Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 874 องค์ชายเก้าเป็นเทพแห่งสวรรค์ !
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 874 องค์ชายเก้าเป็นเทพแห่งสวรรค์ !
ตอนที่874 องค์ชายเก้าเป็นเทพแห่งสวรรค์ !
ในคืนแรกหลังจากซวนเทียนหมิงมาถึงภาคใต้เขาไม่ได้ให้ศัตรู
หายใจมีเวลาหายใจพัก เขานำทัพ 115,000 นายจากเมืองหลวง เขา
เริ่มโจมตีเมืองชาปิง เมืองแห่งแรกของกูซู
ทหาร300,000 นายที่ประจำการอยู่ทางภาคใต้ไม่เคยมีส่วนร่วม
ในแผนการของเขา ในปัจจุบันองค์ชายเก้าไม่ได้หันมาสนใจ เขานำ
กองทหารของเขามาเอง เขาไม่ได้พูดอะไรและรีบตรงไปยังเมืองชาปิง
เขาไม่ได้ปราชุมก่อนหรือแม้แต่ลงจากหลังม้า หลังจากมาถึงภาคใต้
เขามุ่งหน้าไปยังเมืองชาปิงชั่จนกระทั่งกลางคืน โบกธงให้ทุกคนพุ่งไป
ข้างหน้า
สำหรับการป้องกันเมืองของกูซูนั้นองค์ชายแปดได้พิจารณาสิ่ง
ที่ดีที่สุดโดยเพิ่มกองทัพพันธมิตรมีทหารกว่า 500,000 นาย
ประจำการในเมืองชาปิง ด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อกองทัพขององค์
ชายเก้าโจมตี พวกเขาก็แตกสลายเหมือนเต้าหู้ มันถูกทำลายโดยไม่
มีการต่อต้านใด ๆ แม้กระทั่งกองทัพ 300,000 นายในกองทัพภาคใต้
ก็ยังทันได้เข้าร่วม ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงดังและกำแพงของ
เมืองชาปิงก็ร่วงลง กองทัพศัตรูที่อยู่ด้านบนเริ่มล้มลง
ไม่เพียงแต่เป็นกองทัพของกูซูตกในความหวาดกลัวแต่
แม้กระทั่งทหาร 300,000 นายของกองทัพภาคใต้ก็ตกใจ ไม่มีใครรู้
ว่าองค์ชายเก้าใช้วิธีการแบบใดและสามารถเข้ายึดเมืองชาปิงได้ใน
ครั้งเดียว พวกเขายังสามารถเห็นกูซูและกองทัพพันธมิตรหนีไป ราว
กับว่าองค์ชายเก้าเป็นองค์ชายแห่งนรก ใครก็ตามที่เข้าใกล้เขา
จะต้องตาย
บางคนเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น และพบว่ามีเสียงดังมาจากบาง
สิ่งที่ถูกกองทัพขององค์ชายเก้าขว้างไป พวกเขาไม่สามารถบอกได้
ว่ามันคืออะไร แต่พวกเขารู้เพียงว่าสิ่งนั้นจะระเบิดเมื่อกระทบผนังของ
เมืองชาปิง ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดเสียงที่ดัง แต่มันก็สร้างความเสียหาย
ด้วยเช่นกัน ตามเสียงที่ดังนี้จะมีรูปรากฏในกำแพงเมือง ด้วยการ
ระเบิดมากมาย กำแพงพังทลายลง ไม่จำเป็นต้องแม้แต่บุกผ่านประตู
เมือง พวกเขาก็สามารถบุกเข้าเมืองผ่านช่องทางนี้ได้โดยตรง
กองทัพของซวนเทียนหมิงเข้าสู่เมืองชาปิงหลังจากใช้วิธีการ
แบบนี้เพื่อพังกำแพงเมือง หลังจากนี้ไม่มีคนโยนสิ่งเหล่านั้น พวกเขา
ใช้สิ่งใหม่แทน บางคนถืออาวุธแปลก ๆ และเริ่มยิงไปข้างหน้า พวก
มันทำให้เกิดเสียงดังมากแต่ไม่มีการระเบิดเกิดขึ้น แต่กองทัพศัตรูที่
ไม่มีเวลาหลบหนีก็จบลงด้วยร่ายกายที่เต็มไปด้วยรูพรุนและเลือดที่
ไหลนองออกมา ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธลับนี้จะตายในทันที ในอีกไม่
นานเมืองชาปิงก็เต็มไปด้วยทะเลเลือด
การต่อสู้ครั้งใหญ่ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้กองทัพของกูซูกลัว
นอกจากนี้ยังทำให้กองทัพของซวนเทียนหมิงเข้ายึดเมืองชาปิง มัน
