Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3061 ถือโอกาสรุมเมื่อเสียอำนาจ
ตอนที่ 3061 ถือโอกาสรุมเมื่อเสียอำนาจ
การมาถึงของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมาร พลันสร้างความสิ่งเหนือความคาดคิดให้กับทุกคนทันที จะอย่างไรเสีย เมื่อเปรียบเทียบกัยระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่มีความแข็งแกร่งจำนวนมากแล้ว ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารถือเป็นระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่ค่อนข้างค่อมต่ำ โดยเฉพาะวิหารอมตะ ยิ่งค่อมต่ำจนน้อยครั้งมากที่จะเผยโฉมออกมา
กล่าวกันในระดับหนึ่งแล้ว วิหารอมตะค่อมต่ำจนเกือบถูกผู้คนลืมเลือนไปแล้ว แต่ว่า การค่อมต่ำของวิหารอมตะนั้นใช่ว่ามันจะอ่อนแอ แต่เป็นเพราะมันปรากฏตัวน้อยมากเท่านั้น
มีคำเล่าลือเกี่ยวกับวิหารอมตะต่างๆ นานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการคาดเดาเกี่ยวกับผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะอยู่ไม่น้อย เคยมียอดฝีมือได้กล่าวเอาไว้ว่า วิหารอมตะคือสำนักที่สืบทอดวิชาจากผู้เฒ่าอมตะที่แท้จริง ดังนั้น บรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะจึงเป็นระดับบรรพบุรุษที่มีอายุยืนมากที่สุดของแดนลัทธิเซียน กระทั่งมีคำเล่าลือว่า ในบรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะนั้นถึงกับมีผู้ที่สามารถกลับชาติเกิดใหม่ได้เป็นผลสำเร็จอีกด้วย
กล่าวได้ว่า บรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง พวกเขาคือกำลังกลุ่มหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิใดๆ และหรือบุคคลใดๆ จะละเลยไม่ได้
แต่ว่า ผู้ที่สร้างความสะเทือนหวั่นไหวต่อจิตใจผู้คนมากที่สุดของวิหารอมตะก็คือ คงความอมตะตลอดกาลเจียง ระดับคงความอมตะตลอดกาลผู้ซึ่งเคยเอาชนะระดับปฐมบรรพบุรุษของแดนลัทธิพรรษมาก่อน เคยมีอำนาจสยบมายุคสมัยแล้วยุคสมัยเล่า
ลองนึกภาพดู ในครั้งนั้นคงความอมตะตลอดกาลเจียงได้เอาชนะปฐมบรรพบุรุษเจินเหยียนนั้น ช่างเป็นที่สะเทือนหวั่นไหวต่อจิตใจผู้คนเช่นใด เคยทำให้เทพแท้จริงนับไม่ถ้วนในหล้าต้องตื่นเต้นดีใจกับสิ่งนี้ ทำให้ระดับเทพแท้จริงจำนวนมากได้รู้จักเส้นทางสายนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าคงความอมตะตลอดกาลเจียงไม่ได้ปรากฏตัวมานานมากแล้ว แต่ว่า กลับมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเขาได้เก็บตัวอยู่ภายในวิหารอมตะ
มาวันนี้ มองเห็นวิหารโบราณแต่ละหลังที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า และภายในวิหารมีระดับบรรพบุรุษแต่ละคนที่ผมเผ้าขาวโพลนนั่งอยู่ ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกใจหายใจคว่ำ แม้ว่าบรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะล้วนแล้วแต่ดูเลือนรางเหมือนจะปรากฎตัว แต่ว่า จะอย่างไรเสียกลิ่นอายของพวกเขายังคงวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า กดดันผู้คนจนหอบหายใจไม่ทัน
แม้ว่าจำนวนคนของวิหารอมตะจะดูน้อยไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับกองทัพหมื่นพันอื่นๆ แต่ว่า ความแข็งแกร่งของบรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิใด และหรือกองทัพใดๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม ล้วนไม่กล้าดูแคลนเลยแม้แต่น้อย
บรรดาผู้เฒ่าที่เก็บตัวละจากทางโลกแห่งวิหารอมตะที่อยู่ในวิหารล้วนแล้วแต่สามารถหนึ่งต่อหมื่น หนึ่งต่อแสน และหรือหนึ่งต่อล้านทั้งสิ้น พวกเขาคือระดับบรรพบุรุษที่อาศัยมือข้างเดียวก็สามารถเกรียงไกรไปทั่วท้องฟ้าทั้งสิ้น
“วิหารอมตะก็มาด้วยแล้ว เพราะอะไรแม้แต่ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารก็มาแปดเปื้อนกับน้ำโคลนนี้ด้วยเล่า?” ผู้คนจำนวนมากนึกไม่ออกว่าเพราะอะไร กับการมาของวิหารอมตะ
