Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 364 เตรียมสินสอดทองหมั้นสำหรับลูกสะใภ้ของ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 364 เตรียมสินสอดทองหมั้นสำหรับลูกสะใภ้ของ
พระองค์
จางหยวนเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ เมื่อดึงแขนเสื้อของ
ฮ่องเต้ เขากล่าวอย่างเงียบๆ “ฝ่าบาท องค์ชายอาจ
หมายความว่าพระองค์ต้องการเฉียนโจว”
ฮ่องเต้ยิ้มเยาะ “นั่นคืออาณาจักรของคนอื่น! แม้ว่ามันจะเป็น
รัฐบริวารของราชวงศ์ต้าชุน แต่ข้าก็ไม่สามารถตัดสินใจขั้น
สุดท้ายได้ ! ”
จางหยวนดึงแขนเสื้อของเขาอีกครั้ง “เข้าไปรับตำแหน่งแล้ว
ก็ทำได้”
“บ้า ! ” ฮ่องเต้โกรธ เขากระทืบเท้าของเขาและเตะจาง
หยวน “ออกไปให้พ้นหน้าข้า ! ”
จางหยวนมองฮ่องเต้จากนั้นก็ถอยกลับไปสองสามก้าวไม่
ขยับไปไกลมาก
เฟิงหยูเองผลักรถเข็นของซวนเทียนหมิงไปข้างหน้าเล็กน้อย
และซวนเทียนหมิงเริ่มล้างสมองฮ่องเต้ “ข้ารู้ว่าเสด็จพ่อแก่
แล้ว และไม่หลงใหลในความเป็นเด็กเหมือนตอนท่านพ่อยัง
เด็ก แต่เพียงเพราะเสด็จพ่อไม่สามารถทำมันได้อีกต่อไป
ท่านพ่อยังมีพวกเราอยู่หรือเปล่า ครอบครัวซวนของเรามี
รากฐานในการต่อสู้สงคราม เราต้องขยายรากฐานของเรา
ต่อไป”
ฮ่องเต้สามารถเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของซวน
เทียนหมิง เขาสนใจเรื่องของเฉียนโจว ทันใดนั้นเขาก็นึกถึง
ไฟที่ตำหนักเซียงเมื่อไม่นานมานี้ องครักษ์เงาซึ่งคอยเฝ้าดู
แลตำหนักเซียงได้มารายงานว่าก่อนเกิดไฟไหม้องค์หญิง
ใหญ่ได้เข้ามาในตำหนักเซียงอย่างลับ ๆ ขณะที่ถูกห่อไว้แน่น
หลังจากนั้นองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันก็เข้าไปในตำหนักเซียง
ต่อมาองค์ชายชุนก็เข้าไป ในเวลานั้นเขารู้สึกว่ามีอะไรแปลก
ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โชคไม่ดีที่องครักษ์เงาของเขาไม่สามารถ
บอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น องครักษ์เงาไม่สามารถค้นพบได้เพราะ
ไม่มีใครสามารถเข้าห้องลับของซวนเทียนเย่ได้ มันอาจจะ
เป็น…
ฮ่องเต้เหล่ตามองเฟิงหยูเองเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ทุบตีซวน
เทียนเย่เพราะเขาทำร้ายมารดาของนาง อย่างไรก็ตามตอนนี้
ได้หยิบยกเรื่องของเฉียนโจวขึ้นมา เป็นไปได้ไหมที่ผู้หญิงคน
นี้ได้ยินอะไรบางอย่างในคืนนั้น ?
