ละ
วันที่นางไม่ได้ทำให้การแต่งงานกับเฟิงจินหยวนสมบูรณ์ ก็คง
เป็นไปไม่ได้ที่นางจะสนิทกับเฟิงจินหยวน หากทั้งสองไม่เข้า
ใกล้ แผนการในอนาคตของนางจะสำเร็จได้อย่างไร
คังอี้จ้องที่เฟิงหยูเอง และรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้แน่วแน่และกล้า
หาญในแบบของนาง นางทำให้คังอี้กระดิกตัวไม่ได้ การทำ
สิ่งต่าง ๆ เช่นนี้เกินความคาดหมายของนาง สำหรับคังอี้
นางจะยังคงสั่นอยู่บ้างแม้จะเป็นบางสิ่งที่นางสามารถ
ควบคุมได้ทั้งหมด แม้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่นางรังเกียจ
อย่างแน่นอน นางก็จะทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ทิ้งร่องรอย
ไว้
แต่เฟิงหยูเองนั้นตรงกันข้ามอย่างสมบูรณ์ นางไม่สนใจว่า
นางจะทิ้งร่องรอยใด ๆ ในความเป็นจริง ดูเหมือนว่านางเป็น
ห่วงว่าคนไม่รู้ว่าเป็นนาง นางเป็นคนหน้าด้าน และปลอดภัย
จากการมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง
อันที่จริงคังอี้ไม่รู้ว่าวิธีที่เฟิงหยูเองใช้ไม่ได้แค่เกินความ
คาดหมายของนางเท่านั้น แต่มันเกินความคาดหมายของทุก
คนอย่างแท้จริง แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้รวมซวนเทียนหมิง
โดยทั่วไปนางกับซวนเทียนหมิงเป็นคนประเภทเดียวกัน หาก
มีศัตรู พวกเขาจะหาทางแก้ไขให้ตรงจุดทันที หากเจ้าดูถูกข้า
ข้าจะทุบตีเจ้า ถ้าเจ้าทุบตีข้า ข้าจะฆ่าเจ้า หากเจ้าวางแผน
ต่อข้า ข้าจะฝังเจ้าโดยไม่ทำป้ายหลุมศพให้เจ้า
นี่เป็นวิธีมาตรฐานในการทำสิ่งต่าง ๆ สำหรับเฟิงหยูเองและ
ซวนเทียนหมิง แต่เดิมคังอี้ไม่ใช่คนดี แต่เมื่อต้องเผชิญหน้า
กับคนอย่างเฟิงหยูเอง มันมีความรู้สึกว่าเป็นบัณฑิตวิ่งใส่
ทหาร
นางก้มศีรษะลงอย่างไร้ประโยชน์ “ทั้งหมดเป็นความผิด
ของคังอี้ หากท่านพี่จะลงโทษ ท่านพี่ลงโทษข้าได้เลย” คังอี้
เข้าใจว่าความสัมพันธ์ของนางกับเฟิงหยูเองไม่อาจเลวร้ายได้
มากกว่านี้ นางมาที่ราชวงศ์ต้าโดยมีเป้าหมายในการ
สนับสนุนองค์ชายเซียงให้ดำรงตำแหน่งฮ่องเต้ จากนั้นเฉียน
โจวจะได้รับ 3 มณฑล เป้าหมายของนางคือไม่ได้มีส่วนร่วม
ในการต่อสู้ของเรือนด้านใน ภารกิจที่สำคัญที่สุดของนางคือ
ครองใจของจินหยวน และปรับปรุงสถานะขององค์ชายเซียง
ในราชสำนัก หากเรื่องนี้ประสบความสำเร็จคงมีเวลา
เหลือเฟือที่จะจัดการองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อัน เมื่อคิดเช่นนี้
ท่าทีของนางก็อ่อนลงเล็กน้อย ขณะที่นางคำนับฮูหยินผู้เฒ่า
และกล่าวว่า “ความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นจากลูกสะใภ้ แต่ข้า
ขอให้ท่านแม่เชื่อว่าลูกสะใภ้ไม่มีเจตนาแช่งท่านพี่ ลูกสะใภ้