ยังทำให้กองทัพภาคใต้ 300,000 นายหวาดกลัว ช่วยให้พวกเขาเห็น
พลังขององค์ชายเก้า องค์ชายแห่งนรก ส่วนพลเมืองหลานโจวซึ่งอยู่
ใกล้ ๆ พวกเขาไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน จากเสียงระเบิดครั้งแรก ทุก
คนลุกขึ้น พวกเขาออกมาจากห้องและหันไปมองทางใต้
แต่พวกเขาไม่เห็นอะไรเลยหลานโจวในฐานะเมืองชายแดนมี
กำแพงเมืองที่สูงมากและมันปิดกั้นทุกสิ่ง แต่เสียงระเบิดแบบนั้นมัน
ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าโลกกำลังสั่นสะเทือน ฟ้าร้องซ ้าแล้ว
ซ ้าอีก บางคนกลัวว่ามังกรบนแผ่นดินโลกกำลังกลิ้ง* แต่พวกเขาก็
รู้สึกว่านี่ไม่ใช่กรณีนี้ เพราะโลกจะสั่นสะเทือนเมื่อเสียงเกิดขึ้นเท่านั้น
มันไม่ได้เป็นภัยคุกคามสำหรับเมืองหลานโจว
เร็วมากยามประจำการที่ประตูได้รับข่าวแรก แน่นอนว่าข่าวนี้มา
จากสายตาของพวกเขาเอง พวกเขายืนอยู่บนกำแพงของตัวเองดู
แม้ว่าจะมีดินแดนอันกว้างใหญ่ระหว่างเมืองชาปิงและเมืองหลานโจว
แต่พวกเขาก็ยังเห็นแสงไฟเล็กน้อยเช่นเดียวกับทหาร 100,000 นาย
ในพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อกำแพงเมืองชาปิงพังลงมา ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นก็
สามารถเคลื่อนที่ผ่านดินแดนอันกว้างใหญ่และเข้าไปในหลานโจว
โดยตรง นี่เองที่ทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือกนอกจากปิดใบหน้าของ
พวกเขา
บางคนเห็นทุกอย่างชัดเจนและพวกเขาเห็นว่าเมืองชาปิงพัง
ทำลายพวกเขาไม่อยากเชื่อและวิ่งลงมาจากกำแพงเมือง พวกเขามุ่ง
หน้าไปยังคฤหาสน์ของเจ้าเมือง แต่ระหว่างทางถนนเต็มไปด้วย
พลเมือง พวกเขาพากันหยุดและพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น
พลเมืองกระจายข้อมูลนี้อย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็วทุกคนรู้ว่า
องค์ชายเก้าได้เริ่มโจมตีกูซูในคืนแรกของเขาในภาคใต้ นอกจากนี้
ด้วยวิธีการที่ดุเดือดมาก เขาสามารถควบคุมเมืองชาปิงได้ นี่เป็นสิ่งที่
องค์ชายแปดไม่เคยทำได้สำเร็จในระหว่างที่เขาอยู่ในภาคใต้
ผู้คนเล่าถึงข่าวลือของเทพเจ้าแห่งสงครามไม่กี่ปีก่อนหน้านี้กูโม
กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์ และพวกเขาได้ใช้ความ
แข็งแกร่งเพื่อต่อต้านราชวงศ์ต้าชุน องค์ชายเก้าได้นำทัพของเขาไป
ปราบพวกเขา ไม่เพียงแต่เขาจะทำลายกูโมเท่านั้น แต่เขายังหนุน
ผู้ปกครองที่ถือได้ว่าเป็นเหมือนครอบครัว มันเป็นเช่นนั้น กูโม
กลายเป็นคนที่เชื่อฟังมากที่สุดในสี่อาณาจักรรอบราชวงศ์ต้าชุน
ครั้งนั้นองค์ชายเก้าได้รับเรียกว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม แต่ภาคใต้
อยู่ห่างไกลออกไป พวกเขาไม่มีความรู้สึกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
แต่ตอนนี้เทพเจ้าแห่งสงครามองค์ชายเก้าได้มาถึงภาคใต้และ
โจมตีเมืองชาปิงผู้คนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย บางคนกล่าวว่า “เป็นไปได้
หรือไม่ว่าองค์ชายเก้านั้นเป็นเทพที่สืบเชื้อสายมาจากสวรรค์ ?
