Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3053 สงครามระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิ
- Home
- Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล
- ตอนที่ 3053 สงครามระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิ
ตอนที่ 3053 สงครามระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิ
เสียงดังตูมตามดังตูม ตูม ตูม…ขึ้นมาไม่ขาดสาย ในเวลานี้เอง มองเห็นกองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงที่แล่นเข้ามาอย่างต่อเนื่องลำแล้วลำเล่า ในพริบตาเดียวนั่นเอง ทั่วท้องฟ้าล้วนถูกกองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงบดบังเอาไว้
อย่างไรก็ตาม กองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเหมือนไม่มีสิ้นสุดอย่างนั้น ยังคงมีเรือรบที่แล่นตามหลังเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เหมือนว่ากองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงต้องการเข้ามาเบียดดาวเคราะห์ดวงนี้ให้เต็มล้นอย่างนั้น
“ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน…” ยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยต่างชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง เมื่อมองเห็นเรือรบมากมายถึงเพียงนี้ที่แล่นเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย บดบังท้องฟ้าเอาไว้ทั้งหมด นับว่าสร้างความหวั่นไหวต่อจิตใจมากเหลือเกิน
“นี่แหละคือระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่เข้มแข็ง…” ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนบางส่วนที่มีชาติกำเนิดมาจากสำนักขนาดเล็กถึงกับรู้สึกอิจฉากับสิ่งนี้ เมื่อเห็นเรือรบที่แล่นเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย และบดบังท้องฟ้าเอาไว้
ผู้คนจำนวนมากต่างมีท่าทีหนักแน่นจริงจังขึ้นมา เมื่อมองเห็นบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเรือรบ ขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกหวั่นไหวกับความแข็งแกร่งของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถง
จะอย่างไรเสีย ไม่ว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิใดๆ ก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีสำนักและนิกายอยู่ในสังกัดนับพันนับหมื่น ภายในระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิๆ หนึ่ง แม้ว่าสำนักใดก็ตามได้อำนาจปกครองระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธินั้นแล้วก็ตาม แต่ว่า คิดจะให้ทุกสำนักในระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธินั้นๆ พร้อมใจกัน และสามารถโยกหรือระดมกำลังนับพันนับหมื่นได้ภายในระยะเวลาอันสั้นนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นมาก ไม่มีนิกายหรือสำนักที่คอยขัดขาก็นับว่าไม่เลวนักแล้ว
อย่างไรก็ตาม มาวันนี้ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงถึงกับเกณฑ์กองเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิมารวดเดียว ลองนึกภาพดูระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงโดยรวมมีความสามัคคีเพียงใด ขณะที่สายของพวกเด็กมหัศจรรย์สามตาที่ปกครองระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงนั้น ช่างมีความสามารถทำให้ผู้อื่นคล้อยตามที่ทรงพลังยิ่ง และมีอำนาจบารมีที่แข็งแกร่งมาก
