Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 946 มีคนอยู่ที่บ้านเป็นสิ่งที่ดี
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 946 มีคนอยู่ที่บ้านเป็นสิ่งที่ดี
ตอนที่946 มีคนอยู่ที่บ้านเป็นสิ่งที่ดี
คำพูดของกงซานทำให้หัวใจของท่านผู้หญิงหยวนสั่นไหวเมื่อ
พวกเขาสัมผัสหัวใจของนางการกลับไปที่ตำแหน่งพระสนมก็เป็นสิ่งที่
นางยังคงคิดอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่หลานสาวของนางพูดถูกต้อง นาง
ควรวางแผนกับฮองเฮา นางไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในตำแหน่ง
นั้นอย่างอิสระ
เมื่อนางตัดสินใจแล้วนางพยักหน้าแล้วกล่าวว่า”กงซานไม่ต้อง
กังวล ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ ตอนนี้สถานการณ์ลูกพี่ลูกน้องของเจ้า
น่าเป็นห่วงเล็กน้อย เจ้าไม่รู้ แต่เกือบทั้งหมดในเมืองหลวงอยู่ฝ่ายองค์
ชายเก้า และดินแดนขององค์หญิงจี่อัน คนในเมืองหลวงสนับสนุนทั้ง
สองอย่างมาก นอกจากนี้องค์ชายเก้าก็ได้รับชัยชนะในการต่อสู้
พระองค์เป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนจำนวนมาก และสร้างความตื่นเต้นใน
ราชสำนัก ! ”
“ท่านป้าใจเย็นๆ เจ้าค่ะ” กงซานแนะนำนางว่า “ผู้หญิงอย่างเรา
ไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในราชสำนักได้และไม่สะดวกที่
เราจะพูด อย่างไรก็ตามกงซานมีศรัทธาว่าข้าสามารถช่วยเหลือผู้คน
ได้ แต่กงซานเป็นเพยงผู้หญิงและไม่สามารถทำอะไรองค์ชายเก้าได้
แต่ข้าสามารถคิดเรื่องขององค์หญิงจี่อันได้ แต่เมื่อได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่
นางทำในเมืองหลวง นางฟังดูเหมือนมีพลัง กงซานคิดว่าเราไม่
สามารถเผชิญหน้ากับนางได้โดยตรง นั่นจะเสียเปรียบและจะไม่
ดึงดูดใจผู้คน สิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องโมขาดหายไปมากที่สุดคือ หัวใจของ
ผู้คน ! ท่านป้าได้โปรดให้กงซานกลับไปคิดดูก่อน การหาช่องทาง
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในขณะนี้เราต้องทำทุกอย่างที่นางทำได้ มัน
ไม่ได้เป็นเพียงการจับหัวใจของผู้คนใช่ไหมเจ้าค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง
อื่น แต่กงซานมีความเชี่ยวชาญในการชนะใจผู้คนมากกว่า นางยังมี
ร้านห้องโถงสมุนไพร แต่กงซานสามารถหาโอกาสอื่น ๆ และจะไม่
ปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องโมเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้ต่อไป”
ท่านผู้หญิงหยวนพยักหน้าและถอนหายใจ“องค์หญิงจี่อันนั้น
ฉลาดและนางปกป้องคนของนางได้เป็นอย่างดี น้องชายของนางถูก
ส่งไปยังสำนักศึกษาหยุนหลู่ที่เสี่ยวโจว และน้องสาวของนางถูกส่งไป
ยังมณฑลจี่อัน นางยังมีน้องสาวอยู่ในเมืองหลวง แต่น้องสาวผู้นั้นไม่
ชอบนาง แม้ว่าน้องสาวผู้นั้นจะเสียชีวิต นางก็จะไม่กระพริบตา มันไม่
มีจุดหมายเลย”
“ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเจ้าค่ะ”กงซานยิ้ม “มันเป็นเรื่องที่
พวกเขาพูดถึงเรื่องซุบซิบว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว น้องสาวที่มี
ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างพวกเขา แต่สำหรับคนนอก
นางยังเป็นน้องสาวของนาง การไปไกลเกินไปจะทำให้คนรู้สึกหนาว”
กงซานไม่ดำเนินการต่อแต่ท่านผู้หญิงหยวนเข้าใจสิ่งที่ตั้งใจ
ตอนนี้นางอยู่ในพระราชวัง และมีหลายสิ่งที่นางคิดได้แต่ทำไม่ได้
สำหรับโมเอ๋อของนาง เขาคิดถึงผู้หญิงที่มีสมองอย่างกงซานอยู่ข้าง
เขา ท่านผู้หญิงหยวนกำลังคิดอย่างนี้และกลายเป็นความเด็ดเดี่ยว
มากขึ้นในความต้องการที่จะให้กงซานอยู่ฝ่ายของซวนเทียนโม
เช่นเดียวกับที่องค์ชายเก้ามีเฟิงหยูเองอยู่ข้าง ๆ ผู้หญิงที่ฉลาดจะ
ช่วยผู้ชายของพวกนางได้ โมเอ๋อของนางต้องการคนแบบนี้
กงซานออกจากตำหนักชุนชานและตรงไปที่ตำหนักจิงซี ด้วย
การจัดการของท่านผู้หญิงหยวน นางสามารถเข้าไปนั่งได้ซักพัก มัน
เป็นเพียงความคุ้นเคยในดวงตาของท่านผู้หญิงหลี่นั้นแตกต่างไปจาก
ท่านผู้หญิงหยวนอย่างสิ้นเชิง นางกล่าวอย่างหยาบคายกับกงซาน
“เจ้าเรียกข้าว่าป้างั้นหรือ ? แต่ข้าคิดไม่ออกว่าเจ้าเป็นใคร ครอบครัว
ของข้ามีเจ้าเป็นญาติด้วยงั้นหรือ ? ”
กงซานไม่รู้สึกอึดอัดใจกับมันพวกนางไม่เคยพบกันมาก่อน และ
มันเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นนางจึงอธิบายว่า “ท่านแม่ของข้าเป็นอนุของ
ตระกูลหลิว นางเป็นน้องสาวคนที่สามของท่านผู้หญิงทั้งสองเจ้าค่ะ”
“น้องสาวคนที่สาม? ” ท่านผู้หญิงหลี่คิดอยู่พักหนึ่ง และในที่สุด
ก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่าง ในขณะที่ความรู้สึกปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ของนาง “มันก็ผ่านมานานแล้ว ในเวลานั้นข้ายังเป็นเด็กผู้หญิง ท่าน
แม่ของเจ้า…” นางทำอย่างดีที่สุดเพื่อค้นหาความทรงจำของนาง แต่
ภาพของนางก็ยังพร่ามัว ในที่สุดนางก็ยอมแพ้ “ข้าจำไม่ได้ มันนาน
มากแล้วนะ” จากนั้นนางมองกงซานและกล่าวด้วยน ้าเสียงขอโทษ
“เจ้าบอกว่าท่านผู้หญิงหยวนเรียกเจ้ามาเมืองหลวง ? คิดเกี่ยวกับมัน
มันจะต้องเป็นบุตรชายของนาง ! เมื่อเจ้ามาหานาง มันไม่สำคัญเลย
ว่าข้าจำเจ้าได้หรือไม่ ตอนนี้ข้าเป็นแค่ท่านผู้หญิงและไม่สามารถให้
พรใด ๆ แก่เจ้าได้ ! สถานที่นี้ไม่น่าไว้วางใจ เจ้าไม่ควรมา”
หลังจากท่านผู้หญิงหลี่กล่าวจบแล้วนางก็หันหลังกลับไปที่ห้อง
ชั้นในโดยไม่ออกไปข้างนอกอีกต่อไป กงซานยืนอยู่พักหนึ่งแล้วรู้สึก
ค่อนข้างอึดอัด แต่นางก็รู้สึกว่าการออกจากที่นี่จะไม่สุภาพเล็กน้อย
ดังนั้นนางจึงส่งเสียงไปที่ห้องชั้นใน “การเดินทางเข้าเมืองหลวง ข้าจะ
อยู่เป็นเวลานานและหวังว่าจะได้เห็นลูกพี่ลูกน้องเฟิง ป้ารองต้องดูแล
สุขภาพด้วยเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวอย่างนี้นางก็ถูกพาออกจาก