เฟิงหยูเองเห็นสายตาที่จ้องมองของฮ่องเต้ นางรู้ว่าทันทีที่
ซวนเทียนหมิงแสดงความปรารถนาอย่างชัดเจนที่จะ
กำจัดเฉียนโจวจะนำไปสู่การที่ฮ่องเต้มีข้อสงสัย เพราะ
สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงเป็นอาณาจักร หากพวกเขาไม่มี
เหตุผลที่ดี ราชวงศ์ต้าชุนก็ยกทัพไปโดยไร้เหตุผล
นางจับมือของซวนเทียนหมิง และกล่าวว่า “ณ จุดนี้ข้าจะไม่
ซ่อนมันจากเสด็จพ่อ” นางหันไปทางฮ่องเต้ “ในเวลาที่องค์
ชายหยูได้รับบาดเจ็บ เสด็จพ่อทรงทราบหรือไม่ว่าใครทำเพ
คะ ? ”
ฮ่องเต้ตกใจ เขาไม่คิดว่าเฟิงหยูเองจะพูดถึงสิ่งนี้ในทันที
อาการบาดเจ็บของซวนเทียนหมิงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด
สำหรับเขามาโดยตลอด ในตอนแรกเขาสัญญากับพราชายา
ที่รักของเขาว่าเขาจะปกป้องบุตรชายคนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าเขา
จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ในตอนแรกเขาคิดว่าผู้ชายควรกล้า
หาญ การนำทหารออกไปต่อสู้และจบลงด้วยการได้รับ
บาดเจ็บนั้นเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ แต่ก็ยังเป็นเรื่องของความ
ยิ่งใหญ่ แต่หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเขาก็รู้สึกว่ามีอะไร
บางอย่างถูกปิดบังอยู่ มีผู้เสียชีวิตไม่มากนักในหมู่ทหาร แต่
หัวหน้าส่วนใหญ่ของพวกเขาได้รับบาดเจ็บในระดับนี้ ตรรกะ
แบบไหนกันนะ ?
ครั้งหนึ่งฮ่องเต้ได้ส่งผู้คนไปสอบสวน แต่พวกเขาพบเพียงว่า
ซวนเทียนหมิงถูกล้อมรอบที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียง
เหนือ เขาได้รับบาดเจ็บจากลูกธนู แต่พวกเขาไม่สามารถหา
เบาะแสเพิ่มเติมได้
ตอนนี้เฟิงหยูเองพูดสิ่งนี้อีกครั้ง เขารู้สึกหดหู่ “เจ้าพบอะไร?
เป็นไปได้หรือไม่…ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเฉียนโจว ? ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “ลูกสะใภ้เคยได้ยินองค์ชายสามคุยกับ
องค์หญิงคังอี้ กลุ่มที่รับผิดชอบในการโจมตีองค์ชายหยูของ
เขาคือกลุ่มนักแม่นธนูจากเฉียนโจว ข้อมูลของพวกเขามา
จากผู้ให้ข้อมูลจากในกองทัพทางเหนือขององค์ชายสาม
นอกจากนี้กลุ่มนักแม่นธนูก็เข้าสู่ราชวงศ์ต้าชุนโดยใช้
ความสัมพันธ์ของเฟิงจินหยวน”
ฮ่องเต้หลับตาลงเล็กน้อย เหตุการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่เขา
คาดหวัง แต่เขาไม่เคยพบหลักฐานเลย ตอนนี้เฟิงหยูเองพูด
แล้วมันมีข้อพิสูจน์
ซวนเทียนหมิงถามนางว่า “บอกข้าว่าควรกำจัดเฉียนโจวหรือ
ไม่ ? ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “มันควรจะทำ เพื่อทำร้ายหมิงเอ๋อของข้า
ถึงแม้ว่าการกำจัดเฉียนโจวทั้งหมดนั้นจะไม่เพียงพอที่จะ
