Gate of God - ตอนที่ 1057 ระบายความแค้น
ตอนที่ 1057 ระบายความแค้น
ตอนนี้มีอะไรที่หยุนชิงวูสามารถทำได้บ้าง?
ต่อให้นางจะหนีไปจากฟางเจิ้งจือและกลับไปหาอสูรและปีศาจก็ใช่ว่านางจะสามารถควบคุมพวกเขาได้ง่ายเพราะหนานกงมู่ไม่มีทางยอมแน่นอน
ทางเลือกเดียวของนางในตอนนี้คือร่วมมือกับฟางเจิ้งจือ
นอกจากนั้นแล้วนางยังรู้สึกยินดีเล็กน้อยเพราะจริงๆแล้วนางมีความปรารถนาหนึ่งที่ต้องการมาตลอด
ถ้านางยังเป็นนายน้อยของเหล่าอสูรและปีศาจมันคงไม่มีทางเป็นจริง
อย่างไรก็ตามตอนนี้นางมีโอกาสได้ร่วมมือกับฟางเจิ้งจือแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้ความปรารถนาของนางถูกเติมเต็ม
นางรู้สึกมีความสุขมาก อย่างไรก็ตามนางก็กลัวเช่นกันกลัวว่าหลังจากเข้าไปในหยวนสวรรค์แล้วนางกับฟางเจิ้งจือต้องกลายเป็นศัตรูกันอีกครั้ง
นางอยากมีความสุขกับช่วงเวลาแบบนี้ไปอีกเล็กน้อย
นางจึงถ่วงเวลาโดยการหยุดอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า
แน่นอนว่านางไม่สามารถพูดความรู้สึกออกไปตรงๆได้
”ขอบคุณ”หยุนชิงวูยกหัวขึ้นและมองไปทางฟางเจิ้งจืออย่างลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว
ฟางเจิ้งจือสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากหยุนชิงวู
มันทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยที่นางกล่าวคำว่า’ขอบคุณ’ออกมา
”เจ้าขอบคุณข้างั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือสงสัยว่าทำไมหยุนชิงวูถึงขอบคุณเขา?
หรือนางจะขอบคุณเขาที่แอบดูนางระหว่างกำลังอาบน้ำ? แปลกจริงๆ….
ฟางเจิ้งจือต้องการจะถามแต่ดูเหมือนหยุนชิงวูไม่อยากจะพูดถึงอีกต่อไป
ทันใดนั้นแสงสว่างค่อยๆปรากฎขึ้นตรงหน้าพวกเขาช้านั่นหมายความว่าพวกเขากำลังจะออกไปจากถ้ำแล้ว
หยวนสวรรค์!
ศูนย์กลางของค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์!
มันน่าจะเป็นที่ที่ซ่อนความลับของปราสาทหินสีดำเอาไว้เขาต้องได้ข้อมูลอะไรบางอย่างจากที่นี่แน่นอน ฟางเจิ้งจือเริ่มตรวจสอบรอบๆอย่างระมัดระวัง
ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า น้ำตก ภูเขา
มีเพียงหินสีดำที่เรียงซ้อนทับกันพร้อมกับโซ่สีดำมากมาย
ที่สำคัญบนท้องฟ้ามีดวงดาวที่ส่องแสงอยู่มากมาย
”จักรวาล?!”นั่นเป็นความคิดแรกในใจของฟางเจิ้งจือ แต่เขาก็ปฏิเสธความคิดนั้นไปอย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่ไม่มีหินดำที่ใช้ปิดผนึกตัวตนเทพเจ้าอยู่
”ไม่พวกมันไม่ใช่ดวงดาว มันเป็นอัญมณีที่ส่องแสงสว่างเหมือนดาว!” เมื่อฟางเจิ้งจือมองพวกมันชัดๆจึงเห็นลักษณะที่แท้จริงของพวกมัน
อัญมณีทุกเม็ดมีรูปร่างเหมือนกัน
’มีอัญมณีหนึ่งร้อยเม็ดอยู่บนท้องฟ้า?’
’ไม่ดูเหมือนจะมีมากกว่าหนึ่งหมื่น’
ฟางเจิ้งจือเบิกตาโตเท่าไข่ห่านพร้อมกับนับเลขอยู่ในใจ
เงิน!
อัญมณี!
เขาจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดทันทีถ้าเอาอัญมณีจากที่นี่ออกไปทั้งหมดแม้แต่เมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ยเขาก็สามารถซื้อได้
”ชีวิตอันแสนสงบสุขที่ข้าต้องการ…”ฟางเจิ้งจือกลืนน้ำลาย ”ฟางเจิ้งจือสถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสุสาน”ทันใดนั้นเสียงของหยุนชิงวูได้ดังขึ้น
”สุสาน?”ฟางเจิ้งจือหันไปมองหยุนชิงวูด้วยควาสงสัยและถามออกไปทันที “มีอะไรฝังอยู่งั้นหรือ?”
”มองไปตรงนั้นสิ”หยุนชิงวูชี้ไปยังกึ่งกลางของสถานที่แห่งนี้
”หืม?”เมื่อฟางเจิ้งจือมองไปเขาพบว่ามีบางอย่างที่เป็นเหมือนแท่นบูชา แต่เขากลับไม่เห็นโลงศพเลยแม้แต่น้อย
”ไหนไม่เห็นมีโลงศพเลย” ฟางเจิ้งจือหมดความสนใจกับมันและหันไปทางอื่น
”ดูที่ด้านหลังแท่นบูชานั่นสิ”หยุนชิงวูชี้ไปที่ด้านหลังของแท่นบูชา ทำให้ฟางเจิ้งจือต้องหันไปดูอีกครั้ง
”เจ้ากำลังบอกว่าโลงศพถูกซ่อนไว้ด้านหลังงั้นหรือ?”
จากมุมมองของฟางเจิ้งจือสามารถเห็นวัตถุสีดำได้ มันดูเหมือนกล่องสีเหลี่ยมแต่ไม่ได้มีลวดลายพิเศษใดๆมันอาจจะเป็นกลไกพิเศษหรือมีสมบัติบางอย่างซ่อนไว้อยู่แต่ไม่ได้ดูใกล้เคียงกับคำว่าโลงศพเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามเสียงของหยุนชิงวูดังขึ้นอีกครั้ง
”ทำไมจึงมีสุสานอยู่ด้านในปราสาทสีดำแห่งนี้?การสร้างค่ายกลสามสิบหกดวงดาวสวรรค์ไม่ใช่เรื่องง่าย การที่จะสร้างมันเพื่อปกปิดสุสานที่ตั้งอยู่ตรงกลางนั้นดูไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย” หยุนชิงวูไม่ได้สนใจเรื่องสมบัติ
นางกังวลเกี่ยวกับความจริงเบื้องหลังสุสานแห่งนี้ทำไมที่นี่ถึงตกแต่งคล้ายกับจักรวาลนอกโลก ทำไมมีมีตัวอักษรอะไรสลักไว้เลยแม้แต่น้อย
แม้นางจะสงสัยแต่นางก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเข้าไปใกล้หินสีดำที่วางอยู่ด้านหลังแท่นบูชาถ้าที่นี่เป็นสุสานก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัย
”ใช่แล้วทำไมถึงมีสุสานอยู่ที่นี่?” ฟางเจิ้งจือก็สงสัยเองเช่นกัน แต่เขายังคงเดินไปข้างหน้า
”ระวัง!”
