Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3128 พลัดพรากจากกันด้วยความเป็นความตาย
ตอนที่ 3128 พลัดพรากจากกันด้วยความเป็นความตาย
ทุกคนต่างจ้องมองไปที่พระอาจารย์จินกวง ในเวลานี้ทุกคนล้วนพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกมากมายผุดขึ้นกลางใจ
พระอาจารย์จินกวงคือระดับปฐมบรรพบุรุษที่ยอดเยี่ยมมาก มีพลังแฝงสูงมากในอนาคต ผู้คนในแดนลัทธิเซียนจำนวนเท่าไรที่ให้ความเคารพเลื่อมใสในตัวของพระอาจารย์จินกวง และมีผู้คนจำนวนเท่าไรที่มองพระอาจารย์จินกวงเป็นแบบอย่าง
แต่ มาวันนี้แม้ว่าตัวเขาที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ท้ายที่สุดแล้วยังคงต้องสู้จนตัวตาย ทำให้ภายในใจของผู้คนจำนวนมากถึงกับรู้สึกสะเทือนอารมณ์เมื่อนึกถึงตรงนี้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ภายในใจของทุกคนก็รู้สึกได้ว่า เวลานี้นาทีนี้ การตายด้วยน้ำมือของคนโหดอันดับหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรต้องกังขา และหาใช่เรื่องราวที่ต้องอับอายอะไร
“ยังมีคำพูดอะไรจะพูดหรือไม่? ” หลี่ชิเย่มองดูพระอาจารย์จินกวงอย่างไม่สะทกสะท้าน และยิ้มบางๆ ทีหนึ่ง
สิ่งนี้ส่งผลให้ภายในใจของทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตระหนก ได้เวลาต้องกล่าวคำสั่งเสียก่อนตายแล้ว เวลานี้ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจจ้องมองดูพระอาจารย์จินกวง
คนเราท้ายที่สุดย่อมหนีความตายไม่พ้น เพียงแต่ด้วยความสำเร็จของพระอาจารย์จินกวงแล้ว เวลานี้ยังคงมีอายุน้อยเกินไป ยังมีเรื่องราวจำนวนมากยังไม่ได้ทำ ย่อมมีความเสียใจมากมายเหลือเกินอยู่ในใจ
ดังนั้น เวลานี้ทุกคนต่างจ้องมองดูพระอาจารย์จินกวง รอคอยการกล่าวคำสั่งเสียของเขา
พระอาจารย์จินกวงที่เดิมมีท่าทีไม่สะทกสะท้าน และรู้ว่าตนเองนั้นมีเวลาไม่มากแล้วถึงกับมีท่าทีสลด และทอดถอนใจเบาๆ จากนั้นมองไปที่ตรงนั้น ที่ที่จักรพรรดิซีหวงปรากฏตัว ด้วยบุคลิกลักษณะที่ยอดเยี่ยมในหล้า งามหยาดเยิ้ม มีผู้หญิงเพียงไม่กี่คนในหล้าที่สามารถเทียบเคียงกับนางได้อีกแล้ว
“ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจอีกแล้ว “ พระอาจารย์จินกวงจ้องมองภรรยาของตน เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ชาตินี้สามารถแต่งเจ้าเป็นภรรยาถือเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า และถือเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ครั้นเอ่ยมาถึงตรงนี้แล้ว แววตาเปี่ยมด้วยความรักอันลึกซึ้ง
จักรพรรดิซีหวงก็จ้องมองไปที่พระอาจารย์จินกวง แววตาเปี่ยมด้วยรักละมุน น้ำเสียงที่นุ่มนวลน่าฟัง เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ข้าภูมิใจในตัวท่าน สามารถเป็นภรรยาของท่านเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่สุดชั่วชีวิตของข้า”
ในเวลานี้ พวกเขาสองสามีภรรยาต่างจ้องหน้ากันและกัน เสมือนหนึ่งเวลาได้แข็งตัวไปแล้วอย่างนั้น
ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่รู้สึกสั่นเทาในใจ ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ภายในใจรู้สึกเศร้าใจ เมื่อมองเห็นภาพนี้แล้ว
ในทัศนะของผู้คนมองว่า พระอาจารย์จินกวงและจักรพรรดิซีหวงคือผู้ที่ประหนึ่งสวรรค์บันดาล เป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาคือคู่ครองที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เป็นคู่รักที่มีความโดดเด่น รู้ใจกัน และหาได้ยาก ทำให้ผู้คนในหล้าจำนวนมากต้องอิจฉา
กล่าวสำหรับผู้ชายแล้ว หากสามารถแต่งผู้หญิงอย่างจักรพรรดซีหวงเป็นภรรยา ยังจะต้องการสิ่งใดอีกเล่า กล่าวสำหรับผู้หญิงแล้ว หากสามารถแต่งเป็นภรรยากับผู้ชายอย่างพระอาจารย์จินกวง ชีวิตนี้ยังจะต้องการสิ่งใดเล่า?
