Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 750 พระสนมที่แปลกประหลาด
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 750 พระสนมที่แปลกประหลาด
ตอนที่750 พระสนมที่แปลกประหลาด
เฟิงเฟินไดมาหาพระสนมหลี่นี่เป็นความคิดที่แปลกที่เกิด
ขึ้นกับนางซึ่งเกิดจากการต่อสู้กับองค์ชายห้า, ซวนเทียนหยาน
และความรู้สึกที่ไม่ได้รับการปรับแต่งของนาง แค่องค์ชายห้าเพียง
คนเดียวไม่สามารถทำให้นางพึงพอใจได้อีกต่อไปหรืออาจกล่าวได้
ว่านางรู้สึกว่าองค์ชายห้าดูด้อยในฐานะบุคคลคนหนึ่ง เขาจะมี
ช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเป็นผู้มีอิทธิพล ดังนั้นนางจึงต้องทำ
ทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อเสริมสร้างตำแหน่งของเขา ถ้าคนคนหนึ่ง
ไม่เพียงพอก็ต้องสองคน หากสองคนไม่เพียงพอ นางก็จะหาคน
ต่อไปเรื่อย ๆ โดยสรุปประตูสู่ความทะเยอทะยานของนางได้ถูกเปิด
ออกแล้ว และพวกเขาก็ไม่สามารถปิดได้
“คุณหนู”ดงหยิงตกใจเล็กน้อยถามว่า “พวกเรามาที่นี่เพื่อ
อะไรเจ้าค่ะ? นี่… นี่คือกระโจมสำหรับพระสนม รีบออกไปกันเถิด
เจ้าค่ะ ! ”
“ทำไมรีบกลับไป”เฟิงเฟินไดยักไหล่ “พระสนมหรือ ? พวก
นางเป็นเพียงนางสนมของฮ่องเต้ในยุคปัจจุบัน วันหนึ่งข้า
กลายเป็นเช่นนาง”
ดงหยิงตกใจและให้คำแนะนำนางซํ้าๆ “คุณหนู อย่าพูดอะไร
แบบนี้เจ้าค่ะ ! แม้ว่าคุณหนูกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ คุณหนูก็ไม่ควรพูด
! ” ในขณะที่บอกเฟิงเฟินได นางมองไปรอบ ๆ โชคดีที่ทุกคน
เตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนเย็น และไม่มีใครสนใจพวกนาง
เฟิงเฟินไดเดินหน้าไปอีกไม่กี่ก้าวและดงหยิงรีบตามนางไป
ทั้งสองพบว่าไม่มีทหารองครักษ์คอยดูแลทางเข้ากระโจม ทหารที่
ดูแลด้านนี้ถูกส่งไปไกลมาก ปล่อยให้นางกำนัลคอยเฝ้าอยู่ข้าง
นอก เมื่อมองดูพวกนางทั้งสองคนทำท่าทางทะเล่อทะล่าเข้ามา สี
หน้าของนางก็แสดงความไม่พอใจออกมา
อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดทำตัวราวกับว่านางไม่เห็นสิ่งนี้นาง
เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งนางกำนัลทนดูต่อไปไม่ไหว นาง
ยื่นมือออกไปเพื่อหยุดพวกนาง “หยุด ! เจ้าเป็นใคร ? นี่คือ
กระโจมของพระสนมหลี่ คนที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด”
เป็นหน้าที่ของนางกำนัลที่จะประกาศตัวตนของเจ้านายนาง
ดงหยิงกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “คุณหนูของข้าคือคุณหนูสี่ตระกูล
เฟิง นางมาที่ลานล่าสัตว์กับองค์ชายห้าเจ้าค่ะ”
นางกำนัลมองเฟิงเฟินไดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“โอ้ คุณหนู
ตระกูลเฟิง คุณหนูตระกูลเฟิงมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ ? ”
ดงหยิงไม่รู้วิธีตอบต่อสิ่งนี้แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าคุณหนูของนาง
ต้องการที่จะพบพระสนมหลี่หรือเดินเล่น นางมองไปที่เฟิงเฟินได
และรอให้นางตอบด้วยตัวนางเอง แต่ในเวลานี้เฟิงเฟินไดไม่ส่งเสียง
นางยืนอยู่ตรงนั้นในความเงียบ ฟังเสียงจากข้างในกระโจมเป็นครั้ง
คราว จะได้ยินเสียงร้องไห้ ดูมีข้อสงสัยปรากฏบนใบหน้าของนาง
“พระสนมกำลังร้องไห้อยู่งั้นหรือ ? ” นางกล่าว แต่ไม่ตอบคำถาม
ของนางกำนัลที่โกรธมากอย่างเห็นได้ชัด นางกล่าวอย่างดุเดือดว่า
“คุณหนูตระกูลเฟิงไม่ได้รับอนุญาตให้ถามเกี่ยวกับสิ่งที่พระสนม
กำลังทำอยู่ คุณหนูตระกูลเฟิงใส่ใจกับตัวเอง หากคุณหนูไม่มีอะไร
ให้ทำ ได้โปรดออกไป นี่คือกระโจมของพระสนม ไม่เหมาะสมที่
คุณหนูตระกูลเฟิงจะยืนอยู่ที่นี่”
อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดไม่สนใจนางความสนใจของนาง
มุ่งเน้นไปที่ด้านในของกระโจมอย่างเต็มที่ และนางกำลังเงี่ยหูฟัง มี
เสียงครํ่าครวญกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ตั้งใจทำ ข้าไม่ได้ตั้งใจทำ ข้าไม่
เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเช่นนี้ มันจะเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร”
เฟิงเฟินไดได้ยินสิ่งนี้และรู้สึกสับสนมากขึ้นเสียงร้องเป็นของ
พระสนมหลี่แน่นอน ใครจะกล้าเข้าไปในกระโจมของพระสนมและ
ทำให้เกิดความโกลาหล พระสนมหลี่ร้องไห้เพราะอะไร ? นางพูด
แบบแปลก ๆ เช่นนั้น แต่ทำไม ?
ขณะที่นางกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้นางกำนัลก็ไม่สุภาพอีก
ต่อไปในการไล่นางออกไป “อย่าอยู่ที่นี่ต่อไปเจ้าค่ะ กลับไปเถิด
พระสนมหลี่รู้สึกไม่สบายและไม่รับแขก คุณหนูตระกูลเฟิงเป็นคนที่
มีเกียรติและในทุก ๆ เรื่องคุณหนูต้องคิดถึงชื่อเสียงขององค์ชายห้า
ที่ต้องกังวล คุณหนูอาจไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของ
ตัวเอง แต่จะต้องเห็นแก่องค์ชายห้า และอย่าทำให้พระองค์เสียหน้า
! หากคุณหนูยังคงยืนอยู่ที่นี่ และปฏิเสธที่จะออกไป ข้าจะเรียก
ทหารองครักษ์ เมื่อถึงเวลานั้นจะเป็นภาพที่น่าเกลียดสำหรับ
คุณหนูตระกูลเฟิง”
ดงหยิงทนไม่ไหวที่จะฟัง“เจ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร ! แม้ว่าเจ้า
จะดูแลพระสนม แต่เจ้าก็เป็นแค่นางกำนัล คุณหนูของเราจะ
แต่งงานกับองค์ชายห้าและจะเป็นพราชายาเอกของพระองค์ นางก็