“จะเปิดศึกกันแล้ว สงครามระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิด้วยกัน!” ทุกคนต่างตระหนักได้ว่า สงครามที่สะเทือนเลื่อนลั่นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อมองเห็นกองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงนับพันนับหมื่นลำที่มารวมตัวกันอยู่ที่ตรงนี้
หลายวันก่อน เทพสงครามจินเปี้ยนจัดการสังหารศิษย์ของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงทั้งหมดที่อยู่ที่นี่จนไม่เหลือหลอ ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงในฐานะที่เป็นหนึ่งในระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขาย่อมไม่สามารถกล้ำกลืนความอัปยศนี้เอาไว้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เทพสงครามจินเปี้ยนเคยพูดคำนักเลงเอาไว้ในตอนนั้นว่า จะทำลายระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถง ดังนั้น เมื่อเรื่องราวได้พัฒนามาถึงขั้นนี้แล้ว ไหนเลยที่ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงจะยอมเลิกรากันเล่า
แม้ว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนนั้นมีความแข็งแกร่งยิ่งนัก และเผ่าจินเปี้ยนก็เป็นเผ่าใหญ่ในยุคปัจจุบัน แต่ว่า อย่าลืมไปว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงก็มีความแข็งแกร่งเช่นกัน อีกทั้งเผ่าสามตาก็เป็นเผ่าใหญ่เช่นเดียวกัน
เหมือนดั่งเช่นตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนอย่างนั้น ศิษย์ของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นเผ่าจินเปี้ยน ขณะที่ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงก็เช่นกัน ศิษย์ของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิดังกล่าวส่วนใหญ่ก็จะเป็นเผ่าสามตาเช่นกัน
ดังนั้น เผ่าเดียวกัน ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเดียวกัน นิกายและสำนักนับพันนับหมื่นของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงจะไม่สามัคคีกันรึ? เมื่อใดที่ถูกศัตรูกล้าแข็งรังแก ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงก็จะสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวบรวมกองเรือรบขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่วัน และแล่นตรงมาถึงที่ตรงนี้
“ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงก็ใช่จะเป็นอะไรที่รับมือได้โดยง่าย ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถรังแกได้!” บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนมีท่าทีหนักแน่นจริงจัง เมื่อมองเห็นกองเรือที่ยิ่งใหญ่ปราศจากผู้เทียบเทียมแล่นเข้ามาเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้น กองเรือลักษณะเช่นนี้เพียงพอที่จะทำลายล้างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิใดลัทธิหนึ่งได้ ซึ่งใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อทุกคนได้เห็นกองเรือที่ยิ่งใหญ่ไพศาลเข่นนี้แล้ว ทำให้ทุกคนได้เข้าใจถึงความเข้มแข็งของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถง
