Gate of God - ตอนที่ 1076 ไท่ยี่ซวน
ตอนที่ 1076 ไท่ยี่ซวน
”ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าก็ลองเดาด้วยตัวเองดู” หยุนชิงวูไม่บังคับให้เขาเชื่อนาง
ฟางเจิ้งจือเงียบลงเขารู้นิสัยของหยุนชิงวูดี ถ้านางไม่มั่นใจนางไม่มีทางพูดออกมาแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีเหตุผลที่นางจะโกหกเขาตอนนี้
”บอกเงื่อนไขของเจ้ามา”ฟางเจิ้งจือรู้ว่าหยุนชิงวูไม่มีทางยอมบอกเขาเปล่าๆแน่นอน
”ปล่อยพวกเขา”หยุนชิงวูชี้ไปทางกองทัพอสูรและปีศาจ
”ปล่อยกองทัพอสูรและปีศาจงั้นหรือ?”
”ไม่มีทาง!”
”อย่ายอมรับเงื่อนไขของนาง!”
กลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์ต่างตะโกนออกมาโดยไม่ลังเล ”พวกเขาอยู่ในการควบคุมของมนุษย์เจ้าจะปล่อยพวกเขาหรือฆ่าพวกเขาก็ได้ พวกเขาไม่มีทางต่อต้าน” หยุนชิงวูกล่าวหลังจากได้ยินฝ่ายมนุษย์กล่าวออกมา
โม่ฉานฉือและมู่ฉิงเฟิงต่างแลกเปลี่ยนสายตากัน
เผ่าอสูรและปีศาจนั้นเป็นภัยคุกคามอันใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติ
”ฟางเจิ้งจือข้าคิดว่ามันเป็นเงื่อนไขที่ยอมรับได้แต่อสูรต้องกลับไปที่หนองน้ำยักษ์ ส่วนปีศาจต้องกลับไปที่เมืองเงาเลือดอย่างน้อยเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี!” มู่ฉิงเฟิงส่งสัญญานให้เหล่ามนุษย์ที่ส่งเสียงออกมาเงียบลง
”ได้”หยุนชิงวูตกลงโดยไมลังเล นางไม่มีอำนาจที่จะต่อรองอะไรไปมากกว่านี้แล้ว
”ทำไมเจ้าไม่ขอร้องให้ปล่อยตัวเจ้าไป”ฟางเจิ้งจือมองหยุนชิงวู
”ข้าไม่ต้องการสิ่งนั้น”หยุนชิงวูส่ายหัวและมองไปกองทัพอสูรและปีศาจ “ต่อให้ข้าขอก็ใช่ว่ามนุษย์คนอื่นๆไม่มีทางยอม”
”…”
”…”
กองทัพอสูรและปีศาจตกอยู่ในความเงียบโดยสมบูรณ์
พวกเขารู้สึกเศร้าเป็นอย่างยิ่งพวกเขาสูญเสีย สูญเสียอีกครั้ง
น้ำตาไหลออกมาอาบหน้าพวกเขา
”นายน้อย!”
”จักรพรรดินีน้อย!”
”…”
อสูรและปีศาจต่างคุกเข่าลง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า
อย่างไรก็ตามด้วยความรวดเร็วราชาอสูรที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งได้เดินออกมาจากกองทัพพร้อมกับก้มหัวให้หยุนชิงวู
”ท่านจักรพรรดินีน้อยพวกเราขอลาก่อน!” พวกเขากล่าวออกมาและพร้อมที่จะทำลายไข่มุกอสูรเพื่อฆ่าตัวตาย
อย่างไรก็ตามแสงสีทองได้ส่องสว่างขึ้นราชาอสูรที่ต้องการจะฆ่าตัวตายต่างหยุดนิ่ง
”หยุดก่อน!”เสียงของซวนหยวนห้าดังขึ้น เขามองไปที่ราชาอสูรและกล่าวออกมา “ฟางเจิ้งจือ ในนช่วงยุคของจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวง พวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเผ่าอสูรและปีศาจทั้งหมด ถ้าเจ้าเชื่อข้าทำไมไม่ให้ข้าควบคุมพวกเขาจากนั้นข้าจะพาพวกเขาไปหลบซ่อนตัวตามภูเขา?”
”พาพวกเขาไปหลบซ่อนตัว?”
”จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาตัดสินใจออกมารวมตัวกันอีกครั้ง?”