ระงับความโกรธในใจของข้า”
ซวนเทียนหมิงหัวเราะ “อะไรคือจุดประสงค์ของการทำลาย
ล้างอาณาจักร ! หากพวกเขาถูกกำจัดหมดสิ้น ใครจะเป็นคน
ปกครอง ? ”
เฟิงหยูเองยิ้มเยาะ “ถ้าพวกเขาถูกกำจัด เราจะเก็บภาษีจาก
ใคร ? ”
ฮ่องเต้ตกใจ “พวกเจ้าทั้งสองเริ่มคิดเรื่องการเก็บภาษี
หรือ ? ”
ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน “ใช่”
“หลังจากนั้น ? ” ฮ่องเต้ก็สนใจ จางหยวนก็สนใจเช่นกัน
เฟิงหยูเองกล่าวว่า “นี่เป็นกระบวนการที่ช้า แต่ลูกสะใภ้คิด
ว่าจะทำสิ่งนี้ ก่อนอื่นต้องทำการหลอมเหล็กก่อน หลังจากที่
เรามีอาวุธแล้วเราจะมีพื้นฐานสำหรับอำนาจอย่างแท้จริง
มิฉะนั้นถ้าเราพึ่งจำนวนคนและยุทธวิธีในการต่อสู้เท่านั้น มัน
รู้สึกเหมือนเป็นการรังแกมากเกินไป ดูเหมือนจะเป็นอันตราย
เกินไปสำหรับอาณาจักรขนาดใหญ่”
จางหยวนไม่สามารถยับยั้ง และกล่าวแทรก “อาณาจักรใหญ่
ๆ ไม่ทำสิ่งนี้หรือ ? ”
ซวนเทียนหมิงกล่าวอย่างไร้ยางอายว่า “แล้วเราจะทำตัว
แตกต่างจากอาณาจักรใหญ่อื่น ๆ ”
ฮ่องเต้ก็เป็นด้วยเช่นกัน “หมิงเอ๋อพูดถูก ! ”
เฟิงหยูเองรู้สึกว่าบิดา และบุตรชายคู่นี้คล้ายกันมาก นางจึง
กล่าวต่อว่า “หลังจากที่มีการผลิตอาวุธแล้ว เราไม่จำเป็นต้อง
รีบเร่งดำเนินการเลย เราสามารถจัดการศัตรูจากภายใน ทำ
ให้เกิดปัญหามากมายสำหรับพวกเขาจากภายใน เมื่อเฉียน
โจวใกล้จะล่มสลาย เราสามารถแทรกแซงในนามของการ
ช่วยราษฎรเฉียนโจวจากความทุกข์ยากสุดขีด… ไม่ นั่นไม่
ถูกต้อง จากความทุกข์ทรมานสุดขีด” 1
ซวนเทียนหมิงพยักหน้า “กำแพงเมืองในเฉียนโจวล้วนสร้าง
ขึ้นโดยใช้น้ำแข็งเป็นรากฐาน ถ้าเราไม่เริ่มจากข้างใน การ
โจมตีจะยากมาก”
ฮ่องเต้เริ่มให้ความสนใจ “ถ้าเช่นนั้นเจ้ามีความสามารถใน
การรับมือกับกลุ่มนักแม่นธนูหรือไม่”
ซวนเทียนหมิงชี้ไปที่เฟิงหยูเอง และกล่าวว่า “ลูกสะใภ้ของ
ท่านได้ฝึกกองทัพเจตจำนงค์ของสวรรค์ ถ้ามาเวลาฝึกมาก
ขึ้นมันจะดีกว่ากลุ่มนักแม่นธนูของเฉียนโจวแน่นอน ! ”
“ดีมาก ! ” ทันใดนั้นฮ่องเต้ก็ตบโต๊ะทำให้จางหยวนตกใจ “งั้น
ไปทำตามที่เจ้าพูด ! แต่…” เขาค่อนข้างงุนงง “เจ้าไม่ได้พูด
ว่าเจ้าต้องการได้รับค่าชดเชยหรอกหรือ ? ทำไมเจ้าไม่เพียง
ขอค่าชดเชย เจ้ากำลังคิดจะได้ดินแดนของราชวงศ์ต้าชุน
ด้วย”
ซวนเทียนหมิงตะโกนอย่างเย็นชา “เอาดินแดนของราชวงต้า
ชุน ? เสด็จพ่อแน่ใจว่าจะมองโลกในแง่ดี”
ฮ่องเต้โกรธมาก “เจ้าพูดอย่างไร”
เฟิงหยูเองทำอะไรไม่ได้ นางตบไหล่ซวนเทียนหมิงเบา ๆ
“พูดกับเสด็จพ่อดี ๆ ”
ซวนเทียนหมิงได้จัดระเบียบความคิดของเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้ว
พูดว่า “ถูกต้อง เฉีวนโจวจะไม่ถูกมอบให้กับราชวงศ์ต้า
ชุน จะต้องมอบให้อาเอง”
