Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 938 คนของเราเอง ?
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 938 คนของเราเอง ?
ตอนที่938 คนของเราเอง ?
ยายผู้รับผิดชอบในการดูแลพระสนมหลิวเข้ามาในห้องนางไป
ถามเฟิงหยูเองว่า “สอบถามพราชายา ยาของพระสนมจะต้องกินต่อ
หรือไม่เพคะ ? ยานั้นหมอหลวงเขียนใบสั่งให้เจ้าค่ะ ตอนนี้พราชายา
ได้รักษาพระสนมหลิวแล้ว ยาจะต้องเปลี่ยนหรือไม่เพคะ ? ”
เฟิงหยูเองได้ยินเรื่องนี้และพยักหน้า“มันย่อมต้องเปลี่ยนยาเป็น
ธรรมดา ท่านยายไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ข้าจะมาดูแลยาที่นางต้องใช้เจ้า
ค่ะ ท่านยายแค่ต้องเตรียมน ้าอุ่น”
”เพคะ! ” หญิงชราโค้งคำนับ และคิดเล็กน้อยก่อนที่จะถามเพิ่ม
“เตรียมน ้าอุ่นหรือเพคะ ? จำเป็นต้องเอาไปที่ห้องครัวเพื่อต้มยา
หรือไม่เพคะ ? ”
”ไม่จำเป็น”นางกล่าวกับยาย “ข้าไม่เคยให้ผู้ป่วยกินยาหม้อที่มี
รสขม ร้านห้องโถงสมุนไพรมียารักษาโรคชนิดพิเศษสำหรับสิ่งนี้”
พระสนมหลิวพยักหน้าและกล่าวว่า“เราเคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็น
มาก่อน ไม่ปิดบังกับพราชายา แต่ยาหม้อเหล่านั้นยากที่จะกลืนลง
ท้อง สำหรับพราชายาที่จะให้ยารักษาโรคแก่ข้านั้น มันดีมากจริง ๆ
เพคะ”
เมื่อท่านยายได้ยินสิ่งนี้และไม่ได้ขออะไรเพิ่มเติมนางโค้งคำนับ
และถอยกลับ เฟิงหยูเองดึงเม็ดยาสองสามอย่างออกทันทีจากชุดยาที่
วังซวนถืออยู่ มันเป็นยาตะวันตกทั้งหมดที่สามารถช่วยฟื้นฟูการ
ทำงานของไต ในเวลาเดียวกันนางนำอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำ นาง
บอกพระสนมหลิว “อาการป่วยของพระสนมนั้นเป็นมานานแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับการรักษาให้หายขาดภายในไม่กี่วัน ข้าจะช่วย
บรรเทาอาการของพระสนมก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าพระสนมไม่ต้องทน
ต่อความทุกข์ทรมานเช่นนี้”
พระสนมหลิวเชื่อเฟิงหยูเองอย่างมากนางจะกินยาที่เฟิงหยูเอง
ให้นางและจะยอมรับการฉีดยา ใครจะรู้ว่ามันเป็นผลทางจิตวิทยาหรือ
ว่ายามีประสิทธิภาพจริง ๆ หรือไม่ แต่พระสนมหลิวก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นได้
ครึ่งทางจากการให้น ้าเกลือ นางรู้สึกราวกับว่านางมีพละกำลังและไม่
รู้สึกอ่อนแอเหมือนปกติอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองรู้อย่างชัดเจนว่านี่คือผลของยายา
ทั้งหมดที่ใช้เป็นยาตะวันตกและมันมีผลอย่างมากต่อร่างกายมนุษย์
มันทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและสามารถทำงานเป็นสะพานได้ มัน
สามารถรักษาอาการได้ แต่ไม่ใช่การแก้ต้นตอของปัญหา แม้แต่นาง
ที่บอกว่ามันสามารถรักษาได้ก็แค่จัดการกับพระสนมหลิว อันที่จริง
แล้วไตพระสนมหลิวก็มาถึงระยะสุดท้ายแล้ว ไม่ใช่ว่าการปลูกถ่ายไต
ไม่สามารถยืดอายุของนางและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนาง แต่ใคร
สามารถรับประกันได้ว่าจะพบไตที่เหมาะสม และนางไม่สามารถ
รับประกันได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน การปลูกถ่ายไต
แม้ในยุคสมัยใหม่นั้นเป็นการผ่าตัดที่ยากมาก ก่อนดำเนินการจะมี
การประเมินความเสี่ยงหลายประการหลังการผ่าตัด นอกจากนี้ยังมี
ยารักษาโรคจำนวนมากเพื่อช่วยในการฟื้นตัวของผู้ป่วยและเพิ่ม
โอกาสในการได้รับการยอมรับของไต ในช่วงเวลานี้หากมีที่น้อยที่สุด
ก็จะส่งผลให้การดำเนินงานเป็นความล้มเหลว และผู้ป่วยจะตาย
นางไม่เคยเชื่อเลยว่าพระสนมหลิวจะมีเวลารอการประเมินความ
เสี่ยงและนางไม่เชื่อว่าไตที่เหมาะสมสามารถพบได้ง่าย ยิ่งกว่านั้นมัน
เป็นไปไม่ได้ที่นางจะทำการผ่าตัดขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง แน่นอนว่า
นางจะต้องการความช่วยเหลือจากเหยาเซียน นางจะพยายามทำการ
รักษาให้ดีที่สุด แต่เพื่อใครบางคนจากกลุ่มขององค์ชายแปด นางจะ
ทำไปเพื่ออะไร ?
