Gate of God - ตอนที่ 1056 การชำระล้าง
ตอนที่ 1056 การชำระล้าง
มีเพียงทางเดินสามรอบที่อยู่ระหว่างดวงดาวและหยวนสวรรค์
ฟางเจิ้งจือตอนนี้เดินผ่านรอบแรกไปแล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาสามารถไปยังหยวนสวรรค์ได้อีกสองทาง
’ตรงสู่หยวนสวรรค์…’
หยุนชิงวูนิ่งงันไปเล็กน้อยตอนแรกนางคิดว่าฟางเจิ้งจืออาจจะใช้ลูกเล่นบางอย่างอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฟางเจิ้งจือได้ทำนั้นยอดเยี่ยมจนนางหาข้อบกพร่องไม่พบ
ที่สำคัญคือนางยังไม่รู้ว่าฟางเจิ้งจือคิดออกได้ยังไง
’มันเป็นไปได้ยังไง?!’
หยุนชิงวูไม่สามารถรั้งตัวเองเอาไว้ได้ขณะที่ฟางเจิ้งจือลากนางไป
ไม่ช้าพวกเขาก็ไปถึงจุดเชื่อมถัดไปและฟางเจิ้งจือเลือกเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง
เหลือเพียงรอบสุดท้ายก่อนที่ฟางเจิ้งจือจะนำทางไปยังหยวนสวรรค์ได้สำเร็จ
”เจ้าสงสัยหรือเปล่า?”ฟางเจิ้งจือหันไปถามหยุนชิงวูเมื่อเขานำนางไปยืนอยู่ข้างๆบ่อน้ำบนหมากตัวสุดท้าย
”ใช่…”หยุนชิงวูกัดฟันยอมรับ
นางไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้แต่นางสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นมาก
นั่นเป็นเพราะหยวนสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว
นางกำลังจะแพ้
”เจ้าอยากรู้งั้นหรือ?”
”ใช่…”หยุนชิงวูพยักหน้า
”งั้นข้าจะบอกเจ้าก็ได้”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าด้วยความพอใจ
”ไม่มีเงื่อนไขงั้นหรือ?”หยุนชิงวูแปลกใจเล็กน้อย ”เงื่อนไข?เจ้าจะให้อะไรข้าได้อีก?” ฟางเจิ้งจือมองหยุนชิงวูราวกับจะพูดว่า’เจ้าเป็นทาสของข้าอยู่แล้ว เจ้าจะให้อะไรข้าได้บ้าง’
”…”หยุนชิงวูตกใจก่อนที่นางจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “อืม ข้าไม่ได้เป็นผู้บัญชาการกองทัพอสูรและปีศาจอีกแล้ว ข้าคงให้อะไรเจ้าไม่ได้อีก”
”จริงๆแล้วยังมีอีกอย่างที่เจ้าให้ข้าได้”
”?”
”อย่างเช่นอาบน้ำให้ข้าดู…ตัวเจ้าเต็มไปด้วยเหงื่อการเข้าไปในหยวนสวรรค์ด้วยสภาพเช่นนี้มันคงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก”
”หน้าด้าน”หยุนชิงวูต่อว่าฟางเจิ้งจือทันที ก่อนที่นางจะหันไปทางบ่อน้ำ ร่างของนางมีเหงื่อเล็กน้อยเพราะความเหนื่อยล้า
”ฮ่าฮ่ายังไงก็ตามไปกันเถอะ” ฟางเจิ้งจือไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ เขาเตรียมลากหยุนชิงวูออกไปอีกครั้ง
”เดี๋ยวก่อน”หยุนชิงวูหยุดอยู่กับที่ ”มีอะไรงั้นหรือ?”