ในขณะที่ฮ่องเต้ไม่สามารถตอบสนอง เขาเข้าใจผิดว่า “ให้
ลูกสะใภ้ของข้าหรือ หืม นั่นไม่เหมือนกันหรือหมิงเอ๋อ
อาณาจักรจะเป็นของเจ้าไม่ช้าก็เร็ว”
“ข้ารู้” ซวนเทียนหมิงเหลือบตา “อย่าพูดถึงว่าข้าต้องการ
อาณาจักรของเสด็จพ่อหรือไม่ เรามาพูดถึงอาเองของเรา
ก่อน ในฐานะบิดา เสด็จพ่อจะไม่ให้สินสอดทองหมั้นกับนาง
ได้อย่างไร ? และนั่นเสด็จพ่อจะต้องจ่าย ! ”
จางหยวนเข้าใจทันที “ความหมายขององค์ชายคือหลังจากที่
ได้เฉียนโจวมา…มันจะมอบให้กับองค์หญิงแห่งมณฑลเช่นนั้น
หรือพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้รู้สึกงุนงง สิ่งต่าง ๆ จะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เขาจ้อง
มองที่ซวนเทียนหมิง ถึงเจ้าจะหลงใหลผู้หญิงก็อย่าทำแบบ
นี้ ! จากนั้นเขาจ้องมองที่เฟิงหยูเอง นางเอายาเสน่ห์อะไรให้
ลูกชายของเขากิน ?
ซวนเทียนหมิงเข้าใจบิดาของเขาเป็นอย่างดี เมื่อเห็น
รูปลักษณ์นี้ เขารู้ทันทีว่าชายชราของเขาไม่มีความสุข นั่นก็
เป็นจริงเช่นกัน มันเป็นรัฐบริพารที่ดี เพียงให้มันไปเพื่ออะไร
ก็ไม่มีเหตุผล แต่เขามีเหตุผลของตัวเอง “อันที่จริงแล้ว
สำหรับราชวงศ์ต้าชุน เฉียนโจวจะเปลี่ยนผู้ปกครอง
นอกจากนี้ผู้ปกครองคนใหม่นี้จะมีความมั่นคงมากกว่า
ผู้ปกครองคนเก่า ผู้ปกครองคนก่อนแสดงความเมตตา
ออกมา ผู้ปกครองคนใหม่นี้จะร่วมมือกับราชวงศ์ต้าชุนอย่าง
เต็มที่ ลองคิดดูสิเมื่อท่านพ่อมอบบัลลังก์ให้ข้า และข้า
แต่งงานกับผู้ปกครองของเฉียนโจวอย่างอาเอง ทั้งสอง
อาณาจักรนี้จะกลายเป็นหนึ่งเดียว ! ไม่ว่าเสด็จพ่อจะคิด
ยังไง มันคงเป็นประโยชน์ของราชวงศ์ต้าชุนของเรา”
ฮ่องเต้กัดฟันด้วยความโกรธ “มีใครบ้างที่รีบเร่งที่จะกังวล
เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากพ่อของพวกเขาจากไปแล้ว”
“เสด็จพ่อเป็นคนบอกว่าอาณาจักรนี้จะกลายเป็นของข้าไม่ช้า
ก็เร็ว ! ”
ฮ่องเต้พูดไม่ออก ในความเป็นจริงเขาเข้าใจเหตุผลนี้ แม้ว่า
เฉียนโจวจะถูกมอบให้กับเฟิงหยูเองในอนาคต มันก็จะถูก
มอบให้เป็นสินสอดทองหมั้น รัฐบริพารจะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของราชวงศ์ต้าชุน สำหรับราชวงศ์ต้าชุนมันเป็นสิ่งที่ดี แต่…
“ใช้ทหารของราชวงศ์ต้าชุนเพื่อต่อสู้แล้วที่ดินจะมอบให้กับ
พราชายาของเจ้า ? ลองคิดดูสิมันรู้สึกเหมือนเป็นการ
สูญเสีย”
“หา ? ” ซวนเทียนหมิงเริ่มโกรธ “ใครทำธุรกิจกับท่าน
พ่อ แต่เดิมท่านพ่อจะต้องจ่ายค่าชดเชย ท่านพ่อลืมไปแล้ว
หรือ ? ”
ฮ่องเต้ตกใจเมื่อจางหยวนเตือนเขาว่า “พวกมันคือค่าชดเชย
พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ต้องการทุบตีจางหยวนสำหรับคำพูดของเขา เขาเป็น
ขันทีหรือเขาอยู่ที่นี่เพื่อสร้างปัญหา ?