แม้ว่ากล่าวสำหรับยุคปัจจุบันแล้ว ชื่อเสียงของเด็กมหัศจรรย์สามตายังไม่เท่าเทพสงครามจินเปี้ยน และสิ่งนี้ก็ส่งผลให้ผู้คนบังเกิดภาพลวงตาว่า ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเทียบไม่ได้กับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน แต่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว กำลังของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงไม่เห็นจะด้อยไปกว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนตรงไหน
“รนหาที่ตายเอง…” ทันใด้นั้นดวงตาทั้งสองของเทพสงครามจินเปี้ยนดูน่าเกรงขาม เมื่อมองเห็นกองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงที่แล่นเข้ามาอย่างไม่มีสิ้นสุด บนตัวปรากฎประกายแวบวับขึ้นทีหนึ่ง
ได้ยินเสียงแว้งค์ดังขึ้นเสียงหนึ่ง พริบตาเดียวนั่นเอง ร่างกายของเทพสงครามจินเปี้ยนพลันแยกกระจายออกเหมือนพังทลายลงมาอย่างนั้น และกลับกลายเป็นผงทองจำนวนนับไม่ถ้วน
ได้ยินเสียงตูมที่ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว มองเห็นเม็ดทรายสีทองที่ตกกระจัดกระจายพลันกลายเป็นพายุร้ายสีทอง และพายุร้ายที่เป็นผงทองหมุนก่อตัวขึ้นมาไม่ได้มีเพียงลูกเดียว แต่เกิดจากพายุสีทองจำนวนหลายสิบหลายร้อยลูกที่ก่อตัวขึ้นมา
เสียงตูม ตูม ตูมที่ดังตูมตามก้องฟ้าดินในพริบตา พายุผงทองจำนวนมากพุ่งโจมตีออกไปทันที ฉีกช่องว่างจนขาด บดขยี้สรรพสิ่งจนแหลกละเอียด ขณะที่พายุสีทองลักษณะเช่นนี้พุ่งโจมตีออกไปนั้น เหมือนเป็นมังกรยักษ์หลายสิบหลายร้อยตัวที่กำลังคำรามด้วยความโกรธอย่างนั้น
ได้ยินเสียงปัง ปัง ปังดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ในพริบตาเดียวนั่นเอง มองเห็นเศษชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนที่ปลิวว่อน เรือรบแต่ละลำถูกพายุสีทองพุ่งโจมตีจนยกตัวขึ้นสูง และท่ามกลางเสียงแตกร้าวดังคร๊ากกกก็มีเรือรบแต่ละลำที่ถูกฉีกจนแหลกละเอียดไป
อ๊ากก…เสียงร้องแหลมน่าเวทนาดังก้องไปทั่วฟ้าดิน ในพริบตาเดียวนั่นเอง เรือรบที่ถูกฉีกจนแหลกละเอียดปรากฏเลือดสดๆ ที่แตกกระจาย เพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏบนท้องฟ้าตกลงมาเป็นฝนเลือด ศพแต่ละศพที่ร่วงหล่นลงมาจากบนท้องฟ้าตกกระแทกกับพื้นดังปัง ปัง ปัง
พายุสีทองได้พัดโหมและม้วนอาละวาดไปทั่วพื้นที่ ทำลายเรือรบไปหลายร้อยลำ ทำให้ท้องฟ้าถูกเลือดสดๆ ย้อมจนกลายเป็นสีแดง
“โหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้ว โหดร้ายทารุณมากไปแล้ว!” ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่หวาดหวั่นพรั่นพรึง และร่างสั่นเทิ้มเมื่อมองเห็นภาพนี้แล้ว
พลันที่เทพสงครามจินเปี้ยนลงมือ ท่าทางเหมือนผ่ากระบอกไม้ไผ่ ปราศจากผู้ต้านทาน โหดเหี้ยมอันธพาล ทารุณโหดร้ายอย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องหน้าขาวซีดกับสิ่งนี้ นาทีนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้รับทราบถึงความโหดเหี้ยมอมหิตของเทพสงครามจินเปี้ยนแล้ว
ปัง ปัง ปังเสียงแตกละเอียดดังขึ้นมาไม่ขาดสาย พริบตาเดียวนั่นเอง เทพสงครามจินเปี้ยนได้ทำลายเรือรบไปหลายร้อยลำ ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ และบุกเข้าไปอยู่ท่ามกลางกองเรือรบของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเสมือนดั่งผ่าลำไม้ไผ่