”มันอันตรายเกินไป!”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างเป็นกังวล
”ฟางเจิ้งจือเจ้าเป็นคนปลดปล่อยผู้อาวุโสซวนหยวนห้าเจ้าต้องเป็นคนตัดสินใจในเรื่องนี้” มู่ฉิงเฟิงกล่าวกับฟางเจิ้งจือ
”ข้าคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ”ฟางเจิ้งจือมองดูซวนหยวนห้า
เขาสามารถเข้าใจความรู้สึกของซวนหยวนห้าได้เพราะแม้เขาจะเป็นสัตว์ร้ายอันดับหนึ่งจากยุคโบราณแต่ก็นับได้ว่าเขาเป็นอสูรเช่นกัน
”ขอบคุณผู้อาวุโสมากที่ช่วยเหลือพวกเรา!”หยุนชิงวูก้มหัวให้กับซวนหยวนห้า
”ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าในเมื่อเจ้าบอกว่าสามารถเดาคำตอบได้ก็บอกข้ามา” ซวนหยวนห้ากล่าวออกมา
”มีสมบัติล้ำค่าจากยุคโบราณมี่สามารถทำให้เดินทางไปยังห้วงอวกาศได้อย่างไรก็ตามด้วยเหตุ มันได้สูญหายไปนานแล้ว ข้าพูดถูกไหมท่านซวนหยวนห้า?” หยุนชิงวูพูดพร้อมพยักหน้า
”…”ซวนหยวนห้าตกตะลึง แสงสีทองส่องประกายในดวงตาของเขา
ฟางเจิ้งจือเองก็ตกตะลึงเช่นกันสมบัติที่ทำให้สามารถเดินทางไปยังห้วงอวกาศได้?! หรือมันจะเป็นกระจกคุนหลุน?!
กระจกที่เป็นหนึ่งสมบัติอันยิ่งใหญ่ในยุคโบราณเช่นเดียวกับดาบซวนหยวน?จะมีสมบัติเช่นนี้อยู่ในสุสานของจักรพรรดิฮวงงั้นหรือ?
”เจ้าเดาได้ยังไง?”ในที่สุดซวนหยวนห้าก็ได้สติ แต่ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
เขาไม่แม้แต่จะบอกใบ้นางด้วยซ้ำแต่นางกลับเดาได้อย่างถูกต้อง
”มันง่ายมากทางเข้าสุสานของจักรพรรดิฮวงนั้นมีภาพลวงตามันคือหมอกสีขาวที่ทำให้ผู้คนสามารถเห็นภาพหลอนได้ จากจุดนี้ทำให้ข้าสามารถคาดเดาขั้นต่อไปได้” หยุนชิงวูตอบอย่างสงบ นางหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “อย่างไรก็ตามมีสมบัติมากมายที่สามารถสร้างภาพลวงตาได้ ข้าจึงยังคิดไม่ออกในตอนแรก”
”พูดต่อ”ซวนหยวนห้าเร่งหยุนชิงวู ”อย่างไรก็ตามในด่านที่สองมีบางอย่างที่ต้องระวังห่วงโซ่สีดำที่เชื่อมต่อกับโลกกลับด้าน!” หยุนชิงวูยังคงพูดต่อไป
”โลกกลับด้าน?”
”มันอาจจะเป็น…”
”…”
เหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ต่างคิดตามหยุนชิงวู
แม้แต่ฟางเจิ้งจือก็คิดออกแล้วเช่นกัน
โลกพลิกคว่ำ
มันเป็นโลกกระจก
ในบรรดาสิบสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากยุคโบราณมีเพียงกระจกคุนหลุนชิ้นเดียวที่สามารถสร้างโลกกระจกขึ้นมาได้
แต่หยุนชิงวูมั่นใจได้ยังไงว่าเป็นมัน
”ในตอนแรกข้ายังไม่แน่ใจแต่ท่านซวนหยวนได้กล่าวว่าสมบัตินั้นมีค่ามากกว่าความปรารถนาทั้งสามข้อ การที่ทำให้ท่านพูดเช่นนั้นได้ข้าจึงคิดว่ามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” หยุนชิงวูอธิบาย
มนุษย์ทุกคนต่างอ้าปากค้าง
พวกเขาเองก็ผ่านหมอกลวงตาโลกกลับด้านมาเช่นกันแต่พวกเขากลับคิดไม่ออก
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูสามารถใช้เบาะแสเหล่านั้นวิเคราะห์ถึงสมบัติได้
น่ากลัวเกินไป
ความฉลาของนางนั้นน่ากลัวเกินไป
”ไม่เลวข้าประทับใจในความฉลาดของเจ้า มันคือกระจกคุนหลุนจริงๆ เด็กน้อยเจ้าต้องการไปหลบในป่าพร้อมกับข้าหรือไม่…”ซวนหยวนห้าพยักหน้า
”ไม่มีทาง!”
”หยุนชิงวูต้องตาย!”
”ถูกต้องแล้วพวกเราไม่สามารถปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ได้!”
ก่อนที่ซวนหยวนห้าจะพูดจบฝ่ายมนุษย์รีบตะโกนขัดเขาทันที
หยุนชิงวูน่ากลัวเกินไปการคงอยู่ของนางนั้นเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าการคงอยู่ของเหล่าราชาอสูรเสียอีก
”ฟางเจิ้งจือเกี่ยวกับหยุนชิงวูข้าหวังว่า…” น้ำเสียงของมู่ฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความกังวล
”หวังอะไรของเจ้าหา?!พูดไปตรงๆเลยสิว่าพวกเราไม่สามารถปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ได้” โม่ฉานฉือกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ฟางเจิ้งจือเงียบลงอีกครั้ง
ฆ่านางงั้นหรือ?