เขาไม่ได้คืนดีกัน เมื่อมองไปที่เฟิงหยูเองเขาถามนางว่า
“หลังจากเฉียนโจวเปลี่ยนผู้ปกครอง เจ้าสามารถรับประกัน
ได้ว่าสถานการณ์จะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เราสามารถเขียน
แผนการคร่าว ๆ ในตอนนี้เกี่ยวกับเครื่องบรรณาการประจำปี
สำหรับราชวงศ์ต้าชุน นอกจากนี้เฉียนโจว และราชวงศ์ต้า
ชุนจะสามารถมีส่วนร่วมในการค้าขายได้ สถานที่เช่นเฉียน
โจวนั้นยังไม่ได้รับการพัฒนามากไปกว่าราชวงศ์ต้าชุน ยังมี
อีกหลายสิ่งที่ต้องทำ ข้าเชื่อว่าจะมีผลประโยชน์มากมาย
สำหรับราชวงศ์ต้าชุน”
ฮ่องเต้ชอบฟังคำเหล่านี้ เมื่อทั้งสามคนรวมตัวกัน และเริ่ม
ตรวจสอบว่าพวกเขาสามารถสร้างรายได้จากเฉียนโจวในอ
นาคต
มุมปากของจางหยวนกระตุกจากการฟัง พวกเขาจัดการมัน
ราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง สงครามยังไม่ได้ต่อสู้ แต่เจ้าทั้ง
สามเริ่มพูดคุยกันแล้วว่าจะแยกมันได้อย่างไร ? เป็นสิ่งที่ดี
หรือไม่ ? ใช่ไหม ?
ความจริงพิสูจน์ว่าทั้งสามรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ดีมาก ทั้งสามพูด
ถึงสิ่งต่าง ๆ จนกว่าจะถึงเวลาสำหรับช่วงราชสำนักตอนเช้า
ในท้ายที่สุดฮ่องเต้ตบโต๊ะ “งั้นลองทำตามนั้น ! ข้าจะให้เจ้า
จัดการเรื่องนี้ กองทัพทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมิงเอ๋อจะ
เป็นกำลังหลัก หากมีความต้องการให้กองทัพอื่นร่วมมือ เรา
จะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้การสนับสนุน เมื่อวันนั้นมาถึง
ปัญหาการจัดการของเฉียนโจว เราจะลงมือทำและมอบ
ให้กับอาเอง”
เฟิงหยูเองคุกเข่าอย่างรวดเร็วและเคร่งขรึม เพื่อขอบคุณ
สำหรับความเมตตาของฮ่องเต้
จางหยวนอยู่กับฮ่องเต้ตลอดทั้งคืนและนอนไม่หลับ เขาง่วง
มากแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกประทับใจเล็กน้อย แต่เขาต้องเตือน
ฮ่องเต้ “ฝ่าบาท ถึงเวลาปราชุมราชสำนักแล้วพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน…. ไปที่ตำหนัก
ศศิเหมันต์ อย่าปล่อยให้เสด็จแม่ของเจ้าเป็นกังวล”
ทั้งสองตกลงกันแล้วหันหลังกลับ ฮ่องเต้มองไปที่เฟิงหยูเอง
และซวนเทียนหมิงจึงรีบถามจางหยวนว่า “ถ้าเราไปกับพวก
เขา เราจะถูกไล่หรือไม่ ? ”
จางหยวนส่ายหัว “ไม่พะยะค่ะ”
“จริงหรือ ๆ ? ”
“ไม่ ฝ่าบาทจะไม่ถูกไล่ แต่ฝ่าบาทจะถูกเตะออกมาพะยะค่ะ”
