Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน - ตอนที่ 1327-2 สวัสดีครับ ผมคืออิ่งจือ (2)
- Home
- Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
- ตอนที่ 1327-2 สวัสดีครับ ผมคืออิ่งจือ (2)
ตอนที่ 1327 สวัสดีครับ ผมคืออิ่งจือ (2)
ข่าวการจัดงานแถลงข่าวเผยแพร่ออกมาในวันเดียวกันนั่นเอง เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่กำลังโด่งดังที่สุดในเวลานี้ของหลินเยวียน สื่อมวลชนจากทั่วทั้งบลูสตาร์ก็แทบจะหลั่งไหลมายังฉินโจวกันมากมายประหนึ่งถูกสายลมพัดมาเลยทีเดียว
สามวันต่อมา งานแถลงข่าวเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อเห็นกล้องและฝูงชนมากมายอยู่ด้านล่างเวที หลินเยวียนก็รู้สึกกระวนกระวายใจ และอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้
“ใจเย็นๆ ครับ!” จินมู่เข้ามาอยู่ข้างกาย และยื่นสคริปต์หนึ่งชุดให้ “เดี๋ยวขึ้นเวทีไปก็อ่านตามนี้เลยครับ อย่าเพิ่งพูดเรื่องอิ่งจือก่อนเพื่อความสบายใจของคุณ ผมเชิญอันหงมาดำเนินการแถลงข่าวให้เลย”
“โอเค” หนีไม่ได้ก็ต้องสู้ หลินเยวียนได้แต่มองสคริปต์ที่จินมู่อดตาหลับขับตานอนเขียนทั้งคืน เนื้อหาเทียบได้ระดับเดียวกับมือโปรในวงการประชาสัมพันธ์
บนเวที อันหงในฐานะพิธีกรเริ่มกล่าวเปิดงาน “อันที่จริง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เป็นพิธีกรงานแถลงข่าว ก็ถือว่าเป็นการขยายเส้นทางอาชีพของผมเลย แต่ทำไงได้ล่ะครับ ก็ผมกับอาจารย์หลินเยวียนเป็นเพื่อนเก่ากัน ก่อนอื่นต้องขอบคุณสื่อมวลชนจากทั่วทั้งบลูสตาร์ที่มาร่วมงาน ประเด็นหลักที่อาจารย์หลินเยวียนจะมาพูดคุยกับทุกท่านในวันนี้ ส่วนมากจะเกี่ยวกับข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ครับ ทั้งเรื่องการบริจาค เรื่องภาพยนตร์เรื่องใหม่ รวมถึงประเด็นในเพลงใหม่บางเพลงในอัลบั้มของเขาด้วย…”
หลังจากเปิดงานจบ อันหงจึงประกาศเสียงดังฟังชัด “ขอเชิญ อาจารย์หลินเยวียน!”
หลินเยวียนจำใจเดินขึ้นเวทีพร้อมสคริปต์ในมือ ทันทีที่เท้าแตะเวที ทุกสายตาในห้องแถลงข่าวหันมาจับจ้องเขาพร้อมกัน หลินเยวียนก้มมองสคริปต์ ก่อนจะกระแอมเบาๆ
“สวัสดีครับทุกคน ผมคือหลินเยวียน ช่วงนี้มีข่าวที่เกี่ยวกับผมออกมามากมาย ทั้งจริงบ้างเท็จบ้างปนกันไป งั้นเรามาคุยทีละเรื่องดีกว่า เรื่องแรกคือภาพยนตร์ ตอนนี้ยอดพรีเซลล์ของเรื่องนักเปียโนบนท้องทะเลทะลุสามหมื่นสองพันหนึ่งร้อยล้านใบไปแล้วครับ นับว่าทำลายสถิติพรีเซลล์ของวงการภาพยนตร์บลูสตาร์ได้สำเร็จ…”
“อาจารย์หลินเยวียนครับ!” นักข่าวคนหนึ่งด้านล่างเวทียิ้มพลางเอ่ยว่า “เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะครับ พวกเราอยากให้คุณพูดถึงเรื่องอิ่งจือก่อนมากกว่า อันที่จริง วันนี้สถานีโทรทัศน์ของเราถ่ายทอดสด และชาวเน็ตสามารถรับชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์ และนี่คือประเด็นที่ทุกคนสนใจมากที่สุดครับ”
เมื่อนักข่าวคนนั้นพูดจบ นักข่าวทั้งหลายต่างก็แย่งกันยิงคำถามทันที
“ไม่ทราบว่าท่อนหนึ่งในเพลงฟังคำแม่สอน เป็นการบอกใบ้ถึงตัวตนที่สามของคุณหรือไม่ครับ?”
