Gate of God - ตอนที่ 1072 ระเบิดความโกรธ
ตอนที่ 1072 ระเบิดความโกรธ
ความอุดมสมบูรณ์ที่พรั่งพรูทำให้กิ่งก้านไม้มากมายเติบโตขึ้นจากพื้นดินอย่างต่อเนื่อง
”ว้าวต้นไม้เทพเจ้ากำลังเติบโตขึ้น?!”ปิงหยางตกใจจนกรามทั้งสองข้างแข็งค้าง “มันหมายความว่าผู้ชายก็สามารถให้กำเนิดลูกหลานได้งั้นหรือ?”
บัดซบ!
ฟางเจิ้งจือเกือบตบหัวของปิงหยางนางกลายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เดี๋ยวก่อน!
ถ้าเขาต่อว่านางจะเท่ากับต่อว่าตัวเองหรือไม่?
ฟางเจิ้งจือส่ายหัวและไม่ต้องการนึกถึงสิ่งที่ปิงหยางพูดอย่างไรก็ตามฉากตรงหน้าทำให้เขารู้ว่าซวนหยวนห้ากังวลเรื่องอะไร
ดูเหมื่อนกลิ่นอายของหนานกงมู่จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหลังจากเขากลืนผลไม้เทพเจ้าเข้าไป
หากในตอนแรกหนานกงมู่เป็นเหมือนหลุมดำตอนนี้เขาได้กลายเป็นต้นไม้เทพเจ้าที่แท้จริง
พลังที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นไม้เทพเจ้าโตเต็มที่
กิ่งก้านที่หักพังงอกขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์
พวกเขาจะสู้ต่อไปอย่างไร?
ฟางเจิ้งจือเดาว่าซวนหยวนห้ายังซ่อนพลังของเขาไว้เขายังไม่ได้แสดงพลังของกรงเล็บที่ห้าแม้แต่น้อย
ในตอนนี้ซวนหยวนห้ากำลังโกรธเกรี้ยวนั่นหมายความว่าเมื่อเขาใช้พลังจากกรงเล็บที่ห้า มันจะทำให้พลังของเขาหมดไป
ซวนหยวนห้าคงไม่ต้องกังวลหากต้องพบกับศัตรูทั่วๆไป
เพราะเพียงใช้กรงเล็บก็สามารถฆ่าศัตรูลงได้
อย่างไรก็ตามศัตรูตรงหน้าคือคนที่แข็งแกร่งและไม่ตายง่ายๆ
ยิ่งไปกว่านั้นทางหนานกงมู่เองก็เช่นกันเขายังไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและยังซ่อนตัวอยู่ภายในต้นไม้เทพเจ้า
ซวนหยวนห้าไม่สามารถฆ่าหนานกงมู่ได้ในการโจมตีเดียว
แม้จะใช้กรงเล็บที่ห้าแต่หนานกงมู่ก็อาจจะไม่ตายและนี่คงเป็นสิ่งที่ซวนหยวนห้ากังวล
หลังจากฟางเจิ้งจือคิดเรื่องนี้เขาก็หันมองหยุนชิงวู “เจ้ามีวิธีทำให้หนานกงมู่ออกมาจากต้นไม้เทพเจ้าไหม?”
มันคงโง่เง่าสิ้นดีหากเขาไม่ใช้ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
”เจ้ากำลังพูดกับข้างั้นหรือ?”หยุนชิงวูตอบอย่างใจเย็น
”ทำไมเจ้าถึงไปถามยัยปีศาจนั่นนางจะไปตอบอะไรได้?”ปิงหยางไม่พอใจในทันทีและพูดจาด้วยความก้าวร้าว
”ถ้างั้นฝ่าบาท …โปรดชี้แนะด้วย” หยุนชิงวูตอบปิงหยางกลับโดยไม่ใส่ใจ
”…”ปิงหยางพูดไม่ออก
มีหนทางอื่นไหม?เป็นความจริงที่หนานกงมู่ไม่ยอมเผยตัวจริงออกมา หมายความว่าเขาเองก็กำลังกังวลบางอย่าง
แน่นอว่าปิงหยางไม่เก่งในการวางแผน
”เจ้าสามารถยั่วยุเขาได้”วู่จวี้เอ๋อพูดในขณะที่ปิงหยางเงียบสนิท
”ยังไง?”ฟางเจิ้งจือถาม
”นี่…ข้าเองก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น เจ้าน่าจะคิดออก ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าเคยเป็นเพื่อนกันงั้นหรือ?”วู่จวี้เอ๋อพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ชัดเจนว่านางช่วยได้เท่านี้
”มันเป็นแผนที่ดีแต่ข้าเคยใช้วิธีนี้แล้ว”ฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าวู่จวี้เอ๋อช่วยได้เพียงเท่านี้
นางสามารถคอยเตือนสติและคิดหนทางเบื้องตนอย่างไรก็ตามมันคงเกินความสามารถของนางเกินไปหากต้องวางแผนที่สมบูรณ์แบบ
การยั่วยุคงทำไม่ได้กับสถานการณ์เช่นนี้
ฟางเจิ้งจือหันมองหยุนชิงวูอีกครั้ง”ข้ายั่วยุเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง ข้าไม่คิดว่ามันจะได้ผลอีก เจ้ามีความคิดอื่นไหม?”