”เจ้าพูดถูกพวกเรากำลังจะไปถึงหยวนสวรรค์ มันคงไม่ดีเท่าไรที่ข้ายังอยู่ในสภาพเช่นนี้ ข้าอยากจะชำระล้างตัวเองเสียก่อน”
”เจ้าเอาจริงรึ?”ฟางเจิ้งจือประหลาดใจเล็กน้อย เขาเพียงพูดเล่นเท่านั้นและไม่ได้หวังว่าหยุนชิงวูจะคิดเป็นจริงเป็นจัง
นางเดินตรงไปยังบ่อน้ำและกระโดดลงไปทันที
แม้นางจะไม่ได้ทอดเสื้อผ้าออกแต่เมื่อชุดเปียกน้ำมันก็เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าบนร่างกายของนางได้เป็นอย่างดี
”แม่เจ้า…มันน่าตื่นเต้นมาก!”ฟางเจิ้งจือพูดอย่างตื่นเต้น
”เจ้าบอกข้าได้แล้วว่ารู้ได้ยังไง”หยุนชิงวูหันหลังให้ฟางเจิ้งจือขณะทำความสะอาดใบหน้า
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความสงบ
”จริงๆแล้วมันง่ายมากมันเป็นเรื่องโหราศาสตร์” ฟางเจิ้งจือพบก้อนหินริมสระและนั่งลงก่อนจะพูดโกหกออกมา
”โหราศาสตร์?”หยุนชิงวูตกตะลึง
”ใช่”
”แล้ว?”
”แค่นั้น”
”แค่นั้น?”
”มีอะไรอีก?ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วว่ามันคือโหราศาสตร์ เจ้าก็คิดด้วยตัวเองสิ เป็นคนฉลาดไม่ใช่หรือ? นายน้อยของอสูรและปีศาจจะไม่เข้าใจเรื่องง่ายๆเช่นนี้ได้ยังไง?”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องปกติ
”…”หยุนชิงวูเงียบสนิท
อย่างไรก็ตามนางแหวกว่ายไปมาในบ่อน้ำอย่างงดงามและก่อระลอกคลื่นเล็กน้อย
ฟางเจิ้งจือไม่ได้สนใจ
เขากำลังนอนอยู่บนพื้นและมองดูหยุนชิงวูที่ริมบ่อน้ำรอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างไม่รู้ตัว
ฟางเจิ้งจือไม่ใช่คนที่เข้าใจในงานศิลป์ได้อย่างลึกซึ้งดังนั้นตอนที่หยุนชิงวูพูดถึงค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์ เขาจึงไม่เข้าใจแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องโหราศาสตร์
โหราศาสตร์มีอีกชื่อหนึ่งในโลกก่อนหน้าของเขา
มันคือดาราศาสตร์
หยวนสวรรค์!
มันคือจุดที่สำคัญที่สุดของกระดานหมากรุก
อย่างไรก็ตามหยวนสวรรค์ในโหราศาสตร์มีอีกความหมายหนึ่งนั่นคือดาวเหนือ ซึ่งเป็นดาวที่มีความสำคัญมาก
เมื่อผู้ปกครองดินแดนต้องการสร้างอาณาจักรใหม่ย่อมต้องระวังและดูตำแหน่งที่สร้างเมืองจากดาวเหนือ ฟางเจิ้งจือนึกถึงเรื่องนี้และตำแหน่งของหยวนสวรรค์จากโหราศาสตร์นั่นทำให้เขารู้ตำแหน่งที่แน่นอนได้โดยธรรมชาติ
หลังจากเขาพบตำแหน่งที่แน่นอนแล้วเขาก็เปิดใช้เต๋าวิญญาณมองค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์จากด้านบน
เขาจะพลาดได้ยังไง?
”ข้าคิดออกแล้วเจ้าคำนวนตำแหน่งของหยวนสวรรค์จากโหราศาสตร์และมองหาตำแหน่งด้วยเต๋าวิญญาณใช่ไหม?”หลังจากเงียบไปชั่วขณะ หยุนชิงวูก็หันไปถามฟางเจิ้งจือ
โหราศาสตร์นั้นบอกตำแหน่งของดวงดาว
แม้ฟางเจิ้งจือจะพูดออกไปเพียงคำสั้นๆแต่นางก็ยังสามารถเข้าใจมันได้ อย่างไรก็ตามนางตกใจไม่น้อยเมื่อรู้เรื่องนี้
ฟางเจิ้งจือเองก็ตกใจเช่นกัน
”เจ้าล้อเล่นใช่ไหม?เจ้าคิดแบบนั้นงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือจ้องที่ดวงตาของหยุนชิงวูจากนั้นก็มองใบหน้าที่งดงามของนาง จนสายตาของเขาค่อยๆเลื่อนลงมองไปด้านล่างเรื่อยๆ…
”เอ่อ…”
”!”