“คุณคืออิ่งจือใช่ไหมคะ?”
“ทำไมอิ่งจือไม่เคยเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณะเลยล่ะครับ?”
“ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างคุณกับอิ่งจือเป็นอย่างไรกันแน่คะ?”
“ข่าวลือในอินเทอร์เน็ตที่ว่าคุณคืออิ่งจือนี่จริงหรือเปล่าคะ?”
หลินเยวียนรีบยกมือขึ้นตัดบท “เวลาสร้างสรรค์เพลง บางครั้งเราต้องเลือกใช้คำเพื่อให้สัมผัสคล้องจอง จึงมีการใช้ลูกเล่นเติมแต่งทางศิลปะเข้าไปครับ เพลงของผมหลายเพลงก็เป็นแบบนั้น โดยเฉพาะเพลงรัก ผมสร้างเรื่องราวความรักขึ้นมามากมาย และเรื่องราวที่บอกเล่าในเนื้อเพลงนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ชีวิตจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง… รวมถึงงานภาพยนตร์ก็เช่นกัน… ตัวละคร นักแสดง อีกทั้งคนเขียนบทล้วนแยกจากกัน… ผมหมายถึง… ส่วนใหญ่…”
ด้านข้าง จินมู่ขยับเข้ามาใกล้หลินเยวียน กระซิบด้วยสีหน้ากระอักกระอวน “อย่าไปสนใจพวกเขาเลย อย่าเพิ่งพูดเรื่องอิ่งจือ อ่านตามสคริปต์ผมที่ให้ไปก็พอแล้วครับ!”
“ได้… ได้…” หลินเยวียนพยักหน้าอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะก้มหน้ามองสคริปต์ในมือ “สวัสดีครับทุกคน… เอาละ… ที่จริงแล้ว…”
เขามองสคริปต์ด้วยสีหน้าของคนอยากร้องไห้มากกว่าอยากแถลงข่าว หลินเยวียนก้มหน้าอ่านสคริปต์อย่างตะกุกตะกัก ผู้คนด้านล่างจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา ทันใดนั้นเอง เสียงของเขาก็หยุดลง การอ่านตามสคริปต์นั้นช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกล้องจากสื่อมวลชนจากทั่วทั้งบลูสตาร์ หลินเยวียนคล้ายกับตัดสินใจครั้งสำคัญ เขาสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาก็ค่อยๆ ฉายแววมุ่งมั่นราวกับเห็นความตายดังมาตุภูมิ คราวนี้เขาไม่ได้พูดติดขัด เพียงแต่เอ่ยประโยคสั้นๆ
“ผมคืออิ่งจือ”
ครืน! ทั้งห้องแถลงข่าวล้วนแตกตื่น! ดังที่ผู้สื่อข่าวบอกไว้ก่อนหน้านี้ งานแถลงข่าวครั้งนี้ถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งบลูสตาร์ และด้วยชื่อเสียงของหลินเยวียนในปัจจุบัน แค่การแถลงข่าวครั้งเดียว ก็เพียงพอจะดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วทั้งบลูสตาร์แล้ว
ดังนั้น เมื่อหลินเยวียนเอ่ยว่า ‘ผมคืออิ่งจือ’ ออกมาบนเวที ทั่วทั้งบลูสตาร์ก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันใด!
ฉินโจว: “บ้าหน้า!”, “อ๊ากกกกกกกก!!”, “แม่เจ้าโว้ย นี่มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย!!”, “เป็นเรื่องจริงสินะ!!”, “ฉันเดาถูกจริงด้วย!!”, “อิ่งจือ ฉันรู้ตั้งแตแรกแล้วว่าเขาคืออิ่งจือ!!”
อู๋โจว: “หลินเยวียนก็คืออิ่งจือ!”, “อิ่งจือคืออีกตัวตนหนึ่งของเขาจริงๆ เนื้อเพลงนั้นคือคำใบ้ชัดๆ!!”, “งั้นเขาก็ไม่ใช่ที่หนึ่งสามสาขานะสิ แต่เขาคือที่หนึ่งถึงสี่สาขาต่างหาก!!!”
เยี่ยนโจว: “นี่มันการล้อเล่นระดับนานาทวีปหรือไง!!”, “อัจฉริยะเกินคน!!”
หานโจว: “นี่ไมใช่คนแล้ว!”, “เขาไม่ใช่คน!!”, “เขาไม่ใช่คนไง เขาคือเทพ!!!”
จ้าวโจว: “แอบบริจาคหนึ่งล้านล้านหยวนแล้วทำให้คนตกใจกันทั้งบลูสตาร์นี่ยังไม่พออีกหรือไง!?”, “ยังมีหน้ามาบอกอีกว่าเป็นอิ่งจือ!?”, “เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!”