ประสบกับความยากลำบากและยุ่งกับการจัดงานแต่งงานให้
เรียบร้อย ข้าไม่ได้มีสมบัติมากมาย ดังนั้นข้าจะแสดงเจตนา
ชั่วร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร นี่เป็นเพราะข้าไม่ละเอียดพอ คังอี้
หวังที่จะขอโทษน้องจุนม่านและจะยอมรับการลงโทษเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดแบบนี้ นางหันไปเผชิญหน้ากับจุนม่าน นางก็ยัง
คุกเข่าและพูดว่า “พี่สาวทำผิดอย่างร้ายแรงในวันนี้ ทำให้
น้องสาวได้รับบาดเจ็บ นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้าเสียใจและไม่
สามารถแก้ไขความผิดนี้ได้ พี่สาวยินดีชดใช้ความผิดนี้ และ
หวังว่าน้องสาวจะยกโทษให้ข้า”
ฮูหยินใหญ่ได้ทำพิธีดังกล่าวแล้ว ถ้าจุนม่านยังคงยืนกราน
ต่อไป จะเป็นนางที่ผิด นางคุกเข่าอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็
ตามนางไม่ได้แสดงความคิดของนาง นางมองไปที่เฟิงจินห
ยวน และถามเขาว่า “ท่านพี่ จุนม่านเป็นของท่านพี่ ท่านพี่
จะต้องตัดสินใจทุกเรื่องเจ้าค่ะ”
เฟิงจินหยวนพยักหน้าจากนั้นมองที่คังอี้ที่เต็มไปด้วยความ
เสียใจ และความขมขื่นทำให้เขาใจอ่อนเล็กน้อย เขาช่วย
ประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น จากนั้นเขาจึงพูดกับคังอี้
“สถานการณ์วันนี้เป็นเรื่องบังเอิญ เจ้าเป็นฮูหยินที่ถูกต้อง
ของข้า เจ้าเป็นคนในครอบครัว กำไลนี้…”
คังอี้ก้มลงหยิบกำไล นางยกมันขึ้นเหนือศีรษะแล้วทุบมันลง
บนพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า
“สิ่งที่โชคร้ายไม่ควรเก็บไว้ใกล้ตัวเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะมีค่าขนาด
ไหน แต่ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบความรู้สึกของคังอี้ที่มีต่อ
ท่านพี่ได้” นางแสดงความรู้สึกต่อเฟิงจินหยวนซึ่งทำให้เฟิง
จินหยวนรู้สึกสงสารนางเล็กน้อย
เฟิงหยูเองดูฉากตรงหน้าแล้วก็อดพยักหน้าไม่ได้ องค์หญิง
ใหญ่ของเฉียนโจวค่อนข้างเชี่ยวชาญในการปรับตัวเข้ากับ
สถานการณ์ นางไม่ใช่คนที่จะดูถูกได้จริง ๆ นางต้องการเห็น
ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรหลังจากเข้าร่วมกับเฟิงจินหยวน
แต่… “ท่านแม่ มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะทำลายทุกสิ่งที่ทำให้
ท่านแม่โชคร้าย ไม่งั้นคงหนีไม่พ้นที่ท่านแม่จะดูเฉื่อยมากขึ้น
เมื่ออาเองจำบางสิ่งได้และต้องเตือนท่านแม่”
ก่อนที่คังอี้จะพูดอะไรก็ได้ จุนม่านพูดขึ้นก่อน “ขอบคุณองค์
หญิงแห่งมณฑลมณฑลที่เตือนในวันนี้ มิฉะนั้นถ้าอนุนี้ยังคง
