Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 549 สิ่งที่ถือว่าเป็นคนสนิทที่ดี
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 549 สิ่งที่ถือว่าเป็นคนสนิทที่ดี
ในความเป็นจริงเมื่อมาถึงตระกูลใหญ่ในราชวงศ์ต้าชุน บ่าวรับใช้ที่มา
พร้อมกับฮูหยินใหญ่เมื่อเข้ามามักจะลงเอยด้วยการนอนกับสามีของ
เจ้านาย นอกเสียจากว่าเขาไม่ต้องการอย่างแท้จริง การตัดสินใจเช่นนี้
เพื่อรักษาสถานะของคนในตระกูลเพราะผู้ชายที่นำอนุมาเป็นเรื่อง
ธรรมดามาก ดังนั้นแทนที่จะมีคนอื่นแข่งขันกับฮูหยินาใหญ่เพื่อได้รับ
ความโปรดปราน มันจะดีกว่าที่ส่งบ่าวรับใช้ของตัวเองให้มากกว่า ด้วย
วิธีนี้นางสามารถวางตัวเหนือกว่าได้
แต่ท่านฮูหยินหลู่ไม่ได้คิดอย่างนั้น สามีต้องการผู้หญิงที่นางไม่รู้จักเข้า
มาในคฤหาสน์และแข่งขันเพื่อให้ได้รับความโปรดปราน ในสถานการณ์
ที่เลวร้ายที่สุดนางจะจัดการกับพวกนางเมื่อพวกนางมา แต่บ่าวรับใช้
ของนางเองไม่ดี นางคิดว่ามันน่าขยะแขยง ในอดีตผู้พิพากษาหลู่ได้นำ
ความคิดที่จะรับหญิงสาวเข้ามาบอกนาง แต่นางไม่เต็มใจและเริ่ม
ปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้อย่างเย็นชา แม้ว่านางจะส่งบ่าวรับใช้ออกไปจาก
คฤหาสน์ แต่บ่าวรับใช้นั้นรู้วิธีที่จะซ่อนและนางก็รู้วิธีจัดการกับผู้คน
นางมุ่งความสนใจไปที่การสนับสนุนอย่างเด็ดขาด และเรื่องนั้นก็ถูกลืม
เลือนไป อย่างไรก็ตามใครจะรู้ว่าเรื่องนี้ถูกไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า พวกเขา
เพียงแค่ออกจากบ้าน แต่พวกเขาสามารถทำสิ่งที่น่าเบื่อเช่นนี้บนเรือลำ
นี้ได้
ยิ่งท่านฮูหยินหลู่คิด นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น ด้วยความโกรธนาง
เริ่มทุบดาดฟ้าเรือ
เฟิงหยูเองเดินไปหานางพร้อมกับดึงขนมอบออกจากแขนเสื้อ นางถือ
ขนมแผ่นเล็ก ๆ ไว้ในมือนางและกล่าวว่า “ท่านฮูหยินหลู่อย่าโกรธมาก
ระวังอย่าให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่าน” จากนั้นนางวางจานลง
บนพื้น และกล่าวต่อ “ท่านฮูหยินน้อยของเรารู้ว่าท่านชอบกินขนมอบ
เหล่านี้ และส่งบ่าวรับใช้คนนี้มามอบให้เจ้าค่ะ”
ท่านฮูหยินหลู่ตกใจและเงยหน้าขึ้นมองเฟิงหยูเองด้วยท่าทางแปลก ๆ
จากนั้นนางก็มองไปที่ขนมอบในมือของนาง และถามด้วยความสับสน
ว่า “ใคร ? ใครบอกว่าข้าชอบทานของแบบนี้ ข้าไม่เคยกินขนมอบ สิ่งที่
ข้าเกลียดมากที่สุดคือขนมอบ ! ”
“หา ? ” เฟิงหยูเองทำท่าน่าประหลาดใจ “ผู้พิพากษาหลู่เป็นคนพูด
ออกมาเจ้าค่ะ ! ในระหว่างวันที่เรานำขนมอบไปให้นายน้อยและฮูหยิน
น้อย ผู้พิพากษาหลู่เห็นและท่านบอกว่าท่านฮูหยินชอบกินและต้องการ
ของซื้อแบ่งจากเรา ฮูหยินน้อยของเราเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับ
ภรรยาของเขา และตัดสินใจที่จะมอบขนมอบนี้ให้เขา ! ”
“อะไรนะ ? ” ท่านฮูหยินหลู่ได้ยินและกัดฟันของนาง “ไอ้บ้า ข้าเคยชอบ
