Gate of God - ตอนที่ 1098 แย่งชิง
ตอนที่ 1098 แย่งชิง
กลีบดอกไม้ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า
กลิ่นหอมช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปยังผลไม้ลูกที่สาม
แย่งชิงผลไม้เหล่านั้นมาเพื่อบ่มเพาะพลัง
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน
ไม่มีใครต้านทานความเย้ายวนนี้ได้
คนอื่นๆต่างพุ่งไปยังผลไม้สีม่วงโดยไม่ลังเล
สงครามกำลังจะเริ่มต้น
อย่างไรก็ตามอสูรทั้งสามนั้นทรงพลังเกินไปขณะที่พวกมันพุ่งไปหาผลไม้ ทั้งหินและต้นไม้ต่างกระเด็นออกมา แม้แต่ผู้นำสำนักที่แข็งแกร่งยังถูกแรงปะทะผลักกระเด็นไปด้านข้าง ด้านซวนหยวนห้าและไป่ฉือหลังจากที่ระดับพลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นก็ไม่คิดจะชิงผลไม้ลูกอื่นอีกต่อไป
ด้านอสูรร้ายทั้งสามเมื่อพวกมันไปถึงผลไม้ก็มีอีกปัญหาหนึ่งตามมา
ใครจะเป็นคนกินผลไม้ก่อน?!
พวกมันไม่แก้ปัญหาโดยการพูดคุยแต่ใช้กรงเล็บ
”พี่ใหญ่พวกเราควรเข้าไปชิงผลไม้ตรงๆเลยหรือไม่?” หนึ่งในสิบสองพ่อมดถามขึ้นมา
”ยิ่งผลไม้ปรากฎขึ้นมาเร็วเท่าไรมันยิ่งมีเรกิมากกว่าลูกที่สี่และห้า” หงโหย่วยืนยัน
”งั้นพวกเรารออะไรอยู่ด้วยพลังของพวกเราไม่น่าจะแพ้อสูรร้ายทั้งสามได้!”
”ใช่โจมตี!”
สิบสองพ่อมดแห่งเผ่าปีศาจไม่ลังเลอีกต่อไปถ้าพวกเขาพลาดผลไม้ไปอีกสักลูกหนึ่ง พวกเขาอาจจะไม่สามารถชิงผลไม้ลูกที่สี่ ห้า หกได้อีกต่อไป ในที่สุดพวกเขาก็เข้าร่วมการต่อสู้อันวุ่นวาย
”ดอกไม้สามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บได้ดังนั้นมันอาจจะมีพลังอยู่บ้าง ในเมื่อดอกไม้ทุกดอกไม้สามารถกลายเป็นผลไม้ พวกเราควรกินพวกมันเข้าไปก่อนไหม?” มู่ฉิงเฟิงชี้ไปยังดอกไม้ที่บานอยู่ไม่ไกล
”สมเหตุสมผล”เหยียนเฉียนหลี่พยักหน้า
”ท่านมู่ตาเฒ่าเหยียน ข้านั้นศึกษาเรื่องสมุนไพรมาเป็นอย่างดี ให้ข้าลองกินดอกไม้เข้าไปก่อนดีหรือไม่?” เซียนสวรรค์พักพิงถามขึ้นมา
ไม่มีใครรู้ว่าถ้ากินผลไม้เข้าไปจะเกิดอะไรขึ้น
”ข้าเข้าใจเจ้าแต่ควรเป็นข้าที่ลองกินมัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นเจ้าจะได้ช่วยข้าได้” เหยียนเฉียนหลี่เดินไปยังดอกไม้
มู่ฉิงเฟิงและเหยียนเฉียนหลี่มองหน้ากันโดยไม่ได้หยุดฝั่งตรงข้าม จากนั้นเหยียนเฉียนหลี่ก็เด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งและกินมันเข้าไป
”รู้สึกเช่นไรบ้าง?มีอะไรผิดปกติไหม?” มู่ฉิงเฟิงถามด้วยความกังวล
”ข้ารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น…อั้ก!”ทันใดนั้นเหงื่อปกคลุมไปทั่วร่างของเหยียนเฉียนหลี่
”ท่านเหยียน!”
”ตาเฒ่าเหยียน!”
เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติทุกคนรีบวิ่งเข้าไปใกล้ทันที
อย่างไรก็ตามเหยียนเฉียนหลี่ยังคงทุรนทุรายอยู่บนพื้น
ทันใดนั้นเองสิ่งแปลกๆได้เกิดขึ้นผมสีขาวเริ่มกลายเป็นสีดำ สิ่งสกปรกถูกขับออกมาจากร่างของเขา
”ท่านเหยียนอายุน้อยลง?!”มู่ฉิงเฟิงตกตะลึง
”ตาเฒ่าเหยียนรู้สึกเช่นไรบ้าง?”เซียนสวรรค์พักพิงถามออกมาอย่างจริงจัง ”มันได้ผล!ดูเหมือนว่าข้าใกล้จะทะลวงข้ามขีดจำกัดได้แล้ว! ดอกไม้เองก็ช่วยเพิ่มพลังการบ่มเพาะได้เช่นกัน!” เหยียนเฉียนหลี่ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
”งั้นพวกเราจะรออะไรอยู่?”มู่ฉิงเฟิงดึงดอกไม้สองดอกที่อยู่ใกล้ๆเขาปากโดยไม่ลังเล
หลังจากนั้นเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดร่างกายของเขาก็ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างชัดเจน
”เร็วเข้ารีบกินพวกมัน!” เซียนสวรรค์พักพิงดึงดอกไม้และมอบให้วู่จวี้เอ๋อทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมู่ฉิงเฟิง
”อื้ม!”วู่จวี้เอ๋อรับไปโดยไม่ลังเล
ด้านผู้นำสำนักคนอื่นๆเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกแลกเปลี่ยนสายตากันและมองหาดอกไม้อย่างหิวกระหาย
”แกว้ก!”ทันใดนั้นเสียงร้องดังไปทั่วท้องฟ้า เงาหนึ่งพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
”ไป่ฟาง!” ”ไป่ฟางกลับมาอีกครั้ง?!”
”ไป่เจ๋อด้วย!”
”พวกเทพอสูรกลับมาทั้งหมดแล้ว?!”
…
ที่ตีนภูเขาสวรรค์หลินมู่ไป่และเฉียนยู่สามารถสัมผัสได้ถึงเรื่องวุ่นวายบนภูเขาสวรรค์ กลิ่นหอมทำให้พวกเขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง
”ยู่เอ๋อร์เกิดอะไรขึ้น?!”หลินมู่ไป่ไม่เข้าใจ
”ดูเหมือนอสูรร้ายทั้งสองจะไม่ได้ทำลายภูเขาอีกต่อไปแล้วกลิ่นหอมดูเหมือนจะเป็นของดอกไม้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
”ยู่เอ๋อร์ดูเหมือนพวกเทพอสูรที่จากไปได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง”
”หรือว่า…จะเป็นไปได้ไหม…”
”อะไรงั้นรึ?”
”แหล่งพลังเทพเจ้า!”
”แหล่งพลังเทพเจ้า?!” ”ใช่มันต้องเป็นแหล่งพลังเทพเจ้าแน่นอน!”
”แหล่งพลังเทพเจ้าต้องอยู่บนภูเขาสวรรค์แน่นอน!พวกเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษย์ รีบขึ้นไปบนภูเขาสวรรค์!”
”รับทราบ!”
กองทัพอณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่พุ่งขึ้นสู่ภูเขาสวรรค์อีกครั้งนอกจากอาณาจักรเซี่ยนแล้วยังมีอาณาจักรอื่นๆเช่นกัน ทั้งอาณาจักรแสงจันทร์ นักรบสูงสุดและนักรบศักดิ์สิทธิ์
”เร็วเข้า!พวกเราต้องรีบไปถึงก่อน”
”รับทราบ!”
…
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับการหาผลไม้และดอกไม้
ณส่วนลึกของภูเขาสวรรค์มีสิ่งอื่นเกิดขึ้น
เถาวัลย์ไม่ถ้วนงอกขึ้นมาจากพื้นดินปิดกั้นหินที่ร่วงลงมาจากภูเขาสวรรค์ทำให้เกิดขึ้นเป็นชั้นพื้นหินขึ้นมา
ขณะเดียวกันฉือกูเหยียนเหยียนซิว กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าฟางเจิ้งจือ
ใบหน้าของฟางเจิ้งจือซีดขาวมาก
เพราะการโจมตีของหนานกงมู่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส
ด้านฉือกูเหยียนและเหยียนซิวเองก็บาดเจ็บเช่นกัน
พวกเขาถูกหินชนขณะที่ตกลงมา
”ตึ้ง!”ทันใดนั้นร่างหนึ่งได้ร่วงลงมา
หยุนชิงวู!”
”หืม?!”เหยียนซิวตกใจมาก เขาเห็นหยุนชิงวูนั้นยืนอยู่ข้างๆวู่จวี้เอ๋อ
จากนั้นไม่นานอีกร่างหนึ่งก็ตกลงมา
”ปิงหยาง?ทำไมเจ้า…”
”ข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อแก้แค้นให้เจ้าไร้ยางอาย!”ดวงตาของปิงหยางแดงก่ำขณะเหวี่ยงหมัดใส่หนานกงมู่ ”ปั้ง”
อย่างไรก็ตามหนานกงมู่ไม่แม้แต่จะเคลื่อนไหวเขาปล่อยให้หมัดของหนานกงมู่พุ่งเข้าสู่ร่างกายเขาจนกระทั่งเห็นฟางเจิ้งจือที่อยู่ใกล้ๆ
”ฟางเจิ้งจือ?เจ้า…ยังไม่ตายงั้นรึ?!”
