Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3069 เอาชนะในหนึ่งกระบวนท่า
ตอนที่ 3069 เอาชนะในหนึ่งกระบวนท่า
หนึ่งกระบวนท่ามังกรเงยหน้าทำลายหมื่นกระบวนท่า หนึ่งเดียวนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน!
มังกรเยื้องกายดั่งหมัด หนึ่งกระบวนท่าที่สำแดงออกไปพลันแตกสลาย เริ่มจากการได้ยินเสียงปังที่ดังสนั่นหวั่นไหว หนึ่งหมัดพลันซัดทะลุแคว้นพุทธที่ไร้ขอบเขตสิ้นสุดของหมิงหวังฝอ ท่ามกลางเสียงปังที่ดังขึ้น ขณะหมัดมังกรประชิดถึงตัวนั้น บรรดาของวิเศษที่อยู่บนจีวรของหมิงหวังฝอส่งเสียงดังตึงตึง และพวยพุ่งกระจายออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของหมิงหวังฝอกลายเป็นพุทธองค์
ทว่า ยังคงไม่สามารถต้านรับกับหมัดมังกรนี้เอาไว้ได้ ได้ยินเสียงปัง ปุที่เป็นเสียงปะทะต่อเนื่องดังไม่ขาดสาย พลังหมัดไร้เทียมทานเสมือนดั่งผ่ากระบอกไม้ไผ่ ภายใต้หนึ่งหมัดนี้เริ่มจากเหล่าของวิเศษบนจีวรถูกทำลายเป็นอันดับแรก ตามติดด้วยร่างพุทธองค์ถูกทำลาย
ท่ามกลางเสียงปังสุดท้ายดังขึ้น ปรากฎยินเสียงร้องน่าเวทนาอ๊ากกกของหมิงหวังฝอ พลันถูกซัดจนกลายเป็นหมอกเลือดไปทันที
ส่วนหัวของมังกรเงยหน้ายังคงมุ่งหน้าต่อไป เร่งเดินทางมุ่งหน้าตรงเข้าไป พลังหมัดยังคงไม่หยุดหลังจากทำลายหมิงหวังฝอจนแตกละเอียดในหนึ่งหมัด ได้โจมตีไปยังเทพสงครามจินเปี้ยน
ได้ยินเสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว ต่อให้เป็นผนังทองคำที่สูงใหญ่และหนามากกว่านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหัวมังกรพลันถูกทำลายจนแหลกละเอียดไป เศษชิ้นส่วนทองคำนับไม่ถ้วนปลิวกระจาย
เมื่อหนึ่งหมัดถึงตัว ปรากฏอานุภาพปฐมบรรพบุรุษยิ่งใหญ่เสมือนดั่งปฐมบรรพบุรุษมาเอง ดุจดั่งปฐมบรรพบุรุษสิงร่าง ประกายปฐมบรรพบุรุษแทงทะลุเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน ประกายเจิดจ้าจนลืมตาไม่ขึ้น
ภายใต้เสียงตูม…ที่ดังขึ้น เศษชิ้นส่วนแตกกระจาย แม้ชุดเกราะปฐมบรรพบุรุษจะแข็งแกร่งมากไปกว่านี้ แต่ทว่า ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ภายใต้หนึ่งหมัดนี้ หนึ่งหมัดพลันซัดทะลุชุดเกราะปฐมบรรพบุรุษ เลือดสดๆ พุ่งขึ้นท้องฟ้าอย่างรุนแรงกระจายไปทั่วท้องฟ้าสีคราม และย้อมท้องฟ้าสีครามจนแดงฉาน
หนึ่งหมัดทะลุอก เสมือนดั่งมังกรแท้จริงตัวหนึ่งพลันโจมตีผ่านทะลุอกของเทพสงครามจินเปี้ยน ไม่อาจต้านพลังหมัดไว้ได้
คร๊ากก…เสียงแตกร้าวใสชัดเจนดังเข้าหู ตามติดด้วยเสียงปังเสียงหนึ่ง ปราการช่องว่าง ปราการกาลเวลาล้วนแล้วแต่แตกละเอียดภายใต้หนึ่งหมัดนี้ เศษชิ้นส่วนกาลเวลาที่พร่างพราว เศษชิ้นส่วนช่องว่างจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนปลิวกระจายออกไป
หัวมังกรยังคงมุ่งไปข้างหน้า ยังคงเป็นกระบวนท่า ‘มังกรเงยหน้า’ นั่น พลังหมัดไม่เปลี่ยน หลังจากทะลุผ่านปราการช่องว่าง กาลเวลาแล้ว ประดุจดั่งมังกรแท้จริงที่กระโจนขึ้นสูง ต้องการโจมตีทะลุร่างกายของห้าสหายภูผาเมฆในพริบตาเดียว
