Gate of God - ตอนที่ 1075 ทายสมบัติ
ตอนที่ 1075 ทายสมบัติ
ซวนหยวนห้าเอ่ยถามฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามเขายกกรงเล็บไปวางระหว่างฟางเจิ้งจือและหนานกงมู่
ฟางเจิ้งจือพยายามคิดว่าซวนหยวนห้าตั้งใจทำอะไร
หนานกงมู่เป็นสายเลือดของจักรพรรดิหยานซึ่งอาจจะเป็นคนสุดท้ายบนโลกจักรพรรดิฮวงซึ่งเป็นนายของซวนหยวนห้าคงไม่ต้องการให้เห็นสายเลือดของจักรพรรดิหยานสูญสิ้นเป็นแน่
ความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดิทั้งสองนั้นไม่ใช่ธรรมดา
แม้จะมีความขัดแย้งกันบ้างแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังคงหนักแน่นดั่งพี่น้อง
อย่างไรก็ตามหลังจากเวลาผ่านไปหลายพันปีความสัมพันธ์นั้นก็เปลี่ยนไป ลูกหลานของจักรพรรดิหยานต่างคิดว่าจักรพรรดิหยานต่อสู้กับจักรพรรดิฮวงเพื่อปกครองโลก
ส่งผลให้ตระกูลหนานกงสร้างภารกิจนี้ขึ้นมา
ฟางเจิ้งจือได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจากศิลาหินและรู้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิด
ไม่ว่าจะเป็นหนานกงเฮาหรือหนานกงมู่หรือแม้แต่หนานกงเทียนผู้นำตระกูลต่างเติบโตขึ้นมาด้วยความเข้าใจผิดและคิดเพียงแต่การเสียสละเพื่อให้ตระกูลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
”เจ้ามีวิธียับยั้งพลังของเขาไหม?”ฟางเจิ้งจือถามเขาไม่อยากจะฆ่าหนานกงมู่เลย
หนานกงมู่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์นี้
ตอนนี้เขาหมดสติอยู่บนพื้นตราบใดที่สามารถลบล้างความเข้าใจผิดไปจากตระกูลหนานกงได้ หนานกงมู่ก็คงจะยอมหยุด
”มี”ซวนหยวนห้าพยักหน้าหลังจากนิ่งงันไปชั่วขณะ
เขารู้สึกประหลาดใจกับการตัดสินใจของฟางเจิ้งจือหนานกงมู่สาบานว่าจะฆ่าฟางเจิ้งจือให้ตายและฟางเจิ้งจือคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆแน่
นั้นคือแนวคิดในสมับโบราณ
ผู้คนที่แข็งแกร่งจะไม่ปล่อยคนที่อาจนำปัญหามาสู่ตนเอาไว้ได้
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้พูดอะไรมากนักเขาเพียงถามซวนหยวนห้าว่าสามารถยับยั้งพลังของหนานกงมู่ได้หรือไม่ นั้นทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย
นอกจากซวนหยวนห้าแล้วแม้แต่กลุ่มพันธฒิตรฝ่ายมนุษย์รวมไปถึงกองทัพอสูรและปีศาจเองก็เช่นกัน
”ทำไมถึงไม่ฆ่าเขาทันที”
”แน่นอนว่าหนานกงมู่ที่ทรยศต่อเหล่ามนุษย์สมควรตาย!”
”อีกทั้งเขายังฆ่ากองทัพอสูรและปีศาจไปด้วยชายคนนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อ!”
กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์และกองทัพอสูรและปีศาจต่างต้องการให้หนานกงมู่ตาย
ผู้ชนะจะได้เป็นราชาและผู้แพ้จะกลายเป็นกบฏ
นี่คือคำอธิบายที่สมบูรณ์
นั่นคือสิ่งที่หนานกงมู่ต้องเผชิญในตอนนี้เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้
”โฮก!”เสียงร้องคำรามของซวนหยวนห้าดังก้องไปทั่วเขามองไปรอบๆด้วยดวงตาสีทอง เหล่ามนุษย์ อสูรและปีศาจ ต่างเงียบลงทันที “ข้ากำลังตัดสินใจอยู่ พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงส่งเสียงรบกวนข้า”
”…”
”…”
พวกเขาต่างปิดปากเงียบทันที
พวกเขาได้เห็นพลังของซวนหยวนห้ากับตาแม้แต่หนานกงมู่ที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถรับมือกับพลังของกรงเล็บที่ห้าได้
”ข้ามีเรื่องอยากจะถาม”ฟางเจิ้งจือถามขึ้นในโดยไม่สนใจเหล่ามนูษย์อสูรและปีศาจแม้แต่น้อย
”พูด”ซวนหยวนห้าพยักหน้าเขาสามารถเดาได้ว่าฟางเจิ้งจือต้องการถามอะไร
”ที่นี่คือหลุมศพของจักรพรริดฮวงจริงหรือ?”