”ดูเหมือนเจ้าจะ…ไม่รู้ตัวนะ!”
”…”หยุนชิงวูตัวแข็งค้างในทันทีใบหน้าที่งดงามเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที “ฟางเจิ้งจือ เจ้า …เจ้า …เจ้ามันหน้าด้าน!”
…
หลายนาทีผ่านไปหลังจากหยุนชิงวูเปลี่ยนชุดนางกลับมายืนต่อหน้าฟางเจิ้งจือด้วยใบหน้าอันนิ่งเฉย ความอับอายบนใบหน้าของนางไม่มี
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออก
”นางเป็นคนให้ข้าเห็นเองแล้วมาต่อว่าข้าทำไม?”
”ผู้หญิงนี้เข้าใจยากเสียจริง” โชคดีที่เขาไม่พูดออกไปทันทีทำให้เขาสามารถจ้องมองใบหน้าของนางนานเท่าที่จะทำได้
”ไปกันเถอะหลังจากเข้าถึงหยวนสวรรค์ เจ้าจะทำตามสัญญาและบอกข้าเกี่ยวกับชิ้นส่วนแผนทีู่่สวรรค์ทั้งแปดใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือจับมือของหยุนชิงวูไว้เช่นเดิม
”เจ้าไม่ต้องกังวลกับเรื่องนั้น”หยุนชิงวูพยักหน้าแล้วหันไปด้านข้างอย่างไรก็ตามนางยอมให้เขาจับมือเอาไว้แทนที่จะดึงมือออก
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ถามอีกต่อไป
เพราะเขารู้ว่าหยุนชิงวูเป็นคนอย่างไรถ้านางพูดแล้วจะไม่มีวันคืนคำ
หยุนชิงวูเป็นเหมือนวีรสตรีที่เต็มไปด้วยความยุติธรรมไม่เหมือนฟางเจิ้งจือที่ไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษ
”หยวนสวรรค์คือตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์ข้าสงสัยจริงๆว่าจะมีอะไรอยู่ที่นั่น?”ฟางเจิ้งจือมองดูถ้ำทั้งเก้าแห่งตรงหน้า เขารู้ว่ามันจะนำเข้าไปสู่หยวนสวรรค์
เมื่อเขามองไปที่หยวนสวรรค์ด้วยเต๋าวิญญาณสิ่งเดียวที่เห็นคือหมอกหนาสีทองจางๆ
เขาไม่เห็นอะไรอื่นอีก
ถ้าเขาคิดถูกมันอาจจะเป็นพลังงานที่ปกป้องหยวนสวรรค์ นอกจากนี้มันเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก แม้แต่เต๋าวิญญาณของเขาก็ไม่สามารถมองผ่านเข้าไปได้
”สิ่งที่อยู่ด้านในคืออะไร”
ศิลาหินที่จารึกเรื่องราวของการซ่อมท้องฟ้า
หินสีดำขนาดยักษ์ตามทางเดินและโซ่ยักษ์สีดำทั้งเก้าที่เชื่อมกับค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์
สิ่งเหล่านี้ควรจะอยู่จักวาลนอกโลก
อย่างไรก็ตามพวกมัน …กลับปรากฎอยู่ภายในปราสาทหินสีดำแห่งนี้ ตามตำนานมารดาแห่งโลกได้ผนึกจักรวาลหลังจากต่อสู้กับภัยพิบัติ ใครกันที่สามารถนำสถานที่แห่งนี้ไปไว้ในจักรวาลได้อีกครั้ง?