เป็นเจ้านายที่เหมาะสมเช่นกัน ด้วยการพูดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เจ้าไม่
กลัวการลงโทษในภายหลังหรือไม่”
“หยุดข่มขู่ข้า”นางกำนัลมองดงหยิงความรังเกียจ “นั่นเป็นสิ่ง
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่านางจะกลายเป็นพราชายาขององค์
ชายห้า พราชายาเอก นางก็ยังต้องคารวะเมื่อเห็นพระสนม วันนี้ข้า
กำลังเผชิญหน้ากับองค์ชายห้าโดยไม่เถียงกันมากเกินไป หากเจ้า
ยังไม่รู้ว่ามีอะไรดีสำหรับเจ้า ข้าจะเข้าไปรายงานต่อพระสนม และ
รายงานให้เจ้าทราบถึงความผิดฐานดูหมิ่น ! ”
“ทุกคนหยุดพูด”ทันใดนั้นเฟิงเฟินไดก็ก้าวไปและมองบ่าวรับ
ใช้ในพระราชวัง นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเพิ่งไปเฝ้าพระสนมห
ลี่ ข้าได้ยินมาจากองค์ชายห้าว่าเมื่อไม่นานมานี้พระสนมรู้สึกไม่
สบาย แต่นางก็ยังคงอดทนและมาถึงฤดูหนาวนี้พร้อมกับฮ่องเต้ ข้า
รู้สึกไม่สบายใจและจะมาเยี่ยม เนื่องจากพระสนมสบายดีแล้ว เราจะ
กลับไป ในฐานะนางกำนัล เจ้าต้องดูแลพระสนมและไม่ยอมให้นาง
ทรมานกับการเจ็บป่วยใด ๆ ” หลังจากพูดจบแล้ว นางยิ้มและดึง
ดงหยิงไปพร้อมกัน ทั้งสองกลับไปที่กระโจมของตนเอง
กลับไปที่กระโจมขององค์หญิงเฟิงหยูเองส่งร่างเล็ก ๆ ให้องค์
ชายรอง นางยังคงนั่งวิเคราะห์กับซวนเทียนฮั่ว ในเวลานี้บานซูอยู่
ตรงหน้านางและบอกกับนางว่า “ฟูหยาเข้ามาในพื้นที่ล่าสัตว์ ขณะ
แต่งตัวเป็นบ่าวรับใช้ นางอยู่กับพระสนมหยวนชูขอรับ”
หวงซวนหัวเราะและเตือนเขาว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่านางไม่ได้เป็น
พระสนมแล้ว นางเป็นท่านผู้หญิงหยวน นางไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับ
นางและต่อสู้กับเจ้านายของเราซึ่งทำให้ฮ่องเต้ลดตำแหน่งนางลง”
บานซูยักไหล่“มันน่าจะเกิดขึ้นนานแล้ว” จากนั้นเขาก็มอง
เฟิงหยูเองและกล่าวว่า “ฟูหยาเข้า… กระโจมของท่านผู้หญิงหยวน
ในขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพิ่มเติม ข้าจะจับตาดูต่อไป
เจ้า… เจ้าต้องระวังให้มากขึ้น อย่าให้เสือกัดคนอีกและอย่าสาปแช่ง
เจ้าไม่เคยทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจ”
เฟิงหยูเองคุ้นเคยกับการถูกล้อเลียนโดยบานซูและสบตานาง
กล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว” และส่งบานซูออกไป นางไม่ได้อยู่ใน
กระโจม นางแนะนำให้หวงซวนไปอยู่ข้างในเพื่อจับตามองเสี่ยวไป๋
จากนั้นนางก็ไปที่กระโจมของฮ่องเต้เพื่อดูแลซวนเฟยหยู
ในเวลานี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลงและฮ่องเต้ก็ตื่นแล้วเขานั่งข้างเตียง