พระสนมหลิวมีความสุขมากกับสภาพร่างกายของนางที่ดีขึ้น
การมาถึงของเฟิงหยูเองทำให้นางเห็นความหวังในการมีชีวิตอยู่ นาง
ยังกล่าวกับหัวหน้านางกำนัลในตำหนักของนางว่า “ส่งรายงานไปที่
คฤหาสน์หลิวอย่างรวดเร็ว บอกพวกเขาว่าพระสนมหลิวดีขึ้นและ
ต้องขอบคุณองค์หญิงจี่อัน…โอ้ เดี๋ยวก่อน ขอบคุณพราชายาหยู !
เมื่อท่านพี่ได้ยินเรื่องนี้ ท่านพี่จะมีความสุขมากแน่นอน บอกท่านพี่
อย่าลืมส่งของกำนัลให้กับตำหนักหยูในภายหลัง พราชายาหยูช่วยข้า
ตระกูลหลิวไม่สามารถนั่งเฉยเฉยได้โดยไม่แสดงอะไรเลย”
นางกำนัลตอบรับมันทันทีและจากไปอย่างรวดเร็วเฟิงหยูเองยิ้ม
และกล่าวว่า “พระสนมหลิวใจดีมาก” อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ปฏิเสธ
ของกำนัล
พระสนมหลิวมีความสุขมากเพราะนางรู้สึกสบายใจเมื่อเฟิงหยู
เองรับของกำนัลด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นของนาง นางยังคงพูดคุย
กับเฟิงหยูเองในช่วงเวลาที่ให้น ้าเกลือ มันไม่มีอะไรมากไปกว่าความ
เบื่อหน่ายของชีวิตในพระราชวังตลอดหลายปีที่ผ่านมาและความ
ภักดีของตระกูลหลิว นางคิดว่าพี่ชายของนางจะดีใจมาก
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองเย้ยหยันอยู่ภายในนางไม่ได้พูดอะไร
นางจะรอให้พระสนมหลิวค้นพบธาตุแท้ของตระกูลหลิวด้วยตัวเอง
นางจะให้อีกฝ่ายเห็นอย่างชัดเจนว่าพี่ชายคนนี้ปฏิบัติต่อน้องสาวคน
นี้อย่างไร
หลังจากการให้น ้าเกลือเสร็จสิ้นเฟิงหยูเองก็ออกมา วังซวนอยู่
ตำหนักอันจูเพื่อดูแลพระสนมหลิว ยาจำเป็นต้องใช้อีกครั้งในเวลา
กลางคืน ในความเป็นจริงมันคือการสังเกตนางกำนัลของตำหนักอัน
จู หากใครต้องการที่จะทำอะไรกับพระสนมหลิว ก็ต้องมีคนที่จะ
จัดการกับมัน
เมื่อพระสนมหลิวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งเฟิงหยูเองก็
ออกจากพระราชวังและกลับตำหนักหยู ก่อนออกเดินทาง นาง
สัญญาว่าจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ และนางจะอธิบายอย่างแม่นยำว่า
การรักษาจะดำเนินต่อไปอย่างไร
เมื่อเฟิงหยูเองกลับไปที่ตำหนักหยูซวนเทียนหมิงยังไม่กลับมา
นางรู้ว่าเขาและซวนเทียนฮั่วกำลังทำงานร่วมกันเพื่อลงโทษผู้ที่อยู่ใน
ราชสำนักซึ่งส่วนหนึ่งของฝ่ายองค์ชายแปด แน่นอนว่าเขายุ่งและ
นางจะต้องรอที่ตำหนัก
วังซวนที่ถูกทิ้งให้อยู่กับพระสนมหลิวดังนั้นหวงซวนจึงเป็นคน
เดียวที่ดูแลนาง หวงซวนมองเห็นว่านางไม่สนใจและเหลือบมองไปตาม
ทางเดินที่คดเคี้ยวเป็นครั้งคราว ดังนั้นนางจึงยิ้มและถามนางว่า
“คุณหนูรอองค์ชายกลับมาหรือเจ้าคะ ? เมื่อดูเวลาข้าคิดว่าพระองค์
จะกลับมาถึงช่วงอาหารเย็นเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า“ข้าไม่ได้รอพระองค์ พระองค์จะกลับมาเร็ว
