Gate of God - ตอนที่ 1064 เม็ดยา
ตอนที่ 1064 เม็ดยา
ในขณะนั้นเองซวนหยวนห้ามองไปยังหนานกงมู่ที่กำลังลุกขึ้นแสงสีแดงเลือดส่องสว่างบนร่างของเขา กิ่งของต้นไม้เทพเจ้าเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มันเป็นฉากที่แปลก
ราวกับต้นไม้ปีศาจที่เจริญเติบโตขึ้นมาครอบงำร่างของหนานกงมู่
อย่างไรก็ตามมันคือต้นไม้เทพเจ้าไม่ใช่ต้นไม้ปีศาจ กลิ่นอายที่ถูกปล่อยออกมาเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์
”หนานกงมู่ยังไม่ตาย?เขากำลังเปลี่ยนเป็นต้นไม้เทพเจ้าอีกครั้ง?”ดวงตาของปิงหยางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
”ใช่”เหยียนซิวพยักหน้า
ในขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วเล็กน้อยเขารู้ว่าหนานกงมู่ทำเช่นนั้นได้ แต่ตอนนี้กลิ่นอายที่ปล่อยออกมาแข็งแกร่งขึ้นมาก ในเวลาเพียงสองชั่วโมง…
เขามีพลังเพิ่มขึ้น?
อาจเป็นเพราะเขาดูดซับพลังของมู่ซิงและตัวตนระดับเทพเจ้าคนอื่น
ฟางเจิ้งจือเห็นหนานกงมู่ดูดซับพลังจากตัวตนระดับเทพเจ้าแต่เขาก็ไม่คิดมากนักอย่างเดียวในหัวเขาตอนนี้คือการหลบหนี
”ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการชายคนนี้!”ฟางเจิ้งจือไม่กลัวหนานกงมู่หากอยู่ในสภาพที่พร้อม
อย่างไรก็ตามหนานกงมู่มีพลังเพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินไป
มันให้ความรู้สึกราวกับหลุมที่ไร้ก้น
เขาสามารถเพิ่มพลังได้จากการดูดซับพลังจากคนอื่นยิ่งพลังที่ดูดซับแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น
ศัตรูที่แข็งแกร่งนั้นไม่น่ากลัวสิ่งที่น่ากลัวคือศัตรูที่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
มันน่ากลัวเกินไป
”กลิ่นอายของจักรพรรดิหยานเด็กน้อยเจ้าคือ… สายเลือดของจักรพรรดิหยานงั้นหรือ?!”ซวนหยวนห้าเบิกตากว้าง ในฐานะผู้ที่เคยร่วมรบในสนาบรบโบราณ เขาจดจำกลิ่นอายของจักรพรรดิหยานได้
จักรพรรดิหยานถูกเรียกอีกชื่อว่าปรมาจารย์แห่งการบ่มเพาะ
ความแข็งแกร่งของเขานั้นเหนือกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง
ลมหายใจแห่งชีวิตทำให้พืชพันธุ์เติบโตและทำให้จักรพรรดิหยานใกล้ชิดกับพืชพันธุ์
ต้นไม้เทพเจ้าคือจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดดอกไม้ที่เบ่งบาน ผลไม้ที่งอกเงย การดูดซับ เปลี่ยนรูปแบบ ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงบนโลก จากชีวิตไปสู่ความตาย
จักรพรรดิหยานสามารถปลูกเต๋าทั้งบนพื้นและบนต้นไม้เทพเจ้าด้วยพลังแห่งชีวิต
ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่าต้นไม้เทพเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน
ตูม!ต้นไม้ขนาดยักษ์พุ่งออกมาจากร่างของหนางกงมู่และปกคลุมทั่วร่างของเขา
ผลไม้งอกงามอยู่บนต้นไม้
วิชาสังเวยเลือดหมุนวนอยู่บนท้องฟ้ากิ่งก้านส่องสว่างบนต้นไม้เทพเจ้า
มันคือแสงสีเลือด
ต้นไม้เริ่มเคลื่อนไหวกิ่งก้านตวัดไปมาเหมือนหอกที่แหลมคม พวกมันพุ่งเข้าหาซวนหยวนห้าทันที
โฮก!ซวนหยวนห้าร้องคำราม แต่เขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับต้นไม้เทพเจ้า
ปั้ง!
