Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน - ตอนที่ 1328 ศิลปินรอบด้าน
ตอนที่ 1328 ศิลปินรอบด้าน
เดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน โรงภาพยนตร์ฉินโจว นี่คือโรงภาพยนตร์แห่งแรกภายใต้ชื่อของซุนเย่าหัว ภาพยนตร์นักเปียโนบนท้องทะเล เลือกจัดรอบปฐมทัศน์ที่นี่
หลินเยวียนมาถึงแล้ว ครอบครัวของหลินเยวียนก็มาด้วย สมาชิกทั้งหมดของราชวงศ์ปลาก็มากันครบ ผู้บริหารระดับสูงของสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์และทีมผู้สร้างภาพยนตร์ก็พากันมาพร้อมหน้า นอกจากนั้นยังมีนักข่าวจากทุกทวีป และเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการ ทั้งแวดวงดนตรี วงการภาพยนตร์ วงการวรรณกรรม เป็นต้น
พิธีกรในงานรอบปฐมทัศน์คืออันหง ทุกคนยืนเรียงรายอยู่บนเวที อันหงคลี่ยิ้มก่อนจะหันไปถามหลินเยวียนว่า “ในฐานะภาพยนตร์ซึ่งมียอดตั๋วพรีเซลทะลุห้าหมื่นล้าน คุณอยากจะบอกอะไรกับผู้ชมไหมครับ?”
“ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนครับ” หลินเยวียนตอบด้วยความซาบซึ้งใจ เขาเองก็ไม่นึกไม่ถึงว่ากระแสตอบรับภายนอกจะหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลามเช่นนี้ อันที่จริง หลังจากยอดพรีเซลแตะสามหมื่นล้านใบก็เริ่มชะลอตัว แต่เมื่อตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย ยอดพรีเซลของบัตรชมภาพยนตร์กลับพุ่งขึ้นต่ออีกสองหมื่นล้านใบ!
สามร่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง สามชื่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง พลังอำนาจมหาศาลของอิทธิพลที่ปลดปล่อยออกมานี้ ทำให้แม้แต่หลินเยวียนเองก็ยังรู้สึกหวาดกลัว
“จริงๆ แล้วผมไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนคิดนะครับ ผมไม่ใช่เทพอะไรทั้งนั้น ผมก็แค่คนธรรมดาที่โชคดีสักหน่อยเท่านั้นเอง” คำพูดนี้ของหลินเยวียนออกมาจากใจจริง ถ้าไม่ได้รับความเมตตาจากโชคชะตาที่ระบบมอบให้ เขาจะเดินมาถึงวันนี้ได้อย่างไร? ทว่าในสายตาของคนอื่น ทั้งหมดที่เขาพูดนี้ฟังดูเป็นเพียงการถ่อมตัวเท่านั้น
อันหงกล่าวกลั้วหัวเราะ “คนธรรมดาที่โชคดีสักหน่อยไม่สามารถขึ้นครองอันดับหนึ่งของการจัดอันดับทางศิลปะทั้งห้าสาขาได้หรอกครับ คุณสร้างคุณูปการให้บลูสตาร์ไว้มากมาย ทุกคนเห็นกันอย่างชัดเจน”
ใช่แล้ว เมื่อวานนี้เอง หลังจากที่ตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย ยอดพรีเซลของบัตรชมภาพยนตร์เรื่องนักเปียโนบนท้องทะเลก็ทะยานขึ้นไปแตะห้าหมื่นล้านใบ ไม่เพียงทำลายสถิติของการซื้อแบบจองล่วงหน้า แต่ยังล้มสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงสุดของบลูสตาร์อีกด้วย แม้ภาพยนตร์ยังไม่ฉายจริงทั่วทั้งบลูสตาร์ ทว่าความสำเร็จนี้ก็เพียงพอแล้วให้หลินเยวียนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับหนึ่งในสาขาภาพยนตร์และโทรทัศน์ได้อย่างมั่นคงแล้ว
ในเวลานี้: ดนตรี, วรรณกรรม, เต้นรำ, จิตรกรรม, ภาพยนตร์และโทรทัศน์ หลินเยวียนคืออันดับหนึ่งของทั้งห้าสาขาอย่างแท้จริง นี่คือจุดสูงสุดที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึง นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้คนกล่าวว่าคุณเป็นมนุษย์ธรรมดาผู้ทัดเทียมเทพเจ้า เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แล้ว คุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณสมบูรณ์แบบแล้วหรือยังครับ หรือคุณยังคงมีไฟเต็มเปี่ยม ยังมีแผนการในอนาคต หรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกไหมครับ?