เวยโจว: “ภาพชุดจิตวิญญาณฝีมือหมอนี่หมดเลยหรือ!?”, “ฝีมือระดับเทพเจ้า!”, “ที่หนึ่งในสี่สาขา แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนและคงไม่มีอีกแล้ว!”
จงโจว: “ตอนแรกผมยังคิดว่านี่คือข้อสันนิษฐานที่เพ้อเจ้อของชาวเน็ตเลยนะ!”, “หลินเยวียนบอก มีข่าวลือว่าผมคืออิ่งจือ งั้นผมขอชี้แจงว่านี่ไม่ใช่ข่าวลือครับ”, “บ้าไปแล้ว ฉันบ้าไปแล้ววว”
ในบ้าน: “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!”, “ในที่สุดก็พูดออกมาสักที!”, “ฉันจะได้ลงโซเชียลซะเลย!”
สตูดิโออิ่งจือ: “จินมู่นี่ไม่ไหวเลย เผ่นไปคนแรกเลยนะ!”, “ถ้าเป็นฉัน ฉันก็เผ่น!!”, “บนโลกมีความอับอายอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า… ตายสังคมแบบไม่ฟื้น!”, “สะใจจริงๆ!”, “คัดอั้นมานานแล้ว!”, “ในที่สุดก็พูดออกมาสักที น่าจะพูดออกมาตั้งนานแล้ว!”
สตาร์ไลท์: “สามสหายคือเขาคนเดียววางั้น!?”, “ฉู่ข่วง เซียนอวี๋ อิ่งจืออะไรไม่มีหรอก ที่แทก็มีแค่เขาคนเดียว!”, “เขามีมือถือสองเครื่องไม่ใช่หรือไง!”, “เขามีสามเครื่องต่างหาก!”, “นี่มันใช่แค่เรื่องมือถืออย่างเดียวที่ไหนล่ะ!”, “สมาคมวรรณศิลป์: ทางเรามีประสบการณ์ในการปรับอันดับครั้งใหญ่แบบเร่งด่วนมาก่อน”, “บริษัทเราคลอดตัวอะไรออกมาฟระเนี่ย อัจฉริยะเกิน!”
คลังหนังสือซิลเวอร์บลู: “ดูข่าวสดอยู่! เจ้าแก่ฉู่ข่วง เอ่อ ไม่ใช่สิ อาจารย์ฉู่ข่วงคืออิ่งจือ!”, “พระเจ้าช่วย ไม่แปลกเลยที่อิ่งจือเดบิวต์มาด้วยเจ้าชายลูกสักหลาด!”, “มิน่าล่ะ ลิขสิทธิ์การ์ตูนทั้งหมดของอิ่งจือถูกส่งให้สตาร์ไลท์หมดเลย”, “สามสหายอัจฉริยะที่เขย่าบลูสตาร์ ที่จริงแล้วคือคนคนเดียวกัน!”
วงการเพลง: “นี่ฉันเป็นใคร อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่…”, “หยิกฉันที… โอ๊ย เจ็บจริงแฮะ”, “งั้นนี่ไม่ใช่ความฝัน? นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง?”, “สิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ก็เป็นความจริงเหมือนกันเหรอ?”
วงการนักเขียน: “สามสหายคือคนคนเดียวกัน นี่มันมุกอะไรเนี่ย?”, “มุกนี้ไม่ตลกเลยนะ!”, “เจ้าแก่ฉู่ข่วงคือนักเขียนที่วาดรูปเก่งที่สุดในบลูสตาร์?”, “และจิตรกรที่ไม่อยากเป็นนักเขียน จะเรียกว่าเป็นพ่อเพลงที่ดีไม่ได้หรอกนะ??”, “แล้วการเต้นล่ะ คุณเอาการเต้นวางตรงไหน!”, “ความสามารถของเขาเยอะเกินไป จนไม่รู้จะเอาไปใส่ตรงไหนแล้ว นี่สินะพลังของคนที่บริจาคไปหนึ่งล้านล้าน!”, “คิดจากเงินที่เซียนอวี๋ อิ่งจือ และฉู่ข่วงหาได้ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่นะ!”
ในสโมสรแห่งหนึ่ง: หยางจงหมิงดวงตาเบิกกว้าง ลู่เชิงอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุด! อบิเกลพ่นน้ำออกมาเต็มพื้น! ส่วนผู้ที่คลั่งไคล้งานจิตรกรรมอย่างเจิงจิง ก็เอ่ยออกมาทีละคำอย่างเหลือเชื่อ “เขา… คือ… อิ่ง… จือ…?”, “เขาคืออิ่งจือ!?”, “เขาคืออิ่งจือจริงๆ เหอ!”, “เซี่ยวอวี๋ คือไอดอลสูงสุดของฉัน!?”