ปั้ง!
”…”
หางมังกรชนเข้ากับกิ่งก้านของต้นไม้เทพเจ้า
อย่างไรก็ตามมันมีจำนวนมากเกินไป
กิ่งก้านนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาซวนหยวนห้าทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากถอยออกไป
ฉากนี้ทำให้พันธมิตรฝ่ายมนุษย์และกองกำลังอสูรและปีศาจต่างเบิกตากว้าง
ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?
”อย่าบอกนะว่าเจ้ามังกรนี่อ่อนแอกว่าหนานกงมู่?”ปิงหยางตกใจอย่างมากเพราะเห็นซวนหยวนห้ากำลังเสียเปรียบ
อย่างไรก็ตามแม้จะตกใจแต่นางยังคงยืนอยู่ข้างฟางเจิ้งจือคอยปิดกั้นแรงปะทะที่พุ่งเข้ามา
โฮก!ซวนหยวนห้าเหมือนจะได้ยินเสียงของปิงหยาง ดวงตาและร่างกายของเขาส่องประกายด้วยแสงสีทอง
ครืน!
ครืน! ”…”
ซวนหยวนห้าพุ่งไปด้านหน้าทันที
กรงเล็บทั้งสี่ฉีกกิ่งก้านต้นไม้เทพเจ้าออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเขาเปิดปากกว้าง
ตูม!ลำแสงสีทองพุ่งออกมาและส่องประกายไปทั่ว
กิ่งไม้สีแดงสั่นสะเทือนเลือดสีแดงพุ่งออกจากกิ่งไม้เทพเจ้าราวกับสายฝน
”สำเร็จ?!”
”แข็งแกร่งมากเขาสามารถทำลายการป้องกันของหนานกงมู่ได้!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างตกตะลึงและตื่นเต้น”นี่เป็นครั้งที่ได้เห็นเพลิงจากมังกร มันช่างทรงพลัง…”
อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะพูดจบกิ่งไม้เทพเจ้าที่แตกหักได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว เพลิงมังกรที่เผาไหม้หายไปราวกับหิมะที่ถูกละลาย
หรือพูดอีกอย่าง… ราวกับมันเหือดแห้งลงไปเพราะกิ่งไม้เทพเจ้า
”หืม?!”ซวนหยวนห้านิ่งงันชั่วขณะเขาไม่สามารถเชื่อสายตาตัวเองได้ “เกิดอะไรขึ้น? มันดูดซับเปลวเพลิงของข้า?”
”มันใช้พลังจากวิชาสังเวยเลือดและเปลี่ยนแปลงบางอย่าง”ฟางเจิ้งจือเอ่ยเตือนเมื่อเขาได้ยินคำพูดของซวนหยวนห้า
”วิชาสังเวยเลือด?ครั้งที่จักรพรรดิหยานยังมีชีวิต เขาไม่ได้มีพลังเช่นนี้…”ซวนหยวนห้าส่ายหัวและมองไปยังสายเลือดที่หมุนวนอยู่เหนือต้นไม้เทพเจ้า “หรือมันคือสิ่งที่จักรพรรดิหยานสร้างขึ้นภายหลัง? วิชาสังเวยเลือด …เป็นพลังที่แข็งแกร่งจริงๆ!”
ซวนหยวนห้าตกตะลึงอย่างชัดเจน
เขาไม่คิดว่าจะมีสิ่งที่สามารถดูดซับเพลิงมังกรของเขาได้
วิชาสังเวยเลือดช่างแข็งแกร่ง
”นี่…เจ้ามังกร เจ้าสามารถเอาชนะหนานกงมู่ได้ไหม? ถ้าทำไม่ได้พวกเราจะได้หนี!”ปิงหยางรีบถามซวนหยวนห้าในขณะที่เขากำลังเงียบ
”หนี?”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออก
เขาคือสัตว์โบราณซวนหยวนห้ามังกรทองผู้ที่เคยควบคุมสนาบรบ กลับต้องเจอคำถามว่าสามารถเอาชนะเด็กน้อยคนหนึ่งได้หรือไม่?