”เจ้าไร้ยางอายอย่าบอกนะว่าเจ้าหลงรักยัยปีศาจนี่? นางเป็นปีศาจ ไม่ๆ นางเป็นอสูรและปีศาจ” ปิงหยางกล่าว
”น้องปิงหยางเจ้ากังวลมากเกินไป ฟางเจิ้งจือรู้เรื่องนั้นดี เขาไม่มีวันให้อภัยนาง” มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดของวู่จวี้เอ๋อ
”พวกเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน?ข้าไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย” ฟางเจิ้งจือหัวเราะก่อนที่ชี้ไปที่ซวนหยวนห้า “ข้าได้ทายถูกแล้ว นำกระจกคุนหลุนออกมา”
”ไม่ต้องกังวลข้าไม่กลับคำพูดแน่นอนอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ถูกค้ำจุนด้วยกระจกคุนหลุน ทางทีดีเจ้าควรเลือกก่อนว่าต้องการจะเดินทางไปยังที่ไหน กระจกคุนหลุนสามารถใช้ได้หนึ่งครั้งต่อเดือน” ซวนหยวนห้าเตือน
”หนึ่งครั้งต่อเดือน?”ฟางเจิ้งจือตกใจ
”เด็กน้อยอย่าโลภมากนักกระจกที่ใช้เดินทางไปยังที่ไหนก็ได้นั้นก็ถือว่าทรงพลังมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังสามารถนำทหารนับแสนเดินทางไปกับเจ้าได้”
”อา…ข้าเข้าใจแล้ว”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าและคิดถึงปัญหาต่อไป
เขาควรจะไปที่ไหนดี?
หมูบ้านภูเขาทางเหนือไปหาพ่อแม่ของเขา? มันอาจจะเป็นความคิดที่ดีแต่มันคงดูน่าตกใจไม่น้อยที่ทหารจำนวนมากปรากฎตัวขึ้นที่หมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
ยิ่งไปกว่านั้นกองทัพอสูรและปีศาจก็ยากที่จะควบคุมเขาไม่ต้องการให้เรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น
”ไปที่ภูเขาหลิงเซียวมันเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ อสูรและปีศาจไม่สามารถลงมือทำอะไรที่นั่นได้” มู่ฉิงเฟิงเข้าใจถึงความกังวลของฟางเจิ้งจือ เขาจึงแนะนำออกไป
”ไม่พวกเราจะไปที่ภูเขาสวรรค์!” ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”ภูเขาสวรรค์?!….ได้พวกเราจะไปที่นั่น!”มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือตกตะลึง แต่ไม่ช้าพวกเขาก็เข้าใจการตัดสินใจของฟางเจิ้งจือ
ภูเขาสวรรค์!
ที่ตั้งประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและปีศาจที่เปิดออก แม้ไป่ฉือจะอยู่ที่นั่นแต่กองทัพส่วนใหญ่ของปีศาจและอสูรอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์แล้ว
นางไม่สามารถทำอะไรได้อีก
ทุกอย่างจะจบถ้าประตูเทพเจ้าถูกปิด
”ซวนหยวนห้าใชกระจกคุนหลุนพาพวกเราไปที่ภูเขาสวรรค์ข้าต้องการจบการต่อสู้ครั้งนี้!” ฟางเจิ้งจือพูดด้วยความมั่นใจ
”ภูเขาสวรรค์?เจ้าแน่ใจแล้วงั้นหรือ?”
”แน่นอน”
”ได้ข้าเองก็ไม่ได้ไปที่นั่นมานานแล้ว ในที่สุดข้าก็จะได้ชมดอกไม้และต้นไม้ของจริงเสียที โอ้ใช้ตอนนี้บรรยากาศที่นั่นเป็นเช่นไร?”
”น่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก!”
”เด็กน้อยเจ้าช่างเลือกสถานที่ได้ยอดเยี่ยม ข้าประทับใจยิ่งนัก” ซวนหยวนห้ากล่าวด้วยความยินดีจากนั้นเขาก็โบกกรงเล็บไปบนอากาศ ครืน!
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแสงสีทองค่อยๆไหลออกมาจากพื้นดินมารวมกันบนอากาศเกิดเป็นกระจกโบราณ
มันมีลวดลายสีทองและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน
”นั่นคือสัญลักษณ์ไท่ยี่ซวนงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือตกตะลึงเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น มันเปล่งพลังพิเศษบางอย่างออกมาทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในทะเลสาบสีทอง เขารู้สึกสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง
”อืมมม…”ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บค่อยๆได้รับการฟื้นฟูอยางรวดเร็ว”มันเป็นสมบัติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าสงสัยว่าไป่ฉือจะมีสีหน้าเช่นไรตอนที่ข้าปรากฎตัวพร้อมกับซวนหยวนห้าที่ภูเขาสวรรค์?”
……………………………………..