“บัดซบ ! ” ฮ่องเต้คิดอีกครั้งในการนำขันทีคนใหม่ โบกมือ
ของเขาด้วยความรำคาญ “เริ่มปราชุมราชสำนัก ! ช่วงเวลา
ที่สมบูรณ์แบบเราสามารถใช้สิ่งเก่า ๆ นั้นเพื่อระบาย
เล็กน้อย ! ”
จางหยวนช่วยเขาที่โต๊ะ จากนั้นช่วยให้เขาเปลี่ยนเป็นเสื้อ
คลุมมังกรของเขา เมื่อสวมหมวกเขาถามว่า “เสนาบดีเฟิง
ยังคงคุกเข่าอยู่ข้างนอก ฝ่าบาททรงวางแผนรับมือกับเขา
อย่างไรพะยะค่ะ ? ”
ฮ่องเต้กล่าว “ให้เขาลุกขึ้น เพื่อเข้าปราชุมราชสำนัก ! ”
“เสนาบดีเฟิงคุกเข่าอยู่ 1 คืน ให้เขาไปราชสำนัก…”
“แล้วยังไง?!” ฮ่องเต้พูดด้วยท่าทางที่เป็นความจริง
“บุตรสาวของเขาก็คุกเข่าเหมือนกัน นางก็เป็นเด็ก เขาเป็น
เสนาบดีของราชสำนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่สามารถ
เปรียบเทียบกับเด็กสาวได้หรือ ? ”
จางหยวนรู้ว่านี่ฮ่องเต้ที่ไม่มีเหตุผล เมื่อคิดถึงสิ่งที่เฟิงหยูเอง
พูดไว้ก่อนหน้านี้เขาไม่สามารถช่วยได้ แต่เริ่มเกลียดชังเฟิง
จินหยวน “บ่าวรับใช้นี้จะให้คนช่วยพาเสนาบดีเฟิงไปราช
สำนัก ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องโถงสวรรค์
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิงหยูเองและซวนเทียนหมิงยืนอยู่หน้าประตู
ตำหนักศศิเหมันต์ นางกำนัลยิ้มและพูดกับทั้งสองว่า “พระ
ชายาหยุนนอนดึก และตอนนี้ยังไม่ตื่นเลยเพคะ ก่อนนอน
พราชายาให้บ่าวรับใช้ผู้นี้ให้บอกองค์หญิงแห่งมณฑลและ
องค์ชายให้อาบน้ำแล้วพักผ่อนก่อนเพค่ะ เมื่อองค์ชายและ
องค์หญิงตื่นแล้ว พราชายาหยุนก็คงตื่นแล้วเพคะ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า พราชายาหยุนหลับนานจริง ๆ ! นาง
มองไปที่ห้องที่นางกำนัลชี้ มันเป็นห้องที่นางเคยนอนหลับมา
ก่อน นางจึงพูดกับซวนเทียนหมิงว่า “ข้าจะทำตามที่เสด็จแม่
สั่ง ข้าจะอาบน้ำก่อนแล้วนอน เจ้าควรไปทำสิ่งที่เจ้าต้องทำ”
นางกำนัลรีบถาม “องค์ชายทรงรีบกลับมาจากค่ายทหารและ
ไม่ได้นอนทั้งคืน ฝ่าบาทจะอาบน้ำแล้วก็นอนพักก่อนเพคะ”
“โอ้” เฟิงหยูเองเองพยักหน้า “งั้นพาเขาไป”
นางกำนัลสับสน “ไปไหนเพคะ ? ”
“ไปห้องที่ที่เขาจะนอน ! ”
นางกำนัลวังชี้ไปที่ห้องนอน “ไม่ใช่ห้องนั้นหรือเพคะ ? ”
ในที่สุดเฟิงหยูเองก็เข้าใจว่า “เราจะนอนด้วยกันใช่ไหม”
1 : วลีดั้งเดิมคือ “น้ำและไฟ” จากนั้น “น้ำแข็ง และความ
เย็น” ทั้งคู่หมายถึงความทุกข์ยาก / ความทุกข์ทรมาน