หรือกลับช้า ข้าไม่กังวล ข้ากำลังรอใครบางคนอยู่”
“ใครหรือเจ้าค่ะ? ” หวงซวนรู้สึกงงงวย “วันนี้เรามีแขกหรือเจ้า
คะ”
ในเวลานี้มีนางกำนัลคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วโค้ง
คำนับเฟิงหยูเองแล้วกล่าวว่า “พราชายา มีคนจากพระราชวัง เป็น
หมอจากร้านห้องโถงสมุนไพร เขาต้องการพบพราชายาเพคะ นาง
กำนัลอาวุโสโจวให้เขารอที่โถงด้านหน้า ข้ามาถามพราชายาว่าจะ
ออกไปพบเขาหรือไม่เพคะ ถ้าพราชายาจะพบเขา ให้เขารอที่ห้องโถง
หรือให้พาเขามาที่นี่เพคะ”
“พาเขามาที่นี่”นางสั่งแล้วดูสีหน้าของหวงซวน แล้วอธิบายว่า
“ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิดคนที่มาคงจะเป็นเสี่ยวเหมา”
นางเดาได้ถูกต้องและคนที่มาก็เป็นเสี่ยวเหมาจริงๆ เขาอยู่ใน
พระราชวังมาหลายเดือนและเป็นผู้ช่วยของซุนชิตลอดเวลา
เนื่องจากเขาทำตัวไม่โดดเด่น เขาจึงไม่ได้รับความสนใจในวิทยาลัย
หมอหลวงและไม่ได้ระมัดระวังตัวต่ดหน้าเขา และสิ่งนี้ทำให้เขาได้ยิน
ข้อมูลเพิ่มเติม แน่นอน ซุนชิไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ระวังเขา
เสี่ยวเหมายืนอยู่ตรงหน้าเฟิงหยูเองและเคารพนางเป็นอย่าง
มากก่อนที่เฟิงหยูเองจะเริ่มถาม เขาเริ่มกล่าวก่อน “วันนี้ข้าไปตรวจ
ร่างกายสมาชิกในตำหนักในของฮ่องเต้กับซุนชิ หลังจากกลับมา เรา
ได้ยินเฟิงหลี่ ผู้ทำงานในวิทยาลัยหมอหลวงบอกว่าเขาไปกับพระ
ชายาหยูเพื่อตรวจพระสนมหลิว และเป็นบ่าวรับใช้ของพราชายา หวง
ซวนที่เป็นผู้ไปเชิญเขา คนต ่าต้อยผู้นี้กำลังคิดว่าแม่นางหวงซวนไป
เชิญเฟิงหลี่อย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจึงออกพระราชวังอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีบางเกิดขึ้น ข้ามีบางสิ่งที่ต้องรายงานพราชายาพะยะ
ค่ะ”
“ไม่ต้องรีบร้อน”เฟิงหยูเองรับเสี่ยวเหมาไปในห้องด้านนอก นาง
ให้เขานั่งลงแล้วให้บ่าวรับใช้นำชามาให้ “จิบชาก่อน ค่อย ๆ พูด วัง
หลินเป็นคนแนะนำเจ้า เมื่อเทียบกับซุนชิ ข้าเชื่อใจเจ้ามากกว่าเขา
แน่นอน”
“ขอบพระทัยพราชายาพะยะค่ะ”เสี่ยวเหมาขอบคุณนาง
หลังจากดื่มชาแล้ว เขาก็กล่าวทันที “ก่อนที่จะเข้าไปในพระราชวัง
ลูกพี่ลูกน้องหลินบอกให้ข้าใส่ใจและเรียนรู้เพิ่มเติมจากซุนชิ แต่
ไม่ให้ข้าพูดมากเกินไป ในเวลาเดียวกัน ข้าต้องใส่ใจกับการ
เคลื่อนไหวของซุนชิ ข้าต้องป้องกันไม่ให้เขาทำสิ่งเลวร้ายใน
พระราชวัง ในเวลานั้นข้าคิดว่าซุนชิเป็นลูกศิษย์ของซางคัง ซางคัง
เป็นลูกศิษย์ของพราชายา เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เขาเป็นหนึ่งในคนของเรา
อย่างแท้จริง เขาจะทำสิ่งที่ไม่ดีได้อย่างไร แต่เนื่องจากลูกพี่ลูกน้อง