”มี”หยุนชิงวูตอบอย่างไม่ลังเล
”ข้าไม่เชื่อ!”ปิงหยางพูดอย่างเย็นชาแล้วหันหน้าหนี
วู่จวี้เอ๋อไม่ได้แสดงความเห็นมากนักนางรู้ดีว่าหยุนชิงวูเก่งกาจในเรื่องพวกนี้ อย่างไรก็ตามนางหงุดหงิดเล็กน้อยและอยากฟังหนทางที่สามารถทำให้หนานกงมู่เผยตัวออกมา
”อะไร”ฟางเจิ้งจือถามอย่างตรงไปตรงมา
”ยั่วยุ”หยุนชิงวูตอบอย่างใจเย็น
”…”
วู่จวี้เอ๋อและปิงหยางตกตะลึงโดยสมบูรณ์ก่อนที่พวกนางจะระเบิดความโกรธออกมา
อะไรกัน?!
เลียนแบบ!
นางคือหยุนชิงวูผู้ที่เป็นความหวังของอสูรและปีศาจ แต่นางกลับคิดถึงวิธีเดียวกันกับวู่จวี้เอ๋องั้นหรือ?
วู่จวี้เอ๋ออยากจะสาปแช่ง
ในขณะเดียวกันปิงหยางก็เริ่มสาปแช่งออกมา”เขาก็พูดอยู่ว่ามันคงไม่ได้ผล เจ้ายังจะแนะนวิธีนี้อีกงั้นหรือ ยั่ยปีศาจนี่…”
ปิงหยางไม่ได้พูดจนจบประโยค
นั่นเพราะฟางเจิ้งจือใช้มือทั้งสองข้างปิดปากของนาง
”ทำยังไง?”
”รู้เขารู้เราเจ้าไม่จำเป็นต้องกลัว หนานกงมู่เป็นมนุษย์และมนุษย์ทุกคนมีจุดอ่อน จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขาก็คือพี่ชายของเขาเอง” ”หนานกงเฮา?!”ฟางเจิ้งจือรู้สึกตื่นเต้น
ก่อนหน้านี้เขาใช้เรื่องมิตรภาพต่อรองกับหนานกงมู่และด้วยเหตุนั้นเขาจึงลังเล
แต่ความคิดของหยุนชิงวู…
”อืมเจ้าเคยต่อสู้กับหนานกงเฮามาก่อน และด้วยความสามารถของเจ้าคงจะใช้กลยุทธ์เกี่ยวกับหนานกงเฮาได้อย่างแน่นอน และถ้าใช้สิ่งนี้ต่อสู้กับหนานกงมู่…”หยุนชิงวูไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก เพราะนางรู้ตัวว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
”…”ปิงหยางและวู่จวี้เอ๋อเงียบลงอีกครั้ง
พวกนางหันมองกันและรู้ว่าหยุนชิงวูเป็นปิศาจที่น่ากลัว
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม
นั้นพราะความคิดของหยุนชิงวูทำให้เขารู้แล้วว่าจะบังคับหนานกงมู่ออกมายังไง
ฟางเจิ้งจือมั่นใจว่าแม้หนานกงมู่จะรู้ถึงแผนการของฟางเจิ้งจือแต่เขาต้องออกมาจากต้นไม้เทพเจ้าเพื่อฆ่าฟางเจิ้งจืออย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามมันมีความเสี่ยง
บางที่นี่อาจเป็นแผนการของหยุนชิงวู
ฟางเจิ้งจือกัดฟันแน่นเขาไม่อยากจะใช้วิธีนี้เพราะมันคงทำให้หัวใจของหนานกงมู่ต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด
เขาจำครั้งแรกที่พบและต่อสู้เคียงข้างกับหนานกงมู่ได้ดี
เพื่อน…
จนวันนี้เขาก็ไม่เคยลืมว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเขาไม่มีทางเลือกอื่นเพราะหนานกงมู่ได้กลืนผลไม้เทพเจ้าและได้พลังที่ยิ่งใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้นเขามีกองทัพอสูรและปีศาจจำนวนมาก
เขาต้องทำให้หนานกงมู่ออกมาจากต้นไม้เทพเจ้า