ห้วงเวลาระหว่างความเป็นความตายพริบตาเดียวนั้น ห้าสหายภูผาเมฆคำรามเสียงยาวคำหนึ่งและลงมือพร้อมกัน ฝ่ามือทั้งสิบปิดกั้นฟ้าดิน สยบหมื่นวิถี อาศัยเคล็ดวิชาฝ่ามือที่ฝืนลิขิตสวรรค์ที่สุด ไร้เทียมทานที่สุดปิดกั้นและฟันใส่หมัดๆ นี้
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว หนึ่งหมัดปะทะสิบฝ่ามือ คร๊ากกกเสียงกระดูกแตกละเอียดใสชัดเจนดังเข้าหู และท่ามกลางเสียงปังสุดท้ายที่ดังขึ้น ห้าสหายภูผาเมฆยังคงต้านการพุ่งเข้าโจมตีของ ‘มังกรเงยหน้า’ ไม่ได้ เลือดเนื้อปลิวว่อน แขนทั้งสิบถูกโจมตีจนแหลกละเอียด พวกเขาล้วนถูกโจมตีจนกระเด็นออกไป กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง บนท้องฟ้าปรากฏเป็นฝนเลือดที่ตกลงมาอย่างนั้น
หนึ่งหมัดประทะสิบฝ่ามือ แม้สิบฝ่ามือจะมากกว่า แต่กลับสู้หนึ่งหมัดไม่ได้
สุดท้าย ทุกคนได้แต่มองตาปริบๆ เห็นร่างกายของเทพสงครามจินเปี้ยนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าสูง ท้ายที่สุดเสียงปังดังขึ้นเสียงหนึ่ง กระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างจัง
ขณะที่ห้าสหายภูผาเมฆล้วนแล้วแต่ถูกกระแทกจนลอยออกไปไกลนับแสนลี้ ได้ยินเสียงตูม ตูม ตูมดังขึ้น ร่างของพวกเขากระแทกใส่ภูเขาลูกแล้วลูกเล่า จนทำให้ภูเขาแต่ละลูกถูกชนกระแทกจนแหลกละเอียด
ในเวลานี้ ฟ้าดินเงียบสงัดจนถึงขีดสุด เงียบสงัดจนดูน่ากลัว ทุกคนล้วนไม่กล้าหายใจไปแล้ว
ภายใต้หนึ่งหมัด เริ่มจากการโจมตีหมิงหวังฝอจนกลายเป็นหมอกเลือด ตามด้วยซัดทะลุอกของเทพสงครามจินเปี้ยน สุดท้ายซัดจนฝ่ามือทั้งสิบของห้าสหายภูผาเมฆแหลกละเอียด ด้วยการโจมตีในลักษณะเช่นนี้เรียกได้ว่าปราศจากผู้ต่อกรทั่วหล้า
ในเวลานี้เห็นพียงหลี่ชิเย่ได้สิ้นสุดกระบวนท่า ครั้นกระบวนท่า ‘มังกรเงยหน้า’ ของเขาสิ้นสุดลง มองเห็นท่อนแขนของเขายังคงมีอักขระยันต์ล้อมรอบ และเสียงคำรามของมังกรแท้จริงดังไม่ขาดสาย เหมือนดังต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน!
พริบตาเดียวนี้เองทำให้ผู้คนตระหนักได้ว่า แม้ว่าหลี่ชิเย่จะเพียงอาศัยแค่ ‘มังกรเงยหน้า’ ที่เป็นกระบวนท่าเริ่มต้น แต่ว่า เมื่อเขาสำแดงกระบวนท่าเริ่มต้นนี้ออกมานั้น ที่สำแดงออกมามันไม่ใช่ท่าเริ่มต้นอีกแล้ว แต่เป็นสัจธรรมสูงสุด เป็นสัจธรรมมังกรแท้จริง สัจธรรมมังกรแท้จริงที่ปราศจากผู้ต่อกร
นี่เป็นเพียง ‘มังกรเงยหน้า’ ที่เป็นกระบวนท่าเริ่มต้นธรรมดาๆ เท่านั้นเอง ทว่าพลันทำให้ทุกคนรู้สึกงงงัน มันกลับกลายเป็นลึกซึ้งยอดเยี่ยมอย่างยิ่งโดยสิ้นเชิงเมื่ออยู่ในมือของหลี่ชิเย่ อานุภาพไร้ขีดจำกัด เกินกว่าที่ผู้คนจะสามารถจินตนาการได้อีกแล้ว
ลองนึกภาพดู ในโลกนี้ยังจะมีใครสามารถนำเอา ‘มังกรเงยหน้า’ ที่กระบวนท่าเริ่มต้นมาวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัจธรรมมังกรแท้จริงได้?