กินขนมเมื่อไหร่ ? นับตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานกับเขา เขารู้ว่าข้าไม่กินขนม
อบ ข้า…” นางหยุดพักทันทีเมื่อสีหน้าของนางเริ่มเยือกเย็นยิ่งขึ้น “คนที่
ชอบกินขนมอบเป็นคนโง่คนนั้น อีตัวนั่นชอบกินขนมอบมากที่สุด หลู่
ฉิงเซินกำลังพยายามหาขนมอบให้อีตัวนั่น ! ” ยิ่งท่านฮูหยินหลู่พูดมาก
เท่าไหร่ ความโกรธแค้นก็มากขึ้น นางหยิบขนมที่อยู่ในมือของเฟิงหยู
เอง “หืม! เอาสิ่งที่น่ารังเกียจออกไปจากข้า” ในขณะที่พูดอย่างนี้นางปา
ขนมลงพื้น นางปามันลงแม่น ้า
เฟิงหยูเองเย้ยหยันตัวเอง นางใช้ขนมนี้เพื่อทดลองและรู้สึกถึงท่านฮู
หยินหลู่แน่นอน ถ้านางชอบกินจริง ๆ นางจะใช้โอกาสนี้เพื่อเข้าใกล้ ถ้า
นางไม่ชอบกินมันก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าขนมในระหว่างวันมีไว้เพื่อบ่าวรับ
ใช้คนนั้น นางเพิ่งจะยืนอยู่ด้านเดียวของการต่อสู้ ในขณะที่นางรู้สึกว่า
ดูถูกเหยียดหยามบ่าวรับใช้คนนั้น
“ท่านฮูหยินอย่าโกรธเจ้าค่ะ มันไม่คุ้มค่าที่จะโกรธใครซักคนที่
กลายเป็นอาหารปลาไปแล้ว” นางดึงท่านฮูหยินที่กำลังจะไปชำระ
ความกับผู้พิพากษาหลู่กลับลงมา จากนั้นถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า “ไม่
สามารถช่วยได้หากท่านฮูหยินโกรธ บ่าวรับใช้คนนั้นกล้ามากจริง ๆ
กล้าที่จะยั่วยวนเจ้านาย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่ารำคาญที่สุด ไม่ต้องพูดถึงการ
แย่งชิงกับท่านฮูหยิน สิ่งที่นางทำกับนางคือหักหลังเจ้านายของนางเอง
มันเป็นความอัปยศที่นางยังกล้าอยู่ข้างเจ้านาย ข้ารู้สึกว่าท่านฮูหยิน
ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเจ้าค่ะ”
นั่นคือเหตุผลที่ว่ากันว่าเมื่อผู้หญิงได้รับความเจ็บปวดอย่างนี้ สิ่งที่พวก
เขาต้องการไม่ใช่คนที่มีเหตุผลที่จะช่วยปลอบโยนจิตใจที่บอบช ้าของ
นาง สิ่งที่พวกนางต้องการคือคู่หูที่ไร้เหตุผลที่จะกล่าวประนามผู้ชายที่
น่ารังเกียจและโสเภณีราคาถูกไปกับนาง เฟิงหยูเองเข้าใจความ
ปรารถนาของท่านฮูหยินหลู่เรียบร้อยแล้ว เพียงไม่กี่คำนางก็พบว่า
ประสบความสำเร็จอย่างมาก นางเห็นท่านฮูหยินหลู่พยักหน้าแล้ว
กล่าวว่า “สิ่งที่เจ้าพูดถูกต้อง หากเขาต้องการมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน
กับบ่าวรับใช้คนอื่น ข้าสามารถทำตัวราวกับว่าข้าไม่เห็นอะไรเลย แต่สิ่ง
ที่นางไม่สามารถแตะต้องได้คือสามีของข้า นางสามารถแตะต้องผู้อื่น
ได้ ข้ารู้สึกขยะแขยง”
เมื่อท่านฮูหยินหลู่เริ่มเปิดกว้างนางก็ไม่สามารถหยุดพูดได้ เริ่มต้นเมื่อ
นางอยู่ในบ้านของมารดา บ่าวรับใช้คนนั้นดูแลนาง นางปฏิบัติต่อบ่าว
รับใช้คนนั้นเหมือนน้องสาว เมื่อถึงเวลาที่นางจะต้องแต่งงานกับตระกูล
หลู่ บ่าวรับใช้คนนั้นร้องไห้และขอร้องไม่ให้ทิ้งนางไว้ ดังนั้นนางจึงพา
หญิงสาวมาด้วย ความรู้สึกที่ถูกน้องสาวทรยศทำให้นางรู้สึกผิดหวัง
อย่างมาก ท่านฮูหยินหลู่กล่าวว่า “ทำไมคนแบบนี้จึงอยากเป็นอนุ ?