ไม่เช่นนั้นพระองค์มาภาคใต้จากเมืองหลวงซึ่งจะทำให้ทหารและม้า
เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่พวกเขาเริ่มโจมตีได้อย่างไรโดยไม่
หยุดพัก ถ้าพระองค์ไม่ใช่เทพ ใครจะทำได้ ? ”
”ถูกต้อง!เจ้าไม่ได้ยินเสียงทหารคนนี้พูดหรือไม่ ? กำแพงเมือง
ปิงชาล้มลงมา พวกเราอยู่ที่หลานโจวมานานแล้ว เราทุกคนรู้ว่า
กำแพงของเมืองชาปิงนั้นสูงและแข็งแกร่งเพียงใด ! แต่จริง ๆ แล้ว
พระองค์พังมันได้ ? ”
“มันไม่ได้ล้มลงมามันระเบิดโดยเสียงที่ดังมาก ! ” มีคนแก้ไขสิ่ง
ที่เขาพูด “นั่นคือสายฟ้าบนสวรรค์ มันเป็นสายฟ้าสวรรค์ที่มีเพียง
เทพเท่านั้นที่สามารถใช้ ! สายฟ้าสวรรค์เป็นฟ้าผ่า ไม่ต้องพูดถึง
สถานที่เล็ก ๆ บางแห่งเช่นเมืองปิงชา แต่แม้แต่โลกทั้งใบก็ยัง
สั่นคลอนได้ ! ”
ผู้คนพากันเห็นด้วยกับคำอธิบายง่ายๆ นี้มากขึ้น ดังนั้นพวก
เขาทุกคนคุกเข่าหันหน้าไปทางใต้และตะโกนออกมาซ ้า ๆ ว่า “องค์
ชายเก้านั้นเป็นเทพลงมาจากสวรรค์ ! องค์ชายเก้า ! ”
ผู้ที่ต้องไปรายงานเรื่องนี้ต่อใต้เท้าจื่อในคฤหาสน์ของเจ้าเมืองก็
ได้รับผลกระทบจากบรรยากาศโดยลืมสิ่งที่เขาต้องทำนอกจากนี้เขา
ยังคุกเข่าและหมอบ เขายิ่งเคลื่อนไหวมากกว่าคนอื่น ๆ เพราะเขา
เห็นการล่มสลายของเมืองชาปิงด้วยตัวเอง เขาได้เห็นการต่อสู้ของ
องค์ชายเก้าด้วยตัวเอง ไม่พูดถึงว่าคนเหล่านี้รู้สึกเหมือนองค์ชายเก้า
เป็นเทพ แต่เขาก็รู้สึกว่าเป็นเพราเหตุการณ์นี้ !
ในขณะที่ทุกคนในเมืองหลานโจวคุกเข่าไปในทิศทางที่ซวน
เทียนหมิงตั้งอยู่รวมถึงทหารที่ยืนเฝ้าอยู่บนกำแพงเมือง พวกเขาไม่
สามารถควบคุมอารมณ์และคุกเข่าลงด้วยเช่นกัน กูซูพร้อมที่จะสร้าง
ปัญหามาหลายปีแล้ว พวกเขาพยายามบุกเข้ามาทางใต้สองสามครั้ง
เพื่อทำให้เกิดปัญหาในราชวงศ์ต้าชุน เพราะองค์ชายแปดประจำการ
อยู่ที่นี่ พวกเขาจึงต่อสู้กัน เขายังเป็นผู้ดูแลพื้นที่ที่ไม่เป็นระเบียบใน
ภาคใต้ แต่สิ่งเหล่านั้นใช้เวลาหลายปีในการปราบปราม เป็นไปได้
อย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับองค์ชายเก้าที่สามารถบุกตีเมืองได้ในคืน
เดียว ?