กระบวนท่าลักษณะเช่นนี้นับว่าสะเทือนหวั่นไหวมากเหลือเกิน โดยเฉพาะนาทีนี้เวลานี้ แขนของหลี่ชิเย่ที่ยังคงมีอักขระยันต์ล้อมรอบ มังกรแท้จริงคำรามเบาๆ ทำให้ผู้คนต้องเคารพยำเกรงอย่างยิ่ง
ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แขนข้างนี้ของหลี่ชิเย่ไหนเลยจะยังคงเป็นท่อนแขนธรรมดาๆ แต่เป็นมังกรแท้จริงตัวหนึ่ง มังกรแท้จริงขั้นสมบูรณ์ตัวหนึ่ง มังกรแท้จริงตัวหนึ่งที่สามารถเป็นอ๋องเป็นราชันได้
ทั่วฟ้าดินเงียบสงัดจนถึงขีดสุด กระทั่งเข็มเงินสักเล่มหล่นลงพื้นยังได้ยินเสียงอย่างชัดเจน ทุกคนต่างมองดูภาพเช่นนี้ด้วยความเหม่อลอย
ถ้าหากสักวันไปพูดกับคนอื่นว่า มีคนที่อาศัยเพียงแค่กระบวนท่าเริ่มต้น ‘มังกรเงยหน้า’ ก็สามารถโจมตีหมิงหวังฝอจนกลายเป็นหมอกเลือด โจมตีทะลุอกของเทพสงครามจินเปี้ยน ทำลายฝ่ามือทั้งสิบของห้าสหายภูผาเมฆจนแหลกละเอียด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วผู้ที่ได้ยินเรื่องนี้ต้องหาว่าเจ้าน่ะบ้าไปแล้ว แต่งเรื่องราวที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ขึ้นมาได้
แต่ว่า เวลานี้ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่เรื่องราวไร้เหตุผลที่แต่งขึ้นมา เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ
ดังนั้น นาทีนี้ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่หายใจไม่ออก ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ถูกหนึ่งหมัดเช่นนี้สยบ ภายใต้หนึ่งหมัดนี้ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อและทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนไม่กล้าลุกขึ้นยืนเป็นเวลานาน
“มังกรเงยหน้า…” หลังจากเวลาผ่านไปนานมาก ราชันแท้จริงเซิ่นซวงที่หม่อลอยอยู่นานมาก เดิมทีนางยังอยากจะเห็นหลี่ชิเย่สำแดง ‘หมัดสยบสวรรค์’ ที่เป็นวิชาหมัดที่ปราดเปรื่องน่าทึ่งอีก แต่ หลังจากที่ได้เห็นกระบวนท่า ‘มังกรเงยหน้า’ นี้แล้ว นางก็ถูกทำให้หวั่นไหวไป
ความน่าสะเทือนหวั่นไหวของกระบวนท่าเริ่มต้น ‘มังกรเงยหน้า’ ที่มีต่อนางนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่า ‘หมัดสยบสวรรค์’ เนื่องจากง่ายถึงขีดสุด กระบวนท่าเริ่มต้นที่ง่ายถึงที่สุดกลับถูกวิวัตนาการและสำแดงออกมาเป็นสัจธรรมที่ซับซ้อนลึกซึ้งยอดเยี่ยมที่สุดปราศจากผู้เทียบเทียม ลองถามดูว่า จะมีสักกี่คนในโลกนี้ที่สามารถทำได้เล่า?