ของซวนเฟยหยูและคอยดูหลานชาย นางคำนับฮ่องเต้แล้วถามว่า
“เสด็จพ่อ เสด็จพ่อจะไปงานเลี้ยงหรือไม่เพคะ ? ลูกสะใภ้เห็นว่า
การเตรียมการมีความสมบูรณ์ไม่มากก็น้อย องค์ชายสี่ทำได้ดีมาก
ในการจัดการ และมีคนจำนวนมากมารวมตัวกันแล้วเพคะ”
ฮ่องเต้โบกมือของเขา“ไม่ไป ข้าจะยังมีอารมณ์สนุกสนานได้
อย่างไร งานเลี้ยงไม่สำคัญเท่าหลานของเรา เมื่อเด็กคนนี้ดีขึ้น เรา
จะรู้สึกสบายใจ”
เฟิงหยูเองปลอบโยนเขาอย่างรวดเร็ว“เสด็จพ่อ ไม่ต้องเป็น
ห่วง เฟยหยูอาการดี อาเองจะทำให้เขาเป็นเหมือนเมื่อก่อน จะไม่มี
ร่องรอยแผลเป็นใด ๆ เหลืออยู่เพคะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าแล้วมองนาง“ข้าเชื่อเจ้า แต่ทำไมเฟยหยูยัง
ไม่ตื่น ? ”
หลังจากถามคำถามนี้เฟยหยูก็พูดออกมาจากเตียง ทุกคน
มองไปข้างหน้า เด็กตื่นขึ้นมาพร้อมกับพูด เมื่อเขาตื่นขึ้นเขาก็มี
ชีวิตชีวามาก จับชายเสื้อคลุมของฮ่องเต้ด้วยมือเล็ก ๆ ของเขา
เขากล่าวว่า “เสด็จปู่ เสด็จปู่ต้องไปร่วมงานเลี้ยง เสด็จปู่ไม่ควร
พลาดเพราะเรื่องของหลาน นั่นจะเป็นสิ่งที่คนร้ายต้องการ”
“โอ้! ” ฮ่องเต้หัวเราะ “เจ้ารู้หรือว่ามันจะสอดคล้องกับสิ่งที่
คนร้ายต้องการ” หลังจากคิดไปเล็กน้อย “ใช่แล้ว หลานชายของ
ข้าโตขึ้นมาแล้ว เขาเป็นเด็กชายตัวโตที่เข้าใจและกตัญŜู”
ซวนเฟยหยูรู้สึกอายมากๆ กับสิ่งที่เขาพูดขณะที่ใบหน้าของ
เขาเปลี่ยนเป็นสีแดงสด เรื่องนี้ทำให้เฟิงหยูเองเป็นห่วงว่าเด็กจะมี
ไข้ แต่นางไม่สามารถพูดต่อหน้าฮ่องเต้ได้เพราะกลัวว่าจะทำให้
ฮ่องเต้กังวล หากฮ่องเต้เริ่มป่วยจากความกังวล นางจะทำให้เรื่อง
ยุ่งเหยิง
“เสด็จปู่รีบไปพะยะค่ะ”ซวนเฟยหยูผลักฮ่องเต้ “มีคนมากมาย
รอเสด็จปู่อยู่ มีแต่การที่เสด็จปู่ออกไปข้างนอกเท่านั้นที่ทุกคนจะรู้
ว่าเฟยหยูสบายดี นอกจากนี้เรื่องของอาณาจักรไม่สามารถถูก
รบกวนด้วยเรื่องครอบครัว นี่คือสิ่งที่เสด็จปู่สอนหลาน”
ฮ่องเต้หัวเราะในสิ่งที่เขากล่าวหลานชายของเขาโตขึ้นและ
กำลังบรรยายเรื่องเสด็จปู่ ด้วยการพูดคุย เสียงหัวเราะอารมณ์ของ
เขาดีขึ้นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานเขาออกจากกระโจมและไป
ร่วมงานเลี้ยงอย่างมีความสุข
ซวนเฟยหยูเรียกเฟิงหยูเองหลังจากที่ฮ่องเต้จากไปแล้วเห็น
เฟิงหยูเองนั่งข้างเขาก่อนที่จะกล่าวว่า “พี่สาว มีบางอย่างที่ข้าไม่
เข้าใจ ทำไมเสือขาวตัวน้อยของท่านพี่ถึงวิ่งเข้าไปในป่า ? ทำไม
ข้าถึงรู้สึกเหมือนเสือขาวตัวน้อยนั้นเกลียดข้าขอรับ ? ”
“เกลียดเจ้าหรือ? ” เฟิงหยูเองตกตะลึงด้วยคำถามนี้ “เจ้า
หมายถึงอะไร ? ทำไมเจ้าทำไมถึงพูดเสือขาวตัวน้อยเกลียดเจ้า ?