“เอ่อ…” หลินเยวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดยิ้มๆ “การเป็นมนุษย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีความสุขครับ”
“เข้าใจแล้วครับ” อันหงหัวเราะ “ไหนๆ ก็เป็นงานรอบปฐมทัศน์แล้ว ขอผมถือโอกาสสัมภาษณ์สักหน่อย อาจารย์หลินเยวียนครับ คุณพอจะบอกได้ไหมว่าคุณยังมีความลับอะไรอีกบ้างที่พวกเราไม่รู้?”
“ผมขอไม่พูดได้ไหมครับ…” หลินเยวียนตอบโดยสัญชาตญาณ ความลับของเขายังมีอีกเป็นกอง อย่างเช่นเรื่องของระบบ และคลังเก็บขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมของทั้งดาวไว้ให้เขาใช้แบบไม่จำกัด เรื่องนี้พูดได้จริงหรือ?
เมื่อคืนนี้ระบบยังส่งภารกิจอายุขัยมาให้เขาอีกครั้ง โดยมีข้อกำหนดว่า เขาต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของบรรดาศิลปะชั้นสูงทั้งหมดในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอักษรวิจิตร ศิลปะละคร หรือแม้แต่สถาปัตยกรรม และสาขาอื่น ๆ เรื่องนี้ไม่นับว่ายากเย็นนักสำหรับหลินเยวียน แล้วถ้าทำภารกิจสำเร็จ เขาจะมีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี นี่คือภารกิจอายุขัยขั้นสุดท้ายของระบบ ทว่าสำหรับหลินเยวียนแล้ว ร้อยปีก็ถือว่าเพียงพอแล้ว หรืออาจมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ
นี่ยังไม่นับตัวตนในฐานะอิฝาน ตามหลักแล้ว ภาพของวันที่ตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย ได้กลายเป็นฉากประวัติศาสตร์ของบลูสตาร์ไปแล้ว และหลินเยวียนไม่อยากเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำสองอีก ต้องเข้าใจก่อนว่า อิฝานคือตัวตนที่พิเศษที่สุดของหลินเยวียน เขาทําเรื่องน่าอายมานับไม่ถ้วน และถ้าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยไปเมื่อไหร่ มีหวังเขาได้ตายทางสังคมอย่างสนิทแน่นอน ถึงอย่างไรหน้าที่หลักของตัวตนนี้ก็คือ การปิดช่องโหว่ ชื่นชม และแก้สถานการณ์ให้กับสามสหาย… ดังนั้นหลินเยวียนจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมให้ตัวตนของอิฝานถูกเปิดเผยไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลินเยวียนไม่รู้คือ การตอบปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณของเขานี่แหละ ที่ทำเอาคนทั้งห้องแถลงข่าวต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่!
เฮือก! ดูจากความเร็วในการบอกปัดแบบนี้ แสดงว่าคุณยังมีความลับอีกเยอะเลยใช่ไหม!?
อันหงยกมือขึ้นมาคลึงขมับเบาๆ ก่อนกระแอมหนึ่งที “งั้นพอจะช่วยเปิดเผยเล็กน้อย ให้ทุกคนรู้กันสักนิดได้ไหมครับ?”