ฝั่งราชวงศ์ปลา: “ตัวแทนขะขะขะขะขะขะเขา…”, “อิ่งจือ!”, “ฉันน่าจะนึกได้ตั้งนานแล้ว!”, “เป็นอย่างที่คิดจริงๆ”, “เป็นอย่างที่คิดอะไรของนาย ซุนเย่าหัวพูดมาให้ชัดๆ!”, “ไม่มีอะไรมาก พูดได้แค่ว่าฉันใส่ใจตัวแทนมากกว่าใคร”, “ฉันจะแต่งงานกับตัวแทนเดี๋ยวนี้เลย!”, “เร็วเกินไปหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สาวจัดการแทนเองก็ได้!”
ในสถานที่จัดงาน! ผูสื่อข่าวทุกคนต่างสติแตกกันยกใหญ่! แม้แต่พิธีกรอย่างอันหงยังยืนนิ่งอึ้งไปนานโข! ให้ตายเถอะ! ตัวตนของหลินเยวียนถูกเปิดเผยเป็นครั้งที่สาม และเขาอยู่ตรงนี้เป็นสักขีพยานทุกครั้ง! นี่มันบังเอิญ หรือโชคชะตากำลังแกล้งเขากันแน่!?
กระทั่งเสียงผู้สื่อข่าวเริ่มดังอื้ออึงจนไมอาจควบคุมสถานการณ์ได้ อันหงจึงได้สติกลับมา “ทุกท่านใจเย็นก่อนครับ!” กว่าจะทำให้สถานที่เงียบลงได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ทว่าบนหน้าของเหล่านักข่าวยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
หลินเยวียนคืออิ่งจือ! สามสหายอัจฉริยะ แท้จริงเป็นตัวตนของคนคนเดียวกัน! เรื่องแบบนี้ทำให้นักข่าวสติแตกกันเป็นธรรมดา อันที่จริงควรจะบอกว่าทำให้คนสติแตกกันทั้งบลูสตาร์ไปเลยเห็นจะเหมาะกว่า! อันหงได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนหันไปมองหลินเยวียน “ผมเคยอ่านบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศที่คุณเขียน ในเรื่องกล่าวว่า หนึ่งปราณแยกสามบริสุทธิ์ คุณคือหนึ่งปราณแยกสามบริสุทธิ์เวอร์ชันมนุษย์สินะครับ?”
หลินเยวียนไม่รู้ควรจะตอบว่าอย่างไร อันหงจึงพูดต่อ “เรารู้ที่มาของชื่อเซียนอวี๋มาจากสุภาษิต ‘แทนที่จะรอปลา มิสูกลับบ้านไปถักแห’ อู๋ข่วงก็มาจาก ‘อันตัวข้าคือคนคลั่งแห่งแควนฉู่ พรั่งพรูเพลงหงส์ฟ้าเย้ยขงชิว’ แล้วชื่ออิ่งจือล่ะ มีที่มาอย่างไรครับ?”
หลินเยวียนตอบ “ร่ำสุราในหมู่ผกา ไรญาติมิตรข้างกาย ชูจอกเชิญจันทร์เจ้า รวมกับเงาเป็นสามตน”
ชูจอกเชิญจันทร์เจ้า รวมกับเงาเป็นสามตน… เขาอวดฝีมือได้อย่างไร้ที่ติอีกแล้ว! ทั้งงานเงียบตกลงทันที ผู้สื่อข่าวจ้องมองเขา ผู้คนทั่วทั้งบลูสตาร์ก็มองเขา ความเงียบนั้นทำให้ทุกคนหวนนึกถึงเรื่องราวและความปั่นป่วนที่สามสหายได้สร้างไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากนั้นบรรยากาศแห่งความกระอักกระอวนก็เข้าปกคลุม… เหตุการณ์อันน่ากระอักกระอวนใจระดับตำนาน แม้จะมาช้าแต่ก็มาถึงแล้ว!
หลินเยวียนจิกปลายเท้าแน่นราวจะขุดพื้นให้เป็นหลุม ใบหน้ากลายเป็นสีแดงระเรื่อ กระนั้นก็ช่างเป็นภาพที่งดงาม ราวกับผลงานชิ้นเอกของบลูสตาร์ บางคนแม้จะมีชีวิตอยู่ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้กลับรู้สึกเหมือนตายไปแล้ว อย่างเช่นหลินเยวียน และบางคนแม้จะตายไปแล้ว แต่ชื่อยังคงโลดแล่นอยู่เสมอ อย่างเช่น หลิน-เซียนอวี๋-ฉู่ข่วง-อิ่งจือ-เยวียน