Gate of God - ตอนที่ 1048 ภาพกวางหลิง
ตอนที่ 1048 ภาพกวางหลิง
ผิด?
หรือถูก?
ฟางเจิ้งจือไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอีกต่อไปอย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ไม่สามารถเห็นหยุนชิงวูตายต่อหน้าได้
นั่นเพราะเขาเป็นผู้ชาย
ทันทีที่เขากดมือลงบนกล่องดำร่างของหยุนชิงวูได้ปรากฎขึ้นต่อหน้า
แน่นอนว่านอกเหนือจากนางแล้วยังมีแผนที่สู่สวรรค์ยี่สิบแปดชิ้น
อย่างไรก็ตามพวกมันกลับส่งแสงสีเงินออกมา
พวกมันเชื่อมต่อกันกลายเป็นภาพแม่น้ำดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์ป่า นก เปลวเพลิง สายฟ้า…
ทุกรูปแบบของธรรมชาติราวกับมารวมกันอยู่ที่นี่แสงสีเงินสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ”นั่นคืออะไร?”
”ทำไมถึงมีแสงสว่างปรากฎขึ้น?!”
”นายน้อย…”
”ดูที่ผมของนายน้อยสิ!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันทำให้กองทัพอสูรและปีศาจทั้งหมดหยุดโจมตีพร้อมกับมองไปยังฉากตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อ
นั่นเป็นเพราะหยุนชิงวูปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง
ที่สำคัญที่สุดคือผมของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวราวกับหิมะ
เกิดอะไรขึ้น?
เกิดอะไรขึ้นกับผมของนาง?
ยิ่งไปกว่านั้นเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของนางซีดขาวปากของนางมีสีม่วงคล้ำราวกับถูกวางยาพิษ
”ฟางเจิ้งจือทำอะไรลงไป?” ”เขาทำอะไรนายน้อยถึงบาดเจ็บขนาดนั้น?”
กองทัพอสูรปีศาจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและกังวล
ในเวลาเดียวกันแสงสีเงินในมือของหยุนชิงวูได้หยุดเคลื่อนไหว
ราวกับเวลาได้หยุดนิ่ง
ทั้งโลกราวกับหยุดนิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแสงสีเงินที่ค่อยขยายยาวราวกับเป็นม้วนภาพวาด
ครืน!
ตู้ม!
ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆสีดำสายฟ้าพาดผ่านท้องฟ้าทำให้ม้วนภาพวาดนั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น
มันเป็นม้วนภาพวาดสีแดงและดำ
ตรงกลางภาพวาดนั้นเป็นทะเลสาบที่นิ่งสงบราวกับกระจกยังมีภูเขาสูง ต้นไม้ ดอกไม้และนกที่บินไปทั่วท้องฟ้า มันเป็นภาพวาดที่ราวกับมีชีวิต
สัตว์ที่อยู่ด้านในราวกับมีชีวิต
อั้ก!ขณะที่ทุกคนกำลังสนใจกับภาพวาด หยุนชิงวูได้กระอักเลือดออกมา
”เลือดจากหัวใจ?!”ร่างของฟางเจิ้งจือแข็งค้าง เขารู้ว่าเมื่อพลังของคนเหือดแห้งจนใกล้หมด ร่างกายจะคายเลือดออกมาจากหัวใจ
มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหยุนชิงวู
ผมของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวในทันที
หยุนชิงวูใช้พลังงานอย่างหนักในกล่องดำ
อย่างไรก็ตามนางสามารถทำได้สำเร็จนางสามารถรวมแผนที่สู่สวรรค์ยี่สิบแปดชิ้นเข้าด้วยกันสำเร็จ
ตามความคิดของเขาแล้วเขาควรดึงม้วนภาพวาดนั้นมาจากหยุนชิงวูในทันที
ถ้าหยุนชิงวูใช้งานมันจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่ามันจะต้องเหนือจินตนาการของเขามาก
ฟางเจิ้งจือต้องการจะชิงมันมาแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขากลับยืนอยู่เงียบๆมองหยุนชิงวูที่ถือม้วนภาพวาดอยู่เท่านั้น
หยุนชิงวูสัมผัสกับม้วนภาพวาดอย่างระมัดระวังราวกับกำลังสัมผัสกับสิ่งที่นางรักใบหน้าของนางซีดขาว ผมของนางก็ขาวราวกับหิมะ
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องนี้
ในใจของนางมีแต่เพียงภาพวาดนางเพียงชื่นชมภาพวาดในมือเงียบๆ
”นายน้อยถืออะไรอยู่?!”