”อืม”ซวนหยวนห้าส่งเสียงยืนยันเป็นเชิงไม่ต้องการให้ถามอะไรอีก
จักพรรดิฮวงซวนหยวนเป็นสหายของเขาอย่างไรก็ตามหลังจากที่เข้าสู่จักรวาล พวกเขาไม่ได้กลับไปยังโลกเดิมอีก
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีกและมองไปรอบๆ”ในเมื่อมันคือหลุมศพของจักรพรรดิฮวง เจ้าคงจะรู้ทางออกไปจากที่นี่ใช่ไหม?”
”รู้”ซวนหยวนห้าพยักหน้าอีกครั้ง
”ทางออกอยู่ที่ไหน?”
”กลับไปทางเดิม”
”…”ฟางเจิ้งจือตกตะลึงกลับออกไปทางเดิม? ไม่มีรางวัลสำหรับการแก้ปริศนางั้นหรือ?
ฟางเจิ้งจือไม่พอใจเล็กน้อยอย่างไรก็ตามเขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามที่ซวนหยวนห้าพูด แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
”งั้นไปกันเถอะ”
”จริงๆแล้วก็มีวิธีอื่นนอกจากการกลับไปทางเดิม”ซวนหยวนห้ากล่าวขึ้นอย่างตั้งใจหลังได้ยินคำตอบของฟางเจิ้งจือ
”บัดซบข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องมีทางลัด”ฟางเจิ้งจือรู้ตัวว่าเขาถูกซวนหยวนห้าหลอก
มันจะไม่มีสมบัติที่สุสานของจักรพรรดิฮวงซวนหยวนได้ยังไง?
มันแปลกมาก!
”ไม่ได้มีค่ายกลอะไรมีเพียงสมบัติเท่านั้น”ซวนหยวนห้าลังเลในขณะที่มองไปยังฟางเจิ้งจือ แต่สุดท้ายก็ยอมพูด
”สมบัติ?สมบัติอะไร?”ดวงตาของฟางเจิ้งจือส่องประกาย
สมบัติของจักรพรรดิฮวงซวนหยวนต้องมีความพิเศษมากแน่บางทีมันคงเป็นดาบซวนหยวนในตำนาน หนึ่งในสิบสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคโบราณ
มันทำให้เขาตื่นเต้นไม่น้อย
”ลองเดาสิ”ซวนหยวนห้าขยิบตาให้ฟางเจิ้งจือ
”…”ฟางเจิ้งจือตกตะลึงอีกครั้ง
ลองเดา?
ให้เดาเนี่ยนะ?!
เขาจะเดาถูกได้ยังไงบนโลกนี้มีสมบัติเป็นล้านชิ้น
”หืมเจ้ามีโอกาสสามครั้ง ถ้าเจ้าเดาถูกข้าจะลองคิดดูว่าจะบอกคำตอบกับเจ้าดีไหม แต่หากเดาไม่ถูกก็จงโทษตัวเองที่ไม่คู่ควรกับสมบัติชิ้นนั้น”ซวนหยวนห้าพูดอย่างเย็นชา
”หรือเจ้าจะเลือกการต่อสู้?”
”…”ฟางเจิ้งจือไม่อยากจะสู้กับซวนหยวนห้าและเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้แน่ด้วยอาการบาดเจ็บตอนนี้ เขาไม่อยากรนหาที่ตาย
”ถ้าข้าขอแลกด้วยความปราถนาของข้าล่ะ”ฟางเจิ้งจือไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและตัดสินใจยอมใช้ความปรารถนาที่มีอยู่
”ไม่ได้”ซวนหยวนห้าส่ายหัว
”ข้าไม่สามารถแลกด้วยความปรารถนาได้งั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือค่อนข้างตกใจเขาคิดว่าซวนหยวนห้าทำเช่นนี้เพื่อหลอกล่อให้เขาใช้ความปรารถนาของเขา
อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น
”มันคือกฎที่จักรพรรดิฮวงกำหนดเอาไว้กล่าวว่าหากข้าสามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้ ข้าสามารถมอบโอกาสให้สามครั้งและหากคนๆนั้นสามารถคาดเดาได้ถูกต้อง ข้าก็สามารถมอบสมบัติให้กับคนผู้นั้นได้”ซวนหยวนห้ากล่าวอย่างมั่นใจก่อนที่เขาจะพูดต่อ “แน่นอนว่าเจ้าสามารถแลกกับความปรารถนาทั้งสามกับคำใบ้ได้”
”บัดซบ!”ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็เข้าใจ ช่างเป็นมังกรที่ร้ายกาจ
”เจ้าคิดยังไงกับความเฉลียวฉลาดของมังกร?”ซวนหยวนห้ายิ้มและดูเหมือนเขาจะได้ยินฟางเจิ้งจือ
”…”
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออกมังกรตัวนี้เจ้าเล่ห์เกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นฟางเจิ้งจือไม่สามารถทำอะไรกับมังกรตัวนี้ได้
เดา!