มันเป็นไปได้ยังไง?!
ด้านปิงหยางเองก็เห็นฟางเจิ้งจือเช่นกันร่างของนางสั่นสะท้านพร้อมกับวิ่งไปใกล้ๆฉือกูเหยียน
”พี่เหยียน!เขายังไม่ตายงั้นหรือ?….เจ้าไร้ยางอายยังไม่ตาย!” ปิงหยางร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจอย่างควบคุมไม่ได้
ฟางเจิ้งจือไม่ตายจริงๆ!
อย่างไรก็ตามดวงตาของหนานกงมู่กลับแดงก่ำถ้าฟางเจิ้งจือตายไปแล้วเขาไม่คิดอะไรถ้าต้องถูกปิงหยางฆ่า
แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถยอมรับความจริงที่ฟางเจิ้งจือยังมีชีวิตอยู่ได้ ”ฟางเจิ้งจือข้าจะฆ่าเจ้า!”
”สวะ!”เสียงของฉือกูเหยียนกันขึ้น
จากนั้นหางงูห้าสีก็พุ่งเข้าไปที่ด้านหลังของหนานกงมู่และตรึงร่างของเขาเอาไว้
ปั้ง!ร่างของหนานกงมู่กระแทกเข้ากับภูเขาทำให้พื้นหินแตกออก
”หนานกงมู่เจ้าไม่สามารถฆ่าหนานกงมู่ได้ ไม่อย่างงั้นเจ้าต้องตาย!” เหยียนซิวยืนขึ้นและขวางหนานกงมู่เอาไว้
”ทำไม?ทำไมพวกเจ้าทุกคนถึงต้องทำลายผลไม้เทพเจ้าของข้า!” หนานกงมู่คำราม เขากำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลลงมาอาบใบหน้าของเขา
”เจ้าไม่สามารถเปิดประตูเทพเจ้าได้!”เสียงของเหยียนซิวนั้นเย็นชามาก
”ทำไม!ทำไมกัน?! ถ้าพวกเราสามารถเปิดประตูเทพเจ้าของเผ่ามนุษย์ได้ พวกเราย่อมมีโอกาสเอาชนะอสูรและปีศาจ!” ”เพราะฟางเจิ้งจือบอกให้ไม่เปิดพวกเราควรจะเชื่อเขา!”
”เหอะฟางเจิ้งจือจะรู้อะไร?”
”ทำไมข้าจะไม่รู้”ทันใดนั้นเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฟางเจิ้งจือที่พยายามยืนขึ้นมาจากพื้นช้าๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากได้กลิ่นดอกไม้โชยมาที่จมูกเขากลับรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของเขากำลังหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาอยู่ที่ไหนกัน?
ฟางเจิ้งจือเงยหน้าขึ้นมองเห็นเถาวัลย์ที่งอกเต็มไปทั่วช่องเขาหินมากมายลอยอยู่เหนือหัวของเขาทำให้ไม่สามารถเห็นสิ่งที่อยู่ด้านบนได้ชัดเจน
เขาอยู่ใต้ภูเขาสวรรค์งั้นหรือ?
เขายังไม่ตาย?
แปลกมาก ฟางเจิ้งจือมองไปรอบๆก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองหนานกงมู่”ข้ามีเพียงคำถามเดียวสำหรับเจ้า เจ้าคิดว่าจักรพรรดิหยานจะต่อสู้กับจักรพรรดิฮวงหรือไม่?
”เจ้าหมายความว่ายังไง?”หนานกงมู่กำหมัดแน่น
”พวกเราทุกคนเป็นลูกหลานของจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงพวกเขาทั้งสองคนนั้นราวกับเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เจ้าคิดจริงๆงั้นรึว่าพวกเขาจะสู้กันเพื่อแย่งชิงอำนาจ?”
”เขาอาจจะสู้กันแต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นก็ได้”
”พูดถึงเหตุผล…เจ้ารู้ไหมทำไมสุสานของจักรพรรดิฮวงถึงร่วงลงมาจากจักรวาล?แล้วทำไมจักรพรรดิหยานถึงปลูกต้นไม้เทพเจ้า?”
”อะไร…เจ้ากำลังจะพูดอะไร?”
”เจ้าควรตื่นมามองโลกความเป็นจริงได้แล้วดูนั่นหินด้านหลังเจ้า!”
”หิน?”หนานกงมู่หันไปมองด้วยความสงสัย
”ปั้ง!”
ร่างของหนานกงมู่แข็งค้างเขาดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็ล้มลงกับพื้น