Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3127 หนึ่งเดียวตลอดกาล
ตอนที่ 3127 หนึ่งเดียวตลอดกาล
สิบสามลัคนาได้สร้างความตื่นตระหนกตกใจไปทั่วหล้า ขณะทุกคนจ้องมองดูสิบสามลัคนานั้น ต่างเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นไม่สามารถเรียกสติกลับมาอยู่นาน ในขณะนี้ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าใดที่ในสมองมีแต่ความว่างเปล่า
กล่าวสำหรับผู้คนจำนวนเท่าไร เรื่องของสิบสามลัคนาเป็นเรื่องที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด และความจริงก็เป็นเช่นนี้
นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดูเหมือนว่าไม่เคยมีการล้ำหน้ามากไปกว่าสิบสองลัคนา โดยสิบสองลัคนาเป็นขั้นสูงสุดของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นราชันแท้จริงปราศจากผู้ต่อกรก็ดี ปฐมบรรพบุรุษที่ปราดเปรื่องน่าทึ่งก็ช่าง ขั้นสูงสุดของพวกเขาก็คือสิบสองลัคนา
นับแต่อดีตเป็นต้นมา เคยปรากฏผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะปราดเปรื่องน่าทึ่งจำนวนเท่าไร แต่ว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีใครทีมีสิบสามลัคนาในครอบครอง อย่างน้อยในบันทึกไม่เคยปรากฎผู้ที่มีสิบสามลัคนาในครอบครองมาก่อน
อย่างไรก็ตาม มาวันนี้กลับปรากฏผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะมีสิบสามลัคนาในครอบครองผู้หนึ่งเช่นนี้ สิ่งนี้พลันทำลายความรู้รอบตัวทุกคนที่มีอยู่ พลันทำลายความเข้าใจที่มีต่อลัคนาของทุกคน นี่แหละคือปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อ
‘สิบสามลัคนา!’ ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเช่นนี้ด้วยความงงงัน ไม่สามารถเรียกสติกลับมาเป็นเวลานาน และมีผู้ที่พูดเสียงเบาๆ ขึ้นมา รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเรียกได้ว่ามันอัศจรรย์เหลือเกิน
“มันเป็นไปได้อย่างไร? นี่ นี่ นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” ยังคงมีผู้คนบางคนไม่อยากจะเชื่อ ต่อให้มองเห็นภาพนี้กับตาของตนเองก็ตาม
ถ้าหากไม่ได้เห็นสิบสามลัคนาที่อยู่ตรงหน้ากับตาตนเอง ลำพังแค่ฟังจากคำบอกเล่า ต้องส่ายหน้าด้วยความละอาอย่างแน่นอน นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ดังนั้น กล่าวสำหรับผู้คนจำนวนเท่าไรแล้ว มันคือเรื่องที่ส่งผลกระทบซึ่งไม่สามารถจินตนาการได้ เมื่อมองเห็นสิบสามลัคนาลอยอยู่เหนือท้องฟ้าด้วยตาของตนเอง พลันทำลายความรู้ที่อยู่ในใจของทุกคน พลันทำลายความเข้าใจที่มีต่อลัคนาของทุกคน
ลองจินตนาการดู ในรอบพันล้านปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนเท่าไรเคยทดลองทะลวงขีดสูงสุดนี้ ผู้คนจำนวนเท่าไรที่คิดจะไปบัญญัติความหมายใหม่ให้กับลัคนา แต่ทว่า ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ สิบสองลัคนาคือขีดสูงสุดที่ไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้
