Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 342 เพื่อจัดการกับคนบางคน บางครั้งเราต้อง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 342 เพื่อจัดการกับคนบางคน บางครั้งเราต้อง
โกหก
คำพูดของจินเฉินดึงดูดความสนใจของเฟิงหยูเอง เดิมทีนาง
ลุกขึ้นยืนแล้วกำลังจะจากไปและเข้าไปในพระราชวัง
ท้ายที่สุดยังมีผู้ป่วยที่มีค่ารักษาถึง 5,000,000 เหรียญทอง
ใครจะรู้ว่าจินเฉินจะพูดในสิ่งที่ทำให้นางนั่งลง
เฟิงเฉินหยูกระวนกระวายเล็กน้อยขณะที่นางพูดเสียงดัง
“หยุดพูดใส่ร้ายคนอื่นได้แล้ว ! ”
อย่างไรก็ตามฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือและหยุดเฟิงเฉินหยูไม่ให้
พูด จากนั้นนางก็พูดกับจินเฉิน “พูดมา ! ”
จินเฉินอ้าปากค้างเล็กน้อยเพื่อสูดอากาศ นางดูกระวน
กระวายใจมากเพราะนางจงใจขยับเข้าใกล้เฟิงจินหยวนมาก
ขึ้นเพื่อความสบายใจ การเห็นเฟิงจินหยวนทำให้นางดูมั่นใจ
ยิ่งขึ้น ในที่สุดนางก็พูดว่า “หลังจากที่ไปหาพี่ฮันแล้ว อนุผู้นี้
เดินผ่านเรือนของคุณหนูใหญ่ และเห็นบ่าวรับใช้ของคุณหนู
ใหญ่ฝังบางอย่างที่สนามหน้าเรือน มันเป็นผงคล้ายแป้ง
ดังนั้นควรเป็นผงเห็ดหูหนูที่คุณหนูรองกล่าวถึงว่าถูกใช้ใน
การวางยาพิษ”
“อะไรนะ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงอย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่า
ต่างหูอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยหากว่าเจอผงเห็ดหูหนู
ซึ่งเป็นยาพิษ ยิ่งกว่านั้น… “เจ้ากำลังบอกว่าบ่าวรับใช้ของ
คุณหนูใหญ่ฝังผงเห็ดหูหนูที่สนามหน้าเรือนหรือ ? ”
จินเฉินพยักหน้า “เจ้าค่ะ อนุผู้นี้เห็นมันกับตา มันเป็นผงเห็ด
หูหนู” พูดอย่างนี้นางชี้ไปที่เซียงเอ๋อ ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเฟิง
เฉินหยู “นางเป็นคนฝังมัน ! ”
เซียงเอ๋อตื่นตระหนกทันที นางรีบคุกเข่า ขณะที่ส่ายหน้า
นางกล่าว “ไม่ใช่เจ้าค่ะ บ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่ได้ฝังเจ้าค่ะ ! ”
เฟิงเฉินหยูยังรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ปฏิเสธอย่าง
เด็ดขาดเหมือนกับเซียงเอ๋อ นางชี้ไปที่เซียงเอ๋อและกล่าวว่า
“นังโง่ ถ้าเจ้าฝังมันเจ้าก็ยอมรับสิ ทำไมต้องโกหก ” จากนั้น
นางก็ยืนขึ้นแล้วพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า “ข้าเป็นคนสั่งให้นางฝัง
เองเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ใช้มันเพื่อวางยาพิษใคร มันเป็นเพราะ
หลานสาวได้ยินว่าผงเห็ดหูหนูสามารถคลายความหนาวได้
ข้าจึงสั่งคนซื้อมาเจ้าค่ะ วันนั้นอนุฮันถูกวางยาพิษด้วยผงเห็ด
หูหนู และหลานก็รู้สึกกลัวเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงฝังมันเจ้า
ค่ะ”
คำอธิบายของนางมีเหตุผลมาก แต่มันก็เป็นเรื่องบังเอิญมาก
เกินไป ไม่ต้องพูดถึงว่าเฟิงเฟินไดเชื่อหรือไม่ แม้แต่ฮูหยินผู้
เฒ่าและเฟิงจินหยวนก็ยังไม่เชื่อ