ตำหนักจิงซีโดยนางกำนัล
สำหรับบ่าวรับใช้2 คนที่อยู่ข้างนาง ตอนนี้พวกนางมีอะไรจะพูด
หนึ่งในพวกนางยิ้มเยาะและจ้องมองที่ตำหนักจิงซี “ตัวนางเองยังรู้ว่า
นางไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าท่านผู้หญิง แต่นางก็ยังคงออกอาการ
เช่นนี้ เชอะ ทำตัวราวกับว่าใคร ๆ ก็อยากจะมาหา”
“แน่นอนตำหนักจิงซีแห่งนี้นั้นเหมือนกับตำหนักเย็น บอกว่า
นางถูกกักบริเวณในพระราชวัง ก็หมายความว่าพวกเขากำลังรอให้
นางตาย ! ”
กงซานขมวดคิ้วและจ้องมองบ่าวรับใช้2 คนด้วยความโกรธ
เล็กน้อย นางกล่าวอย่างโหดเหี้ยม “ก่อนที่จะมาข้าบอกเจ้าแล้วว่าใน
เมื่อเจ้ามากับข้า เจ้าต้องเชื่อฟังข้าตลอดเวลา ไม่ต้องพูดถึงว่านาง
เป็นป้าของข้า โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์นางก็ยังคงเป็นผู้หญิงของ
ฮ่องเต้ นี่คือพระราชวังและกำแพงมีหู ใครจะรู้ว่าคำพูดของพวกเจ้าจะ
มีคนได้ยินหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าอยู่มานานพอและต้องการถูก
ลงโทษจากพระราชวัง ? ”
เสียงของกงซานกำลังคุกคามแต่สิ่งที่นางกล่าวนั้นเป็นความ
จริง บ่าวรับใช้ 2 คนนี้คุ้นเคยกับชีวิตประจำวันของพวกนางในเป็งโจว
และพวกนางได้รับเลือกจากฮูหยินใหญ่ของตระกูลจู้เพื่อติดตาม
คุณหนูใหญ่เมื่อนางแต่งงาน พวกนางจะรับใช้สามีของคุณหนูใหญ่ใน
ห้องนอน นั่นเป็นเหตุผลที่พวกนางรู้สึกราวกับว่าสถานะของพวกนาง
แตกต่างจากคนอื่น การเข้ามาในเมืองหลวงแม้ว่าพวกนางจะถูก
ตักเตือนจากกงซาน แต่ก็มีบางครั้งที่พวกนางลืมเพราะนิสัยของพวก
นาง เมื่อพวกนางได้รับการเตือนเรื่องนี้โดยกงซาน พวกนางค่อนข้าง
กลัว ทั้งคู่ก้มหน้าและเงียบไป
กงซานถอนหายใจด้วยเช่นกันโดยคิดว่ามันไม่เป็นไรถ้าทั้งสอง
คนนั้นสั่นด้วยความกลัวสิ่งที่นางกังวลคือถ้าคนสองคนนี้ไม่กลัวอะไร
เลย นั่นจะเป็นเรื่องยากสำหรับนาง
ในด้านนี้หลานสาวของท่านผู้หญิงหยวนเข้ามาในพระราชวังใน
ตำหนักศศิเหมันต์ มีบางคนที่นำเรื่องนี้ไปรายงานแก่พราชายาหยุน
สำหรับใครบางคนที่ไม่เคยออกจากตำหนักศศิเหมันต์และไม่สนใจ
พระราชวังของฮ่องเต้ พราชายาหยุนมีหูตาค่อนข้างมาก บางคนส่ง
มาโดยซวนเทียนหมิง บางคนส่งมาโดยซวนเทียนฮั่ว และบางคนก็ส่ง
มาโดยฮ่องเต้ ในตอนแรกนางรู้สึกหงุดหงิดที่ได้ยินเรื่องนี้ หลังจาก
นั้นนางก็รู้สึกว่าวันเวลาของนางน่าเบื่อและคิดว่านางน่าจะปฏิบัติต่อ
มันเหมือนการฟังเรื่องนินทา ดังนั้นนางฟังมานานกว่า 20 ปีแล้วและ
นางก็เริ่มชินกับมัน
เมื่อได้ยินว่าหลานสาวของท่านผู้หญิงหยวนได้เข้ามาใน
พระราชวังองครักษ์เงาบอกนางเกี่ยวกับความเข้าใจขององค์ชายเก้า
ต่อสถานการณ์ของหลานสาวผู้นี้ พราชายาหยุนฟังครู่หนึ่งแล้ว
หัวเราะว่า “วันที่สงบสุขยังไม่ทันเริ่มต้นมันก็สิ้นสุดลงแล้ว ลูกสะใภ้
ของข้ามีชีวิตที่ยากลำบากจริง ๆ”
เมื่อกงซานออกจากพระราชวังไปแล้วยังมีของกำนัลในรถม้าที่