หลินได้พูดเช่นนี้ มันหมายความว่าเขามีเหตุผลของเขา ข้าเป็น
ผู้ช่วยของซุนชิมาครึ่งปีแล้วและข้าก็คอยจับตาดูเขาอย่างเงียบ ๆ
อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรผิดสังเกต ในความเป็นจริง มันคือซุนชิที่
เรียกร้องอย่างนี้ให้เขียนรายงานไปยังลูกพี่ลูกน้องหลิน นอกจากนี้ยัง
มีบางอย่างที่เขาเขียนเอง หลังจากเขียนจดหมาย เขาจะไม่ปิดผนึก
จดหมายก่อนที่จะส่งจดหมายมาให้ข้า มีคำอธิบายเกี่ยวกับทุกสิ่ง
เล็กน้อย และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในพระราชวังของฮ่องเต้
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวพิเศษใด ๆ แต่มีการเคลื่อนไหว
แปลก ๆ ในเดือนที่ผ่านมาพะยะค่ะ”
ในขณะที่เสี่ยวเหมากล่าวคิ้วของเขาขมวดคิ้วแน่น เห็นได้ชัดว่า
มีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจอย่างเต็มที่ ขณะที่เขาบอกกับเฟิงหยูเอง
“ซุนชิไปตรวจพระสนมที่ป่วยมาเกือบ 3 เดือน ทุกครั้งที่เขาถูกเรียก
ตัวให้ไปตรวจนาง ข้าจะไปกับเขา บางทีข้าไม่ได้อยู่กับซุนชิ
ตลอดเวลาและพระสนมหลิวก็ไม่สบาย มันเป็นสิ่งที่ข้ามองข้ามไป
ในช่วงเวลานั้นอาการป่วยของพระสนมไม่ย ่าแย่จนตกอยู่สภาวะที่
รุนแรงเช่นนี้ แต่อาการของนางในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้นแย่ลงอย่าง
รวดเร็ว เวลาที่เหลืออยู่ของนางลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว เหลือเวลาไม่
ถึงหนึ่งเดือน แต่นี่ไม่ใช่ส่วนที่แปลกหรือพะยะค่ะ”
“ซุนชิบอกหรือ? ” คนที่พูดแบบนี้คือหวงซวน ผู้หญิงคนนั้นมีสี
หน้าโกรธขณะที่นางกระทืบเท้าและกล่าวว่า “คนทรยศ ใครจะรู้ว่าเรา
มัวแต่ป้องกันตนเองจากคนภายนอกให้ดี เราจะลืมระมัดระวังคนของ
เราเอง”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองคิดมากกว่านางขณะที่นางถามเสี่ยว
เหมา “ข้ากลับมาที่เมืองหลวงมาเกือบเดือนแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่มา
บอกข้าเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้”
เสี่ยวเหมาส่ายหัวแล้วกล่าวว่า“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากมาพะยะค่ะ
นับตั้งแต่พระสนมหลิวล้มป่วย ซุนชิใช้ข้ออ้างนี้ที่จะอยู่ในพระราชวัง
ทุกวันโดยกล่าวว่าจากการที่พระสนมหลิวล้มป่วย เขาไม่ได้ออกจาก
พระราชวัง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าไม่สามารถออกจาก
พระราชวังได้ เป็นเพราะพราชายายอมรักษาพระสนมหลิวอย่างเป็น
ทางการในวันนี้ ซุนชิจึงไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ข้าอยู่ในพระราชวังอีก
ต่อไป และในที่สุดข้าก็มีเวลามาที่ตำหนักหยูพะยะค่ะ” ในขณะที่เขา
กล่าว เขาดูเหมือนจะมีความคิดอื่นเพิ่มหลังจากนั้นครู่หนึ่ง “มีสิ่งหนึ่ง
