Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3054 เหล่าจวินนัยน์ตาเทพ
ตอนที่ 3054 เหล่าจวินนัยน์ตาเทพ
ในขณะนี้สองทัพประจันหน้ากัน ปรากฏกลิ่นอายฆ่าฟันไร้ซึ่งความปราณีเกลื่อนกลาดเต็มท้องฟ้า ปณิธานเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายออกมาจากดาบและกระบี่ได้เอ่อท่วมฟ้าดินจนหมดสิ้น ทำให้ผู้คนถึงกับต้องสั่นเทา
ได้ยินเสียงแว้งค์ดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง นาทีนี้มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่บนหัวเรือของเรือทองคำ เป็นผู้เฒ่าคนหนึ่ง โดยผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายผู้เฒ่าผู้นี้ก็คือเด็กมหัศจรรย์สามตานั่นเอง
ผู้เฒ่าผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมตัวใหญ่ผูกเชือก มีแขนเสื้อที่กว้าง ขณะที่ลมพัดผ่านมาแรงจะส่งเสียงดังพรึบพรึบ มีท่าทีของลมพัดโชยแรงเมฆกระจัดกระจาย วันใดได้รับชัยก็จะกลับบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่
นัยน์ตาดวงที่สามบริเวณหว่างคิ้วของผู้เฒ่าตั้งขึ้นและปิดสนิท แต่ว่า แม้นัยน์ตาดวงนี้จะปิดสนิทยังคงมีประกายแสงสายหนึ่งที่เล็ดรอดออกมา ขณะที่ประกายแสงสายนี้เล็ดรอดออกมานั้น เหมือนผ่าฟ้าดินให้แยกออก ย้อนไปยังต้นกำเนิดที่ขมุกขมัว
ลักษณะของประกายแสงสายนี้นับว่าเจิดจ้าเกินไป และละลานตามากเกินไปจนสามารถทำให้ตาของทุกคนบอดได้ แม้จะเป็นเพียงประกายแสงสายหนึ่งเช่นนี้ ความสว่างของมันดูเหมือนจะเจิดจ้าละลานตายิ่งกว่าดวงตะวันเสียอีก
“เหล่าจวินนัยน์ตาเทพ…” ผู้ที่อยู่ในระดับบรรพบุรุษถึงกับตกใจ และหวาดผวา เมื่อเห็นผู้เฒ่าผู้นี้ที่ยืนอยู่บนหัวเรือของเรือทองคำ ประกายแสงสายนั้นที่แผ่กระจายออกมาจากนัยน์ตาดวงที่สามที่ตั้งขึ้นของเขาสามารถทำให้ทุกคนตาบอดได้
“เหล่าจวินนัยน์ตาเทพก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว” ผู้ที่รู้จักชื่อของเขาต่างตกใจยิ่งนัก เมื่อได้เห็นผู้เฒ่าผู้นี้แล้ว
เหล่าจวินนัยน์ตาเทพคือผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะแข็งแกร่งมากที่สุดของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง เขาได้ฝึกปรือนัยน์ตาดวงที่สามของเขาจนถึงขั้นสามารถสังหารระดับราชันแท้จริงได้อย่างง่ายดายแล้ว ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่หน้าถอดสีเมื่อเอ่ยถึงตัวเขา เขาคือระดับคงความอมตะตลอดกาลขั้นสูงสุดที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด
ผู้คนในหล้าไม่ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเหล่าจวินนัยน์ตาเทพมาไม่ทราบกี่ยุคกี่สมัยมาแล้ว เขาปลีกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลกมานานมากแล้ว นึกไม่ถึงว่าในยุคนี้เหล่าจวินนัยน์ตาเทพไม่เพียงปรากฎตัวอีกครั้งเท่านั้น ทั้งยังมาด้วยตนเอง ย่อมสมามารถจินตนาการได้ว่า มาคราวนี้ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงไม่ได้ล้อเล่น แต่ต้องการตายไปข้างหนึ่งกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนจริงๆ
“ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงพวกเราใช่ปั้นด้วยดินเหมือนกัน ต่อให้ปั้นด้วยดินก็ยังมีความเป็นดินอยู่สามส่วน” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงเหมือนปราศจากอารมณ์โกรธ
ทว่า แม้คำพูดของเหล่าจวินนัยน์ตาเทพที่พูดออกมาปราศจากอารมณ์โกรธ ยังคงทำให้ผู้คนต้องเคารพยำเกรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสายตาของเขาจ้องมองเข้ามานั้น ต่อให้เป็นราชันแท้จริงที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ ยังรู้สึกเหมือนตนเองถูกมีดแหลมคมแทงเข้าหัวใจอย่างนั้น
ไม่ว่าใครก็เข้าใจได้ว่า เกรงว่าการปรากฎตัวขึ้นมาของเหล่าจวินนัยน์ตาเทพไม่เพียงต้องการทวงความยุติธรรมให้กับระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงเท่านั้น ยังต้องการหนุนหลังให้กับเด็กมหัศจรรย์สามตาอีกด้วย
ในเวลานี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้แอบมองดูเทพสงครามจินเปี้ยนทีหนึ่ง แม้ว่าเทพสงครามจินเปี้ยนจะเป็นราชันแท้จริงสิบสองลัคนาคนหนึ่ง ชื่อเสียงด้านการรบโด่งดังยิ่ง แต่ว่า เมื่อเผชิญกับผู้ดำรงอยู่ในฐานะเช่นเหล่าจวินนัยน์ตาเทพแล้ว โอกาสชนะของเขามีไม่มาก
แน่นอน มีผู้คนจำนวนไม่น้อยแอบมองดูหมิงหวังฝอทีหนึ่ง จะอย่างไรเสียหมิงหวังฝอกับเทพสงครามจินเปี้ยนอยู่ในแนวร่วมเดียวกัน เมื่อถึงเวลานั้นไม่แน่นักแม้แต่ห้าสหายภูผาเมฆก็จะช่วยเหลือเทพสงครามจินเปี้ยนอีกแรง
แต่ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าใจได้ว่า เมื่อใดที่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสงครามระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิแล้ว ก็จะนำพาระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิของตนเข้าไปอยู่ในข้อพิพาทด้วย
“เหล่าจวิน เรื่องของคนหนุ่มก็ปล่อยให้คนหนุ่มไปแก้ไข ตาเฒ่าอย่างพวกเราใยต้องเข้าไปวุ่นวายด้วยเล่า” พลันที่เหล่าจวินนัยน์ตาเทพเพิ่งจะพูดขาดคำ เสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
ในเวลานี้ ได้ยินเสียงเอี๊ยดด เอี๊ยดด เอี๊ยดดดังขึ้น เวลานี้ในประตูมิติปรากฏรถศึกทองคำค่อยๆ แล่นออกมาอย่างช้าๆ ขณะที่รถศึกทองคำค่อยๆ เคลื่อนออกมานั้น ประกายสีทองละลานตาอย่างยิ่ง เสมือนหนึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของเทพสุริยัน และรถศึกทองคำคันนี้เหมือนสร้างขึ้นมาจากทองคำที่ดีที่สุด
ผู้เฒ่าผู้หนึ่งยืนอยู่บนรถศึกทองคำ ผู้เฒ่าผู้นี้มีสีเหลืองทองทั้งตัว ร่างกายของเขาก็เหมือนหลอมสร้างจากทองคำอย่างนั้น ร่างกายทองคำของเขาแลดูงดงามอย่างยิ่ง ภาพรวมของร่างกายของเขาดูไปแล้วก็ไม่เหมือนร่างที่เป็นเลือดเป็นเนื้อ!