เมื่อเทียบกับซวนเทียนหมิงองค์ชายแปดผู้ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทพ
เจ้าแห่งการต่อสู้อ่อนแอลงไปอย่างแท้จริง เขาไม่สามารถแข่งขันกับ
องค์ชายเก้าได้ในทุกด้าน ความแตกต่างของความแข็งแกร่งในการ
ต่อสู้ไม่ใช่แค่สองระดับ สามระดับ มันเป็นความแตกต่างระหว่างฟ้า
กับดิน หากพวกเขามองว่าองค์ชายแปดเป็นแม่ทัพและองค์ชายเก้า
ในฐานะเทพ เขาก็จะเป็นเทพแห่งสวรรค์ในสายตาของทุกคน ! เทพ
เจ้าแห่งสงคราม !
ยิ่งไปกว่านั้นมีบางคนเห็นอย่างชัดเจนว่าองค์ชายเก้านำทัพ
จากเมืองหลวงไปสู่การสู้รบเพียง100,000 นาย ไม่ได้นำทัพ
300,000 นายของกองทัพภาคใต้ไปด้วย สำหรับทหาร 300,000
นาย พวกเขาไม่มีความตระหนักใด ๆ เพียงแค่เฝ้าดูจากด้านหลัง ไม่
มีแม้แต่คนเดียวที่พูดถึงการช่วยเหลือ พวกเขากุมหัวและซ่อนตัวเมื่อ
ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ในไม่ช้าผู้คนรู้สึกรังเกียจทหาร 300,000
นายนี้อย่างมาก พวกเขายังรู้สึกรังเกียจองค์ชายแปด, ซวนเทียนโม
“พวกเขาถูกฝึกโดยองค์ชายแปดใช่หรือไม่? ทำไมจึงมีความ
แตกต่างกันเช่นนี้เมื่อเทียบกับกองทหารขององค์ชายเก้า”
“จะนำกองทัพของมนุษย์ไปเปรียบเทียบกับกองทัพของเทพเจ้า
ได้อย่างไร? ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เราเพียงแค่ต้องสนับสนุนองค์ชายเก้า
อย่างเต็มที่ ฮ่องเต้ส่งองค์ชายเก้ามา เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทไม่ไว้วางใจ
องค์ชายแปดอีกต่อไป พระองค์ถูกส่งไปประจำการในภาคใต้เป็นเวลา
หลายปี แต่เราไม่ได้เห็นพระองค์ไปต่อสู้ แต่ภาษีของเราเพิ่มขึ้นสอง
สามครั้ง การย้ายแม่ทัพเช่นนี้ออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเรา”
ซวนเทียนหมิงยังไม่ทราบแต่ความแข็งแกร่งของเขาได้สร้าง
ความปั่นป่วนอย่างมากสำหรับผู้คนในเมืองหลานโจว เขาไม่ได้สนใจ
ว่าเขากุมจิตใจของผู้คนเกือบทุกคนในเมืองในเวลาเพียงไม่นาน ใน
เวลานี้เขายังคงนำทหารของเขาในการไล่ล่ากองทัพพ่ายแพ้ของกูซู
พวกเขาไล่ล่าจนถึงสิบลี้ทางใต้ของเมืองชาปิงก่อนที่จะหยุด เขาไม่ได้
โจมตีต่อไป เมืองที่สองของกูซูคือเมืองจูปิง สามารถมองเห็นได้อยู่
ไกล ๆ เขาไม่ได้พุ่งไปข้างหน้าต่อไป เขากลับโบกมือให้กลับไปที่เมือง
ชาปิง นอกจากนี้เขายังตั้งค่ายทางตอนใต้ของเมืองชาปิง ในเวลา
เดียวกันเขาสั่งให้ทหารของเขาจัดการซ่อมแซมเมืองชาปิงทันที
ในเมืองหลานโจวเฟิงจินหยวนตัวสั่นตลอด เขากำลังจะไม่
สามารถยืนอยู่ได้ในขณะที่เขาพึมพำ “มันจบแล้ว มันจบแล้ว องค์
