Gate of God - ตอนที่ 1065 จูหลง
ตอนที่ 1065 จูหลง
ขณะที่ฟางเจิ้งจือตัดสินใจจะใช้ยาซวนหยวนห้าและหนานกงมู่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับร่างของมังกรทองที่ถอยหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันมันได้กัดไปที่กิ่งไม้กิ่งหนึ่ง
เลือดจำนวนมากไหลออกมา
กองทัพอสูรและปีศาจต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
มังกรทองซวนหยวนห้ามีพลังมากเกินไปแม้หนานกงมู่จะเปลี่ยนร่างของตัวเองเป็นต้นไม้เทพเจ้าได้ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับสัตว์ร้ายในยุคโบราณ
”นี่มันเป็นจุดจบแล้วงั้นหรือ?!”
”ไม่มีทาง…”
”พวกเราจะแพ้แบบนี้ไม่ได้ท่านโจวฉีจะแพ้มังกรทองตัวนั้นไม่ได้!”
กองทัพอสูรและปีศาจต่างผิดหวังอย่างไรก็ตามพวกเขายังฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่หนานกงมู่
”เจ้าเด็กน้อยยอมแพ้ซะ เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้า!” มังกรทองถอยหลังกลับไปพร้อมกับคายกิ่งไม้ที่คาอยู่ในปากออกมา
”ไม่!!!”หนานกงมู่ร้องตะโกนออกมา
ราวกับเขากำลังบ้าคลั่งหนานกงมู่ที่กลายร่างเป็นต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้นเกือบสองเท่า
อย่างไรก็ตามผลไม้บนต้นกลับดูมีขนาดเล็กลง
”ยังพยายามดิ้นรนอีกงั้นรึ?”มังกรทองซวนหยวนห้ากำลังโกรธอย่างเห็นได้ชัด
ในฐานะสัตว์ร้ายจากยุคโบราณมันมีความภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง มันกระทั่งไว้หน้าให้หนานกงมู่เล็กน้อย
แต่หนานกงมู่ยังคงพยายามที่จะต่อสู้ต่อไป?
ซวนหยวนห้าฟาดหางไปที่หนานกงมู่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเองที่แสงสีทองสว่างออกมาจากต้นไม้เทพเจ้า
กิ่งไม้ที่ฉีกขาดถูกฟื้นฟูกลับไปเป็นปกติอีกครั้งยิ่งไปกว่านั้นยังราวกับมีสายเลือดสีทองไหลเวียนอยู่บนลำต้น
”เกิดอะไรขึ้น?!”ซวนหยวนห้าแปลกใจมาก จากความคิดของเขานั้นราวกับหนานกงมู่ได้ตายไปแล้ว
แต่ทำไมอยู่ๆดีเขาราวกับถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
ซวนหยวนห้ามองไปรอบๆและพบว่ามีบางอย่างผิดปกติเพราะแสงสีทองนั้นดูเหมือนจะมาจากทางฟางเจิ้งจือ
”…”
”…”
ความเงียบเข้าปกคลุม ไม่เพียงแต่ซวนหยวนห้าเท่านั้นทีเงียบฟางเจิ้งจือเองก็เช่นกัน นั่นเพราะฟางเจิ้งจือรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
นั่นเป็นเพราะในช่วงเวลาชุลมุนมีกิ่งไม้พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินและชิงบางอย่างไปจากเขา
ผลไม้เทพเจ้า…
”ข้า..คิดว่าต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแน่นอน…”ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่หนานกงมู่ได้ผลไม้เทพเจ้าไป แต่เขาคาดเดาว่าต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน
…
…
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาสวรรค์
ภูเขาสีดำขนาดย่อมร่วงลงมาจากประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรบรรยากาศอันน่าหวาดหวั่นทำให้เฉียนยู่ตกตะลึง
จากนั้นรอยแตกจำนวนมากได้ปรากฎขึ้นบนภูเขา ”ท่านป้ารีบหนีกันเถอะ!”
เสียงของฉือกูเหยียนยังคงดังก้องในหูของเฉียนยู่
เฉียนยู่นิ่งไปเพราะนางรู้ดีว่าฉือกูเหยียนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆแม้แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับตัวตนระดับเทพเจ้าถึงสองคนนางยังไม่ถอย
อย่างไรก็ตามตอนนี้…
ฉือกูเหยียนกลับบอกให้เฉียนยู่หนี…
มีอะไรอยู่ในภูเขาสีดำนั่นกันแน่?
”ไม่เจ้าหนีไปคนเดียวเถอะ!” เฉียนยู่ตัดสินใจตั้งแต่ที่นางเห็นความแข็งแกร่งของฉือกูเหยียน ฉือกูเหยียนเป็นคนเดียวที่จะสามารถรักษาภูเขาสวรรค์เอาไว้ได้
”ท่านป้าท่านหนีไปก่อน เดี๋ยวข้าจะตามไป…”
ตู้ม!