ผู้เฒ่าผู้นี้สวมมงกุฎพระอาทิตย์บนหัว ฮ่องเต้สุริยันได้โปรยปรายเปลวเพลิงสุริยันที่ไม่มีสิ้นสุดลงมา และห่อหุ้มร่างกายทั้งหมดของเขาเอาไว้ ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามเมื่อเข้าไปใกล้เปลวเพลิงสุริยันที่น่าสยองขวัญ ก็จะถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น
แม้ว่าผู้เฒ่าผู้นี้อยู่บนท้องฟ้า และอยู่ห่างจากผู้คนไกลมาก แต่ว่า ในระยะที่ห่างไกลมากก็ทำให้ผู้คนรับรู้ได้ถึงคลื่นความร้อนที่ร้อนเผ่ายิ่งสายหนึ่งเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้ผู้คนรู้สึกร้อนจนยากจะทนได้
“เทพผยองสุริยัน…” ทุกคนต่างมีภาพความทรงจำที่ลึกซึ้งมากเหลือเกิน เมื่อได้มองเห็นผู้เฒ่าผู้นี้แล้ว เขาเหมือนเทพสุริยัน ขอเพียงเป็นผู้ที่เคยเห็นหน้าเขาเพียงครั้งเดียวล้วนไม่ลืม แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน ขอเพียงรับรู้ถึงชื่อเสียงของเขาแล้ว พลันที่มองเห็นร่างที่แท้จริงของเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใครแล้ว
“เทพผยองสุริยันก็มาแล้ว ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิสองแห่งได้หักหน้ากันอย่างสิ้นเชิงแล้ว” แม้แต่ระดับบรรพบุรุษที่มีกำลังความสามารถระดับคงความอมตะตลอดกาลก็อดที่จะอกสั่นขวัญแขวน เมื่อมองเห็นผู้เฒ่าผู้นี้
เทพผยองสุริยัน ผู้มีฐานะสูงสุดของเผ่าจินเปี้ยนก็คือระดับคงความอมตะตลอดกาล ชั้นสูงสุดคนหนึ่ง ได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่ยังคงเหลืออยู่ของเผ่าจินเปี้ยน เรียกได้ว่าปราศจากผู้ต่อกร
หลังจากเงียบสงัดกาลเวลาแล้วกาลเวลาแล้ว เทพผยองสุริยันถึงกับปรากฏตัวขึ้นมา แล้วจะไม่ให้ผู้คนต้องหวั่นไหวได้อย่างไร
มาวันนี้ ณ ที่ตรงนี้ เหล่าจวินนัยน์ตาเทพของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง เทพผยองสุริยันของเผ่าจินเปี้ยน พวกเขาต่างก็ได้มาแล้ว อานุภาพสยบเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน มีผู้ที่ทักษะอ่อนด้อยจำนวนเท่าไรที่ต้องคุกเข่าลงเต็มไปหมด ภายใต้การสยบด้วยอำนาจของพวกเขา
สิ่งนี้ได้ทำให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเข้าใจได้ว่า สงครามระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง กับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะต้องมีระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิหนึ่งล่มสลายอย่างแน่นอน!
“พี่นัยน์ตาเทพ ไม่พบกันเสียนานเลย” หลังจากที่รถศึกทองคำได้แล่นออกมาจริงๆ แล้ว เทพผยองสุริยันยืนอยู่ตรงนั้น ประกายของเขาส่องสว่างโลกหล้า เหมือนว่าเขาได้นำพาแสงสว่างมาให้กับทั่วหล้าอย่างนั้น
“พี่สุริยัน ไม่พบกันนาน” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพยืนตระหง่านอยู่ที่ตรงนั้น และกล่าวช้าๆ ขึ้นมาว่า “คำพูดของพี่สุริยันข้าก็ไม่ปฏิเสธ เรื่องของคนหนุ่มสามารถปล่อยให้ผู้หนุ่มไปวุ่นวาย แต่ว่า หนูน้อยตระกูลของท่านเข่นฆ่าศิษย์ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงของข้าหลายแสนคน ก่อนอื่นจะต้องมีคำอธิบายกับพวกเรา”
“เรื่องความเป็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาบนโลก” เทพผยองสุริยันยิ้มนิดหนึ่ง แต่ว่า รอยยิ้มของเขากลับไม่มีรอยยิ้ม และกล่าวว่า “สงครามมักจะทารุณโหดร้ายเสมอ ใต้หล้าล้วนมีผู้คนนับพันนับหมื่นถูกสังหารในทุกๆ วัน การที่ถูกคนอื่นสังหารได้แต่โทษตนเองที่ฝึกวิชามาไม่ดีพอ”
