Gate of God - ตอนที่ 1097 ผืนดินที่ซุกซ่อนพลัง
ตอนที่ 1097 ผืนดินที่ซุกซ่อนพลัง
ในเรื่องความเร็วแม้เงานั้นจะไม่เร็วเท่าซวนหยวนห้าหรืออสูรร้ายทั้งสาม แต่มันกลับฉวยโอกาสขณะที่อสูรร้ายกำลังเขม่นกันอยู่
”ใครกัน?”
”ใครกล้าขโมยผลไม้ไป?!”
ใบหน้าของอสูรร้ายทั้งสามกลายเป็นอัปลักษณ์ทันทีพวกมันไม่คาดคิดว่าจะมีใครกล้าชิงผลไม้ไปต่อหน้าต่อตาพวกมัน
”โฮก!”เสียงคำรามดังขึ้นทำลายความเงียบ
”เป็นจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือ!”
”ไป่ฉือ?!”
มู่ฉิงเฟิงเหยียนเฉียนหลี่และคนอื่นๆต่างตกตะลึงเมื่อเห็นเงานั้นชัดเจน ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือที่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้นางกำลังพยายามซ่อนตัวอยู่ระหว่างหิน ”ไป่ฉือ?!”อสูรร้ายทั้งสามตกตะลึงเช่นกัน
ไป่ฉือนั้นรวดเร็วมากราวกับสามารถคาดเดาได้ว่าผลไม้จะปรากฎขึ้นในบริเวณนั้น
แกร่ก!
ไป่ฉือก้าวออกมากรงเล็บของนางเหยียบย่ำไปบนหญ้า นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและคำรามออกมาเสียงดัง
ตอนนี้นางกลับกลายเป็นร่างอสูรดั้งเดิม
ในฐานะของจิ้งจอกขาวเก้าหางลางสังหรณ์ของนางนั้นแม่นยำยิ่งกว่าซวนหยวนห้าหรืออสูรร้ายตัวไหนก็ตาม
ดอกไม้บานพร้อมกับผลไม้ที่ปรากฎขึ้น
นางรู้ได้ในทันทีว่ามันจะปรากฎขึ้นตรงไหนนางพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเลและกลืนผลไม้ต่อหน้าซวนหยวนห้าและอสูรทั้งสาม
ตู้ม!คลื่นพลังอันแข็งแกร่งปะทุออกมาจากร่างของจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือ
กลับดอกไม้ปลิวว่อนไปทั่วอากาศ มันเป็นฉากที่งดงามมาก
ที่น่าแปลกคือหางที่ขาดของนางงอกออกมาอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นขนสีขาวของนางดูเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น
”เจ้ากล้าขโมยผลไม้ไปจากพวกเรา?!”
”ฆ่านางซะ!”
”โฮก!”
อสูรร้ายทั้งสามโกรธเกรี้ยว
พวกมันทั้งสามเข้าโจมตีไป่ฉือพร้อมกัน
ด้านไป่ฉือนางหันไปมองอสูรร้ายทั้งสามด้วยดวงตาที่กลายเป็นสีทองสว่าง หางของนางกลายเป็นเก้าสีที่ต่างกันออกไป แดง ฟ้า เขียว ทอง เงิน ดำ ขาว ม่วง
”โฮก!”ลมหายใจถูกพ่นออกมาจากปากของไป่ฉือ พร้อมกับกรงเล็บที่ฟาดไปยังฮุนตุ๋นและฉงฉี
ตู้ม! ตู้ม!
สายฟ้าฟาดลงมาไม่หยุด
อสูรร้ายทั้งสองกระเด็นออกมาแทบจะในทันที
พวกมันต้องเบิกตากว้าง
”…”
”….”
นอกจากพวกมันแล้วแม้แต่มู่ฉิงเฟิงและเหยียนเฉียนหลี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ต้องตกตะลึง
ไป่ฉือแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?
พลังของนางอยู่ในระดับเซียนขั้นสูงสุดเท่านั้น
”นางมีพลังมากขึ้นเพราะผลไม้ที่กินเข้าไป?!”