ไม่เช่นนั้นการต่อสู้ครั้งนี้คงไม่มีวันจบสิ้นกองทัพอสูรและปีศาจ กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์จะไม่สามารถหนีชะตาแห่งความตายนี้พ้น
ถ้ากิ่งไม้ของหนานกงมู่แตกหักและเติบโตขึ้นเรื่อยๆมันครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดและกลายเป็นสถานที่สังหารหมู่
ฟางเจิ้งจือไม่ต้องการแตะต้องจุดที่เจ็บปวดที่สุดของหนานกงมู่แต่เขาไม่ต้องการให้ที่นี่เต็มไปด้วยซากศพ
”หนานกงมู่…ข้าขอโทษ!”ฟางเจิ้งจือลุกขึ้นช้าๆ “ส่งดาบมาให้ข้า”
”ของข้า?”วู่จวี้เอ๋อกำลังจะถอดดาบที่เอวของนางออก
”ข้าคิดว่าเจ้าคงพูดถึงดาบเล่มนี้”เสียงหยุนชิงวูดังขึ้น
ดาบสรรพสิ่ง!
ฟางเจิ้งจือตกตะลึง
ทำไมดาบของหนานกงเฮาถึงอยู่กับหยุนชิงวูเกิดอะไรขึ้น?
”ระหว่างการต่อสู้บนภูเขาสวรรค์ข้าส่งกองทหารไปที่ตีนเขา แม้พวกเขาจะไม่สามารถหยุดยั้งตระกูลหนานกงได้แต่ก็ได้ดาบเล่มนี้มา”หยุนชิงวูอธิบาย
”…”ฟางเจิ้งจือไม่มีเวลามาถามรายละเอียดแต่เขามองหยุนชิงวูตั้งแต่หัวจรดเท้า
”มีหลายจุดบนร่างกายของข้าที่สามารถเก็บสิ่งของพวกนี้ไว้ได้ตั้งแต่เจ้าขโมยจี้ของข้าไปข้าก็อยู่เฉย แต่ตอนนี้เราอยู่ฝ่ายเดียวกันใช่ไหม?”หยุนชิงวูพูดอย่างใจเย็น
”อืม”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
หยุนชิงวูถอนหายใจเบาๆแต่ไม่นานท่าทีของนางก็เปลี่ยนไป
นั้นเพราะมือของฟางเจิ้งจือไปโอบที่เอวและเอนตัวเข้าหานาง”อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าข้าจะไม่แย่งของจากฝ่ายเดียวกันน่ะ?”
”…”ริมฝีปากของหยุนชิงวูกระตุกและร่างกายสั่นไหวเล็กน้อยใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดง คงเป็นเพราะฟางเจิ้งจืออยู่ใกล้นางเกินไปหรือไม่ก็เพราะนางประหม่าเกินไป อย่างไรก็ตามที่ทำให้นางประหลาดใจคือหลังจากที่ฟางเจิ้งจือพูดจบเขาก็ปล่อยมือจากเอวและเดินไปด้านหลัง
”เก็บไว้ให้ดีล่ะข้าจะเอามันมาหากมีเวลา”
”…”หยุนชิงวูกำมือแน่นแต่ก็ค่อยๆคลายออกก่อนจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง”สิ่งที่สำคัญที่สุดของเผ่าอสูรและปีศาจอยู่กับข้า มาดูกันว่าเจ้าจะหาเจอไหม!”
ไม่มีใครคิดว่าหยุนชิงวูจะถูกจับตัวไปโดยฟางเจิ้งจือขณะที่ได้รับการคุ้มครองจากตัวตนเทพเจ้าถึงห้าคน
แน่นอนว่าฟางเจิ้งจือเองก็ไม่เคยคิดเช่นกันเขาไม่เคยคิดเลยว่าทำไมหยุนชิงวูถึงไม่เก็บอะไรไว้ในจี้เส้นที่สองเลยนอกจากเสื้อผ้า
เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนแผนที่สู่สวรรค์ในจี้อันแรกแล้วมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งกว่านั้นเผ่าอสูรและเผ่าปีศาจได้ครอบครองโลกมานานกว่าครึ่งปีด้วยสถานะเช่นนั้นนางจะไม่มีสิ่งของอย่างอื่นนอกจากเสื้อผ้าเลยงั้นหรือ?