ตูม…ขณะที่ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานท่วงทีของเทพสงครามจินเปี้ยน พลันปรากฎเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลำแสงมหาประลัยที่ร้อนแรงและละลานตาสายหนึ่งพลันพุ่งโจมตีเข้ามา ท่ามกลางเสียงตูมที่ดังขึ้น มองเห็นลำแสงมหาประลัยสายนี้พลันยิงทะลุพายุสีทองไปหลายสิบลูก
ขณะที่ลำแสงมหาประลัยดังกล่าวได้ทะลุผ่านพายุสีทองหลายสิบลูกไปแล้วนั้น ได้ยินเสียงปังที่ดังขึ้น ผงสีทองทั้งหมดได้จับตัวเข้าด้วยกันในพริบตา และเทพสงครามจินเปี้ยนก็ได้ปรากฎตัวขึ้นที่บนภูเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่ทว่า เขาได้ถูกลำแสงมหาประลัยที่น่าสยองขวัญยิ่งนี้ยิงโจมตีจนต้องก้าวถอยหลังตึง ตึง ตึงติดต่อกันหลายก้าว
ย่อมไม่ต้องสงสัยว่า ต่อให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นเทพสงครามจินเปี้ยนก็ไม่สามารถต้านรับเอาไว้ได้ทั้งหมด ภายใต้การโจมตีจากลำแสงมหาประลัยที่ทรงพลังเช่นนี้
ตูม ตูม ตูมเสียงตูมตามดังขึ้น นาทีนี้ปรากฏเรือรบลำยักษ์ยิ่งลำหนึ่งปรากฏขึ้นมา โดยที่เรือรบลำยักษ์ลำนี้สร้างขึ้นโดยอาศัยโลหะศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐมบรรพบุรุษ บนเรือรบลำยักษ์ได้สลักดวงตาทองคำข้างหนึ่ง ขณะที่ดวงตาทองคำข้างนี้ลืมตาขึ้นมา ได้เปล่งแสงที่ปราศจากผู้ต่อกรทั่วหล้าขึ้นมา เหมือนหนึ่งระดับปฐมบรรพบุรุษที่สูงส่งได้ลืมตาขึ้นมาอย่างนั้น
“เรือทองคำ นี่คือเรือรบของปฐมบรรพบุรุษเทียนถง!” มีผู้ที่ร้องเสียงหลงขึ้นมา เมื่อมองเห็นเรือรบทองคำลำยักษ์ที่แล่นเข้ามา
เรือรบทองคำลำนี้ก็คือเรือรบที่ปฐมบรรพบุรุษเทียนถงใช้ในการปราบปรามไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดินในครั้งนั้น ตัวลำเรือเองก็คือของวิเศษปฐมบรรพบุรุษที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มันเคยบรรทุกระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเกรียงไกรไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน ในยุคสมัยนั้น มันเคยเป็นตัวแทนอำนาจสูงสุดของปฐมบรรพบุรุษ
ทุกคนสามารถเข้าใจได้ว่า เพราะเหตุใดเทพสงครามจินเปี้ยนที่แข็งแกร่งเพียงนี้ยังคงถูกลำแสงมหาประลัยสายนั้นบีบบังคับให้ต้องล่าถอยไป เรือทองคำลำนี้มีธาตุแท้ภายในที่ลึกซึ้งยากจะหยั่งถึง มีไม้เด็ดของปฐมบรรพบุรุษเทียนถงอยู่ ดังนั้น การที่เทพสงครามจินเปี้ยนถูกลำแสงมหาประลัยเมื่อครู่บีบบังคับให้ต้องล่าถอยกลับไปก็ใช่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด
“เรือทองคำแล้วจะอย่างไร!” สีหน้าของเทพสงครามจินเปี้ยนดูเฉียบขาด เมื่อต้องเผชิญกับกองเรือของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ เผชิญกัยเรือทองคำที่ปราศจากผู้ต่อกร โบกมือทีหนึ่ง และกล่าวน่าเกรงขามขึ้นมาว่า “ตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนเคยเกรงกลัวผู้ใดเสียเมื่อไหร่!”
ตูม…ตูม…ตูม…จากการที่เทพสงครามจินเปี้ยนโบกมือไปทีหนึ่ง ปรากฏบนท้องฟ้ามีประตูมิติบานหนึ่งเปิดออก ด้วยขนาดที่ใหญ่ของประตูมิติเสมือนหนึ่งดันแผ่นฟ้าจนเปิดออกอย่างนั้น
หลังจากที่ประตูมิติเช่นนี้เปิดออกมาแล้ว ได้ยินเสียงตูม…ที่ดังสนั่น กองทัพนับพันนับหมื่นพลันเหยียบฟ้าดินจนแหลกลาญ