สวมกำไลนั้น ภัยพิบัติครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นได้เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองยิ้มเล็กน้อย และไม่ได้พูดอะไรอีก
ในเวลานี้เฟิงเฟินไดผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ก็พูดขึ้น
ทันทีขณะที่นางพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านย่า ท่านย่าลืมเรื่อง
ของคนที่วางยาพิษอนุฮันไปแล้วหรือเจ้าคะ ? ยังไม่พบผู้ทำ
ผิด และเรือนหยูหลานยังไม่ปลอดภัย ข้ากับแม่รองกินไม่ได้
นอนไม่หลับ แม่รองฮันก็กังวลเช่นกัน เมื่อคืนนี้… นางก็นอน
ไม่หลับ” พูดอย่างนี้นางมองที่เฟิงจินหยวน
ฮูหยินผู้เฒ่าที่กราดเกรี้ยวอยู่แล้ว และกล่าวอย่างไม่มี
ความสุข “มันไม่ดีถ้านางยังคงเป็นเช่นนี้ นางต้องดูแลตัวเอง
นางไม่สามารถพึ่งพาคนอื่นได้ตลอดเวลา” นางพูดอย่างนี้
แต่นางก็คิดถึงคนที่วางยาพิษ นางจึงนำต่างหูออกมาอีกครั้ง
นางถือมันไว้ในมือของนาง นางเอาให้ทุกคนเห็น “แม้ว่าต่าง
หูนี้จะหล่นที่ครัว เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย ทุกคนควรช่วยกันนึก
ว่าใครเคยใส่ต่างหูคู่นี้มาก่อน”
ในขณะที่ทุกคนเริ่มคิด
ในเวลานี้พวกเขาได้ยินเฟิงเฉินหยูก็พูดว่า “ต่างหูคู่นี้ดูคุ้นตา
ข้ามาก ดูเหมือนว่า…” นางพูดอย่างนี้แล้วมองไปที่จินเฉิน
ทันใดนั้นดวงตาของนางก็สว่างขึ้น นางพูดเสียงดัง “เป็นของ
แม่รองจินเฉิน นางเคยใส่มันก่อน ! ”
จินเฉินสั่นด้วยความกลัวขณะที่นางมองเฟิงเฉินหยูด้วยความ
กลัว นางถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อว่า
“คุณหนูใหญ่ ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นคนที่รู้ว่าคุณหนูมีอะไร แต่
คุณหนูก็ไม่ควรใส่ร้ายข้าแบบนี้ ! ”
ครั้งนี้มันเป็นเฟิงเฉินหยูที่ตกใจ นางถามจินเฉิน “เจ้าพูดอะไร
ข้ามีอะไร”
เฟิงจินหยวนสามารถบอกได้ว่ามีเลศนัยบางอย่าง ดังนั้นเขา
จึงมองทั้งสองด้วยความหดหู่ หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาถามจิน
เฉิน “ต่างหูนี้เป็นของเจ้าหรือไม่ ? ” ดูเหมือนว่าเขาจะเห็น
จินเฉินใส่สิ่งที่ดูคล้ายกันมาก่อน แต่เขาก็เป็นผู้ชาย ใน
สายตาของเขา เครื่องประดับของผู้หญิงทั้งหมดดูเหมือนกัน
มาก
เมื่อได้ยินเฟิงจินหยวนถามอย่างนี้ จินเฉินส่ายหัวปฏิเสธ
อย่างเด็ดขาดว่า “ไม่ ! สิ่งนี้ไม่ได้เป็นของอนุคนนี้” ก่อนที่จะ
รอให้เฟิงจินหยวนถาม นางก็คุกเข่าแล้วพูดเสียงดังว่า “ท่าน
พี่ ! ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ! เมื่อมันกลายเป็นเช่นนี้ อนุผู้นี้จึงไม่มี
ทางเลือกนอกจากพูดความจริง เป็นเพราะคุณหนูใหญ่ !
คุณหนูใหญ่ต้องการทำร้ายพี่ฮันเจ้าค่ะ ! ”