นางไม่เข้าใจหรือ มันจะเป็นการดีกว่าถ้านางจะเป็นภรรยาของบ้าน
หลังเล็กจะดีกว่าการเป็นอนุของคฤหาสน์หลังใหญ่ ! อนุก็ยิ่งแย่ไปกว่า
บ่าวรับใช้ บ่าวรับใช้เพียงแค่ต้องทำงานอย่างถูกต้องและพวกเขาจะ
ได้รับรางวัลจากเจ้านายของพวกเขา พวกเขามีอาหารให้กินและมี
เสื้อผ้าทีดีสวมใส่ และยังมีรางวัลเป็นเงิน แต่สำหรับอนุ แม้ว่าพวกนาง
จะไม่ทำอะไรเลย การมีชีวิตอยู่เพียงลำพังจะทำให้ฮุหยินใหญ่รู้สึก
หงุดหงิด และเมื่อฮูหยินใหญ่หงุดหงิด ความโกรธนั้นก็จะถูกระบาย
ออกไป”
เฟิงหยูเองถอนหายใจกับตัวเอง แม้ว่าท่านฮูหยินหลู่จะมีรูปร่างหน้าตา
ที่ไม่ดีมากและนิสัยของนางก็ไม่ได้รับการขัดเกลามากนัก นางค่อนข้าง
ชัดเจนในเรื่องนี้ การวิเคราะห์ของนางถูกต้องแน่นอน น่าเสียดายที่ใน
ยุคสมัยนี้มีกี่คนที่สามารถเข้าใจเหตุผลนี้
เฟิงหยูเองลูบมือของท่านฮูหยินหลู่เบา ๆ และกล่าวกับนางว่า “ท่านฮู
หยินคิดอย่างชัดเจน ข้าจะเข้าใจได้อย่างไร บ่าวรับใช้คนนั้นปีนเตียง
เจ้านายของตัวเอง และทำให้นางถูกโยนลงไปในแม่น ้าเพื่อเป็นอาหาร
ปลา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปท่านฮูหยินได้กำจัดอันตรายที่แอบแฝงออกไป
แล้วเจ้าค่ะ”
ท่านฮูหยินหลู่ตะโกนอย่างเย็นชา “นั่นเป็นเรื่องจริง มันน่าเสียดาย ถ้า
ข้ารู้มาก่อนหน้านี้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น ข้าก็จะพาบ่าวรับใช้พิเศษมาด้วย”
เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ความโกรธที่นางรู้สึกได้เริ่มลดน้อยลงในที่สุด เมื่อ
มองเฟิงหยูเองอีกครั้ง นางก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เจ้าสมกับเป็นบ่าวรับ
ใช้ เจ้ารู้วิธีการสนทนากับเจ้านายได้ดี เจ้าพูดถึงฮูหยินน้อย ใครคือฮู
หยินน้อยของเจ้า ? ”
เฟิงหยูเองบอกนางว่า “ฮูหยินน้อยเป็นลูกสะไภ้ของเสนาบดีฟุงเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดอย่างนี้นางถอนหายใจ และกล่าวว่า “เหมือนกัน นางอาศัยอยู่
ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทุกคนมีประสบการณ์ที่ยากจะพูดถึง อันที่จริงฮู
หยินน้อยไม่ได้สนุกกับวันที่มีความสุขอย่างที่คนอื่นเชื่อเจ้าค่ะ”
นี่เป็นเคล็ดลับที่สองที่ใช้ในการเข้าใกล้ผู้อื่น โดยการแลกเปลี่ยน
เรื่องราวปัญหาที่คล้ายกัน ความสนิทสนมจะเพิ่มมากขึ้น
แน่นอนว่าท่านฮูหยินหลู่แสดงความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ในเวลา
เดียวกันนางก็รู้สึกประหลาดใจอย่างเงียบ ๆ กับตัวตนของฮูหยินน้อยที่
เฟิงหยูเองพูดถึง
นางได้ยินเสียงคนในตระกูลมารดาของนางกล่าวว่าเสนาบดีฟุงฉิง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่เป็นกลางเสมอ เปลือกนอกเขาไม่ได้ช่วยใคร
เลย แต่ความจริงก็คือเขาสนิทกับองค์ชายเจ็ด องค์ชายเจ็ดนั้นดูเหมือน
จะเป็นคนที่ไม่ได้แข่งขันอะไรเลย แต่หลังจากผ่านมาหลายปี แม้ว่าเขา