”…”
ฟางเจิ้งจือตกใจ
ร่างของเขาเด้งขึ้นไปบนอากาศราวกับแมวที่ตื่นกลัว
อย่างไรก็ตามหลังจากพบไม่มีอันตรายอะไรเขาก็กลับมายืนด้วยท่าทางปกติ
”…”ฟางเจิ้งจือหันไปหาหยุนชิงวู
”…”หยุนชิงวูก็หันไปหาเขาเช่นกัน
”ข้าต้องระวังอะไร?”ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็ถามออกมา
”ไม่…ข้าเพียงคิดว่าที่นี่เป็นสุสานอาจจะมีกับดักอันตรายอยู่ก็ได้…” หยุนชิงวูตอบด้วยท่าทีกระอักกระอวนเล็กน้อย
”ผู้ยิ่งใหญ่ย่อมไม่หวาดกลัวความตายข้าไม่มีอะไรจะต้องกลัว!” ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมกับเดินไปยังหินสีดำที่วางอยู่ด้านหลังแท่นบูชา
ไม่มีกับดักอะไรปรากฎออกมาแม้แต่น้อย
”…”หยุนชิงวูไม่ออก นางรู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดมากเกินไป
”โอ้…มันเป็นสมบัติจริงๆ!”ขณะที่หยุนชิงวูกำลังสับสน เสียงของฟางเจิ้งจือที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นก็ได้ดังขึ้น
จากนั้นนางก็พบว่าฟางเจิ้งจือได้ถือหินสีดำนั้นไว้ในมือพร้อมกับเปิดมันเรียบร้อยแล้ว
มันเป็นกล่องหินธรรมดา
ด้านในมีมงกุฏรูปร่างประหลาดวางอยู่
มันทำด้วยทองสัมฤทธิ์และมีการแกะสลักอย่างปราณีตเป็นรูปหัวมังกร
’หัวมังกร?’หยุนชิงวูนิ่งงันไปอีกครั้ง จากนั้นการแสดงออกของนางได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับพบกับเรื่องที่น่ากลัวบางอย่าง
ทันใดนั้นพื้นที่ปูด้วยหิยสีดำก็สว่างขึ้น แสงสีทองเริ่มกระจายไปทั่วจนทั้งสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสีทองทั้งหมด
ที่สำคัญสัญลักษณ์สีทองเริ่มปรากฎขึ้นบริเวณแท่นบูชา
มันราวกับเลือดที่กำลังไหลออกมาจากร่างกาย
”ตึก!”
”ตึก!”
…
”ระวัง!”หยุนชิงวูไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงหัวใจของนางหรือของคนอื่น แต่นางรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
นางรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองนาง
ร่างกายของนางเบาลงราวกับถูกบางอย่างยกขึ้น
มันเร็วมาก!
ที่สำคัญมีแขนคู่หนึ่งล้อมรอบนางเอาไว้ ”ปล่อย..ปล่อยข้า!”หน้าของหยุนชิงวูเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที นางพยายามดิ้นรน
”ปล่อย?ข้าจะทำแบบนั้นได้ยังไง? นี่เป็นเวลาที่เจ้าควรจะกอดข้าให้แน่นๆด้วยซ้ำ เจ้าคิดว่าข้าจะเอาเปรียบเจ้าในเวลาเช่นนี้งั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือตำหนิหยุนชิงวู
จากนั้น…
ก้นของหยุนชิงวูก็ถูกตบ
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้นางพูดไม่ออกสิ่งที่ทำให้นางพูดไม่ออกคือนอกจากเขาจะตบก้นนางแล้วเขายังลูบคลำที่เอวของนาง
”…”แม้หยุนชิงวูจะรู้ว่าฟางเจิ้งจือจะไร้ยางอายมาก แต่นางก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำถึงขนาดนี้
”สบายใจได้ข้าไม่คนที่ทำอะไรลับๆล่อๆ ข้าทำอะไรเปิดเผยเสมอ!” ฟางเจิ้งจือกล่าวเพิ่มเติม
”…”หยุนชิงวูไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี
อับอายขายหน้า ผิดหวัง สับสน… อารมณ์นับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นในใจนางทั้งรักและเกลียดในเวลาเดียวกัน
นางต้องการระบายความรู้สึกของตัวเอง
นางต้องการระบายความแค้นทั้งหมดออกไป
นางต้องละทิ้งความสุภาพและมารยาททั้งหมดไป
เพราะนางกำลังเผชิญหน้ากับฟางเจิ้งจือที่ไร้ยางอายสุดๆ
”เจ้าไร้ยางอายถ้าเจ้ากล้าทำไมเจ้าไม่เข้ามาตอนที่เจ้ากำลังอาบน้ำอยู่ล่ะ? ขี้ขลาด เจ้ามันขี้ขลาด! ถ้าเจ้าแน่จริงก็ลองมีอะไรกับข้าดูสิ!”
”…”ฟางเจิ้งจือที่กำลังจะจับเอวของหยุนชิงวูอีกครั้งตัวแข็งค้างในทันทีพร้อมกับสีหน้าแปลกๆ มีอะไรกับนางเนี่ยนะ?
ตู้ม!
ขณะที่ฟางเจิ้งจือกำลังทำอะไรไม่ถูกลำแสงสีทองได้พุ่งเข้าหาพวกเขา ……………………………………..