ขณะที่พระอาจารย์จินกวงและจักรพรรดิซีหวงจ้องมองกันด้วยความรักอันลึกซึ้งนั้น ฟ้าดินเงียบสงัด เวลาเหมือนหนึ่งได้หยุดการเคลื่อนไหวอย่างนั้น ลักษณะเช่นนี้แหละ เหมือนว่าได้ผ่านไปเป็นพันเป็นหมื่นปีแล้วอย่างนั้น
นาทีนี้ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจเอาไว้ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา ไม่มีใครต้องการไปขัดขวางทำลายความรักอันลึกซึ้งระหว่างสามีภรรยาของพวกเขาในเวลานี้
พระอาจารย์จินกวงและจักรพรรดิซีหวงจ้องตากันด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เวลานี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีคำพูด จิตใจตรงกัน แม้จะเป็นเพียงแววตาเท่านั้น ทุกอย่างล้วนชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่ต้องกล่าวให้มากความอีก
กาลเวลาเสมือนดั่งสงบนิ่ง และไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้ว พระอาจารย์จินกวงได้ละสายตากลับ แล้วมองไปที่ตำแหน่งที่เจ๋อหลงอยู่
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่คอยปกป้องคุ้มครองมาโดยตลอด เสียดาย ข้าทำให้ผู้อาวุโสต้องผิดหวังแล้ว” พระอาจารย์จินกวงกล่าวต่อเจ๋อหลง
“ไม่ ท่านคือศิษย์ที่มีความโดดเด่นมากที่สุดที่ข้าเคยสอนมาชั่วชีวิต” เจ๋อหลงกล่าวว่า “ท่านคู่ควรให้ข้าภาคภูมิใจชั่วชีวิต ท่านคือศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด! ”
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ฟังการกล่าวคำอำลาเช่นนี้ ท้ายสุดแล้วยอดปฐมบรรพบุรุษแห่งยุคกำลังจะเดินไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตแล้ว
“จินกวงรู้สึกละอายใจ ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง” เวลานี้ พระอาจารย์จินกวงได้กล่าวกับศิษย์ของเขาเซียนถงซานทั้งหมด
เวลานี้ศิษย์และยอดฝีมือทั้งหมดของเขาเซียนถงซานคุกเข่าอยู่กับพื้นเต็มไปหมด ศิษย์และยอดฝีมือของเขาเซียนถงซาทั้งหมดล้วนโขกศีรษะให้กับพระอาจารย์จินกวง แม้จะไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ว่า ภายในใจของพวกเขาล้วนแสดงคารวะสูงสุดต่อพระอาจารย์จินกวง พระอาจารย์จินกวงคือนายที่คู่ควรให้พวกเขาภักดี!
