Gate of God - ตอนที่ 1117 ปรากฎกาย
ตอนที่ 1117 ปรากฎกาย
ฝุ่นผงกระจายไปทั่วท้องฟ้า
อสูรและปีศาจลอยกระเด็นไปทั่ว
อย่างไรก็ตามมีบางส่วนที่เลือกลงไปที่ด้านล่างของภูเขาสวรรค์เพราะพวกเขาเคยเห็นพวกฟางเจิ้งจือทำแบบนั้นและรอดมาได้พร้อมพลังที่เพิ่มขึ้น
พวกเขาต้องการจะเสี่ยงเพื่อโอกาสอันยิ่งใหญ่
ครืน!ครืน! พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องภูเขาสวรรค์ทั้งลูกพังทลาย รอยแตกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น ไม่มีใครเห็นว่ามีอะไรอยู่ด้านใน
ทันใดนั้นเองเสียงกรีดร้องชวนสยองขวัญได้ดังขึ้น
ร่างจำนวนมากกระอักเลือดออกมาทำให้อากาศนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
”เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”หงโหย่วประหลาดใจ เขารู้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของเหล่าปีศาจ
อะไรที่ฆ่าพวกเขา?
เป็นเทพอสูร?
หงโหย่วไม่สามารถยืนยันได้หากเกิดการต่อสู้ที่ด้านล่างภูเขา แสดงว่าต้องมีผลไม้หรือดอกไม้อยู่ทำให้พวกนั้นแย่งชิงกัน
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ยินเสียงต่อสู้แม้แต่น้อย
เขาได้ยินเพียงเสียงภูเขาที่พังทลายฝุ่นควันหนาเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นอะไร
จากนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดได้ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา
ทั้งฉงฉีหงโหยว่ และฟางเจิ้งจือล้วนตกใจ
เห็นได้ชัดว่ามีเทพอสูรอีกตัวที่ตายลง
เสียงคำรามด้วยความหวาดกลัวดังก้อง
จากนั้นเสียงกรีดร้องไม่ว่าจะของปีศาจและเทพอสูรก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ”อะไรเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!” เทพอสูร ปีศาจและมนุษย์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
อสูรและปีศาจมีจำนวนลดลงมาก
อะไรกันที่อยู่ด้านล่างของภูเขา?
”พวกเราควรลงไปดูไหม?”
”ไม่พวกเราควรรออีกหน่อย!”
”…”
อสูรและปีศาจบนท้องฟ้าแลกเปลี่ยนสายตากันไม่มีใครเต็มใจที่จะลงไป
ทันใดนั้นร่างขนาดยักษ์ได้ปรากฎขึ้น
มันเร็วมาก!
มันพุ่งออกมาจากภูเขาสวรรค์ขึ้นสู่ท้องฟ้าดวงตาของมันแดงก่ำราวกับโคมไฟสีแดงที่ลอยอยู่
”มันคืออะไรกัน?!”
”รีบหลบเร็วเข้า!”
”เดี๋ยวก่อนมันดูเหมือนลู่ซู!” ”ลู่ซู?!”
ปีศาจและอสูรตกตะลึง
ลู่ซูนั้นเป็นหนึ่งในเทพอสูรที่มีร่างเป็นหมาขนเหมือนเสือร่างกายของมันใหญ่โตและมีความเร็วเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้มันพยายามเข้าไปด้านล่างภูเขาสวรรค์แต่ตอนนี้กลับหนีออกมาอย่างรวดเร็วด้วยพลังทั้งหมดที่มี
”เร็วเข้าบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น?” เทพอสูรตัวหนึ่งตะโกนใส่ลู่ซู
”หนีเร็วเข้า…”ลู่ซูตะโกนลั่น
อย่างไรก็ตามมันไม่ทันพูดจนจบเพราะมีมือขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ด้านหลังของมันและคว้าตัวของลู่ซูไว้อย่างรุนแรง
”ไม่!!!ปล่อยข้า!” ลู่ซูคำรามอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามมันไร้ประโยชน์
ร่างของมันถูกลากลงไปด้านล่างด้วยมือขนาดใหญ่
ตู้ม! ”มือ?!”
”มีบางอย่างอยู่ด้านล่างภูเขา?”
”มือคืออะไรกัน?มันสามารถจับตัวของลู่ซูเอาไว้ได้?”
ใบหน้าของอสูรและปีศาจเปลี่ยนไปพวกมันรู้สึกถึงอันตรายและต้องการหลบหนี แต่ด้วยแหล่งพลังเทพเจ้ายังคงทำให้พวกเขาไม่กล้าหนีไปไหน
”ถ้ามีอะไรอยู่พวกเราก็แค่ฆ่ามันด้วยกัน!”
”ถูกต้อง!”
”ข้าไม่เชื่อว่ามันจะฆ่าพวกเราทุกคนได้จะต้องมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ด้านล่างแน่นอน!”