“ที่แท้พี่ท่านก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพหัวเราะน่าเกรงขามอย่างทระนง และกล่าวว่า “เช่นนั้น ให้ผู้เยาว์ที่ไม่เอาไหนของข้าคนนี้เข้าไปที่เผ่าจินเปี้ยนเข่นฆ่าสังหารผู้แก่เด็กน้อยนักสิบล้านดีไหม?” กล่าวพลางได้ตบบ่าของเด็กมหัศจรรย์สามตาที่อยู่ข้างกาย
พลันที่คำพูดของเหล่าจวินนัยน์ตาเทพพูดขาดคำ นัยน์ตาของเทพผยองสุริยันพลันดูน่าเกรงขาม เหมือนมีมังกรไฟสองตัวที่พุ่งออกมาทันทีอย่างนั้น
บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในเหตุการณ์อดที่จะกลั้นหายใจเอาไว้ แม้ว่าเด็กมหัศจรรย์สามตาหาใช่ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ว่า ถ้าหากเหล่าจวินนัยน์ตาเทพจัดการส่งตัวเขาไปที่ผืนแผ่นดินของเผ่าจินเปี้ยนในพริบตาเดียว เช่นนั้นแล้วการที่เด็กมหัศจรรย์สามตาคิดจะเข่นฆ่าสังหารผู้แก่และเด็กที่เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาของเผ่าจินเปี้ยน นั่นหาใช่เรื่องยากอะไร
หากเหล่าจวินนัยน์ตาเทพคิดจะทำเช่นนี้จริงๆ จะเป็นตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนก็ดี เผ่าจินเปี้ยนก็ช่าง ขวางเอาไว้ไม่ได้แน่นอน
สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดของสงครามระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสอง หาใช่สงครามขนาดใหญ่ระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสอง และไม่ใช่สงครามซึ่งกันและกันของผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะสูงสุดของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งสอง ที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือ มีฝ่ายหนึ่งพลันลงมือกับผู้แก่เด็กน้อยมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอีกฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะขัดขวางเอาไว้ได้
แน่นอน เรื่องเช่นนี้นับว่าต่ำช้ายิ่งนักก เป็นสิ่งที่เหยียดหยามของผู้คนเสมอๆ
แต่ว่า หลายวันก่อนเทพสงครามจินเปี้ยนพลันปฏิบัติการกะทันหัน ทำการเข่นฆ่าศิษย์ของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงเป็นจำนวนมากโดยไร้เค้าลางมาก่อน ซึ่งก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องที่มีเกียรติแต่อย่างใด และไม่ใช่เป็นเรื่องที่บริสุทธิ์เปิดเผยและยึดมั่นความเป็นธรรมอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขายังมีฐานะเป็นถึงราชันแท้จริงสิบสองลัคนาอีกด้วย
ดังนั้น ในเวลานี้ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากต่างกลั้นหายใจเอาไว้ โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญตนที่มีชาติกำเนิดมาจากสำนักขนาดเล็ก ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจ เนื่องจากสงครามระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิ สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวมากที่สุดหาใช่การต่อสู้ชี้ขาดซึ่งหน้าระหว่างระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิ แต่กลัวศัตรูพลันลงมือกับสำนักที่อ่อนแอ กระทั่งมนุษย์ปุถุชนธรรมดา
เมื่อใดที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะต้องมีสำนักขนาดเล็กจำนวนเท่าไรต้องล่มสลายภายในชั่วข้ามคืน
“การกระทำเช่นนี้ของพี่เหล่าจวินออกจะเกินเลยไปแล้ว” เทพผยองสุริยันกล่าวเย็นชาขึ้นมา
“พอๆ กันแหละ” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพหัวเราะเยาะ และกล่าวน่าเกรงขามว่า “ถ้าหากตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนไม่ต้องการให้สงครามเกิดขึ้น ต้องให้คำอธิบายที่พอใจกับระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง!”