จะไม่ได้แข่งขันก็ตาม เขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ขาดอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้น
องค์ชายเจ็ดและองค์ชายเก้าก็ถูกเลี้ยงดูโดยมารดาคนเดียวกัน พวกเขา
เป็นพวกเดียวกัน
ท่านฮูหยินหลู่คิดและมีแผนแบบเดียวกันกับเฟิงหยูเอง เฟิงหยูเองใช้
โอกาสนี้เพื่อเข้าใกล้นางโดยมีเป้าหมายอยู่ในใจ ตอนนี้นางมีเป้าหมาย
แล้วด้วยการพูดคุย เป็นเพียงว่านางเข้าใจว่าตระกูลมารดาของนางไม่
ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลตวนมากเกินไป พวกเขาเตือนนาง
เช่นกัน แต่นางต้องการยืมพลังของตระกูลตวนเพื่อช่วยสามีของนางปีน
ขึ้นไปซึ่งจะทำให้นางมีชีวิตที่ขมขื่น นางมีความคิดคร่าว ๆ เกี่ยวกับ
ความรู้สึกของตระกูลตวน แม้ว่ามันจะเหมาะสม แต่นางก็เข้าใจว่า
ภาคเหนือขัดแย้งกับองค์ชายเก้า
หากนางสามารถรับข้อมูลบางอย่างจากบ่าวรับใช้คนนี้ นางคงจะเข้าใจ
การเดินทางนี้ไปถาคเหนือดีขึ้นเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นางก็แสดงท่าทีที่แสดงให้เห็นว่านางต้องการพูดคุย
โดยถามเฟิงหยูเอง “นั่น เอ่อ ฮูหยินน้อยของเจ้าไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมี
ความสุขหรือ ? ”
เฟิงหยูเองถอนหายใจอีกครั้ง นางนั่งคุกเข่าบนดาดฟ้าเรือ นางกล่าว
เบา ๆ ว่า “โดยปกติแล้วข้าไม่ควรพูดเจ้านายหลับหลัง แต่ข้ายังเป็น
บ่าวรับใช้ที่มาพร้อมกับท่านฮูหยินน้อยจากบ้านมารดา นับตั้งแต่ท่านฮู
หยินมาถึงตระกูลฟุง เราได้เห็นนายน้อยนำอนุมา ฮูหยินน้อยน ้าตาเช็ด
หัวเข่าและนางรู้สึกเศร้าอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”
ท่านฮูหยินหลู่ดีใจที่ทราบความลับ นางบอกกับตัวเองว่าบ่าวรับใช้นี้ยัง
เด็กเกินไปและไม่สมเหตุสมผล นางสามารถได้ยินเสียงนางเริ่มบ่น เด็ก
ที่โง่เขลาคนนี้เหมาะสมที่สุดที่จะล้วงข้อมูล ดังนั้นนางจึงถามอย่าง
รวดเร็วว่า “ถ้าเจ้าบอกว่าเป็นอย่างนั้น เจ้านายของเจ้าจะมีชีวิตที่
ค่อนข้างขมขื่น แต่สำหรับนาง แม้ว่านางจะไม่สามารถต่อต้านสิ่งนี้ได้
นางก็ไม่ต้องน ้าตาเช็ดหัวเข่า อย่างน้อยนางก็ควรต่อสู้กลับ อนุเหล่านั้น
เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการ แม้ว่าพวกนางจะพ่ายแพ้ต่อความตาย
แต่ก็ไม่ควรพูดถึง แต่เราอยู่ที่นี่อีกครั้ง บุตรชายของเสนาบดีหมกมุ่นกับ
เรื่องผู้หญิงหรือ ? ”
เฟิงหยูเองดูเหมือนจะสับสนเล็กน้อย ดูเหมือนว่านางต้องการจะพูด แต่
ในเวลาเดียวกันนางไม่ต้องการพูด ในฐานะบ่าวรับใช้ การแสดงออก
ของนางทำให้ท่านฮูหยินหลู่รู้สึกว่านางเป็นทุกข์
ท่านฮูหยินหลู่ปลอบใจนางอย่างรวดเร็ว “ไม่เป็นไร เจ้าบอกข้าได้ ข้าจะ
ไม่บอกใคร ฮ่า ๆ ๆ พวกเราทุกคนน่าสงสาร เมื่อได้ยินถึงปัญหาของฮู
หยินน้อยของเจ้า มันเหมือนกับว่าข้าได้เห็นข้าในตอนนั้น” ขณะที่นาง