เทพอสูรและปีศาจตัดสินใจแน่วแน่
ในขณะเดียวกันฟางเจิ้งจือและหยุนชิงวูที่บินขึ้นไปไกลก้มลงมองมือขนาดใหญ่ที่มีลวดลายสีเขียวอยู่ทั่ว
”เจ้าไร้ยางอาย…ข้ารู้สึกกลัวนิดหน่อย…”ปิงหยางขยับตัวเข้าไปใกล้ฟางเจิ้งจือ แม้แต่ฉือกูเหยียนก็ดูตัวสั่นเล็กน้อย
”บินขึ้นไปอีกหน่อย!”ฉือกูเหยียนขมวดคิ้วเช่นกัน
ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของมือต้องไม่ธรรมดาเพราะมันสามารถฆ่าเทพอสูรได้อย่างง่ายได้มันอาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของแหล่งพลังเทพเจ้า
อย่างไรก็ตามมันดูแปลกๆ
เพราะตามบันทึกโบราณเหล่าตัวตนที่ทรงพลังได้ออกไปร่วมกันหยุดภัยพิบัติจักรวาล
บนโลกไม่ควรจะมีตัวตนอันทรงพลังเหลืออยู่
ถ้ามีจริงทำไมมันถึงอยู่ใต้ภูเขาสวรรค์มาหลายปีโดยไม่เคลื่อนไหว
”ปิงหยางเจ้าเห็นอะไรกันแน่ตอนที่มองไปยังรากต้นไม้?”ฟางเจิ้งจือถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนที่พวกเขาอยู่ด้านล่างภูเขากลับไม่ถูกโจมตีด้วยอสูรหรือปีศาจใดๆเลยแม้แต่น้อย
”ไม่มีอะไรไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างมืดสนิทจนข้ามองไม่ชัด…” ปิงหยางส่ายหัวอย่างรุนแรง
”มืดจนมองเห็นไม่ชัด?!”ฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนแลกเปลี่ยนสายตากัน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง
ปิงหยางไม่ได้โกหก
มันยิ่งแปลกที่ปิงหยางมองไม่เห็นอะไรที่รากของต้นไม้
อย่างน้อยนางก็อยู่ในระดับเทพเจ้าแล้ว
แม้แต่คนที่อยู่ในระดับเซียนก็สามารถมองเห็นในตอนกลางคืนได้ชัดเจนแต่ปิงหยางกลับมองไม่ชัด
โชคดี!
นับว่าโชคดีมาก!
โชคดีที่เป็นปิงหยางถ้าเป็นคนอื่นคงจะเข้าไปใกล้รากไม้เพื่อดูรายละเอียด
”มันแปลกมากที่ปิงหยางมองไม่เห็นอะไรเลย…”ฉือกูเหยียนพึมพำ
”บางทีมันอาจจะเป็นพรสวรรค์ของเจ้าก็ได้’ความโง่’ของเจ้าทำให้พวกเรารดอดมาได้” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”เจ้าหมายความว่าอะไรความโง่ของข้า?!” ปิงหยางดูไม่พอใจกับสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วภูเขาสวรรค์ก้อนหินพุ่งกระเด็นไปที่อสูรและปีศาจ
”หนี!”
”อ้าก…”
แม้บางคนจะสามารถหนีได้แต่บางคนกลับโดนก้อนหินกระแทกใส่อย่างรุนแรง
กลับกันกองทัพของทั้งสี่อาณาจักรที่ยังไม่เคลื่อนไหวนั้นเป็นหายนะ เมื่อภูเขาเริ่มพังทลายกองทัพทั้งสี่รีบลงมาจากภูเขาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถหลบก้อนหินได้อย่างสมบูรณ์
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป
ก้อนหินจำนวนมากเปลี่ยนให้กองทัพทั้งสี่กลายเป็นกองศพขนาดใหญ่
ดวงตาของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรทั้งสี่แดงก่ำ
เกือบครึ่งของทหารนับหมื่นและเหล่าชนชั้นสูงล้มตายภายในกองหิน
พวกเขาไม่ได้ถูกสังหารโดยเทพอสูรหรือเทพปีศาจ
อย่างไรก็ตามกลับมีซากศพกองเท่าภูเขาที่นองไปด้วยเลือด
กำลังทหารถูกกวาดล้างก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น
ภูเขากำลังถล่ม เมื่อเทียบกับถูกอสูรและปีศาจฆ่ามันแย่กว่ามาก
”เจ้าไร้ยางอายช่วยพวกเขา!”ฉือกูเหยียนเคลื่อนไหวทันที
กลุ่มแสงส่องสว่างปกคลุมกองกำลังทหารของอาณาจักรทั้งสี่
อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถปัดป้องหินถล่มทั้งหมดได้
เสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟางเจิ้งจือก็เคลื่อนไหวโดยไม่ลังเล แสงสีฟ้าขนาดใหญ่พุ่งใส่กลุ่มแสง
หลังจากนั้นกลุ่มทหารที่อยู่ใต้กองหินก็หายไป
เต๋าสวรรค์!