ท่าทางของเหล่าจวินนัยน์ตาเทพเรียกได้ว่ายกตนข่มท่าน แน่นอน ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงใช่จะเป็นผู้อ่อนแออะไร ต่อให้ต้องทำสงครามอย่างทระหดกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนจนถึงที่สุด พวกเขาก็จะไม่อ่อนข้อให้
“เหล่าจวินนัยน์ตาเทพต้องการคำอธิบายเช่นใดเล่า?” เทพผยองสุริยันกล่าวเยาะเย้ยขึ้นมา
“มันก็ไม่ยาก จัดการยกเลิกสัญญาสมรสระหว่างพวกท่านกับสวนอีเดนก่อน แล้วค่อยมาเจรจาเรื่องคำอธิบายก็ยังไม่สาย” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพกล่าวเย็นชาขึ้นมา
พลันที่เหล่าจวินนัยน์ตาเทพพูดคำๆ นี้ขึ้นมา ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมองหน้าซึ่งกันและกัน การที่ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงทำเช่นนี้ เท่ากับชัดเจนว่าต้องการแย่งผู้หญิงกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนแล้ว
“เหอะ เหอะ เหอะ…” เทพผยองสุริยันยิ้มเยาะ และกล่าวว่า “ดูท่าระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงพวกท่านจะไม่ยอมเลิกราแล้ว!”
“เรื่องนี้ไม่มีอะไรจะคุยอยู่แล้ว ฆ่าไม่มีละเว้น!” ในเวลานี้ ดวงตาทั้งสองของเทพสงครามจินเปี้ยนพลันน่าเกรงขาม ปณิธานการฆ่าดั่งคลื่นยักษ์ ตัวเขาเสมือนดั่งเป็นสัตว์ร้ายที่ออกจากกรง กลืนกินฟ้าดิน กระหายเลือดดั่งคนบ้าคลั่ง ปณิธานการฆ่า และประกายกระหายเลือดสายนั้นจากดวงตาทั้งสองของเขา ทำให้ทุกคนตัวสั่นดั่งลูกนก
เทพสงครามจินเปี้ยนคือราชันแท้จริงสิบสองลัคนา ไหนเลยยอมให้ผู้อื่นมาแย่งชิงผู้หญิงของตนได้ แววตาของเขาดูน่าครั่นคร้าม ปณิธานการฆ่ารุนแรง กล่วน่ครั่นคร้ามว่า “วันนี้ ไม่เพียงต้องการทำลายระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงพวกเจ้าเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ยังต้องการสังหารสิ้นระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงพวกเจ้า ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!”
คำพูดเช่นนี้ของเทพสงครามจินเปี้ยนพลันทำให้ผู้คนมองเห็นภาพของทะเลเลือดที่ดั่งคลื่นยักษ์ ข้างหูของทุกคนล้วนปรากฏเสียงร้องที่แหลมที่เศร้ารันทดได้แล้ว ทุกคนล้วนแล้วแต่เหมือนได้กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น ทำให้ผู้คนถึงกับสั่นเทา
ความเป็นผู้ชื่นชอบในสงคราม โหดร้ายทารุณของเทพสงครามจินเปี้ยน ใช่จะเป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอม
“ใครจะเป็นผู้กำชัยยังไม่รู้…” ดวงตาทั้งสองของเหล่าจวินนัยน์ตาเทพดูน่าเกรงขาม และตวาดว่า “เช่นนั้น วันนี้ไม่ตายไม่เลิก!”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็พิสูจน์ความเป็นความตายในสมรภูมิรบก็แล้วกัน” เทพผยองสุริยันหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและน่าเกรงขาม
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว เทพผยองสุริยันยังไม่ได้ขยับตัว เห็นเพียงเพลิงสมาธิที่ไม่มีสิ้นสุดเสมือนดั่งคลื่นยักษ์ที่โหมสาดซัดพุ่งโจมตีเข้าหาเหล่าจวินนัยน์ตาเทพ
“ฆ่า…” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพพวกกินมังคำรามเสียงดัง สายตาพลันล็อคเป้า เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว สายตาดั่งเสาสวรรค์ที่พุ่งโจมตีเข้าหาเทพผยองสุริยัน
…………………………………………………..