ไร้สาระ!
”โฮก!”
ซวนหยวนห้าร้องคำรามและพุ่งไปด้านหน้ากรงเล็บทั้งสี่ฉีกกิ่งก้านของต้นไม้เทพเจ้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งฉีกและกัด…
ราวกับมังกรที่บ้าคลั่ง
กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์รวมไปถึงกองทัพอสูรและปีศาจไม่เคยเห็นฉากที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้มาก่อน
เลือดสีแดงจากกิ่งก้านของต้นไม้เทพเจ้าสาดกระเซ็นไปทั่วเกล็ดของมังกร
ช่างน่าประหลาด
”โอ้มังกรตัวนี้ไม่เลวเลย!”ดวงตาของปิงหยางเบิกกว้างในทันที นางเป็นคนชื่นชอบการต่อสู้ที่บ้าคลั่ง
ในตอนนั้นเองหยุนชิงวูค่อยๆลืมตาตื่น
นางเห็นฉากตรงหน้าทันที
ท่าทีของหยุนชิงวูเปลี่ยนไปเมื่อเห็นฟางเจิ้งจือที่นอนบาดเจ็บอยู่ด้านข้างพร้อมกับเลือดที่ไหลนองบนพื้น
นางคิดได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
”ฟางเจิ้งจือเจ้าเป็นยังไงบ้าง?”หยุนชิงวูเอ่ยถาม
”หืม?เจ้าฟื้นแล้วหรือ? เจ้ากล้าถามเขาว่าเป็นไงบ้างได้ยังไง? ทั้งหมดก็เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่เหรอ?”ปิงหยางหันมองหยุนชิงวู
แทนที่จะตอบกลับนางเพียงแค่มองฟางเจิ้งจือด้วยความเงียบและรอคำตอบของเขา ”เจ้าปีศาจโง่ยัยคนน่ารังเกียจ!”ปิงหยางสาปแช่งหยุนชิงวูอย่างต่อเนื่องและไม่คิดจะหยุดแม้แต่น้อย
”ปิงหยางไม่จำเป็นต้องต่อว่านาง ข้าสงสัยมากกว่าว่าเขาไปทำอะไรนาง”ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆปิงหยาง
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากวู่จวี้เอ๋อ
หัวของฟางเจิ้งจือได้รับบาดเจ็บ
แค่ปิงหยางกับหยุนชิงวูก็ทำให้เขาแย่พอแล้วตอนนี้มีวู่จวี้เอ๋อเข้ามาอีก
ผู้หญิงสามคนทะเลาะกัน?
ฟางเจิ้งจือไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องนี้เขามีสิ่งสำคัญที่ต้องทำ
”โอ้ยเจ็บจริง …”ฟางเจิ้งจือพลิกตัวพร้อมกับเหงื่อที่ไหลเต็มหน้าผาก
”เจ้าไร้ยางอายไม่เป็นไรใช่ไหม?”ปิงหยางหยุดต่อว่าหยุนชิงวูทันที
”เจิ้งจือมานอนที่ตักข้าข้ามียาอยู่ในกระเป๋า…”วู่จวี้เอ๋อรีบวิ่งไปหาฟางเจิ้งจือแล้วโอบกอดเขา
สิ่งนี้ทำให้หยุนชิงวูหยุดเคลื่อนไหวและตัวแข็งค้าง
”…”ดวงตาของปิงหยางเบิกกว้างทันที
วู่จวี้เอ๋อเร็วกว่า?
นางคาดการณ์ไว้แล้ว!
”เจ้าไร้ยางอายข้าก็มียาเหมือนกัน!”
”…”
”…”
ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างขมขื่น
”เดี๋ยวก่อนก่อนจะป้อนยาข้าช่วยบอกสรรพคุณของยาก่อนได้ไหม? ข้าจะกินยาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด!”ฟางเจิ้งจือตัดสินใจใช้วิธีนี้
”สรรพคุณของยา…”
”ให้ข้าพูดก่อนยาของข้าเป็นยาที่ใช้ในราชวงศ์มากว่าพันปีแล้ว…”ปิงหยางเป็นคนแรกที่พูด เมื่อปิงหยางพูดจบวู่จวี้เอ๋อก็เริ่มพูดต่อ
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าวู่จวี้เอ๋อมีความรู้เรื่องยามากกว่าปิงหยาง
ฟางเจิ้งจือถอนหายใจ
เขาสัมผัสได้ว่านางขายของเก่งมาก!