ก่อนที่ฉือกูเหยียนจะพูดจบภูเขาสีดำได้ระเบิดออก ฝุ่นผงสีดำปกคลุมไปทั่วภูเขาสวรรค์
ครืน!
ครืน!
”…”
สามารถมองเห็นสายฟ้าอยู่ท่ามกลางฝุ่งผงเหล่านั้นได้
มันเป็นสายฟ้าสีดำสนิท
โฮก!!!เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้น
จากนั้นเขาขนาดใหญ่ที่มีสีดำราวกับน้ำหมึกได้ปรากฎขึ้น
มันมีเพียงเขาเดียว
อย่างไรก็ตามสัญลักษณ์บนเขานั้นกลับทำให้ผู้ที่มองเห็นมันรู้สึกหวาดกลัว
”มันคืออะไรกัน?!”เฉียนยู่เองก็สังเกตุเห็นเขานั้นเช่นกัน
แม้แต่จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือกองทัพอสูร เหล่าศิษย์จากหอคอยหลิงหยุนเองก็นิ่งงันเมื่อเห็นเขานั้น ”หรือว่ามันจะเป็น…?!”การแสดงออกของจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือเปลี่ยนไป ใบหน้าของนางซีดขาวเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมา
นางไม่ได้ดูผ่อนคลายแม้แต่น้อย
กลับกันนางดูหวาดกลัวและตกใจ
จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือ
จิ้งจกขาวเก้าหางผู้ทรงพลังกำลังหวาดกลัว…
ตูม!พื้นดินแตกออก
กรงเล็บอันแหลมคมก้าวออกมาจากฝุ่นผงสีดำทำให้เกิดรอยแตกขึ้นบนพื้น
”สัตว์ร้าย…”ศิษย์หอคอยหลิงหยุนต่างหวาดกลัวเมื่อเห็นกรงเล็บนั้น
ขณะที่ฉือกูเหยียนและเฉียนยู่กำลังปิดประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรทันใดนั้นกลับมีสัตว์ร้ายตัวหนึ่งปรากฎออกมาแทน?
เทพอสูร? ไม่!
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ร้ายตรงหน้าไม่ใช่ตัวตนระดับเทพเจ้า
นอกจากบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวแล้วสัตว์ร้ายตรงหน้านั้นต่างออกไปจากอสูรที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นร่างมนุษยได้
อสูรหรือสัตว์ร้ายจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อระดับพลังของพวกมันเทียบเท่ากับราชาอสูรพลังของพวกมันสามารถเทียบได้กับเซียน แต่ในด้านของพลังกายพวกมันนั้นเหนือกว่าเซียนมากนัก
อย่างไรก็ตามสัตว์ร้ายบางตัวนั้นต่างออกไป
พวกมันไม่ต้องการกลายร่างเป็นมนุษย์พวกมันชอบใช้ร่างดั่งเดิมของพวกมัน
โฮก!!เสียงคำรามของมันดังขึ้นอีกครั้ง
ฝุ่นผงสีดำค่อยๆหายไปเผยให้เห็นร่างขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ
มันเป็นกระดูก กระดูกที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำ
”นี่…นี่มัน…”เฉียนยู่ดวงตาเบิกกว้าง
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้ามีขนาดใหญ่เกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเดียวของมันนั้นทั้งแหลมคมและดูชั่วร้าย
”ใหญ่ใหญ่มาก…”
”มันคืออะไร?!”
”มังกร?!”
ศิษย์หอคอยหลิงหยุนไม่ได้หวาดกลัวความตายแต่ความกลัวที่ไม่สามารถต้านทานได้ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาในหัวใจของพวกเขา
มังกร!
มังกรที่ควรจะมีแต่ในตำนาน!
สัตว์ร้ายที่อยู่ด้านหน้าพวกนางนั้นมีรูปร่างคล้ายกับมังกร
ยิ่งไปกว่านั้นมันยีงมีดวงตาดวงหนึ่งอยู่บนหน้าผาก ดวงตาที่ปิดอยู่
มันคืออะไรกันแน่?