คนที่ตัวสั่นเป็นฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งชี้ไปที่เฟิงเฉินหยู และพูดด้วย
ความผิดหวัง “ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่เจ้าทำให้ข้าผิดหวัง
ครั้งแล้วครั้งเล่า เฟิงเฉินหยูตระกูลเฟิงของข้ามีบุตรสาวเช่น
เจ้าได้อย่างไร”
คังอี้เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยประคองฮูหยินผู้
เฒ่า “ท่านแม่ระวังเจ้าค่ะ อย่าเครียดมากเกินไป ดูแล
ร่างกายของท่านแม่ด้วย”
“จะไม่ให้ข้าเครียดได้อย่างไร ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าสั่นด้วยความ
โกรธ “ด้วยความชั่วร้ายเช่นนี้ในคฤหาสน์ ข้าจะอยู่อย่างเป็น
สุขได้อย่างไร จินหยวน ! ” นางมองไปที่เฟิงจินหยวนและ
กล่าวว่า “เฟิงเฉินหยูพยายามฆ่าบุตรของตระกูลเฟิง เจ้าจะ
ทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ”
เฟิงจินหยวนก็ผิดหวังในตัวเฟิงเฉินหยูเช่นกัน แม้ว่าเฟิงเฉิน
หยูพร่ำบอกว่านางไม่ได้ทำ จากที่เขาทราบเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
ที่เฟิงเฉินหยูเคยทำมา ครั้งนี้เฟิงจินหยวนเชื่อว่านางทำ
“ท่านพ่อต้องชำระความนะเจ้าคะ ! ” เฟินไดตะโกนแล้วชี้ไป
ที่เฟิงเฉินหยู นางกล่าวว่า “คนที่กระทำความผิดฐานฆ่าคน
ถึงจะตายเป็นหมื่นครั้งมันก็ยังไม่เพียงพอ ! ”
“หุบปาก ! ” เฟิงจินหยวนดุอย่างแรง ไม่ว่าจะพูดอะไร เมื่อ
เปรียบเทียบเฟิงเฉินหยูและเฟิงเฟินได เขาก็ยังโปรดปราน
เฟิงเฉินหยู “ข้าตัดสินใจแล้ว”
เฟิงเฟินไดไม่พูดในขณะที่นางเยาะเย้ยและจ้องมองที่เฟิงเฉิน
หยู ในตอนแรกนางหวังว่าบิดาจะลงโทษนางอย่างรุนแรง แต่
หลังจากรอมาระยะหนึ่ง คังอี้ก็กล่าวว่า “เรื่องนี้ร้ายแรงมาก
มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด
คุณหนูใหญ่นั้นบอกว่านางอยู่ในเรือนตลอดเวลา ดังนั้นมันจะ
ดีที่สุดถ้าเราไม่ได้ลงเอยด้วยการลงโทษใครบางคนที่ถูกใส่
ร้ายนะเจ้าคะ”
เฟิงเฉินหยูชำเลืองมองคังอี้ นางรู้ว่ามารดาคนนี้กำลังช่วย
นาง โชคดีที่ผู้ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ของนางในวันนี้คือจินเฉิน นาง
เชื่อมั่นว่าคังอี้สามารถจัดการกับคนอย่างจินเฉินได้อย่าง
แน่นอนโดยไม่มีปัญหา ตราบใดที่มันไม่ใช่เฟิงหยูเอง ใน
คฤหาสน์นี้นางก็ไม่กลัว
เมื่อเห็นเฟิงเฉินหยูถูกนำตัวออกไป เฟิงหยูเองก็ลุกขึ้นยืน
และพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า “อาเองต้องเข้าไปในพระราชวังเพื่อ
รักษาอาการบาดเจ็บขององค์หญิงรุ่ยเจีย ข้าขอตัวก่อนเจ้า
ค่ะ ข้าจะมาคารวะท่านย่าในวันพรุ่งนี้”
ได้ยินนางพูดถึงอาการบาดเจ็บของรุ่ยเจีย ฮูหยินผู้เฒ่ารีบ
ถาม “อาการบาดเจ็บของรุ่ยเจียรุนแรงมากหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองมองไปที่คังอี้ เมื่อเห็นว่านางดูกังวลมาก เฟิงหยู
เองจึงยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ด้วยเงินค่ารักษา