แต่ว่า ในขณะนี้คนโหดอันดับหนึ่งกลับมีสิบสามลัคนาอยู่ในครอบครอง ทุกสิ่งล้วนทำให้ผู้คนไม่สามารถเข้าใจ และไม่สามารถจินตนาการได้ กระทั่งไม่สามารถอธิบายได้
ไม่มีใครรู้ว่าลัคนาที่สิบสามนั้นคนโหดอันดับหนึ่งไปฝึกจนสำเร็จมาได้อย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าคนโหดอันดับหนึ่งสร้างปาฏิหาริย์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน
จะอย่างไรเสียพันล้านปีมานี้เคยมีราชันแท้จริง ปฐมบรรพบุรุษจำนวนมากล้วนเคยคิดที่จะไปทะลวงผ่านสิบสองลัคนานี้ แต่ว่า ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ มาวันนี้คนโหดอันดับหนึ่งกลับทำได้สำเร็จแล้ว
“คนโหดอันดับหนึ่งคือคนแรกนับแต่อดีตถึงปัจจุบันรึ? ” แม้แต่ระดับคงความอมตะตลอดกาล หรือปฐมบรรพบุรุษต่างรู้สึกเคารพยำเกรง เมื่อมองเห็นสิบสามลัคนาที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าสูง
กล่าวสำหรับผู้คนใต้หล้าทุกคน กระทั่งสายน้ำประวัติศาสตร์ผู้บำเพ็ญตนทั้งหมดแล้ว การที่คนโหดอันดับหนึ่งได้บุกเบิกลัคนาที่สิบสามท่ามกลางสายน้ำประวัติศาสตร์อันยาวไกลขึ้นมา ย่อมคู่ควรให้มีการยกย่องเขาอย่างเต็มที่ให้กับเขา
ในทัศนะของคนทุกคนต่างมองว่า ลำพังอาศัยแค่สิบสามลัคนานี้ คนโหดอันดับหนึ่งคือผู้สร้างปาฏิหาริย์ตลอดกาล หากต้องการยกย่องเขาให้เป็น ‘อันดับหนึ่งตลอดกาล’ ก็ไม่ถือเป็นการคุยโม้แม้แต่น้อย และเขาก็มีชื่อเสียงตรงตามความเป็นจริง
‘สิบสามลัคนา! ’ มีราชันแท้จริงกล่าวขึ้นเบาๆ ว่า “คนโหดอันดับหนึ่งสามารถจัดให้อยู่หนึ่งในสิบยอดปฐมบรรพบุรุษ” เมื่อมองเห็นสิบสามลัคนาบนท้องฟ้า
“ไหนเลยแค่สามารถจัดให้อยู่หนึ่งในสิบยอดปฐมบรรพบุรุษ ลำพังอาศัยผลงานเช่นนี้ก็เพียงพอที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของสิบยอดปฐมบรรพบุรุษได้แล้ว” ระดับคงความอมตะตลอดกาล ชั้นสูงสุดที่เก่าแก่โบราณยิ่งเอ่ยขึ้นช้าๆ
ผู้คนจำนวนมากต่างรู้สึกหวั่นไหวในใจสำหรับคำพูดลักษณะเช่นนี้ แต่ทว่า ทันใดนั่นเองก็มีผู้คนไม่น้อยที่พยักหน้าเบาๆ รู้สึกว่าการประเมินค่านี้นับว่าใกล้เคียง
สิบยอดปฐมบรรพบุรุษคือการประเมินค่าอย่างหนึ่งที่มีให้กับปฐมบรรพบุรุษที่มีความปราดเปรื่องน่าทึ่ง และหรือมีคุณูประการต่อแดนลัทธิเซียนในรอบพันล้านปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าระดับปฐมบรรพบุรุษที่สามารถถูกจัดให้อยู่ในสิบยอดปฐมบรรพบุรุษในรอบพันล้านปีที่ผ่านมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะผู้ปราดเปรื่องน่าทึ่งทั้งสิ้น
เป็นต้นว่าเกาหยาง เป็นต้นว่าปราชญ์ไกลกันดาร เป็นต้นว่าปฐมบรรพบุรุษอัคคี พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ปราศจากผู้เทียบเทียมในหล้า ปราดเปรื่องน่าทึ่ง เคยมีอำนาจสยบมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก
มาวันนี้หากนำเอาคนโหดอันดับหนึ่งจัดให้อยู่หนึ่งในสิบยอดปฐมบรรพบุรุษ เกรงว่าผู้คนใต้หล้าคงไม่มีความเห็นอื่นใด ต่างรู้สึกว่าคนโหดอันดับหนึ่งนั้นมีชื่อเสียงตรงตามความเป็นจริง กระทั่งมีผู้ที่เห็นว่าลำพังอาศัยคนโหดอันดับหนึ่งบุกเบิกสิบสามลัคนาก็สามารถจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งของสิบยอดปฐมบรรพบุรุษแล้ว
จะอย่างไรเสียลองจินตนาการดู ในรอบพันล้านปีที่ผ่านมาเคยให้กำเนิดปฐมบรรพบุรุษมาเท่าใด เคยมีประเภทปราศจากผู้ต่อกรจำนวนเท่าใด แต่ว่า ไม่เคยมีใครสามารถทำให้สิบสามลัคนาเป็นจริงได้ มาวันนี้คนโหดอันดับหนึ่งทำให้เป็นจริงได้แล้ว ดังนั้น ตั้งให้เขาเป็นอันดับหนึ่งของสิบยอดปฐมบรรพบุรุษก็นับว่าไม่เกินเลยแม้แต่น้อย
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหวเสียงหนึ่ง ในเวลานี้เอง สิบสามลัคนาเจิดจ้า ตั้งเรียงเป็นขบวนบนท้องฟ้า และกลับกลายเป็นสวรรค์สูงสุด เสมือนหนึ่งความขมุกขมัวที่ไม่มีสิ้นสุด
ในพริบตาเดียวนั่นเอง เสมือนดังกาลเวลาไหลย้อนกลับอย่างนั้น เสมือนดังการสรรสร้างสรรพสิ่งบนฟ้าดิน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนกลับกลายเป็นตามใจปรารถนาภายใต้อานุภาพของสิบสามลัคนา เหมือนว่าปณิธานของหลี่ชิเย่ คนโหดอันดับหนึ่งสามารถบงการทุกสิ่งภายใต้สิบสามลัคนานี้
ขณะที่สิบสามลัคนาลอยสูงเด่นอยู่ตรงนั้น ในเวลานี้ผู้คนจำนวนเท่าไรที่รู้สึกว่าคนโหดอันดับหนึ่งสามารถหลุดพ้นและอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งสามารถอยู่เหนือสวรรค์
หนึ่งเดียวตลอดกาล ทุกคนต่างชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงเช่นนี้ เมื่อมองเห็นสิบสามลัคนาได้กลับกลายเป็นฟ้าดินทีสุดลูกหูลูกตาขึ้นมา
นาทีนี้ กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง สรรพสิ่งใต้ฟ้าดินล้วนเปลี่ยนไปเป็นตามแต่ใจปรารถนา ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของคนโหดอันดับหนึ่งโดยสิ้นเชิง
ในพริบตาเดียวนั่นเอง ทุกคนต่างมองเห็นว่า เดิมทีร่างของคนโหดอันดับหนึ่งที่ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้วนั้น ได้เริ่มมีการสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ อีกทั้งการสร้างกายเนื้อขึ้นใหม่ของเขานั้นแตกต่างจากการสร้างกายเนื้อทั่วไป การสร้างกายเนื้อของเขาเหมือนเป็นการไหลย้อนกลับของกาลเวลา ทุกอย่างย้อนกลับคืนมา เหมือนว่าตลอดขั้นตอนดังกล่าว คนโหดอันดับหนึ่งไม่ได้เปลืองแรงอะไรเลยแต่อย่างใด
ในชั่วพริบตาเดียวนั่นเอง คนโหดอันดับหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวต่อสายตาตรงหน้าทุกคนอีกครั้ง เขายืนอยู่ที่ตรงนั้นเงียบๆ เปลวไฟบนตัวของเขาได้ดับมอดลงแล้ว เหมือนว่าเขายืนอยู่ที่ตรงนั้นตลอดมาอย่างนั้น โดยไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด แม้แต่เส้นผมสักเส้นก็ไม่ได้รับความเสียหาย