เขาคาดเดาได้สามครั้ง!
แต่มันคือสบัติอะไร?
”มันคือดาบซวนหยวน?”ฟางเจิ้งจือจำได้ว่าอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรพรรดิฮวงซวหยวนคือดาบ
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่สมบัติจะเป็นดาบซวนหยวน
”ไม่ใช่”ซวนหยวนห้าส่ายหัวและเผยรอยยิ้มออกมาราวกับมองเห็นแสงแห่งชัยชนะ”เจ้ายังมีโอกาสอีกสองครั้ง!”
”…”ฟางเจิ้งจือทำได้เพียงยกนิ้วกลางให้มังกรตัวนั้นอย่างเงียบๆ
ไม่ใช่ดาบซวนหยวน!
ถ้างั้นอะไรอยู่ในหลุมศพของจักรพรรดิฮวงซวนหยวนกัน?
ฟางเจิ้งจือหันหลังกลับและมองวู่จวี้เอ๋อเพราะนางพอจะมีความรู้เรื่องสมบัติ
”แนะนำได้ไหม?”ฟางเจิ้งจือถาม
”ข้าเองก็ไม่รู้แต่ข้าคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีพลังมาก ถ้าไม่ใช่มังกรตัวนี้คงยอมรับที่จะแลกกับความปรารถนาถึงสามข้อแน่”วู่จวี้เอ๋อกล่าว
”นางพูดถูกสมบัติชิ้นนี้มีพลังมาก ฟางเจิ้งจือแม้เจ้าจะแลกด้วยความปรารถนาทั้งสามข้อมันก็ยังคุ้มค่า!”ซวนหยวนห้าพยักหน้าทันทีหลังจากได้ยินวู่จวี้เอ๋อพูด
ฟางเจิ้งจือเพิกเฉยต่อซวนหยวนห้า มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะใช้ความปรารถนาสามอย่างเพื่อแลกสมบัติ!
มังกรซวนหยวนห้ากำลังแข่งความอดทนกับเขาอยู่
ฟางเจิ้งจือแทบจะมั่นใจแล้วว่าซวนหยวนห้าไม่ได้สนใจเรื่องสมบัติชิ้นนั้นแม้แต่น้อยเขาแค่ต้องการจะออกไปจากสุสานนี้พร้อมกับฟางเจิ้งจือเท่านั้น
แม้ฟางเจิ้งจือรู้เช่นนั้นแต่เขาก็หันไปหาวู่จวี้เอ๋อ
อย่างไรก็ตามนางนั่งลงบนพื้นพร้อมกับส่ายหน้า
ฟางเจิ้งจือหมดหนทางและหันไปมองปิงหยาง
นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสดใส ก่อนที่นางจะตอบออกมา “ไม้กระบองทองคำ! ไม้กระบองที่สามารถเปลี่ยนความยาวได้!”
”บัดซบ!อะไรคือกระบองทองคำ? อะไรคือการที่เปลี่ยนความยาวได้ มันคือคำตอบไร้สาระอะไรกัน?”
”อ้าว…ไม่ใช่งั้นหรือ?งั้นต้องเป็นห่วงทองคำ ห่วงทองคำที่ใช้สวมคอของมังกร! เป็นยังไงล่ะ? ข้าฉลาดมากเลยละสิ?” ปิงหยางไม่ได้สนใจว่าฟางเจิ้งจือกำลังก่นด่านางอยู่ นางกำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
”…”
”ยังไม่ถูกอีกหรอ?ถ้าอย่างนั้นต้องเป็นชุดเกราะอมตะแน่นอน!”
”…”
ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออกจริงๆถ้าเขายังปล่อยให้ปิงหยางเดาต่อไปสมบัติที่เขาควรจะได้ย่อมหายไปกับตาแน่นอน
ฟางเจิ้งจือหมดหนทางจึงหันไปหาหยุนชิงวู
ด้านสติปัญญาและการวิเคราะห์ของนางนั้นน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก
”เจ้ากำลังพยายามขอคำตอบจากข้างั้นหรือ?”หยุนชิงวูเข้าใจทันทีเมื่อเห็นสายตาของฟางเจิ้งจือ
”ตอนนี้พวกเราเป็นพวกเดียวกันแล้วนี่เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือ?” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ยังนับอยู่อีกงั้นรึ?”หยุนชิงวูถามกลับ
”แน่นอน!”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า เขารู้ว่าหยุนชิงวูต้องมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างแน่นอน แต่เขาก็ตัดสินใจจะขอความช่วยเหลือจากนาง “ถ้าพูดถึงเรื่องสมบัติ เจ้ามั่นใจแค่ไหนในคำตอบ?”
”เต็มร้อย”หยุนชิงวูพยักหน้าด้วยความสงบ
……………………………………..