เวลานี้ฮ่องเต้วิหารอมตะยืนอยู่บนท้องฟ้า ทั้งสวยงามเซ็กซี่ ทั้งมีความเป็นฮ่องเต้ที่ปราศจากผู้เทียบเทียม นับเป็นสาวงามที่เปี่ยมด้วยความเย้ายวนโดยแท้
“หรือว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารไม่กลัวว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนจะแก้แค้นภายหลังอย่างนั้นรึ?” มีผู้ที่พูดเสียงแผ่วเบาขึ้นมา
นับว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดคิดโดยแท้กับการมาของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมาร เนื่องจากในความทรงจำของผู้คนนั้น ดูเหมือนว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารจะไม่ได้มีบุญคุณความแค้นใดๆ กับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนเลย เพราะอะไรเวลานี้ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารจึงได้มาล้อมปราบตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน
หากจะกล่าวว่า เป็นเพราะคำพูดคำเดียวของเทพสงครามจินเปี้ยนทำให้หอจรัสศักดิ์สิทธิ์โกรธจัด จึงได้ระดมกำลังทหารหมื่นพันมาล้อมปราบเทพสงครามจินเปี้ยนนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ว่า ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนไม่เคยมีความแค้นกันมาก่อน ดันส่งกำลังทหารมาล้อมปราบตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนซะงั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถเข้าใจได้
เทพสงครามจินเปี้ยนในฐานะผู้กุมอำนาจของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนพลันมีสีหน้าที่ดูไม่จืดถึงขีดสุด ตัวเทพสงครามจินเปี้ยนเองคือราชันเท้จริงสิบสองลัคนาคนหนึ่ง เคยมีอำนาจสยบทั่วหล้า สร้างชื่อด้วยเรื่องของสงคราม ผู้คนจำนวนเท่าไรที่ขวัญหนีดีฝ่อเมื่อได้ยินชื่อของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนยังเป็นหนึ่งในระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนลัทธิเซียน เป็นผู้นำของเผ่าจินเปี้ยนทั้งหมด ผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับเขา
มาในวันนี้ ทันใดนั้นเองดูเหมือนตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของพวกเขาพลันกลายเป็นเป้าการล้อมปราบของทุกคน เหมือนว่าได้กลายเป็นผู้ที่ทุกคนรังเกียจเดียดฉันท์ จะไม่ให้ภายในใจของเทพสงครามจินเปี้ยนต้องอึดอัดได้รึ?
สิ่งที่ทำให้เทพสงครามจินเปี้ยนรู้สึกคับแค้นใจมากที่สุดก็คือ ปรกติแล้วเขาไม่เคยมีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารอยู่ในใจ ไม่เคยคิดว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารมีอะไรดีนักหนา ก็มาล้อมปราบตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของพวกเขากะทันหันเช่นนี้ ทำให้เขาโกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
“ฮ่องเต้วิหารอมตะ พ้นวันนี้ไป ข้าจะต้องคืนให้กับระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารพวกเจ้าเป็นสองเท่า วันหน้าจะต้องเป็นวันที่ระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารพวกเจ้าถูกทำลาย!” ดวงตาทั้งสองของเทพสงครามจินเปี้ยนในเวลานี้พลันดูน่าเกรงขาม เปี่ยมด้วยปณิธานการฆ่ามากมาย ทำให้ผู้คนต้องตัวสั่นดั่งลูกนก
เทพสงครามจินเปี้ยนคือราชันแท้จริงสิบสองลัคนาคนหนึ่ง ชั่วชีวิตของเขาไม่เคยเกรงกลัวต่อผู้ใด แม้ว่าจะตกอยู่ในยามคับขัน เขายังคงเหมือนสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่โหดร้ายทารุณตัวหนึ่ง
ฮ่องเต้วิหารอมตะมองดูเทพสงครามจินเปี้ยนแวบหนึ่ง ไม่ได้มีอารมณ์โกรธ เอ่ยขึ้นมาช้าๆ ว่า “หสังจากวันนี้ไปแล้วไม่มีตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนอีกต่อไป!”
“อาศัยระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมารพวกเจ้าน่ะหรือ?” เทพสงครามจินเปี้ยนหัวเราะเสียงดัง ดวงตาทั้งสองดูน่าเกรงขาม ความพาลรุนแรง กลิ่นอายการฆ่าเสมือนดั่งคลื่นยักษ์ที่ม้วนปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
แต่ว่า ฮ่องเต้วิหารอมตะไม่ได้พูดอะไรอีก หลบอยู่ในวิหารโบราณด้วยท่าทีเอ้อระเหย
“วิหารอมตะกล้ามาล้อมปราบตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน มัน มันออกจะไม่เจียมตัวไปหน่อยแล้วกระมัง” มีผู้ที่ซุบซิบขึ้นมา
“แหะเจ้าจะดูแคลนวิหารอมตะมากเกินไปแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจียงป้ายังคงอยู่หรือไม่ ถ้าหากเจียงป้ามาด้วยทุกอย่างล้วนเป็นเพียงเมฆหมอกเท่านั้น” ระดับบรรพบุรุษผู้หนึ่งได้หัวเราะแหะแหะว่า “แค่คงความอมตะตลอดกาลเจียงคนหนึ่งก็สามารถสู้จนฟ้าถล่มดินทลายแล้ว เฉกเช่นเทพผยองสุริยันสิบคนก็สู้เขาไม่ได้ แค่ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถกวาดกองทัพทั้งหมดของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนจนสิ้น”
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว ในพริบตาเดียวนี้เอง ปรากฏกองทัพนับหมื่นนับพันได้วิ่งห้อเข้ามา ในพริบตาเดียวกลิ่นอายสัตว์ทั่วฟ้าดินม้วนปกคลุมไปทั่ว ได้ยินเสียงกรรจเสียงดังเสียงหนึ่ง ปรากฎมังกรยักษ์แต่ละตัวที่บุกเข้ามา
เพียงชั่วพริบตาเดียว มองเห็นมังกรยักษ์แต่ละตัวที่ยึดครองพื้นที่อยู่บนท้องฟ้าสูง ด้านหลังของมังกรยักษ์คือกองทัพที่มีทหารหมื่นพันทัพหนึ่ง ยอดฝีมือแต่ละคนได้นั่งอยู่บนหลังของสัตว์ยักษ์แต่ละตัว
“กองทัพสัตว์เทพเทียนหรง!” ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกตระหนก เมื่อมองเห็นการมาของกองทัพนี้
“ไม่นะ ไม่เพียงแต่กองทัพสัตว์เทพเทียนหรงที่มา แม้แต่บรรพบุรุษรุ่นบุกเบิกของตำหนักมังกรแท้จริงหลายๆ คนก็มาด้วยแล้ว” ระดับบรรพบุรุษถึงกับใจหายใจคว่ำ เมื่อมองเห็นมังกรยักษ์แต่ละตัวที่อยู่บนท้องฟ้านั่น
“ตำหนักมังกรแท้จริงคิดจะทำอะไร?” มีคนงงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวด้วยความตระหนกว่า “ทำไมพวกเขาจึงระดมกองทัพเข้ามาด้วย”
“ราชันหญิงจื่อหลง เจ้าคิดจะทำอะไร…” เทพสงครามจินเปี้ยนตะโกนเสียงดังขึ้นมา เมื่อมองเห็นกองทัพสัตว์เทพเทียนหรง และบรรดาบรรพบุรุษรุ่นบุกเบิกล้วนมากันแล้ว
ราชันหญิงจื่อหลงจ้องมองเทพสงครามจินเปี้ยน กล่าวขึ้นช้าๆ ว่า “ไม่ทำอะไร เด็กมหัศจรรย์สามตาและราชันแท้จริงหลิงซินได้รับการชี้เจาะจงเอาไว้แล้วเป็นผู้ที่เจ้าจะแตะต้องไม่ได้! หากตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนไม่รู้จักกาลเทศะ วันนี้จะถูกสังหารจนสิ้น!”