ขณะที่เวลานี้ สิบสามลัคนาลอยอยู่บนที่สูงเหนือศีรษะของเขาขึ้นไป ดูจะเงียบสงบเป็นพิเศษ
ในพริบตาเดียวนั้นเอง ฟ้าดินกลับกลายเป็นเงียบสงบเป็นพิเศษ ทุกคนถึงกับกลั้นลมหายใจเอาไว้ เมื่อมองเห็นคนโหดอันดับหนึ่งที่ปรากฏแก่สายตาตรงหน้า ทุกคนไม่กล้าหอบหายใจ ด้วยเกรงว่าเสียงหายใจของตนจะไปรบกวนคนโหดอันดับหนึ่งเข้า
นาทีนี้ คนโหดอันดับหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น บนตัวไม่ได้แผ่กลิ่นอายปราศจากผู้ต่อกรออกมา ไม่ได้แผ่ประกายเปลวไฟที่ดั่งคลื่นยักษ์ออกมา รอบๆ กายก็ไม่ได้มีวงแหวนวิเศษที่คอยปกปักรักษา การยืนอยู่ที่ตรงนั้นของเขาก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่ธรรมดาจนไม่สามารถธรรมดาได้มากกว่านี้อีกแล้ว
ไม่ว่าคนโหดอันดับหนึ่งจะแลดูธรรมดาเช่นใดก็ตาม แต่ทว่า ขณะที่สิบสามลัคนาลอยอยู่สูงเหนือศีรษะของเขานั้น ในสายตาของทุกคนมองว่า เขาไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น
กระทั่งสามารถกล่าวได้ว่า คนโหดอันดับหนึ่งในเวลานี้แม้เปลือกนอกจะดูธรรมดา แม้ตัวเขาจะเหมือนมนุษย์ปุถุชนธรรมดามากกว่านี้ ในทัศนะของทุกคนแล้ว เขาก็คือผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะสูงสุด ในสายตาของทุกคน ทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็สามารถทำให้ผู้คนทั่วหล้าต้องเคารพยำเกรง
ถูกต้อง มีสถานะสูงสุด ภายในใจของทุกคนในขณะนี้เห็นว่า คนโหดอันดับหนึ่งที่ธรรมดาๆ ซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นก็คือผู้ดำรงอยู่ในฐานะสูงสุด เขาสามารถบงการแดนสามเซียนได้ทั้งหมด เขาสามารถควบคุมทั้งจักรวาล!
เวลานี้ต่อให้คนโหดอันดับหนึ่งไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่า พระอาจารย์จินกวงพ่ายแพ้เสียแล้ว ไม่มีใครคิดว่าการพ่ายแพ้ของพระอาจารย์จินกวงนั้นไม่ได้แพ้อย่างกังขา แพ้อย่างน่าอาย ตรงกันข้าม สามารถพ่ายแพ้ให้กับคนโหดอันดับหนึ่ง พ่ายแพ้ให้กับผู้ที่มีสิบสามลัคนาในครอบครองมันเป็นเกียรติและโชคดีอย่างหนึ่ง เป็นเกียรติยศอย่างหนึ่งแล้ว
ผู้คนใต้หล้าต่างเข้าใจได้ว่า มาวันนี้สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของคนโหดอันดับหนึ่งคือการก้าวไปอีกขั้น ก้าวไปอีกระดับหนึ่งแล้ว สิ่งนี้ก็คือเกียรติและโชคดีอย่างหนึ่งแล้ว
ท่ามกลางเสี้ยววินาทีนี้เอง เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นเสียงหนึ่ง ทุกคนต่างมองเห็นสิบสามลัคนาของคนโหดอันดับหนึ่งได้บินออกไป เสมือนดั่งพุ่งทะลุทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อให้เป็นสวรรค์ที่ดึกดำบรรพ์มีฐานะสูงสุดก็ต้องถูกสิบสามลัคนานี้ยิงจนทะลุ
ในพริบตาเดียวนี้เอง สิบสามลัคนาได้สยบลงมา สยบประกายสีทองที่มีเพียงน้อยนิดและกำลังส่ายไปมาอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า สิ่งนี้ก็คือพระอาจารย์จินกวงนั่นเอง