”
ซวนเฟยหยูกล่าวกับนางว่า“เพราะเมื่อข้าเห็นมันในตอนแรก
มันไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ กับข้า จากนั้นข้าก็คิดว่าจะวิ่งไปกอดมัน
แต่เมื่อข้าเข้าใกล้มันนิดเดียว ทันใดนั้นมันก็บ้าคลั่ง มันจ้องมาที่
ข้าราวกับว่าข้าเป็นศัตรูมัน เมื่อข้าได้ใกล้ชิดมันก็กัดข้า และข้า
ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้”
คำพูดของเฟยหยูทำให้เฟิงหยูเองระลึกถึงการวิเคราะห์ของ
องค์ชายใหญ่ซวนเทียนฉีได้เล่าก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าเป็นไปได้ว่า
เสือขาวตัวน้อยจำผิดคน เนื่องจากมีกลิ่นตัวของซวนเฟยหยูจึงทำ
ให้เสือหลงผิด คิดว่ามันเป็นคนที่เขาอยากจะกัด สำหรับคนที่มัน
อยากกัด มันควรจะเป็นทหารยามที่มีกลิ่นกายของเขา หากคาด
เดาไม่ผิดแน่นอนว่าต้องเป็นทหารยามที่เคยอยู่นอกกระโจมของ
องค์หญิงที่หายตัวไป
นางลูบหัวเฟยหยูและบอกเขาว่า “เสือขาวตัวน้อยไม่ได้
เกลียดเจ้า เป็นไปได้ว่ามันจะจำผิดคน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ข้าต้อง
ขอโทษในเรื่องนี้ ข้าไม่ดูแลเสือขาวตัวน้อย และปล่อยให้เฟยหยู
ทุกข์ทรมานมาก ไม่ต้องกังวล ข้าจะรักษาเจ้าอย่างดี แน่นอนว่าข้า
จะไม่ปล่อยให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับเจ้า” ขณะที่นางกล่าว นางรู้สึก
หน้าผากของเด็กมันค่อนข้างอุ่น นางรีบให้วังซวนนำนํ้าและยาให้
เฟยหยูกิน จากนั้นนางให้เขากลับไปนอน ก่อนที่จะถอนหายใจ
ด้วยความโล่งอก
ในเวลานี้งานเลี้ยงข้างนอกเริ่มแล้วเพราะฮ่องเต้ได้เสด็จ
มาแล้ว องค์ชายจึงจำเป็นต้องปรากฏตัวเป็นธรรมดา เสียงของ
ดนตรีดังไปถึงที่กระโจมของฮ่องเต้อย่างชัดเจน และมันก็เป็นเสียง
ที่มีชีวิตชีวา
ในช่วงเวลานี้เฟิงเฟินไดจ้องมองอยู่ที่พระสนมหลี่คนที่ถูก
กล่าวว่ารู้สึกไม่สบายนั้นดูเหมือนจะเป็นคนใจร้อน แม้ว่านางจะ
แต่งหน้างดงาม แต่ก็เห็นได้ชัดว่านางเพิ่งผ่านการร้องไห้มา เป็น
เพียงว่าไม่มีใครสนใจอารมณ์ของนางเลย แม้แต่ฮองเฮาก็รู้สึกว่า
พระสนมตำหนักในทำตัวเหมาะสมและร้องไห้เป็นเรื่องปกติ
นอกจากเรื่องนี้กับท่านผู้หญิงหยวนแล้ว พระสนมหลี่ก็เป็นน้องสาว
ของนาง ว่านางจะรู้สึกไม่สบายใจก็เป็นเรื่องปกติ
เฟิงเฟินไดยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้มแล้วก็ไปคำนับจากนั้นก็พูดคำ
สุภาพสองสามคำก่อนจะกลับไปนั่ง จากนั้นนางก็เหลือบไปมอง
องค์ชายห้า, ซวนเทียนหยาน นางเห็นซวนเทียนหยานมองหน้า
นางและขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความสุขและงุนงงกับการ
กระทำของนาง
เฟิงเฟินไดไม่สนใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และกรอกตาขณะมอง
ซวนเทียนหยาน สิ่งนี้ทำให้ซวนเทียนหยานโกรธมากจนเขาอยาก
เรียกให้นางมาข้าง ๆ เขาเพื่อถามว่านางพยายามทำอะไร อย่างไร
ก็ตามใครจะรู้ว่าเฟิงเฟินไดจะยิ่งสงสัยเรื่องพระสนมหลี่มากขึ้นเรื่อย
ๆ
ในขณะที่ไม่มีใครสนใจท่านผู้หญิงหยวนออกจากงานเลี้ยง
อย่างลับ ๆ นำบ่าวรับใช้ไปด้วย พวกนางมุ่งหน้าไปทางป่าบนพื้นที่
ล่าสัตว์ …