ยังไม่ได้มอบให้ บ่าวรับใช้มองดูด้วยความสับสนถามว่า “คุณหนู ของ
กำนัลนี้จะมอบให้ใครเจ้าคะ ? เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเราลืมให้ที่
ตำหนักของท่านผู้หญิงหยวน ? ”
กงซานส่ายหน้า“ไม่ นี่จะมอบให้กับคนอื่น เราจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
หลังจากกล่าวแบบนี้นางก็ยกม่านขึ้น และถามคนขับว่า “ท่านลุงรู้
หรือไม่ว่าคฤหาสน์ของตระกูลเฟิงอยู่ที่ไหน ? ”
คนขับเป็นคนที่มาจากพระราชชวังขององค์ชายแปดเพื่อเห็น
แก่ความสะดวกสบายของกงซานในเดินทางเมืองหลวง เมื่อได้ยินนาง
ถาม พวกเขาก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ข้ารู้ขอรับ คุณหนูจะไปเยี่ยม
นางหรือขอรับ ? สถานที่นั้นยังคงเป็นที่พักของตระกูลเฟิง แต่ก็มี
เจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นั่น”
กงซานกล่าวว่า“เราจะไปที่นั่นกัน ข้าจะไปดูคุณหนูสี่ของ
ตระกูลเฟิง”
“ขอรับ! ” คนขับปฏิบัติตาม และเลี้ยวหลังจากระยะทางสั้น ๆ มุ่ง
หน้าไปยังทิศทางของที่พักอาศัยของตระกูลเฟิง
เมื่อพวกเขามาถึงองค์ชายห้าเพิ่งออกมาจากที่พักของตระกูล
เฟิง วันนี้เฟิงเฟินไดไม่ได้โกรธเคืองมากนัก ดังนั้นเขาจึงอารมณ์ดี
เมื่อเห็นรถม้าอีกคันหยุดที่ตรงหน้าที่พักของตระกูลเฟิง เขามองดู
ด้วยความสับสนและเห็นกงซานออกมาด้วยความช่วยเหลือของบ่าว
รับใช้ 2 คน ดูเหมือนว่านางต้องการที่จะเข้าไปในบ้านของตระกูลเฟิง
เขาจึงถามว่า “ข้าขอถามเจ้าว่าเจ้าเป็นคุณหนูของตระกูลใด? เจ้ามี
ธุระอะไรกับบ้านตระกูลเฟิง ? ”
กงซานตกตะลึงนางเพิ่งได้ยินว่าคุณหนูสี่ตระกูลเฟิงเป็นคน
เดียวที่อาศัยอยู่ที่นี่ ดังนั้นทำไมผู้ชายถึงปรากฏตัว ? และเมื่อมองดู
เสื้อผ้า เขาก็ไม่ใช่บ่าวรับใช้แน่นอน นางคิดเพียงเล็กน้อยและ
ตรวจสอบเขาอย่างรอบคอบ ในที่สุดนางสังเกตเห็นเบาะแสของซวน
เทียนหยาน จากนั้นนางก็นึกย้อนไปถึงรายชื่อผู้คนในเมืองหลวงที่
ท่านผู้หญิงหยวนเล่าให้นางฟัง โดยพื้นฐานแล้วสิ่งนี้ทำให้นาง
สามารถระบุตัวตนของคนผู้นี้ได้ ดังนั้นนางจึงก้าวไปข้างหน้าอย่าง
รวดเร็วและโค้งคำนับ “พระองค์เป็นองค์ชายหลี่หรือเพคะ ? ข้าชื่อจู้
กงซานและข้าเป็นลูกพี่ลูกน้องขององค์ชายแปด ในการเดินทางมา
เมืองหลวงข้ามาเยี่ยมท่านป้าทั้งสองของข้า และข้าเพิ่งกลับมาจาก
พระราชวัง ข้าพึ่งมาใหม่เจ้าค่ะ และข้าได้เตรียมของกำนับมามอบให้
บรรดาคุณหนูในเมืองหลวง ข้ากำลังคิดจะมอบของกำนัลให้คุณหนูสี่
ของตระกูลเฟิง”
ซวนเทียนหยานตัวแข็งทื่อเป็นลูกพี่ลูกน้องของน้องแปด เขาไม่
ค่อยได้ถามเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้มากนัก และเขาก็ไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้อง
ขององค์ชายแปดกำลังเข้ามาในเมืองหลวง แต่เมื่อเห็นการกระทำที่
น่าเคารพของหญิงสาว เขาก็ผ่อนคลายเล็กน้อย เนื่องจากนางไม่ได้
เป็นคนจุกจิก เขาเอื้อมมือออกไปเล็กน้อยช่วยประคองนางขึ้นมา และ