ฟางเจิ้งจือเริ่มคิดว่าหยุนชิงวูคงซ่อนสิ่งต่างๆไว้ภายในจี้ถ้านางไม่เอาดาบออกมาเขาคงไม่คิดถึงเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เวลามาคิดถึงมัน
เพราะตอนนี้ซวนหยวนห้ากำลังตกที่นั่งลำบาก
ด้วยความสามารถของซวนหยวนห้ามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำลายกิ่งก้านต้นไม่เทพเจ้าอย่างไรก็ตามยิ่งทำลายมากเท่าไหร่หยดเลือดสีทองก็ตกลงสู่พื้นมากเท่านั้น
ตูม!
ตูม!
”…”
เมื่อกิ่งไม้เทพเจ้าแตกหักลงต้นไม้สีทองก็งอกเงยขึ้นจากพื้นดินราวกับต้นไม้เทพเจ้าขนาดเล็ก
มันค่อยๆเติบโตดอกไม้เริ่มผลิบาน ”ฟางเจิ้งจือข้าขอถามเจ้าครั้งสุดท้าย จะบอกความปรารถนาของเจ้าหรือไม่?”ซวนหยวนห้าหันมองอย่างหงุดหงิด
”การไม่ทำอะไรหมายถึงการทำบางอย่าง!”แทนที่จะตอบซวนหยวนห้าเขาค่อยๆดึงดาบสรรพสิ่งออกมาและชี้ไปยังหนานกงมู่
มันโปร่งใส่
ดาบสรรพสิ่งของหนานกงเฮา
”อะไร?”เห็นได้ชัดว่าซวนหยวนห้าไม่เข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด
ตูม!
ในตอนนั้นเองต้นไม้เทพเจ้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
กิ่งไม้ที่กำลังเติบโตหยุดเคลื่อนไหว
”หืม?เกิดอะไรขึ้น?”ซวนหยวนห้าแข็งค้าง
มันแปลกมาก!
ฟางเจิ้งจือไม่ได้มองดูที่ซวนหยวนห้าเขาเพียงจ้องไปยังต้นไม้สีทองตรงหน้าแล้วชี้ดาบสรรพสิ่งออกไป “หนานกงมู่เจ้าไม่อยากต่อสู้กับดาบสรรพสิ่งงั้นหรือ? ข้าจะทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง เจ้ากล้ายอมต่อสู้เป็นตายกับข้าไหม?”
”ยอมต่อสู้เป็นตาย?”
”เจ้ากล้า…”
เสียงของฟางเจิ้งจือดังก้องไปในอากาศกองทัพอสูรและปีศาจ กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์ต่างหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์
”เจ้าเด็กนั่นได้ดาบสรรพสิ่งของหนานกงเฮามาจากไหน?”มู่ฉิงเฟิงตกตะลึงเมื่อเขาเห็นดาบในมือของฟางเจิ้งจือ
”ข้าคือโจวฉีข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องออะไร!”เสียงของหนานกงมู่สะท้อนออกมาจากต้นไม้เทพเจ้า
”โจวฉี?ฮ่าฮ่า เป็นถึงตระกูลหนานกงสายเลือดของจักรพรรดิหยานแต่กลับไม่กล้าเผยตัวตนที่แท้จริง ตอนนี้เจ้ากล้าเรียกตัวเองว่าโจวฉีต่อหน้าดาบของพี่ชายตัวเอง ฉีไหนกัน? ทำไมเจ้าไม่เรียกตัวเองว่าป๋า โจวป๋าหรือหวังป๋าล่ะ หนานกงเฮาตายอย่างไร้ค่าจริงๆ เขาสมควรตายแล้ว!”
”ฟางเจิ้งจือข้าจะหนานกงมู่ฆ่าเจ้า!”
”อะไรกัน?!เจ้าอ่อนไหวง่ายจริง …ข้าเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น!”ฟางเจิ้งจือตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ว่าหนานกงมู่จะโกรธแค้นแน่นอน แต่ไม่คิดเลยว่าหนานกงมู่จะระเบิดความโกรธออกมาเร็วขนาดนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา
……………………………………..