ที่น่าประหลาดใจ ถ้าข้าไม่คิดมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มันก็รู้สึก
เหมือนมีใครบางคนติดตามข้าอยู่เสมอ เมื่อหันกลับไปมองก็ไม่พบ
ใคร มันแปลกจริง ๆ พะยะค่ะ”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองพบว่ามันแปลกเพราะนางสั่งหวงซวน
ทันที “ไปบอกนางกำนัลอาวุโสโจวให้เตรียมเรือนสำหรับเสี่ยวเหมา
เขาจะนอนตำหนักหยูในคืนนี้” หลังจากกล่าวแบบนี้นางกล่าวกับ
เสี่ยวเหมา “เจ้าจะเข้าไปในพระราชวังตามปกติ ข้าจะเข้าไปใน
พระราชวังด้วย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ข้าจะช่วย เจ้าไม่ต้องกังวล”
เสี่ยวเหมาบอกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นและเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึก
กระวนกระวายใจ“พราชายาคิดว่ามีใครบางคนกำลังติดตามข้าหรือ
พะยะค่ะ ? จะมีคนมาฆ่าปิดปากข้าหรือไม่พะยะค่ะ ? ”
เฟิงหยูเองหัวเราะแต่ไม่ตอบนางถามว่า “เจ้ากลัวหรือไม่ ? ”
เสี่ยวเหมาเป็นคนที่เชื่อฟังและพยักหน้าทันที“กลัวพะยะค่ะ ใคร
จะไม่กลัวถูกฆ่าตาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้ากลัวจนข้าไม่กล้าออกไป
เนื่องจากข้ากล้ามาที่ตำหนักหยูเพื่อรายงานสิ่งเหล่านี้กับพราชายา
ข้าคิดว่าซุนชิอาจตอบโต้ ลูกพี่ลูกน้องหลินเคยกล่าวไว้ว่าเราเป็นคน
ของพราชายา การช่วยเหลือเจ้านายในเรื่องต่าง ๆ โดยไม่คำนึงว่ามี
อันตรายมากเพียงใด ตราบใดที่พราชายาอยู่ใกล้ ๆ เราไม่จำเป็นต้อง
กังวล พราชายาจะปกป้องพวกเราพะยะค่ะ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้หวงซวนหัวเราะ“วังหลินเป็นคนฉลาดที่สุด
ย้อนกลับไปตอนที่เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการร้าน เขาดู
ฉลาดมากแต่เขาพูดความจริง”
เฟิงหยูเองพยักหน้า“ลูกพี่ลูกน้องหลินของเจ้าพูดถูก ตราบใดที่
ข้าอยู่ใกล้ ๆ ข้าจะไม่ยอมให้คนของข้าต้องได้รับอันตรายใด ๆ เจ้า
สบายใจได้และอยู่ในตำหนักหยู เจ้าได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ตั้งแต่วันนี้
เป็นต้นไป เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกต่อไป”
หลังจากการสนทนานี้ได้ข้อสรุปซวนเทียนหมิงก็กลับมา เสี่ยว
เหมารีบคุกเข่าอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว อย่างไรก็ตามเขาได้ยิน
เฟิงหยูเองกล่าวกับซวนเทียนหมิง “ข้าจะต้องให้สามีเดือดร้อนในราช
สำนักในวันพรุ่งนี้ ข้าได้ร่างแผนการรักษาอาการป่วยของพระสนม
หลิวและต้องการเชิญเสด็จพ่อมาปรากฏตัว ให้สมาชิกทุกคนใน
ตระกูลหลิวเข้ามาในพระราชวัง และตรงไปที่ตำหนักอันจู ! เราจะ
ประกาศวิธีการรักษานี้ต่อหน้าพระสนมหลิว ! ”