แม้จะเป็นแค่กระบวนท่าที่ง่ายๆ ธรรมดาอย่าง ‘มังกรเงยหน้า’ ก็ได้ซ่อนสัจธรรมมังกรแท้จริงสูงสุดเอาไว้ เฉกเช่นนางที่เป็นราชันแท้จริงสิบสองลัคนาก็ไม่สามารถบรรลุได้ทะลุปรุโปร่งในเวลาอันสั้น มันช่างเป็นเรื่องที่สะเทือนหวั่นไหวจิตใจผู้คนเพียงใด
“มังกรเงยหน้า…” ในพริบตาเดียวนี้เอง ราชันหญิงจื่อหลงก็เหม่อลอย และพูดอะไรไม่ออกอยู่นานมาก
ตำหนักมังกรแท้จริงได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิที่มีมังกรแท้จริงอยู่ กระทั่งเรียกได้ว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิของพวกเขาได้รับยกย่องว่ามีสายเลือดมังกรแท้จริงในครอบครอง กระทั่งมีผู้เคยกล่าวเอาไว้ว่า สำหรับความเข้าใจเกี่ยวกับสัจธรรมมังกรแท้จริงนั้น บางทีบนโลกนี้อาจไม่มีใครสามารถเทียบได้กับตำหนักมังกรแท้จริงอีกแล้ว
แต่ว่า เมื่อหลี่ชิเย่ได้สำแดงกระบวนท่าเริ่มต้น ‘มังกรเงยหน้า’ ขึ้นมาในวันนี้ พลันทำให้ราชันหญิงจื่อหลงถึงกับเหม่อลอยทันที
หนึ่งกระบวนท่าที่ง่ายๆ อย่าง ‘มังกรเงยหน้า’ ก็สามารถวิวัฒนาการและสำแดงเป็นสัจธรรมมังกรแท้จริงขึ้นมาได้ ลองนึกภาพดู นางที่เป็นเจ้าตำหนักแห่งตำหนักมังกรแท้จริงยังทำไม่ได้กระทั่งหนึ่งในสิบ ไม่สิ ต่อให้ทั่วทั้งตำหนักมังกรแท้จริงก็ไม่มีใครสามารถทำได้หนึ่งในสิบ เกรงว่าแม้แต่ปฐมบรรพบุรุษตำหนักมังกรแท้จริงก็ไม่เห็นจะสามารถทำให้กระบวนท่าเริ่มต้นที่ง่ายๆ นี้วิวัฒนาการและสำแดงเป็นสัจธรรมมังกรแท้จริงได้
สำหรับยอดฝีมือเช่นพวกพระอริยะเทียนหลงถึงกับเหงื่อเย็นไหลโทรมกายทันที กระทั้งถูกทำให้ตกใจจนไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
พวกเขาเคยคิดจะหาเรื่องหลี่ชิเย่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าบางทีอาจจะเป็นจุดจบของพวกเขาในครั้งนั้น ถ้าหากครั้งนั้นไม่ได้ราชันหญิงจื่อหลงสั่งห้ามพวกเขาเอาไว้ล่ะก็ เขาก็กองทัพทั้งกองทัพก็จะต้องถูกยิงถล่มจนกลายเป็นหมอกเลือดไป
ในเวลานี้ พระอริยะเทียนหลงถึงกับร่างสั่นเทาทีหนึ่ง และรู้สึกโชคดีอย่างยิ่งในใจ โขคดีที่ตอนนั้นมีราชันหญิงจื่อหลงมาห้ามปรามพวกเขาเอาไว้
ในเวลานี้พระอริยะเทียนหลงอดที่จะชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงในสติปัญญาของราชันหญิงจื่อหลง เป็นความจริงที่อยู่เหนือพวกเขาเป็นอันมาก
“รู้สึกอยู่บ้าง” หลังจากที่หลี่ชิเย่ได้จบสิ้นกระบวนท่าเริ่มต้นแล้วยิ้มบางๆ และกล่าวว่า “สัจธรรมก็คืออะไรที่เรียบง่ายที่สุด” กล่าวพลางหายใจลึกๆ ทีหนึ่งด้วยความสบาย
เขารู้สึกเสพสุขอย่างยิ่ง แน่นอนที่สุดสิ่งที่เขาเสพสุขอยู่นั้นหาใช่เกียติยศที่สามารถเอาชนะพวกของเทพสงครามจินเปี้ยนอะไรนั่น และหรือเป็นผลงานการสู้รบที่ยอดเยี่ยมนั่น
สิ่งที่หลี่ชิเย่กำลังเสพสุขคือความรู้สึกที่สบายอกสบายใจ ความพึงพอใจกับสัจธรรมที่เรียบง่ายแบบนั้น สิ่งนี้คล้ายระดับปรมาจารย์ที่แกะสลักผลงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา ครั้นผลงานชิ้นนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว มองดูผลงานยอดเยี่ยมของตน ย่อมอดที่จะมีความรู้สึกลำพองใจอยู่หลายส่วน
เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม ขณะมองดูหลี่ชิเย่นั้น ล้วนมีท่าทีที่เปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรง แม้ว่าหลี่ชิเย่แค่มองด้วยสายตาก็ทำให้ผู้คนถึงกับสั่นเทาจนยืนไม่มั่นคง กระทั่งต้องคุกเข่าลงกับพื้นโดยตรง
เสียงช่าาดังขึ้นเสียงหนึ่ง ในเวลานี้เอง ปรากฏเสียงเศษหินดังขึ้น คนผู้หนึ่งได้คลานขึ้นมาจากหลุมลึก ซึ่งก็คือเทพสงครามจินเปี้ยนที่ถูกซัดจนอกทะลุนั่นเอง
ครั้นเทพสงครามจินเปี้ยนลุกขึ้นมาได้แล้ว เขามีเลือดท่วมตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูเลือดที่อยู่บนหน้าอกของเขายิ่งดูสยดสยอง บริเวณอกถูกซัดจนแหลกละเอียด
เวลานี้เทพสงครามจินเปี้ยนมีสีหน้าที่ขาวซีด ขาทั้งสองข้างสั่นเทา เขาไม่ได้ถูกทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่เป็นเพราะภายใต้หนึ่งหมัดที่ซัดเข้าไปทำให้เขาเกือบจะหายวับไปกับตาในพริบตา แม้แต่ชะตาแท้ก็เกือบถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ภายใต้หนึ่งหมัดเกือบจะทำให้เขาต้องตายอยู่ตรงนั้น
ไม่ง่ายนักกว่าที่เขาจะฟื้นขึ้นมา ซึ่งทำให้เขาต้องสูญเสียเลือดวัฒนะเป็นจำนวนมาก เวลานี้ร่างกายของเขาอ่อนแออย่างยิ่ง เขานั่งขัดสมาธิบนพื้นและเทยาเม็ดวิเศษออกมาขวดใหญ่ แล้วกลืนกินเข้าไปทั้งหมด
ในเวลานี้ เทพสงครามจินเปี้ยนรักษาอาการบาดเจ็บตรงนั้นเลย เพื่อฟื้นฟูพลังวัตรของตนเอง
แม้ว่าเทพสงครามจินเปี้ยนจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้ แต่ ยังคงสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้กับผู้คนยิ่งนัก สมควรทราบว่า ที่เทพสงครามจินเปี้ยนสวมใส่นั้นคือชุดเกราะปฐมบรรพบุรุษ แต่ยังคงถูกหนึ่งหมัดซัดจนทะลุ หนึ่งหมัดลักษณะเช่นนี้ช่างสยองขวัญอะไรอย่างนั้น
นับเป็นความโชคดีที่เทพสงครามจินเปี้ยนได้สวมชุดเกราะปฐมบรรพบุรุษเอาไว้ หากไม่มีชุดเกราะปฐมบรรพบุรุษล่ะก็ เกรงว่าเทพสงครามจินเปี้ยนจะไม่รอด แค่หนึ่งหมัดก็สามารถบดขยี้ชะตาแท้ของเขาจนแหลกละเอียด และเสียชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง
ตูม…ตูม…ในพริบตาเดียวนั่นเอง กองกำลังทหารของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนพลันวิ่งเข้ามา และจัดการล้อมเทพสงครามจินเปี้ยนเอาไว้อย่างแน่นหนา โดยปกป้องเทพสงครามจินเปี้ยนที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ตรงกลาง
ในเวลานี้เอง กองทัพของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนเกรงว่าหลี่ชิเย่จะลงมือกะทันหัน และสังหารเทพสงครามจินเปี้ยนที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บ
แน่นอนที่สุด ต่อให้ไม่มีกองทัพของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนคอยอารักขา หลี่ชิเย่ก็ไม่ลงมือต่อเทพสงครามจินเปี้ยน เขาเพียงแค่ยืนอยู่บนท้องฟ้าด้วยท่าทีเย็นชาเท่านั้นเอง
………………………………………………