”หางที่ขาดของนางงอกกลับมาอีกครั้ง!”
”มันต้องเป็นเพราะผลไม้นั่นแน่ๆ!”
เหล่าผู้นำสำนักต่างมองหน้ากัน พลังของนางเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ
”ต้องมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับผลไม้นั่น!”มู่ฉิงเฟิงได้สติและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที
”ผลไม้!รีบหาผลไม้ลูกอื่นเร็วเข้า!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนแสงสีเขียวได้ส่องสว่างออกมาอีกครั้ง
จากนั้นผลไม้สีเขียวได้งอกออกมา
”มี…มีผลไม้อยู่ตรงนั้น!”ทุกคนต่างตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
ถ้าพวกเขาสามารถคว้าผลไม้นั้นมาได้พลังของพวกเขาอาจจะไปอยู่ในระดับเทพเจ้าเช่นเดียวกับไป่ฉือ
”หึฉงฉี ตอนนี้ข้าอยู่ในระดับเทพเจ้าแล้ว คิดว่าข้ายังต้องกลัวพวกเจ้าอยู่ไหม?” ไป่ฉือกล่าวพร้อมกับเดินไปหาผลไม้สีเขียว
อย่างไรก็ตามมีเงาหนึ่งที่ไวกว่าไป่ฉือและคนอื่น เป็นซวนหยวนห้า!
เขาเคลื่อนไหวตั้งแต่ตอนที่เห็นแสงสีเขียวส่องสว่าง
จากนั้นเขาก็อ้าปากและกลืนผลไม้สีเขียวเข้าไปด้วยใบหน้าอันพึงพอใจ
”ซวนหยวนห้า!”
”มังกรเจ้าเล่ห์!”
”เจ้ากล้าฉวยผลไม้ไปขณะที่พวกเรากำลังสู้กันอยู่ได้ยังไง?!”
ใบหน้าของอสูรร้ายทั้งสามกลายเป็นดำคล้ำทันที
ซวนหยวนห้าไม่คิดจะสนใจแสงสีทองที่ปกคลุมบนร่างของเขาหนาแน่นขึ้น ลวดลายเจ็ดสีปรากฎขึ้นบนร่างของเขา
”โฮก!”
”ยังมีผลไม้ลูกที่สามอีก!”
”อย่าไปยุ่งกับไป่ฉือแต่พวกเราต้องชิงมันมาให้ได้!” ”…”
อสูรร้ายทั้งสามดูละโมบเป็นอย่างมากแต่พวกมันไม่ต้องการจะเสียเวลาสู้กับซวนหยวนห้าและไป่ฉือ
พวกมันทั้งสามเคลื่อนไหวในทันที
ด้านหงโหย่วและสิบสองพ่อมดก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
พวกเขาไม่ได้โง่
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขามันชัดเจนมาก
”ท่านมู่ท่านเหยียน พวกเราควรแย่งชิงผลไม้ด้วยหรือไม่?” ผู้นำสำนักคนหนึ่งถามขึ้นมาพร้อมกลืนน้ำลาย
”ท่านเหยียนคิดเช่นไร?”ดวงตาของมู่ฉิงเฟิงสว่างขึ้น
ในฐานะผู้ที่เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนศักสิทธิ์เขาจะยอมยืนอยู่เฉยๆได้ยังไง
”รออะไรอยู่เล่า?”เหยียนเฉียนหลี่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
แม้สถานการณ์ตอนนี้มนุษย์จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่พวกเขาก็ต้องหาโอกาส
”นี่อาจจะเป็นแหล่งพลังเทพเจ้าที่ฟางเจิ้งจือตามหามาตลอดใช่หรือไม่?”วู่จวี้เอ๋อมีความปรารถนาอันแรงกล้า แต่นางกังวลเกี่ยวกับฟางเจิ้งจือมากกว่า
”แหล่งพลังเทพเจ้า?”มู่ฉิงเฟิงนิ่งไปก่อนที่จะพยักหน้า “อาจจะเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือชิงผลไม้เทพเจ้ามาให้ได้ ท่านเหยียน พวกเราต้องเคลื่อนไหวพร้อมกัน!”