พูดสิ่งนี้ นางซับน ้าตา จากนั้นก็ดึงเฟิงหยูเองไปกล่าวว่า “เจ้าในฐานะ
บ่าวรับใช้ก็น่าสงสารด้วยเช่นกัน เมื่อฮูหยินน้อยทุกข์ เจ้าต้องอยู่เคียง
ข้างเจ้านายของเจ้า แต่เจ้านายของเจ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ ”
ดูความขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของเฟิงหยูเอง เพราะนางทำให้มันดูราว
กับว่านางได้เปิดใจของนาง นางเช็ดน ้าตาแล้วกล่าวว่า “ท่านฮูหยินหลู่
เป็นคนดีจริง ๆ ข้าไม่อยากปิดบังความจริง นายน้อยของเราไม่เพียงแต่
หมกมุ่นกับเรื่องผู้หญิง เขายังเป็นคนที่…อย่างแท้จริงเกินกว่า
คำอธิบายเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยถูกทำร้ายอย่างรุนแรงในเรื่องเล็กน้อย
แม้ว่านางจะยังคงได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าเมื่อออกมา แต่พวกเราทุกคน
ต่างก็ประหม่ากับนาง เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อปกป้องนางในกรณี
ที่นายน้อยอารมณ์เสียในบางครั้งเจ้าค่ะ”
บนเปลือกนอกท่านฮูหยินหลู่ถอนหายใจ อย่างไรก็ตามนางกำลังคิดกับ
ตัวเองภายใน เสนาบดีเป็นขุนนางขั้นหนึ่งอย่างเป็นทางการ แต่ใครจะรู้
ว่าบุตรชายจะเป็นเช่นนี้ ในฐานะสาวใช้คนสนิทของฮูหยินใหญ่ ก็เห็น
ได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้รู้ค่อนข้างน้อย หากนางได้รับข้อมูลเพิ่มเติมนั่นจะ
เป็นการดีที่สุด อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถามต่อ ไม่งั้นมันจะ
ง่ายที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกรำคาญ
เฟิงหยูเองจ้องที่ท่านฮูหยินหลู่ นางสามารถเดาได้อย่างแม่นยำว่าคน
อื่นคิดอะไรอยู่ นี่เป็นสิ่งที่ดี นี่คือเป้าหมายของนาง หากนางคิดว่านาง
แค่พยายามรับผลประโยชน์ความน่าจะเป็นที่จะประสบความสำเร็จนั้น
ต ่าเกินไป สิ่งที่นางต้องการสำหรับท่านฮูหยินหลู่ก็คือให้ความสนใจ
จากนั้นนางจะนำทั้งสองเข้ามาใกล้เรื่องนี้มากขึ้นก่อนที่จะมอบสิทธิใน
การตัดสินใจให้พวกเขา
นางเช็ดน ้าตาบนใบหน้าแล้วมอง นางเพิ่งจะเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสวม
ผ้าบนหัวของนางและผ้าคลุมหน้าของนางเดินไปที่ห้องส่วนตัวของ
หยวนเฟย นางม้วนริมฝีปากของนางเป็นรอยยิ้มจาง ๆ จากนั้นเปลี่ยน
มันให้เป็นสีหน้าเศร้าโศกอย่างรวดเร็ว นางชี้ไปที่ห้องส่วนตัวแล้วพูดกับ
ท่านฮูหยินหลู่ “ท่านฮูหยินหลู่ดูสิเจ้าคะ นายน้อยมักมากแค่ไหนเจ้าค่ะ”
ท่านฮูหยินหลู่มองตามนิ้วของนาง นางเพิ่งจะเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เคาะประตูห้องส่วนตัวและมีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมา แขนของหญิงสาว
โอบรอบตัวเขาทันที
เฟิงหยูเองย่นจมูก “ฮูหยินน้อยของเรายังอยู่ในห้องส่วนตัว นายน้อยทำ
เช่นนี้ได้อย่างไร” ขณะที่นางพูด นางยืนขึ้นและเดินไปตามทิศทางของ
ห้องส่วนตัว