เขาไม่จำเป็นต้องเลือกเลยตามสรรพคุณของยาแล้วเขาควรกินยาเม็ดสีเขียวในมือของวู่จวี้เอ๋อ
อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังจะกินยาของวู่จวี้เอ๋อ เสียงเบาๆก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
”เจ้าไม่ได้ยินข้าหรือ?”
”หืม?”
”เอ้ะ?”
”…”
ปิงหยางและวู่จวี้เอ๋อหันมองหน้ากันก่อนจะมองไปที่หยุนชิงวูข้างหลังฟางเจิ้งจือ
ช่างน่าตกใจ
พวกนางตกใจเพราะสิ่งที่นางพูดไม่ใช่เรื่องผมสีขาวของนาง
พวกนางไม่คิดเลยว่าหยุนชิงวูจะเข้าร่วมกับเรื่องเช่นนี้
สถานการณ์…
เปลี่ยนไปแล้ว?!
หยุนชิงวูไม่ต้องการต่อสู้กับมนุษย์แต่อยากเข้าร่วมอธิบายสรรพคุณของยารักษา?
”ยานี้ไม่เพียงแต่จะเข้าไปรักษาจุดที่บาดเจ็บแต่ยังสามารถปรับโครงสร้างผิวและกระดูกของเจ้าอีกด้วย มันช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถกำจัดสารพิษในกระดูกและผิวพรรณ …อืม หมายความว่าจะทำให้เจ้าหล่อเหลายิ่งขึ้น!”
หยุนชิงวูจ้องมองฟางเจิ้งจือด้วยความสงบและหยิบยาเม็ดสีขาวออกมาจากกระเป๋าโดยไม่สนท่าทีที่ตกใจของวู่จวี้เอ๋อและปิงหยางแม้แต่น้อย
”…”
”…” ปิงหยางและวู่จวี้เอ๋อพูดไม่ออก
ยาที่สามารถปรับโครงสร้างผิวและทำให้หล่อเหลายิ่งขึ้น?
พวกนางจะเชื่อลงได้ยังไง?
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้พวกนางพูดไม่ออกยิ่งกว่าคือดวงตาของฟางเจิ้งจือที่ส่องประกาย
”ไม่จริงเจ้าไร้ยางอายติดกับหยุนชิงวู!”วู่จวี้เอ๋อตกใจและกำลังจะพูดบางอย่างแต่มันก็สายเกินไป
ฟางเจิ้งจือหยิบยาสีขาวในมือของหยุนชิงวูแล้วกลืนลงไป
”…”
”ยัยคนน่ารังเกียจ!”
วู่จวี้เอ๋อพูดด้วยความโกรธในขณะที่ปิงหยางเองก็สาปแช่งออกมาเช่นกัน
กลับกันฟางเจิ้งจือที่นิ่งเฉยเพราะเขาเพียงต้องการได้กินยาที่มีประสิธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตามทันทีที่เขากลืนยาลงท้องเสียงของหยุนชิงวูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
”ถึงแม้ว่ายานี้จะสามารถปรับผิวและทำให้หล่อเหลาขึ้นแต่ก็มีพิษอยู่ภายในและอาจทำให้เจ้าตายได้โดยง่าย ดังนั้นเจ้าควรระวังให้มาก”
”…”
”…”
หยุนชิงวูก็คือหยุนชิงวู?!
นางยังคงสงบนิ่งและไม่ได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถอ่านใจของนางได้ อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่าจิตใจของผู้หญิงนั้นยากที่จะหยั่งถึง
ตูม!ในขณะที่ฟางเจิ้งจือ ปิงหยาง และวู่จวี้เอ๋อกำลังพูดไม่ออกเพราะหยุนชิงวู เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
……………………………………..