กล่าวอย่างสุภาพว่า “เนื่องจากเจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของน้องแปด เจ้า
จึงไม่ใช่คนนอกขององค์ชายผู้นี้ เข้าไปข้างในได้ ขณะนี้คุณหนูสี่พึ่ง
เข้าไป เจ้าสองคนรู้จักกันดีเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าสองคน
คลายความเบื่อหน่ายซึ่งกันและกันด้วย”
“องค์ชายห้านั้นพูดถูกต้องเจ้าค่ะ”กงซานกล่าวอย่างสุภาพว่า
“ถ้าอย่างนั้นกงซานขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวแบบนี้นางก็
คำนับอีกครั้ง จากนั้นก็เข้าบ้านกับบ่าวรับใช้ของนาง ก่อนออก
เดินทางนางมองซวนเทียนหยานอีกครั้งและส่งยิ้มที่สุภาพอ่อนโยนให้
ซวนเทียนหยานประทับใจกับลูกพี่ลูกน้องขององค์ชายองค์แปด
เมื่อคิดว่าเฟิงเฟินไดไม่มีเพื่อน ถ้านางเข้ากับคุณหนูที่สง่างามและ
อ่อนโยนเช่นนี้ได้ มันเป็นไปได้ที่นางจะสามารถควบคุมอารมณ์ของ
นางได้
หลังจากกงซานเข้ามาในบ้านแล้วนางก็อยู่ได้ไม่นาน เฟิงเฟิน
ไดเป็นคนอารมณ์แปรปรวนมาก อารมณ์ของนางจะเปลี่ยนไปมา
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เมื่อนางอยู่กับซวนเทียนหยานมันค่อนข้างดี แต่เมื่อ
ซวนเทียนหยานจากไป นางเริ่มที่จะโวยวายอีกครั้ง ไม่ว่านางจะดู
อะไร นางก็พบว่ามันไม่พอใจ นางมักจะรู้สึกราวกับว่าบ้านนี้เงียบมาก
จนเป็นที่ฝังศพของคนตาย เมื่อกงซวานมาถึง นางเพียงแต่
เคลื่อนไหวผ่านการพูดคุย นางไม่ได้สั่งบ่าวรับใช้ให้ยกน ้าชามาให้อีก
ฝ่ายสักถ้วย นางแค่เฝ้าดูอีกฝ่ายวางของกำนัลและรายงานชื่อก่อนที่
จะไล่นางออกไป สิ่งนี้ทำให้บ่าวรับใช้ของกงซานเริ่มโวยวายรอบใหม่
หลังจากออกจากบ้าน
ในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องนี้กงซานไม่ได้พูดอะไรมาก จากการ
โต้ตอบสั้น ๆ นี้นางได้รับความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับเฟิงเฟินได
สำหรับนาง ผู้คนที่ขาดอะไรบางอย่างเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการมัดใจ
พวกเขา การขาดบางอย่างหมายถึงคนผู้นั้นมีความปรารถนา
สำหรับนาง นางสามารถทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อเติมเต็มความ
ปรารถนาของพวกเขา
หลังจากกงซานจากไปแล้วเฟินไดได้ดูสิ่งของพิเศษจากเป็งโจว
เป็นเวลานาน มีผักแห้ง ผักดองและเสื้อ เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่ง
ที่เกษตรกรผลิตในเป็งโจว แม้ว่าพวกมันจะไม่คุ้มค่าเงินมากนัก แต่
พวกมันดูจริงจังมาก
เฟินไดมองและก็คร ่าครวญ “ลูกพี่ลูกน้องขององค์ชายแปดใช่
หรือไม่ ? มาถึงเมืองหลวงเพื่อเยี่ยมญาติ ๆ นางก็มีป้า 2 คนอยู่ใน
พระราชวัง ดีแค่ไหน การมีคนอยู่บ้านก็ดี แม้ว่าพวกเขาจะเป็นญาติ
ห่าง ๆ แต่อย่างน้อยก็มีความรู้สึกของมนุษย์ ไม่เหมือนกับบ้านของ
ตระกูลเฟิง ซึ่งเลวร้ายยิ่งกว่าตำหนักเย็น ! ”
——————————————————————
————————————
TN:การเปลี่ยนวิธีเขียนชื่อ