ฟางเจิ้งจือใช้เต๋าสวรรค์ส่งทหารลงไปที่ด้านล่างภูเขาอย่างไรก็ตามด้วยทหารจำนวนมาก เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี หลังจากฟางเจิ้งจือและฉือกูเหยียนเคลื่อนไหวมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆก็เคลื่อนไหวเช่นกัน กลุ่มแสงสว่างปกคลุมทั่วกองกำลังทหารของอาณาจักรทั้งสี่ในขณะที่พวกเขากำลังหลบหนี
จักรพรรดิทั้งสี่ต่างร่ำไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
พวกเขามาที่ภูเขาสวรรค์เพื่อแสวงหาโอกาสอย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่ไม่ได้รับโอกาส พวกเขายังต้องเสียศิลาเซียนไป แล้วตอนนี้พวกเขากำลังเสียทหารทั้งหมด
มีเพียงพวกเขาที่รู้ว่าสิ่งนี้มันเจ็บปวดแค่ไหน
”รีบหนีเร็วเข้า!”
”หนี!”
”ทุกคนรีบหนีเร็ว!”
จักรพรรดิทั้งสามเริ่มร้องตะโกน
หลินมู่ไป่ดูเงียบสงบกว่าเมื่อเทียบกับจักรพรรดิทั้งสามในขณะที่เขาถูกเฉียนยู่สวมกอดกลางอากาศ กองกำลังของอาณาจักรเซี่ยยังคงประสบการสูญเสียครั้งใหญ่
ในตอนนี้ไม่มีอาณาจักรไหนได้เปรียบทั้งนั้น
”ตู้ม!”เสียงระเบิดดังขึ้นบนท้องฟ้าก่อนที่สายฟ้าจะผ่าลงมา
ภูเขาสวรรค์ไม่สามารถทนแรงกระแทกอีกต่อไปและถูกทำลายอย่างสมบูรณ์
เศษฝุ่นคลุ้งกระจายทั่ว
หลังจากนั้นแสงสีแดงจำนวนมากก็ส่องสว่างขึ้นมาจากภูเขาสวรรค์ปกคลุมพื้นดินราวกับเลือดสีแดงสด
”นั่นมันอะไรกัน?!”ในตอนนี้แม้แต่ฉงฉีที่กินผลไม้จนมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากยังรู้สึกถึงอันตราย
นอกจากเขาแล้วทั้งซวนหยวนห้า จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือและหงโหย่วเองก็ตกตะลึงเช่นกัน บางอย่างทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวต่อแสงสีแดงเลือดตรงหน้า
”จิตสังหารรุนแรงมาก!” ”ให้ความรู้สึกราวกับสามารถกลืนกินท้องฟ้าได้ทั้งผืน!”
เหล่าเทพอสูรและแม่ทัพปีศาจต่างหวาดกลัวเมื่อเห็นแสงสีแดงใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
”วิ่งเร็วเข้า!”พวกเขาทั้งหมดโผขึ้นท้องฟ้า
อย่างไรก็ตามเทพอสูรและปีศาจบางตนที่เชื่องช้ากำลังถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงเลือดและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
หน้าผากของฟางเจิ้งจือปกคลุมไปด้วยเหงื่อ
เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกจิตสังหารรุนแรงต่างไปอย่างสิ้นเชิง มันยิ่งใหญ่และน่าขนลุก
รู้สึกราวกับบรรยากาศกำลังแข็งตัว
มือและเท้าข้างหนึ่งนิ่งชาขยับไม่ได้
พลังของเขาเพิ่มขึ้นเจ็ดถึงแปดเท่า
ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้รับผลกระทบจากจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมา ”อา!”
”ไม่ข้ายังไม่อยากตาย!”
”ไม่”
ในขณะที่เหล่าเทพอสูรและเทพปีศาจกรีดร้องฉากที่แปลกประหลาดและน่ากลัวก็ปรากฎขึ้น
ร่างของเหล่าเทพอสูรและเทพปีศาจเหี่ยวแห้งอย่างรวดเร็วเนื้อหนังของพวกเขาหายไปจนเหลือแต่กระดูก …และกลายเป็นฝุ่นผงในที่สุด
ตู้ม!
ในขณะนั้นเองมือขนาดยักษ์ได้ยื่นออกมาจากแสงสีเลือดพร้อมกับขวานขนาดยักษ์ ก่อนจะฟาดลงที่พื้นจนแยกออกเป็นสอง
มันคือขวานขนาดยักษ์ที่มีสีแดงราวกับเลือดและกลิ่นอายที่น่ากลัวเลือดของเทพอสูรและปีศาจไหลหยดอย่างต่อเนื่อง