ชายเก้าแห่งนรกมาถึงแล้ว มันจบลงแล้วสำหรับภาคใต้ ! ”
ผู้คนที่คุกเข่าข้างนอกได้ยินคำพูดเหล่านี้และถามด้วยความ
โกรธว่า“เจ้ากำลังพูดอะไร องค์ชายเก้ามาภาคใต้นำความหวังมาให้
เรา เจ้าหมายถึงอะไร ? มันจบแล้ว ? คำพูดของเจ้าหมายถึงอะไร ? ”
เฟิงจินหยวนโกรธมากเขาตะโกนด้วยความโกรธว่า “เจ้าไม่รู้
เรื่องอะไร ! ” จากนั้นเขาก็สะบัดแขนและกลับเข้าไปในคฤหาสน์
พร้อมกับยืนสั่น
อย่างไรก็ตามเสี่ยวหยายืนอยู่ตรงทางเข้าของคฤหาสน์และมอง
ไปทางใต้กับพลเมืองแม้ว่านางจะไม่คุกเข่าแต่อารมณ์ในแววตาของ
นางนั้นซับซ้อนมาก ในหลาย ๆ ครั้งมีความตกใจ ความสับสน
ความสุขและความเศร้า เสียงร้องซ ้า ๆ ของการมีชีวิตยืนยาวขององค์
ชายเก้าทิ้งความรู้สึกของนางราวกับว่าวิญญาณของนางกำลังเฟื่อง
ฟูเช่นกัน ราวกับว่าเสียงฟ้าร้องจากนอกเมืองไม่เพียงแต่สั่นคลอนใน
ภาคใต้เท่านั้น มันทำให้หัวใจนางสั่นไหวอีกด้วย
เฟิงจินหยวนตะโกนใส่นาง“เจ้ายืนอยู่ที่นั้นทำไม ? ”
เสี่ยวหยาดึงสติกลับมาแต่นางก็ยังไม่เคลื่อนไหวตอบเพียง “ข้า
จะดูอีกสักครู่” จากนั้นนางไม่สนใจเฟิงจินหยวนและมุ่งเน้นไปที่ทางใต้
เท่านั้น จริง ๆ แล้วนางคาดหวังว่าจะได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเพื่อให้
นางได้สัมผัสกับมันมากขึ้น
น่าเสียดายที่เมื่อเสียงที่ดังกึกก้องหยุดข่าวก็มาจากประตูเมือง
“องค์ชายเก้าได้ยึดเมืองชาปิงแล้ว กองทัพของกูซูหนีไปแล้ว และ
ตอนนี้เมืองชาปิงเป็นของราชวงศ์ตาชุน ! ”
ผู้คนโห่ร้อง! แต่สำหรับคนที่อยู่ในคฤหาสน์เฟิง เสียงโห่ร้องยินดี
เหล่านั้นก็ดังเข้าหู แม้แต่เหยาซื่อที่ซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มของนางไม่
อยากได้ยินอะไรเลย
ซวนเทียนหมิงนำทัพและล้มเลิกการไล่ตามกลับเข้ามาในเมือง
ชาปิงเนื่องจากเฉียนหลี่ประจำการอยู่ที่เฉียนโจว เขาไม่ได้มากับพวก
เขา ในขณะนี้กองทัพยังไม่มีรองแม่ทัพ มีผู้นำของกองทัพเจตจำนง
สวรรค์ ซีเฟิงและเฮกานที่ช่วยซวนเทียนหมิงในการจัดการเรื่องของ
กองทัพ และไม่มีใครนำการคัดค้านใด ๆ
ทหารบางคนมีความสุขจากการต่อสู้เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้
ไล่ต่อไป พวกเขากล่าวเสียงดัง “ท่านแม่ทัพ ทำไมเราไม่ไล่ตามไป
ขอรับ ? ”
ซวนเทียนหมิงส่ายหน้าแต่ไม่ตอบ แต่เป็นซีเฟิงที่กล่าว “ทำไม
ไม่ดูเวลาล่ะ ? หากเราวิ่งต่อไปดวงอาทิตย์จะขึ้นมา เมื่อพระอาทิตย์
ขึ้นในวันพรุ่งนี้ เจ้าจะเข้าใจว่าทำไมเราไม่ไล่ตาม ในเวลานั้นอย่า
ร้องไห้ ! ”