”มังกรจูหลง(烛龙)!(ตามข้อมูลที่ทางผู้แปลหาได้จากตำนานจีน มังกรตัวนี้ ใบหน้าเป็นคนตัวเป็นงูลำตัวเป็นสีแดงตลอดยาว 1,000 ลี้ นัยน์ตาอยู่กลาง
ศีรษะเมื่อปิดตาลงแลดูเป็นเส้นตรง เมื่อเทพองค์นี้หลับตาลงก็เป็นกลางคืน เปิดตาก็คือ กลางวัน ไม่เคยกินอาหาร ไม่เคยนอน ไม่หายใจ กินลมและฝนเป็นอาหาร)” เสียงของฉือกูเหยียนดังขึ้นขณะที่นางจับดาบไร้ร่องรอยในมือแน่น
”เป็นมัน…มันยังไม่ตายอีกงั้นรึ?!”ร่างของไป่ฉือเองก็สั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน
มังกรจูหลงนั้นคือเทพที่แท้จริงผู้ที่ในอดีตถูกเคารพในฐานะเทพแห่งภูเขา
”เจ้าเป็นจิ้งจอกขาวที่มีเพียงเก้าหาง…ใครที่เป็นคนตัดหางของเจ้า?”มังกรจูหลงกล่าวออกมา
”เรื่องนี้…”
”เจ้าเป็นอสูรจากยุคโบราณทำไมถึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้? น่าอับอายยิ่งนัก” มังกรจูหลงส่ายหัวพร้อมกับหันไปมองทางฉือกูเหยียนและเฉียนยู่ “ต้องเป็นพวกเจ้าทั้งสองแน่นอน..หืม?! ดาบนั่น?!”
”มังกรจูหลง…ท่านป้าหนีไปก่อนข้าจะถ่วงเวลาอยู่ที่นี่!” ฉือกูเหยียนชี้ดาบไร้ร่องรอยไปยังดวงตาที่ปิดอยู่ของมังกรจูหลง
”คิดจะหนีงั้นรึ?ฮ่าฮ่า น่าขันยิ่งนัก! ข้าไม่ได้ลิ้มลองเนื้อสดๆมานานแล้ว!” มังกรจูหลงหัวเราะอย่างบิดเบี้ยว
จากนั้นหมอกสีดำรอบตัวของมันก็ลอยไปหาฉือกูเหยียนและเฉียนยู่
หมอกสีดำนั้นราวกับสามารถกลืนกินได้ทุกสิ่ง
”หนี!ท่านเฉียนยู่!”
”พวกเราจะถ่วงเวลาให้ท่านเอง!” ”ใช่แล้วพวกเราต้องปกป้องท่านเฉียนยู่!”
ศิษย์หอคอยหลิงหยุนเริ่มเข้าโจมตีมังกรจูหลงแสงจำนวนมากสว่างจ้าไปทั่วสนามรบ
”ไม่!”ดวงตาของเฉียนยู่กลายเป็นสีแดงก่ำเมื่อเห็นศิษย์หอคอยหลิงหยุนกระโนเข้าหามังกรจูหลง
นางต้องการจะหยุดศิษย์เหล่านั้น
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไป
หมอกสีดำปกคลุมไปทั่วภูเขาสวรรค์รวมทั้งเหล่าศิษย์จากหอคอยหลิงหยุน
”กรี้ด!”เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังขึ้น
จากนั้นศพจำนวนหนึ่งได้ร่วงลงบนพื้นราวกับร่างเหล่านั้นถูกกัดกินโดยบางสิ่ง
เลือดไหลลงมาจากท้องฟ้า
ใบหน้าของเฉียนยู่ซีดขาวเป็นอย่างยิ่ง
ในหอคอยหลิงหยุนมีศิษย์ไม่ถึงสองร้อยคนยิ่งไปกว่านั้นพวกนางนั้นราวกับเป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน แต่ในชั่วพริบตาสิบกว่าคนได้ตายลง
เฉียนยู่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดได้ยังไง?
ในใจของนางเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อนมากมาย
นางไม่คิดว่าสถานการณ์จะแปลเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ได้
สัตว์ร้าย!
สัตว์ร้ายตัวจริงจากยุคโบราณ
ทำไมมันถึงยังมีชีวิตรอดจนถึงทุกวันนี้?
”ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเทพที่แท้จริงของเผ่าอสูรตัวแรกที่ออกมาจะเป็นมังกรจูหลง…”ร่างของไป่ฉือแข็งค้าง นางรู้พลังของมังกรตรงหน้าดี
แต่ถ้าเป็นไปได้…
นางไม่อยากให้มังกรจูหลงออกมาจากประตูเทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย
ฟุ้บขณะที่หมอกใกล้จะกลืนกินเฉียนยู่ ฉือกูเหยียนได้เคลื่อนไหว นางพุ่งเข้าไปในหมอกราวกับดาวตก
แสงสีม่วงเปล่งออกมาจากดาบไร้ร่องรอยจิตสังหารแผ่ออกมาจากร่างของนาง
นางรู้ว่ามังกรตรงหน้านั้นแข็งแกร่งแค่ไหนแต่นางก็ยังคงเลือกที่จะพุ่งเข้าไป
”เด็กน้อยช่วยทำอะไรที่สร้างสวรรค์กว่านี้ได้ไหม?” มังกรจูหลงเองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
กรงเล็บที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำของมันตะปบไปที่ดาบในมือของฉือกูเหยียน
……………………………………..