ในพริบตาเดียวนั่นเอง มองเห็นภายในประตูมิติปรากฏรถศึกนับพันนับหมื่นคันที่แล่นออกมา โดยที่รถศึกทุกๆ คันล้วนแล้วแต่มียูนิคอร์นที่มุทะลุดุดันเป็นตัวลากรถ
รถศึกแต่ละคันสร้างขึ้นมาจากโลหะวิเศษ ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่บนรถศึกแต่ละคันล้วนแล้วแต่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว กลิ่นอายฆ่าฟันพลุ่งพล่าน
รถศึกแต่ละคันมีที่เก่าและชำรุด บ้างยังคงไว้ซึ่งร่องรอยของกระบี่และดาบบนตัวรด กระทั่งมีธนูที่หักยังคงปักคาอยู่บนตัวรถก็มี ทำให้ผู้พบเห็นพลันทราบได้ทันทีว่า รถศึกแต่ละคันเหล่านี้ เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่บนสมรภูมิรบมาแล้ว
เสียงตูมตามดังขึ้นมาไม่ขาดสาย และรถศึกที่พุ่งตัวออกมาไม่ขาดสาย พริบตาเดียวนั่นเองรถศึกนับพันนับหมื่นได้ตั้งเป็นขบวนอยู่บนท้องฟ้า กลายเป็นหน่วยรบแต่ละหน่วยขนาดใหญ่ขึ้นมา
ภายในระยะเวลาอันสั้น รถศึกเสมือนดั่งได้ตั้งขบวนกลายเป็นพื้นที่สุดอันตรายอย่างนั้น ทอดสายตามองออกไป หน่วยรบแต่ละหน่วยได้ตั้งขบวนจนเต็มท้องฟ้าไปหมด
“หน่วยรบของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน…” ผู้คนจำนวนมากต่างรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เมื่อมองเห็นรถศึกจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากประตูมิติ และเรียงรายเต็มท้องฟ้า
นาทีนี้กองเรือของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง และหน่วยรบของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนได้เรียงรายกันเต็มท้องฟ้าของลูกอุกกาบาตนี้
กองทัพสองทัพที่อยู่ตรงหน้าคือกองทหารที่มีเป็นจำนวนหลายล้าน และหลายสิบล้านได้ถูกนำมารวมตัวกันอยู่ที่ตรงนี้ นาทีนี้ปณิธานการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ กลิ่นอายการฆ่าฟันพลันเกลื่อนกลาดทั่วฟ้าดิน
หลังจากที่กองทัพทั้งสองทัพมาชุมนุมอยู่ที่ตรงนี้แล้ว ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่รู้สึกว่าอากาศพลันดูเบาบางอย่างยิ่ง และแม้แต่หายใจยังลำบากแล้ว
“เล่นของจริงแล้ว นี่จะเป็นสงครามที่ยากจะหาใดเทียมในหล้า เกรงว่าจะต้องมีผู้คนจำนวนเป็นล้านต้องร่วงโรยอยู่ที่ตรงนี้แล้ว” เมื่อมองเห็นกองทัพนับพันนับหมื่นของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสองต่างมีสีหน้าที่หนักแน่นจริงจัง
ในเวลานี้ บรรยากาศดูจะหนักแน่นจริงจังยิ่งนัก นี่เป็นการต่อสู้ชี้ขาดของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสอง เป็นสิ่งที่สร้างความหวั่นไหวจิตใจผู้คนยิ่งนัก
ผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนไม่เคยเห็นภาพที่อลังการเช่นนี้มาชั่วชีวิต ด้วยสถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะมีสักกี่คนที่สามารถได้เห็นสมรภูมิรบที่มีการรวบรวมกำลังทหารได้เป็นจำนวนมากถึงหลายล้าน หลายสิบล้านเช่นนี้ได้เล่า
ด้วยขนาดของสงครามเช่นนี้ เกรงว่าในยุคสมัยหนึ่งก็ยากจะเกิดขึ้นได้สักกี่ครั้ง
มีผู้ที่อดจะซุบซิบขึ้นมาเบาๆ ว่า “นี่เป็นสงครามที่เกิดขึ้นจากผู้หญิงคนหนึ่งรึ?”
การก่อเกิดสงครามของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสอง หาใช่เป็นเรื่องที่เล็กๆ เลย ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิใดๆ ก็ตามต่างมีความระมัดระวังยิ่ง แต่ มาวันนี้กลับระเบิดขึ้นมาแล้ว
…………………………………………………..