5,000,000 เหรียญทองและดอกบัวหิมะ 10 ดอก ท่านแม่ไม่
ต้องกังวล อาเองอยู่ที่นี่ จะไม่มีปัญหาในการช่วยชีวิตของ
องค์หญิงรุ่ยเจีย” ขณะที่นางพูดนางถอนหายใจเบา ๆ นาง
หันมาพูดกับจุนม่านและจุนเหมยว่า “ทุกสิ่งในตระกูลเฟิงเป็น
สิ่งที่ดี แต่ท่านแม่ก็ขาดความสามารถที่จะสอนเด็ก ๆ ข้าคิด
ว่าเดิมองค์หญิงคังอี้ที่เข้ามาในคฤหาสน์จะทำให้เกิดการ
พัฒนาในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามข้าไม่เคยคิดเลยว่านางจะ
สอนองค์หญิงรุ่ยเจียให้เป็นเช่นนั้น”
จุนม่านรีบหยิบบทสนทนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยพูดว่า “เป็น
เพราะเหตุนี้ที่พวกเราถูกส่งมาที่คฤหาสน์ องค์หญิงแห่ง
มณฑลโปรดอย่ากังวล ต่อไปอนุผู้นี้จะสอนบุตรของคฤหาสน์
ไม่พลาดกฎที่ข้าเรียนมาจากพระราชวังอย่างแน่นอน อนุผู้นี้
จะไม่อนุญาตให้เด็กทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าคนนอกแน่นอน
เจ้าค่ะ”
นี่เทียบเท่ากับการสละสิทธิ์ของคังอี้เพื่อให้การสั่งสอนแก่เด็ก
ๆ แต่ไม่มีใครในตระกูลเฟิงพูดอะไรเลย ท้ายที่สุดเมื่อพี่น้อง
เฉิงเข้ามาในคฤหาสน์ เหตุผลก็คือคังอี้ทำหน้าที่เลี้ยงดูรุ่ยเจีย
ไม่ดี ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกว่าถ้าพี่น้องเฉิงสอนบุตร ๆ ของ
คฤหาสน์มันจะดีกว่า พวกนางมาจากพระราชวัง ดังนั้นพวก
เขาจะไม่ขาดความเข้าใจในกฎ ด้วยคนเช่นนี้ที่สอนเด็กๆ ใน
อนาคตไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พวกเขาจะต้องเป็น
เด็กเรียบร้อย
ดังนั้นนางพยักหน้า “ดี ถ้าเจ้าสามารถจัดการกับภาระเรื่อง
การสอนเด็ก ๆ ในเรื่องมารยาท มันจะลดความกังวลของข้า
ลง” ขณะที่พูดสิ่งนี้นางมองเฟิงเซียงหรูและเฟิงเฟินได “ใน
อนาคตพวกเจ้าจะต้องเรียนรู้อย่างถูกต้องจากอนุทั้งสองคนนี้
เป็นการดีที่สุดที่จะเรียนรู้กฎของพระราชวัง”
เฟิงเซียงหรูเชื่อฟังเสมอ เมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้ทำ นาง
ไม่ทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในการตอบสนองของนาง
สำหรับเฟิงเฟินได ทัศนคติของนางที่มีต่อพี่น้องเฉิงนั้นดีกว่า
ทัศนคติของนางที่มีต่อคังอี้ มันเป็นเพียงเพราะทั้งสองมาจาก
พระราชวัง ในใจของนางถ้านางคุ้นเคยกับทั้งสองคนมากขึ้น
มันจะทำให้นางได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวังง่ายขึ้นมาก องค์
ชายห้าหายตัวไปและไม่ปรากฏตัวอีกเป็นเวลาหลายวัน นาง
รู้สึกไม่สบายใจขณะที่นางส่งคนออกไปดูว่าตำหนักลีได้รับคน
ใหม่หรือไม่ โชคดีที่คนเหล่านี้ทุกคนรายงานว่าเขาไม่ได้ทำ
ทำให้นางรู้สึกโล่งใจ
เมื่อเห็นเฟิงเฟินไดคำนับและเห็นด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าก็พยัก
หน้าในที่สุด เฟิงหยูเองยังยิ้มและพูดกับจุนม่าน “ในเมื่อเป็น
เช่นนี้ ข้าจะทำให้อนุยุ่งยากกับงานมากขึ้น” นางตบมือจุน
ม่านแล้วหันหลังกลับออกไปพร้อมกับหวงซวน
เฟิงจินหยวนรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ในท้ายที่สุดเขายังคงเป็น
บิดา แต่บุตรสาวคนนี้ไม่ได้พูดอะไรกับเขาเมื่อมาถึงหรือจาก
ไปสักคำ… เขามองไปที่จุนม่านแล้วบอกนางว่า “คุณหนูรองก็
ต้องเรียนรู้มารยาทเช่นกัน เพิ่มเวลาของเจ้าสักเล็กน้อย”
จุนม่านพยักหน้า แต่กล่าวว่า “ท่านป้ามักจะชื่นชมองค์หญิง
แห่งมณฑลเพราะเป็นคนฉลาดและมีเหตุผล แม้แต่ท่านลุงก็
ยกย่ององค์หญิงแห่งมณฑลเพราะเป็นคนมีสติปัญญา เมื่อ
เทียบระหว่างจุนม่านกับองค์หญิงแห่งมณฑล ข้ายังต้องขอ
ความช่วยเหลือจากองค์หญิงแห่งมณฑลเจ้าค่ะ ! ”
เฟิงจินหยวนสั่นอย่างที่เขาอยากจะพูด นางจะช่วยอะไรได้
บ้าง หากนางเชื่อฟัง และมีเหตุผล นั่นหมายความว่าไม่มีคน
ที่เหมาะสมในโลก
แต่เมื่อเขาอ้าปาก เขาก็ได้ยินเสียงฮูหยินผู้เฒ่าไอและทำให้
เขาดูรุนแรง เฟิงจินหยวนก็ตอบสนองเท่านั้น ใครคือป้าและ
ลุงที่จุนม่านพูดถึง พวกเขาคือฮ่องเต้และฮองเฮา ! เขาเบื่อ
มากพอที่จะต้องการต่อต้านฮ่องเต้และฮองเฮาหรือ ?
ดังนั้นเขาหัวเราะอย่างแห้ง ๆ และยิ้มในข้อตกลง
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิงหยูเองและวังซวนที่นั่งในรถม้าแล้วมุ่ง
หน้าไปยังพระราชวังของฮ่องเต้ หวงซวนเท้าคาง และถาม
นางว่า “คุณหนู ทำไมคุณหนูถึงมั่นใจในตัวเองว่าองค์
หญิงคังอี้สวมกำไลนั้นเมื่อนางแต่งงาน ? ”
เฟิงหยูเองยื่นมือของนางออกมาแล้วพูดว่า “ข้าเดา”
หวงซวนตกใจ “คุณหนูเดาถูกต้องจริง ๆ !”
“นั่นเป็นเรื่องจริง” นางพยักหน้าอย่างไร้ยางอาย “ข้ารู้สึกว่า
ข้ายอดเยี่ยมมาก”
“เชอะ ! ” เสียงปราชดปราชันมาจากอากาศ
เฟิงหยูเองรู้สึกไม่มีความสุข ขณะนางจับมือหวงซวนและ
กล่าวว่า “เมื่อเราออกจากพระราชวัง เราควรไปที่
ตำหนักหยู ข้าต้องการส่งบานซูกลับ ข้าไม่ต้องการเขา ไม่ว่า
จะด้วยวิธีใดคฤหาสน์ตอนนี้มีผู้คุ้มกันลับอยู่มากมาย ไม่มีใคร
แข็งแกร่งกว่าเขา”
เสียงของคนที่กัดฟันของพวกเขา มาจากอากาศ “ไม่มีใครที่
แข็งแกร่งกว่าข้าจริง ๆ หากคุณหนูไม่เชื่อ ก็ลองดู”
การหยอกล้อระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้เป็นสิ่งที่หวงซวน
คุ้นเคย นางไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าเฟิงหยูเองจะส่งบานซู
กลับไป และนางก็ไม่เชื่อว่าบานซูจะไม่เคารพเฟิงหยูเอง
ในทางกลับกัน เฟิงหยูเองปฏิบัติกับบานซูเช่นเดียวกับที่นาง
ปฏิบัติต่อพวกนางดีมาก นางไม่เคยปฏิบัติต่อพวกนางใน
ฐานะบ่าวรับใช้ แต่นางปฏิบัติต่อพวกนางในฐานะพี่น้อง
สำหรับบานซู เขาเคยคุ้นเคยกับการซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
หลังจากติดตามเฟิงหยูเองทันที… เอ่อ อาจารย์อย่างไม่เป็น
ทางการ มันเป็นไปได้ที่ความมีชีวิตชีวาภายในของเขาก็
ปรากฏออกมาเช่นกัน นี่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการหยอก
ล้อ แต่เมื่อเฟิงหยูเองได้รับอันตราย บานซูจะปกป้องความ
ปลอดภัยของเฟิงหยูเองด้วยชีวิตของเขาอย่างแน่นอน
นาง และวังซวนก็เช่นกัน !