เหยียนเฉียนหลี่พยักหน้า
อสูรและปีศาจร้ายล้วนสามารถสังหารพวกเขาได้อย่างง่ายการกระจายกันออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก พวกเขาต้องรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อไม่ให้ถูกฆ่าทิ้งในทันที
มู่ฉิงเฟิงและเหยียนเฉียนหลี่เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตามมีผู้นำสำนักบางส่วนคิดต่างออกไป
พวกเขาต้องการเสี่ยงโดยไม่เกรงกลัวอันตราย
พวกเขาไม่คิดจะปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ
ถ้าพวกเขาไปกับมู่ฉิงเฟิงและเหยียนเฉียนหลี่พวกเขาไม่มีทางได้ผลไม้ไปแน่ๆ!
”ท่านมู่ข้าจะไปกับพี่หลี่ทางเหนือ!”
”พวกเราจะไปทางทิศใต้!”
”พวกเราจะไปทางทิศตะวันตก!”
”…”
ไม่นานที่เหลืออยู่ก็มีเพียงมู่ฉิงเฟิงเหยียนเฉียนหลี่ เซียนสวรรค์พักพิงและวู่จวี้เอ๋อเท่านั้น
”สุดท้ายก็ลงเอยเช่นนี้?”มู่ฉิงเฟิงถอนหายใจ
”มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์แต่ข้านั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก ถ้าพวกเราพบผลไม้ เชิญท่านมู่กินมันก่อนได้เลย!” เหยียนเฉียนหลี่โบกมือโดยไม่ใส่ใจ
มู่ฉิงเฟิงพยักหน้าตอบรับ
ในหมู่มนุษย์มู่ฉิงเฟิงถือว่ามีพลงมากที่สุด ถ้าเขากินลูกแรกเข้าไปมีโอกาสมากที่พวกเขาจะชิงผลไม้ลูกถัดไปได้
มู่ฉิงเฟิงจึงไม่ปฏิเสธข้อเสนอ
”ไปกันเถอะ!”มู่ฉิงเฟิงนำทุกคนไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครอยู่
เหยียนเฉียนหลี่ตามไปอย่างกระชั้นชิด
ด้านวู่จวี้เอ๋อนางกัดฟันด้วยความเศร้าศร้อย “ทำไม? ทำไมแหล่งพลังเทพเจ้าถึงพึ่งปรากฎขึ้นมาในตอนนี้ ถ้ามันปรากฎขึ้นเร็วกว่านี้ ฟางเจิ้งจือก็คง….”
”ไปกันเถอะ”เซียนสวรรค์พักพิงลูบหัววู่จวี้เอ๋อเบาๆ เขารู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
”ท่านอาจารย์….”
”พวกเราทำได้เพียงเชื่อมันในตัวเขา!”เซียนสวรรค์พักพิงกล่าว ”ใช่ฟางเจิ้งจือไม่มีทางตายแน่นอน เขาต้องกลับมา!” วู่จวี้เอ๋อปาดน้ำตาพร้อมเดินตามเหยียนเฉียนหลี่ด้วยสีหน้าอันมุ่งมั่น
”ข้าเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้น…”เซียนสวรรค์พักพิงกล่าวพร้อมกับก้มหน้าลง
ตอนนี้เองที่ใจกลางภูเขาสวรรค์ผลไม้ลูกหนึ่งได้เติบโตขึ้น
มันราวกับหยกสีม่วงอันเปล่งประกาย
”ผลไม้ลูกที่สามปรากฎออกมาแล้ว!”
”ใครกล้าชิงมันไปจากพวกเราต้องตาย!”
อสูรร้ายทั้งสามเบิกตากว้างหลังจากที่พลาท่าให้ไป่ฉือและซวนหยวนห้าไป พวกเขาไม่ต้องการพลาดอีก
”โฮก!”เสียงคำรามของมันดังก้องไปทั่วท้องฟ้า พวกมันพุ่งเข้าไปหาผลไม้ลูกนั้นด้วยความเร็วอันสูงสุด