เมื่อประกายสีทองที่ส่ายไปมาถูกสยบเอาไว้แล้ว ได้ยินเสียงตูมดังขึ้นเสียงหนึ่ง เหมือนแสงไฟพลันลุกพรึบขึ้นอย่างรุนแรงทันทีอย่างนั้น
เมื่อทุกคนเพ่งสายตามองออไป ที่ส่ายไปมาบนท้องฟ้าหาใช่ประกายสีทองน้อยนิดนั่นอีกต่อไป พระอาจารย์จินกวงได้ปรากฎอยู่ต่อหน้าทุกคน เขายืนอยู่ที่นั่นนั้นเอง เวลานี้รอบๆ กายของเขามีกฎเกณฑ์ปฐมบรรพบุรุษล้อมรอบ ขณะที่มีเปลวไฟที่แลบออกมาจากร่างของเขาทั่วตัว
ทุกคนต่างมองออกว่า ตัวของพระอาจารย์จินกวงเองก็ลุกไหม้ขึ้นมาแล้ว และเวลานี้นาทีนี้ร่างกายของเขาถูกเผาไหม้ไปกว่าครึ่งแล้ว ร่างกายส่วนใหญ่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว
ทุกคนที่ได้มองเห็นภาพนี้แล้วต่างรู้สึกใจหายใจคว่ำ พลันที่ ‘แสงสุวรรณเรืองรอง’ ของพระอาจารย์จินกวงได้สำแดงขึ้นมา ไม่เพียงสามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ดูเหมือนว่าต่อให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ก็หนีไม่รอด แต่ในขณะเดียวกันก็จะเผาไหม้ตัวเองไปด้วย
ทุกคนต่างมองออกได้ว่า เวลานี้พระอาจารย์จินกวงไม่สามารถควบคุมเปลวไฟบนตัวของตนเองได้อีกแล้ว เขาไม่มีกำลังที่จะไปทำให้เปลวไฟบนตัวของตนดับลง อีกไม่นานเท่าไรตัวของเขาเองก็จะถูกเผาจนเหลือแต่เถ้า
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างสั่นเทาภายในใจ ระดับปฐมบรรพบุรุษแห่งยุคที่เคยปราดเปรื่องน่าทึ่งเพียงใด เคยปราศจากผู้ต่อกรเช่นใด แต่ทว่า ท้ายที่สุดแล้วยังคงต้องตายภายใต้วิชาสังหารของตนเอง ช่างเป็นจุดจบที่น่าเศร้าเพียงใด
ในเวลานี้ ได้ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกสะเทือนใจ จะอย่างไรเสียพระอาจารย์จินกวงยังคงคู่ควรให้ผู้คนจำนวนมากให้ความเคารพนับถือ
‘สิบสามลัคนา’ แม้แต่พระอาจารย์จินกวงก็มีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความน่าทึ่ง ขณะมองดูสิบสามลัคนาของหลี่ชิเย่ ชั่วชีวิตของเขาเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิบสามลัคนา
“ได้เห็นความมหัศจรรย์เช่นนี้ ชีวิตนี้ไม่เสียใจอีกแล้ว” พระอาจารย์จินกวงถึงกับชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงขณะมองดูสิบสามลัคนา ยอมรับความพ่ายแพ้ทั้งกายและใจ กล่าวชมเปาะด้วยความตื่นตะลึงว่า “สามารถพ่ายแพ้ในมือของพี่ท่านถือเป็นเกียรติชั่วชีวิตของข้า หากสามารถตายภายใต้สิบสามลัคนา ชาตินี้ก็พึงพอใจอย่างที่สุดแล้ว”
ท่าทีพระอาจารย์จินกวงไม่สะทกสะท้าน ไม่หวั่นเกรง ไม่ตื่นตระหนก ดูจะเป็นธรรมชาติยิ่งนัก ขณะเผชิญหน้ากับความตาย
ท่าทีเช่นนี้ของพระอาจารย์จินกวงได้ทำให้ผู้คนจำนวนเท่าไรที่เกิดความรู้สึกนับถือขึ้นมา จะอย่างไรเสียจะมีสักกี่คนที่สามารถไปเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นนี้ได้เล่า?
บางคนอดที่จะอิจฉาขึ้นภายในใจ คนเรา สุดท้ายก็ต้องตาย หากสามารถตายภายใต้สิบสามลัคนาได้ ชาตินี้นับว่าตายอย่างยิ่งใหญ่แล้วล่ะ
……………………………………………………………………………………………..