การได้เห็นรุ่ยเจียวันนี้ จิตวิญญาณของนางดูเหมือนจะดีกว่า
วันก่อน อาจเป็นเพราะห้องได้รับการทำความสะอาดโดยบ่าว
รับใช้ ธูปก็ถูกเผาเช่นกัน ดังนั้นห้องพักจึงมีกลิ่นที่ดีกว่า
เมื่อก่อน สิ่งนี้ให้ความรู้สึกที่จริงใจมาก
แต่รุ่ยเจียไม่พูดอะไรเลยเมื่อนางเห็นเฟิงหยูเอง นางจ้องมอง
เฟิงหยูเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ราวกับว่า
เพียงแค่จ้องมองก็เพียงพอที่จะระบายความโกรธในหัวใจของ
นาง
เฟิงหยูเองไม่ใส่ใจเพราะนางเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ
รุ่ยเจียจ้องมองเกือบทั้งชั่วยาม ในที่สุดไม่สามารถทนได้อีก
ต่อไป นางหยุดจ้องมอง อย่างไรก็ตามนางใช้เสียงเตือนเพื่อ
บอกเฟิงหยูเอง “สำหรับเงิน 5,000,000 เหรียญทอง เจ้า
ต้องให้ความสนใจเมื่อรักษาข้า ข้าจ่ายเงินแล้ว”
เฟิงหยูเองยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าจะรักษาเจ้าอย่างดี
เพื่อที่ข้าจะได้เฆี่ยนเจ้าอีกครั้ง”
“เจ้า” รู่ยเจียต้องการที่จะก่นด่าบรรพบุรุษของนางแปดชั่ว
โคตรเพราะนางคุ้นเคยกับการทำแบบนี้ แต่เมื่อนางจำได้ว่า
อาการบาดเจ็บที่ปกคลุมร่างกายของนางนั้นเป็นผลมาจาก
การที่นางก่นด่าคนอื่น มองออกไป นางไม่ต้องการที่จะมอง
เฟิงหยูเองอีกต่อไป
เฟิงหยูเองใช้เวลา 2ชั่วยามในการรักษาอาการบาดเจ็บของ
นาง ในที่สุดนางก็รักษารุ่ยเจียที่กำลังจะตายจากความ
เจ็บปวด เมื่อได้ยินว่าเฟิงหยูเองจะกลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
ทันใดนั้นนางก็อยากจะเลิกการรักษานี้ มันเจ็บปวดเกินไป
รุ่ยเจียเริ่มสงสัยอย่างแท้จริงว่านางสามารถทนต่อความ
เจ็บปวดนี้ได้หรือไม่ เงินถูกจ่ายไปแล้ว แต่ถ้านางเสียชีวิตใน
ระหว่างขั้นตอนนั้น จะไม่เป็นที่น่าสมเพชหรือไม่
แต่เฟิงหยูเองไม่สนใจนาง หลังจากเสร็จงานนางก็เก็บข้าว
ของออกมาแล้ว นางไม่ได้บอกรุ่ยเจียว่านางไม่ได้ใช้ยาชา
รุ่ยเจียจะต้องอดทนชดใช้ความผิดที่นางทำลงไป โดยการ
ระลึกถึงความเจ็บปวดนี้เท่านั้นที่ทำให้นางจำได้ว่าต้องทำเช่น
ไรในครั้งต่อไป แม้ว่านางจะไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่ารุ่ยเจีย
สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง …
ออกจากพระราชวัง มีคนชี้ให้นางไปในทิศทางของตำหนักฉิง
อัน พร้อมกับหวงซวน นางมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้น หวงซวน
ไม่ได้เข้าพระราชวังนาน ดังนั้นนางจึงยังไม่เข้าใจว่าทำไม
พวกเขาจะไปที่ตำหนักฉิงอันทันที เมื่อนางต้องการถาม นาง
กำนัลรีบวิ่งเข้ามาหาพวกนาง