ในเวลานี้ บรรยากาศทั่วฟ้าดินเต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าอาดูรของการจากลา ในใจของทุกคนอดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้ กระทั่งได้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่น้ำตานองหน้าท่ามกลางไร้ซุ่มไร้เสียงนี้แล้ว แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยรู้จักกับพระอาจารย์จินกวงมาก่อน เวลานี้กถึงกับน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ
แม้แต่บรรดาบรรพบุรุษ ระดับคงความอมตะตลอดกาลที่เคยมีประสบการณ์ผ่านการจากลาด้วยความเป็นความตายมามากมาย ก็อดรู้สึกเสียใจในใจอยู่บ้างไม่ได้ จะอย่างไรเสียมาวันนี้พวกเขาต้องมองเห็นระดับปฐมบรรพบุรุษอายุน้อยจากโลกนี้ไปกับตา
“ก่อนที่จะตาย ข้าขอร้องพี่ท่านอย่างหนึ่งจะได้หรือไม่? ”พระอาจารย์จินกวงที่มองดูหลี่ชิเย่ด้วยท่าทีหนักแน่น
ในเวลานี้เปลวไฟเกือบจะเผาไหม้ร่างกายของพระอาจารย์จินกวงจวนจะหมดแล้ว กล่าวได้ว่าอีกไม่นานพระอาจารย์จินกวงก็จะต้องถูกไฟของตนเผาจนกลายเป็นเถ้าอย่างสิ้นเชิง เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว พระอาจารย์จินกวงจะหายวับไปกับตาในพริบตาโดยสิ้นเชิง
“เรื่องอะไร? ” หลี่ชิเย่ยิ้มๆ และเอ่ยขึ้น
“คนเราสุดท้ายก็ต้องตาย” พระอาจารย์จินกวงกล่าวขึ้นเบาๆ ว่า “ข้าไม่หวาดกลัวในความตาย เพียงแต่ อยากขอวิธีการตายเท่านั้นเอง หากพี่ท่านยินยอม โปรดช่วยเหลือข้าอีกแรง ใช้สิบสามลัคนาสังหารข้าก็พอ ชีวิตนี้ข้าก็พึงพอใจแล้ว”
ทุกคนต่างมองไปที่หลี่ชิเย่เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ และในใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยถึงกับสั่นเทากับสิ่งนี้
จะอย่างไรท้ายที่สุดแล้วพระอาจารย์จินกวงก็หนีความตายไปไม่พ้น เวลานี้เขาไม่สามารถควบคุมเปลวไฟของตน เกรงว่าหลังจากนี้อีกครู่เดียว เปลวไฟของเขาก็จะเผาตัวเขาเองจนหายวับไปกับตาในพริบตาเดียว
กล่าวสำหรับระดับปฐมบรรพบุรุษคนหนึ่งแล้ว ดูเหมือนไม่ค่อยจะสบอารมณ์นักหากตายด้วยเคล็ดวิชาลับของตน สำหรับพระอาจารย์จินกวงแล้วหากสามารถตายภายใต้สิบสามลัคนาของหลี่ชิเย่ มันคือวิธีการตายที่มีศักดิ์ศรียิ่งนัก
“ตายรึ? ” หลี่ชิเย่หัวเราะ ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “เวลานี้พูดเรื่องตาย ยังเร็วเกินไปนะเนี่ย”
พระอาจารย์จินกวงตะลึงนิดหนึ่ง จากนั้นถึงกับหัวเราะเจื่อนๆ ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวว่า “เคล็ดวิชาลับนี้ข้าคิดค้นสร้างมากับมือเองย่อมรู้ถึงความน่ากลัวของมัน เมื่อใดที่เผาไหม้ตัวเองแล้วมีเพียงตายสถานเดียวเท่านั้น เกรงว่าแม้แต่เซียนก็ช่วยอะไรข้าไม่ได้”