”เหมือนจะเป็นม้วนภาพวาด…”
”ภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้…”
ปีศาจและอสูรต่างหยุดนิ่งและมองไปที่หยุนชิงวู
”มันน่าจะเป็น…”ดวงตาสีแดงของหนานกงมู่แสดงถึงความตกใจเมื่อเห็นม้วนภาพวาดนั้น
ด้านหยุนชิงวูนางหันไปมองรอบๆอย่างช้าๆ
จากนั้นนางก็มองไปที่ฟางเจิ้งจือดวงตาของนางยังคงเป็นสีดำที่นิ่งสงบราวกับสายน้ำดังเช่นอดีต
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
”หยุนชิงวูเจ้า…”ฟางเจิ้งจือเห็นร่างของหยุนชิงวูล้มลงอยู่กับพื้น แทนที่จะแย่งม้วนภาพมาจากนาง เขากลับพยุงร่างของหยุนชิงวูให้พิงเข้ากับไหล่ของเขา
ร่างของนางเปียกโชกไปด้วยเหงื่อแต่ฟางเจิ้งจือไม่สนใจเรื่องนั้นเขาพยายามทำให้ร่างกายของนางอบอุ่น
ทันใดนั้นหยุนชิงวูยิ้ม
นางยิ้มอย่างเบิกบานราวกับกำลังเพลิดเพลินที่ได้เฝ้ามองดวงอาทิตย์ตกดินงมู่แสดงถึงความตกใจเมื่อเห็นม้วนภาพวาดนั้น
ด้านหยุนชิงวูนางหันไปมองรอบๆอย่างช้าๆ
จากนั้นนางก็มองไปที่ฟางเจิ้งจือดวงตาของนางยังคงเป็นสีดำที่นิ่งสงบราวกับสายน้ำดังเช่นอดีต
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
”หยุนชิงวูเจ้า…”ฟางเจิ้งจือเห็นร่างของหยุนชิงวูล้มลงอยู่กับพื้น แทนที่จะแย่งม้วนภาพมาจากนาง เขากลับพยุงร่างของหยุนชิงวูให้พิงเข้ากับไหล่ของเขา
ร่างของนางเปียกโชกไปด้วยเหงื่อแต่ฟางเจิ้งจือไม่สนใจเรื่องนั้นเขาพยายามทำให้ร่างกายของนางอบอุ่น
ทันใดนั้นหยุนชิงวูยิ้ม
นางยิ้มอย่างเบิกบานราวกับกำลังเพลิดเพลินที่ได้เฝ้ามองดวงอาทิตย์ตกดิน มันทั้งอบอุ่นและงดงาม
จากนั้นนางก็ส่งม้วนภาพวาดไปให้ฟางเจิ้งจือช้าๆ
”ในที่สุด…พวกเราก็สามารถสู้ด้วยกัน…”
”ใช่ใช่แล้ว พวกเราสามารถต่อสู้เคียงข้างไปด้วยกัน” ฟางเจิ้งจือพยักหน้าพร้อมกับส่งผ่านพลังของเขาเข้าไปที่ร่างของนาง
”ขอบคุณ…”
”ทำไมเจ้าต้องขอบคุณข้า?ข้าต่างหากที่ควรขอบคุณเจ้า!”