“ได้ครับ” หลินเยวียนครุ่นคิด “ที่จริงผมมีทักษะหลายด้าน ทั้งดนตรี การเต้น เขียนบทกวี เขียนเนื้อเพลง เขียนนิยาย วาดรูป อันนี้ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว ส่วนที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็อย่างเช่น เวลาว่างผมจะเขียนตัวอักษรบ้าง แกะสลักงานประติมากรรมบ้าง ถือเป็นงานอดิเรกแล้วผมก็สนใจงานละครด้วย จริงสิ ผมทำเกมได้ พวกคุณก็น่าจะรู้ใช่ไหมล่ะครับ แต่สิ่งที่พวกคุณน่าจะไม่เคยได้ยินคือ ผมพอมีความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมด้วย เอาไว้ผมจะค่อยๆ คุยกับทุกคนทีหลังแล้วกันนะครับ…”
เมื่อหลินเยวียนพูดจบ อันหงก็ยิ่งอ้าปากกว้างกว่าเดิม! นักข่าวดวงตาเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม! ผู้ชมทั่วทั้งบลูสตาร์ซึ่งกำลังรับชมการถ่ายทอดสดก็ตื่นเต้นกันสุดขีด! นี่หรือที่เรียกว่า ‘เล็กน้อย’ กับ ‘สักนิด’!?
บนบลูสตาร์มีการจำแนกศิลปะ 10 สาขา ได้แก่ วรรณกรรม ดนตรี จิตรกรรม การเต้นรำ ภาพยนตร์และโทรทัศน์ ประติมากรรม อักษรวิจิตร การละคร สถาปัตยกรรม และเกม หลินเยวียนได้คว้าอันดับที่หนึ่งไปแล้วถึงห้าสาขา! แต่จากที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนศิลปะอีกห้าสาขาที่เหลือ ตั้งแต่ประติมากรรม อักษรวิจิตร การละคร สถาปัตยกรรม และเกม เขาก็พอจะมีความรู้อยู่นิดหน่อยเช่นกัน!
จริงสิ เกมเขาก็เคยทำมาแล้ว และประสบความสำเร็จไม่น้อย เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีการจัดอันดับในสาขาเกม จึงไม่อาจประเมินได้ว่าตำแหน่งของเขาจะอยู่ระดับใดเท่านั้นเอง!
ฝีมือระดับปีศาจ อันหงกลืนน้ำลายอีกครั้ง เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ดนตรี ภาพยนตร์ จิตรกรรม พู่กัน ประติมากรรม วรรณกรรม…”
“คุณทำได้หมดเลย?”
“พอรู้อยู่นิดหน่อยครับ”
“พอรู้นี่นิดหน่อยจริงๆ ใช่ไหมครับ?”
“ครับ ประมาณว่ารู่นิดหน่อยจริงๆ ครับ”
อันหงสติแทบหลุด: “อาจารย์หลินเยวียน จู่ๆ ผมไม่รู้แล้วว่าจะเรียกคุณว่าอย่างไรดี นักเขียน? จิตรกร? นักเต้น? บางทีในอนาคตอาจจะยังเพิ่มตัวตนในฐานะประติมากรหรือสถาปนิกมาอีก?”
อันหงทอดถอนใจ “ไม่ต้องพูดถึงอนาคตเลย ลำพังแค่ปัจจุบันนี้ ตัวตนของคุณก็เยอะจนผมแทบนับไม่ไหวแล้วละครับ นึกถึงความเห็นหนึ่งในอินเทอร์เน็ตขึ้นมา เป็นคำที่สามารถใช้อธิบายตัวตนของคุณได้เลย และบางทีคำนั้นอาจจะใช้ได้กับคุณแค่คนเดียว ถ้าคนอื่นใชอาจจะฟังดูฝืนเกินไปสักหน่อย…”
“คำว่าอะไรครับ”
“ศิลปินรอบด้าน”
“ผู้ที่ใช้ศิลปะพิชิตใต้หล้า เป็นราชาไร้มงกุฎที่ผู้คนในทุกวงการเคารพและยกย่อง นี่แหละคือศิลปินรอบด้านอย่างแท้จริง”
— จบบริบูรณ์ —