ราชันหญิงจื่อหลงดูจะเปิดเผยตรงไปตรงมายิ่งกว่าเมื่อเทียบกับหอจรัสศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการบอกจุดประสงค์ของตนออกมาโดยตรง และท่าทีของราชันหญิงจื่อหลงก็ดูแข็งกร้าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ดี เข้าใจว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของข้าเป็นมนุษย์ดินปั้นที่สุดแต่ใครจะบีบเล่นอย่างนั้นรึ?” เทพสงครามจินเปี้ยนโกรธจัดจนต้องหัวเราะขึ้นมา ปรากฎประกายที่พวยพุ่งออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ปณิธานการฆ่าดั่งมีดดาบ ทุกๆ ดาบล้วนประหารสวรรค์
ในเวลานี้ ทหารกองทัพตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนได้เริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน พวกเขาได้รวบรวมกำลังเข้าด้วยกัน เนื่องจากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกองทัพจรัสต่างๆ หลายสิบกองทัพที่มีกำลังทหารนับพันนับหมื่น
แม้ว่ากองทัพของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนก็มีความแข็งแกร่งยิ่งนัก เคยเกรียงไกรไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน แต่ทว่า เมื่อต้องเผชิญกับกองทัพจรัสที่มีกำลังทหารนับพันนับหมื่น ดูจะใจสู้แต่กำลังไม่เป็นใจอยู่บ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีทัพใหญ่ของระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเซียนมาร ตำหนักมังกรแท้จริงที่อยู่รอบนอก พร้อมจะโจมตีพวกเขา
ในเวลานี้ เทพผยองสุริยันที่เป็นระดับบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งมากที่สุดของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนมีสีหน้าที่หนักแน่นจริงจังยิ่ง เขาไม่เข้าใจเลยว่า เพราะอะไรจึงมีระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิจำนวนมากมาล้อมปราบพวกเขาอย่างกะทันหันเช่นนี้
เมื่อครู่นี้เอง ยังเป็นเรื่องของบุญคุณความแค้นระหว่างตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของพวกเขากับระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเท่านั้น เหตุใดตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของพวกเขาพลันกลับกลายเป็นเป้าของทุกคน นาทีนี้แม้แต่เทพผยองสุริยันที่เคยพานพบอุปสรรคมานับไม่ถ้วนก็ไม่เข้าใจ
“ราชันหญิงจื่อหลง ราชันแท้จริงเซิ่นซวง เทพสงครามจินเปี้ยน หมิงหวังฝอ” มีผู้ที่มองดูอัจฉริยะบุคคลกลุ่มคนรุ่นใหม่แห่งยุคที่อยู่ตรงหน้าแล้ว อดที่จะกล่าวว่า “ผู้ที่แกร่งที่สุดของสี่สถาบันศึกษาใหญ่แห่งหอจรัสศักดิ์สิทธิ์ได้มากันแล้ว นับว่าคึกครื้นอย่างยิ่ง”
“ทุกท่าน ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่เลย” เทพผยองสุริยันกล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “นี่เป็นเพียงบุญคุณความแค้นระหว่างตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนของพวกเรากับระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิเทียนถงเท่านั้นเอง ไม่ได้มีความแค้นกับเหล่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิต่างๆ และไม่ได้มีพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อทุกๆ ท่าน”
ตูม ตูม ตูมในเวลานี้เอง เสียงดังตูมตามดังขึ้นมาเป็นระลอก มองเห็นรถศักดิ์สิทธิ์สีทองแล่นเข้ามาคันหนึ่ง ประกายแสงได้ส่องสว่างท้องฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็ได้เห็นยอดฝีมือนับไม่ถ้วนที่ลงมาดั่งทูตสวรรค์ กองทัพดังกล่าวเมื่อมองดูจากระยะห่างไกลเสมือนหนึ่งเป็นกองทัพทูตสวรรค์อย่างนั้น
“สวนเอเดนก็มาแล้ว” มีผู้ที่พึมพำขึ้น เมื่อมองเห็นกองทัพๆ นี้ “เป็นกองหนุนของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนรึ?”