”หืมมมเจ้า…พูดถูก เจ้าควรจะขอบคุณข้า…งั้นข้ามีอีกเรื่องที่อยากจะขอได้ไหม?”
”พูด!”
”ข้าอยากตั้งชื่อให้ภาพวาดนี้…ข้าอยากจะเรียกมันว่ากวางหลิง(ภูผาแห่งแสง)เจ้าคิดว่าเป็นเช่นไร?”
”ภาพวาดกวางหลิง?!ร่างกายของฟางเจิ้งจือแข็งค้าง ก่อนที่เขาจะพยักหน้าอีกครั้ง “ได้ข้าจะตั้งชื่อภาพนี้ว่ากวางหลิง!” ”ข้า…ข้า…อยากจะลองมองดูมันอีกสักครั้ง…”เสียงของหยุนชิงวูเบาลงขณะที่นางค่อยๆหลับตาลง
ฟางเจิ้งจือหยุดพูด
เขาสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของหยุนชิงวูและลมหายใจอันหนักหน่วงของนางราวกับนางต้องการได้รับทุกอย่างที่นางสูญเสียไปกลับคืน
หยุนชิงวู…
ผู้หญิงคนนี้!
หลังจากที่ได้รับภาพกวางหลิงแทนที่นางจะใช้โอกาสนั้นหนีนางกลับส่งมันให้ฟางเจิ้งจือต่อหน้ากองทัพอสูรและปีศาจ?
ฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจว่านางกำลังคิดอะไรจริงๆ
นางโง่หรือเปล่า
ทำไมนางถึงไม่ใช้โอกาสทองเช่นนี้ในการหลบหนี?ถ้านางหนีไปไม่มีทางที่ฟางเจิ้งจือจะไล่ตามทันแน่นอน หากนางเพียงใช้ภาพกวางหลิงเพื่อหนีออกจากที่นี่นางจะสามารถกลับไปควบคุมกองทัพอสูรและปีศาจได้อีกครั้ง
ทำไมนางถึงไม่ทำแบบนั้น?
ยิ่งไปกว่านั้นนางควรจะรู้ถึงผลที่ตามมาหากนางทำเช่นนี้
ความตาย!
ถ้านางยังอยู่ในเงื้อมมือของฟางเจิ้งจือมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอนางอยู่
ฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจว่าหยุนชิงวูคิดอะไรอยู่อย่างไรก็ตามอย่างน้อยตอนนี้นางก็อยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาควรจะปกป้องนาง
”ภาพกวางหลิง?”ฟางเจิ้งจือรับภาพวาดมาจากหยุนชิงวู เขามองภาพนกตัวน้อยที่บินข้ามฟากฟ้า ทะเลสาบที่นิ่งสงบ
หลังจากแตะภาพกวางหลิงฟางเจิ้งจือรู้สึกแปลกใจไม่น้อยมันเป็นเหมือนพื้นที่ที่แยกออกไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์
หรืออาจจะเรียกได้ว่ามันเป็นมิติเล็กๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวใจของมนุษย์
แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กและดูไม่สมบูรณ์แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ฟางเจิ้งจือตัวสั่น
”โจมตี!”ทันใดนั้นเสียงของหนานกงมู่ดังขึ้น “มู่ซิง เจ้าไม่ได้ต้องการตัวนายน้อยกลับมางั้นหรือ? เจ้ามัวรออะไรอยู่?”
”ใช่แล้ว!”มู่ซิงและคนอื่นๆต่างได้สติจากคำพูดของหนานกงมู่
จากนั้นดวงตาของพวกเขาก็สว่างขึ้น
ถูกต้อง!
พวกเขามัวรออะไรอยู่?
”โจมตี!”
”ชิงตัวนายน้อยกลับมา!”
”ฆ่าฟางเจิ้งจือ!”