คำพูดของพระอาจารย์จินกวงใช่จะไร้เหตุผล เป็นตัวเขาที่คิดค้น ‘แสงสุวรรณเรืองรอง’ ด้วยตนเอง มีรึที่เขาจะไม่รู้ถึงอานุภาพของเคล็ดวิชาที่ตนเองคิดค้นขึ้นมา? เมื่อใดที่ไม่สามารถควบคุมเปลวไฟดังกล่าว ตัวเขาเองที่เป็นผู้คิดค้นก็ต้องถูกเปลวไฟของตนเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าได้เช่นกัน
ดังนั้น มาถึงตอนนี้พระอาจารย์จินกวงจึงไม่ได้คาดหวังถึงความหวังใดๆ แล้ว เขาได้เผชิญกับความตายของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เซียนรึ? ” หลี่ชิเย่ยิ้มบางๆ ทีหนึ่ง กล่าวเอ้อระเหยขึ้นมาว่า “แม้ว่าข้าจะไม่ใช่เซียน และในโลกก็ไม่เห็นจะมีเซียนอะไรนั่น แต่ว่า ข้ามีสิบสามลัคนา! ”
“พี่ท่านจะช่วยข้า? ” แม้แต่พระอาจารย์จินกวงก็ตะลึงนิดหนึ่ง
นาทีนี้ทุกคนล้วนตะลึงนิดหนึ่ง ทุกคนต่างจ้องมองหลี่ชิเย่ด้วยความงงงัน
ในทัศนะของทุกคนมองว่า ยังไม่ต้องพูดถึงว่าหลี่ชิเย่ช่วยพระอาจารย์จินกวงได้หรือไม่ พระอาจารย์จินกวงคือคู่ต่อสู้ของคนโหดอันดับหนึ่ง กระทั่งเรียกว่าเป็นศัตรู เวลานี้พระอาจารย์จินกวงพ่ายแพ้การศึก และกำลังจะตายอย่างอนาถภายใต้เคล็ดวิชาลับของตน ไม่ว่าจะมองจากด้านใดก็ตาม ไม่มีความจำเป็นที่คนโหดอันดับหนึ่งจะต้องไปช่วยเหลือพระอาจารย์จินกวง
ลองถามดู เกรงว่าหากเปลี่ยนเป็นตนเองก็จะไม่ไปช่วยเหลือพระอาจารย์จินกวง
“ข้าฆ่าคนมามาก” หลี่ชิเย่ยิ้มบางๆ กล่าวตามอารมณ์สบายๆ ว่า “ช่วยคนสักคนนับเป็นอะไรไป ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายในหล้า แต่ว่าผู้ที่น่าสนใจหาได้ยาก ช่วยชีวิตเจ้าสักคนจะเป็นไรไป” คำพูดเช่นนี้ของหลี่ชิเย่พลันทำให้ผู้คนจำนวนมากใจหายใจคว่ำ ในเวลานี้ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรรู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาทันที
ไม่ว่าคนโหดอันดับหนึ่งจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม แต่ ย่อมจะมีผู้คนในโลกที่มีอคติต่อเขา และหรือมีผู้ที่มองเห็นเขาแล้วไม่ถูกชะตา อย่างไรก็ตาม นาทีนี้ไม่ว่าจะเป็นผุ้ที่มีอคติต่อเขา หรือผู้ที่เห็นเขาแล้วไม่ถูกชะตา ต่างก็รู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาทันที การกระทำเช่นนี้ คู่ควรให้ทุกคนใต้หล้าไปให้ความเคารพนับถือ
เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนอง สิบสามลัคนาพลันเปล่งประกายที่เจิดจ้าขึ้นมา โดยประกายที่เจิดจ้านี้เสมือนดั่งส่องสว่างโลกทั้งโลก
นาทีนี้เอง ประกายที่เจิดจ้าทั้งหมดได้ปกคลุมลงบนตัวของพระอาจารย์จินกวง
เมื่อประกายได้ปกคลุมลงบนตัวของพระอาจารย์จินกวงแล้วนั้น เสมือนดั่งกาลเวลาแข็งตัว เหมือนได้หยุดเปลวไฟที่เผาไหม้บนตัวพระอาจารย์จินกวงเอาไว้
หลังจากที่เปลวไฟได้ถูกหยุดเอาไว้แล้ว ได้ยินเสียงดังจี๊ด จี๊ด จี๊ดขึ้นมา สิบสามลัคนาได้โปรยปรายประกายเล็กๆ จำนวนมากลงมา ครั้นประกายเหล่านี้ได้ถูกโปรยลงบนตัวของพระอาจารย์จินกวงนั้น มองเห็นเปลวไฟบนตัวของพระอาจารย์จินกวงถึงกับถูกทำให้ดับลงทั้งหมด
“สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้วจริงๆ ! ” ในเวลานี้ปรากฏเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจที่ดังขึ้นดั่งเสียงฟ้าผ่า เมื่อมองเห็นเปลวไฟที่เผาไหม้ตัวของพระอาจารย์จินกวงดับมอดลงทั้งหมด
ทุกคนต่างมองดูภาพนี้ด้วยความหวั่นไหว แม้แต่พระอาจารย์จินกวงเองก็รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ เปลวไฟของเขาถูกทำให้ดับลงเช่นนี้
ขอเพียงเปลวไฟที่ลุกไหม้นี้ดับลง พระอาจารย์จินกวงก็รอดแล้ว
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว นาทีนี้ มองเห็นสิบสามลัคนาได้ทิ้งความขมุกขมัวลงมา เสมือนดั่งสร้างฟ้าดินขึ้นมาใหม่ เสมือนดั่งกาลเวลาไหลย้อนกลับ ท่ามกลางความขมุกขมัวนี้ เหมือนว่าได้ซ่อนความมีชีวิตชีวาที่ไม่สิ้นสุดอย่างนั้น
ความขมุกขมัวได้ล้อมรอบพระอาจารย์จินกวงเอาไว้ เริ่มต้นช่วยสร้างกายเนื้อของพระอาจารย์จินกวงขึ้นมาใหม่
ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่โล่งอกเมื่อได้มองเห็นภาพเช่นนี้ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพระอาจารย์จินกวงรอดแล้ว พระอาจารย์จินกวงจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“น่าอัศจรรย์ นี่มันน่าอัศจรรย์เหลือเกิน สิบสามลัคนาไม่ธรรมดาจริงๆ ” ระดับบรรพบุรุษกล่าวทอดถอนใจขึ้นมา
พวกเขาที่แข็งแกร่งถึงระดับนี้แล้ว เข้าใจถึงความน่ากลัวเปลวไฟชนิดนี้ของพระอาจารย์จินกวง เมื่อไรที่เปลวไฟชนิดนี้ลุกไหม้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษเช่นใด ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาอย่างใดก็ไม่สามรถทำให้มันดับได้
อย่างไรก็ตาม เวลานี้คนโหดอันดับหนึ่งไม่เพียงดับไฟนี้ได้ ยังช่วยชีวิตพระอาจารย์จินกวงเอาไว้ และช่วยสร้ายกายเนื้อให้กับเขา นี่คือสิบสามลัคนาที่ยอดเยี่ยมเพียงใด
“จะอย่างไรก็คือสิบสามลัคนานะเนี่ย เรียกได้ว่าหนึ่งเดียวตลอดกาล” มีระดับบรรพบุรุษที่สามารถเข้าใจได้ และกล่าวว่า “ตัวของมันเองก็คือปาฏิหาริย์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ดังนั้น การที่สิบสามลัคนาสามารถสรรสร้างปาฎิหาริย์อื่นๆ ก็ใช่เป็นเรื่องแปลก”
ผู้คนไม่น้อยต่างพยักหน้ากับคำบอกกล่าวเช่นนี้ สิบสามลัคนาคือความมหัศจรรย์นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ความยอดเยี่ยมของมัน ความลึกซึ้งยอดเยี่ยมของมัน เกรงว่าผู้ที่มีสิบสองลัคนาจะห่างชั้น ไม่สามารถเทียบได้อยู่แล้ว
แน่นอน ผู้คนจำนวนมากก็อยากรู้อยากเห็นว่า สิบสามลัคนายังมีอะไรที่ลึกลับ ลึกซึ้ง และยอดเยี่ยมยิ่งกว่านี้อีกเล่า
………………………………………………………………………………….