ที่สำคัญที่สุดเขาสามารถบอกได้จากท่าทีของเหล่าตัวตนเทพเจ้าเมื่อเข้าสู่ปราสาทสีดำ ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งพวกนี้มาก่อน
ปราสาทหินสีดำที่ออกมาจากจักรวาลแต่ตัวตนเทพเจ้ากลับไม่รู้จักมัน นอกจากนี้มันยังมีพลังงานที่ลึกลับและแปลกประหลาด
ความลึกลับนับไม่ถ้วนที่ทำให้ฟางเจิ้งจืออยากรู้
ในขณะนี้เขากำลังจะพบคำตอบเมื่อเข้าสู่หยวนสวรรค์
ฟางเจิ้งจืออดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะทั้งหมดนี้คือความลับอันยิ่งใหญ่ในช่วงภัยพิบัติครั้งโบราณ
”ไปกันเถอะเข้าสู่หยวนสวรรค์!”ฟางเจิ้งจือจับมือของหยุนชิงวูและดึงนางตรงไปยังถ้ำที่เก้า
กลับกันหยุนชิงวูได้สติกลับมาดังเดิม
นางไม่แปลกใจอีกต่อไปที่ฟางเจิ้งจือเลือกถ้ำได้ถูกต้อง
ฟางเจิ้งจือค้นหาเส้นทางที่ถูกต้องและแก้ค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรรค์ได้
ตอนนี้…
หยวนสวรรค์อยู่ตรงหน้าพวกเขา
หยุนชิงวูอยากรู้เรื่องนี้เพราะในจดหมายโบราณไม่มีบันทึกเกี่ยวกับปราสาทหินสีดำแห่งนี้
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงไม่ได้สำรวจที่นี่เป็นอันดับแรกตลอดหกเดือนที่ผ่านมา
ไม่ใช่เพราะหยุนชิงวูไม่สนใจ
แต่เป็นเพราะนางต้องการความแน่นอน
หยุนชิงวูพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ทั้งวางแผนหรือวางกลยุทธ์ นางทำเพียงคนเดียว
มันเหนื่อยเกินไป
นางต้องโน้มน้าวตัวตนระดับเทพเจ้าฝึกเหล่ากองทัพอสูร ทั้งยังต้องตรวจสอบการเคลื่อนไหวตัวตนระดับเทพเจ้าทังหมด นอกจากนี้นางยังต้องตามหาชิ้นส่วนแผนที่สู่สวรรค์ทั้งสามสิบหกชิ้น
มันมากเกินไปสำหรับนาง
นางจึงต้องใช้เวลาอย่างมากและทำให้ต้องมองข้ามเรื่องปราสาทหินสีดำแห่งนี้ไป
จนกระทั่งตำนานของแหล่งพลังเทพเจ้า ปรากฎขึ้น
มันให้นางรู้สึกว่าตนได้ละเลยสิ่งที่จะเปลี่ยนกระแสสงครามไป
ดังนั้นนางก็เคลื่อนไหว
พร้อมกับกองทัพอสูรและปีศาจนับหมื่นและตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งเจ็ด
อย่างไรก็ตามนางไม่คิดเลยว่าจะ …พ่ายแพ้
สถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้อย่างการที่ฟางเจิ้งจือสามารถจับตัวนางได้จากการคุ้มกันของตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งสี่จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้จนทำให้ต้องมอบตำแหน่งแม่ทัพให้ฉินเซียน
หลังจากนั้นทุกอย่างก็อยู่เหนือการควบคุมไปทั้งหมด
สถานการณ์แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนกระทั่งหนานกงมู่ที่ปลอมตัวเป็นโจวฉีเข้าควบคุมกองทัพอสูรและปีศาจ นอกจากนี้พลังของต้นไม้เทพเจ้าทำให้เขามีพลังที่น่ากลัวและนำไปสู่สงครามกับกลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์ ตันตนระดับเทพเจ้าและทหารมากมายต้องล้มตาย
……………………………………..