มู่ซิงและตัวตนระดับเทพเจ้าอีกสองคนค่อยๆยกอาวุธในมือขึ้น
กิ่งไม้และรากไม้ที่ขังฟางเจิ้งจือกับหยุนชิงวูเอาไว้ค่อยๆเปิดออกให้พวกเขาโจมตีได้ หนานกงมู่ไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
แม้เขาจะไม่รู้ว่าม้วนภาพวาดในมือของฟางเจิ้งจือจะเป็นสิ่งที่เขาคาดเดาหรือไม่แต่เขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป
การต่อสู้จะต้องจบลงโดยเร็วที่สุด
ตูม!
ตูม!
”…”
สายฟ้าสีเลือดพุ่งลงใส่ฟางเจิ้งจือในเวลาเดียวกันกิ่งไม้สีแดงนับไม่ถ้วนได้แทงไปที่ฟางเจิ้งจือ
ราวกับหนานกงมู่กำลังบ้าคลั่ง
เขาไม่สนใจความปลอดภัยของหยุนชิงวูอีกต่อไป
ฟางเจิ้งจือเหยียดยิ้มขณะมองตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งสามและกองทหารนับหมื่นพุ่งมาหาเขา
”มาดูกันว่าภาพกวางหลิงนี้มีประโยชน์แค่ไหน?”ฟางเจิ้งจือโยนม้วนภาพวาดขึ้นไปบนหัวทันที
ในขณะเดียวกันกงล้อแห่งการจุติปรากฎขึ้นเหนือหัวของเขา
การรวมกันของกงล้อแห่งการจุติและภาพกวางหลิง
แม้มันจะดูเป็นไปไม่ได้แต่ตอนที่มือของฟางเจิ้งจือสัมผัสกับภาพกวางหลิง เขารู้ว่ามันเป็นไปได้แน่นอน
นั่นเป็นเพราะภาพกวางหลิงนั้นเป็นมิติเล็กๆ
และพลังจากมิติพิเศษนั้นเป็นจุดกำเนิดพลังทุกอย่างบนโลก
ฟู่ม!!กงล้อแห่งการจุติที่เปล่งแสงออกมาห้าสีกลับเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
ราวกับได้รับพลังชีวิต
ประกายแสงสีเงินส่องผ่านบนสัญลักษณ์แห่งการจุติทั้งห้ายิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพภูเขาสูง ทะเลสาบ นกที่บินอยู่บนอากาศปรากฎขึ้นด้านในกงล้อแห่งการจุติ
ราวกับทุกสิ่งบนโลกอยู่ในนั้น…
สายตาของฟางเจิ้งจือเองก็เปล่งประกายเจิดจ้าเช่นกันมันทำให้กองทัพปีศาจและอสูรแทบจะมองอะไรไม่เห็น
”ใครก็ตามที่ขวางทางข้าต้องตาย!”ฟางเจิ้งจือแทงหอกไปข้างหน้า แสงสีท่องนับพันพวยพุ่งออก พวกมันราวกับเป็นเสียงคำรามของพายุ ภูเขา ทะเลและเหล่าสัตว์ร้าย
”อะไรกัน?!”มู่ซิงที่พึ่งมาถึงด้านหน้าของฟางเจิ้งจือไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทัน
ร่างกายของเขามีขนาดเพิ่มขึ้นเท่ากับภูเขาโดยไม่รู้ตัวเกล็ดสีดำราวกับโลหะปกคลุมไปทั่วร่าง
มันเป็นร่างที่แท้จริงของมู่ซิง
นั่นเป็นเพราะมู่ซิงสามารถสัมผัสถึงอันตรายได้ลำแสงสีทองไม่เพียงแต่แสบตาเท่านั้นแต่ยังแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง ตูม!
ลำแสงสีทองพุ่งทะยานไปหามู่ซิงและกลืนกินร่างของเขาราวกับมหาสมุทรสีทองที่โหมกระหน่ำเข้าใสภูเขาที่ตั้งตระหง่าน
……………………………………..