อย่างไรก็ตาม คนผู้นี้ได้เดาผิดเสียแล้ว ยายเฒ่าผู้หนึ่งที่อยู่บนรถศักดิ์สิทธิ์ได้กวักมือต่อราชันแท้จริงหลิงซิน และกล่าวว่า “นังหนู เข้ามานี่ ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้า!”
ราชันแท้จริงหลิงซินอุ้มเด็กมหัศจรรย์ สามตาล่าถอยเข้าไปในรถศักดิ์สิทธิ์
“นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ยกเลิกสัญญาเกี่ยวดองสมรสระหว่างสวนเอเดนกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน สวนเอเดนกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนไม่ขออยู่ร่วมโลก!” เวลานี้ ยายเฒ่าผู้นี้ได้ขว้างม้วนหนังสือออกไป ได้ยินเสียงตูมดังขึ้น ไฟสมาธิได้เผาไหม้ม้วนหนังสือ เหตุการณ์ประหลาดถูกฉีกขาด
สีหน้าของเทพผยองสุริยันพลันเปลี่ยนไป เมื่อมองเห็นสัญญาเกี่ยวดองสมรสระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิทั้งสองถูกเผาไหม้ไป
“ยายเทพ ใยต้องทำเช่นนี้ มีเรื่องอะไรพวกเรานั่งลงปรึกษาหารือกันก็ได้” เทพผยองสุริยันรีบเอ่ยขึ้น
“แม้ลูกสาวที่แต่งออกคือน้ำที่สาดออกไป แต่ว่า การตีลูกสาวบ้านข้านั้นโทษไม่อาจให้อภัยได้!” ยายเฒ่าผู้ได้ได้ตอบปฏิเสธการไกล่เกลี่ยของเทพผยองสุริยัน
“คนของฝ่ายหญิงมาแล้ว” มีผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยซุบซิบ และกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “เข้าใจแล้วยัง อย่าได้ตีเมียเป็นอันขาด ผลที่จะตามมาหนักหนาสาหัสมาก โดยเฉพาะครอบครัวฝ่ายหญิงแข็งแกร่งมาก”
เวลานี้สีหน้าของเทพผยองสุริยันปั้นยากถึงขีดสุด นี่เป็นการฉีกสัญญาเกี่ยวดองสมรสระหว่างระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิขนาดใหญ่ทั้งสองของสวนเอเดนเพียงฝ่ายเดียว
ผู้คนจำนวนมากต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน เมื่อเห็นสวนเอเดนฉีกสัญญาเกี่ยวดองสมรสฝ่ายเดียว เดิมทีสวนเอเดนได้เกี่ยวดองสมรสกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน เป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายที่แข็งแกร่งทั้งสองฝ่าย ซึ่งก่อเกิดประโยชน์อย่างมากต่อระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิทั้งสอง
ทว่า เวลานี้สวนเอเดนกลับหักหน้ากันอย่างเปิดเผยกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน จากญาติกลายเป็นศัตรู
“สิ่งนี้นับว่าไม่ได้อยู่เหนือความคาดคิด” ระดับบรรพบุรุษได้กล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “ราชันแท้จริงหลิงซินก็คือผู้สืบทอดของสวนเอเดนในยุคปัจจุบัน ใครเล่าจะยอมมองดูลูกสาวของตนถูกฝ่ายสามีรักแกเล่า สวนเอเดนของพวกเขาใช่ว่าจะไม่มีความมั่นใจ พวกเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยน การที่เทพสงครามจินเปี้ยนกล้าสังหารราชันแท้จริงหลิงซิน สวนเอเดนของพวกเขาก็กล้าสู้กับตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนจนถึงที่สุด”
แม้ว่าราชันแท้จริงหลิงซินไม่แข็งแกร่งเท่าเทพสงครามจินเปี้ยน แต่ว่า ไม่เห็นว่าสวนเอเดนจะด้อยไปกว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนตรงไหน
………………………………………………..