Gate of God - ตอนที่ 1116 การเปลี่ยนแปลงและโอกาสสุดท้าย
ตอนที่ 1116 การเปลี่ยนแปลงและโอกาสสุดท้าย
”ในที่สุดข้าก็ทำได้!”เสียงอันตื่นเต้นของมู่ฉิงเฟิงดังขึ้น เขาสามารถทะลวงพลังเข้าสู๋ระดับเทพเจ้าได้แล้ว
อย่างไรก็ตามปิงหยางกลับมองเขาแปลกๆและหันไปมองฟางเจิ้งจือ “เจ้าไร้ยางอาย แม้แต่มู่ฉิงเฟิงยังทะลวงพลังเข้าสู๋ระดับเทพเจ้าได้เลย แล้วทำไมเจ้ายังทำไม่ได้อีก?”
”่ฮ่าฮ่า”ฟางเจิ้งจือหัวเราะและไม่ได้ตอบอะไร เขารู้ว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาก็เพียงพอแล้ว
”ยินดีด้วยท่านมู่!”
”ท่านมู่ฉิงเฟิงนั้นเยี่ยมยอดมาก!”
”ตอนนี้มนุษยชาติมีความหวังมากขึ้นแล้ว!”
เหยียนเฉียนหลี่และมู่ฉิงเฟิงแสดงความยินดีต่อมู่ฉิงเฟิ
อย่างไรก็ตามโม่ฉานฉือดูไม่มีความสุขเท่าไรนักตลอดมาเขาและมู่ฉิงเฟิงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด การที่มู่ฉิงเฟิงสามารถทำได้ก่อน มันทำให้เขาไม่พอใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ได้อิจฉาเพราะก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บรุนแรง การทีทำให้พลังพัฒนากว่ามู่ฉิงเฟิงมันก็สมเหตุสมผลแล้ว
อีกฝั่งของดินแดนการต่อสู้ยังคงไม่จบสิ้น
เลือดจำนวนมากไหลนองไปทั่วพื้นดินแต่ดอกไม้นั้นกลับเบ่งบานมากขึ้นเรื่อยๆ
”มีบางอย่างผิดปกติ”ฉือกูเหยียนกล่าวหลังจากเห็นดอกไม้ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
”เจ้าก็คิดแบบนั้นเช่นกันงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือถาม
”อืมอีกฝั่งดอกไม้ดูเหมือนจะโตเร็วกว่ามาก ผลไม้ก็มีจำนวนมากกว่าเช่นกัน” ฉือกูเหยียนพยักหน้า ”มันหมายความว่าฮวงจุ้ยฝั่งเราไม่ดีหรือเปล่า?”ปิงหยางนึกถึงความเป็นไปได้หลังจากฟังฉือกูเหยียน
”ฮวงจุ้ยอะไรกัน…”ฟางเจิ้งจือกลอกตา ปิงหยางนั้นไร้เดียงสาเกินไป บางครั้งนางดูฉลาดแต่บางครั้งก็ดูโง่มากเช่นกัน
”ไม่ใช่ฮวงจุ้ยงั้นหรือ…”ปิงหยางพึมพัม
”มันคือเลือด”หยุนชิงวูกล่าวนางสามารถสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน
”เลือด?”ปิงหยางรู้สึกสับสนมาก
”บางที่นี่อาจจะเป็นความจริงของแหล่งพลังเทพเจ้า!”ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วมากขึ้นเรื่อยๆ
ถาเขาเดาไม่ผิดแหล่งพลังเทพเจ้านั้นเหมือนเป็นแผนร้ายอันยิงใหญ่
อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้ว่าใครนั้นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
ใครบางคนที่สามารถควบคุมแหล่งพลังเทพเจ้าได้! มันเป็นเรื่องน่ากลัวมากใครกันที่อยู่เบื้องหลังระหว่างการต่อสู้ของอสูรและปีศาจ
”โฮก!”ฮุนตุ๋นคำรามออกมาและกลืนกินเทพอสูรขนาดเล็กที่ขวางทางมัน
อย่างไรก็ตามตอนที่เขาไม่ระวังตัวได้มีเงาหนึ่งพุ่งผ่านเขาไปที่ผลไม้ด้วยความรวดเร็ว
”โฮก!!!!”ฮุนตุ๋นโกรธจัด เขากระโดดและพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วที่สุด
ตู้ม!
ฉงฉีและเต๋าวูลงมาพร้อมๆกันและเหยียบร่างเทพอสูรตัวนั้นไว้
ผลไม้นั้นได้หายไปแล้ว
มันเป็นเทพอสูรที่รูปร่างเหมือนกวางตอนนี้เห็นได้ชัดว่าร่างกายของมันกำลังพัฒนาอย่างช้าๆ
อย่างไรก็ตามมันไม่มีความสามารถมากพอที่จะขัดขืนฉงฉีและเต๋าวูได้
ทันใดนั้นฮุนตุ๋นที่เข้าไปใกล้อ้าปากกว้างราวกำหลุ่มดำขนาดใหญ่และเขมือบเทพอสูรที่กินผลไม้เทพเจ้าเข้าไป
”…”
”…”
เทพอสูรตกตะลึง
พวกเขาไม่คิดเลยว่าฮุนตุ๋นจะบ้าคลั่งเช่นนี้
ในขณะเดียวกันหลังจากกลืนเทพอสูรเข้าไป สีหน้าของฮุนตุ๋นก็กลายเป็นดุร้ายก่อนจะหันมองไปรอบๆ
เทพอสูรตนอื่นต่างก้าวถอยด้วยความหวาดกลัว
”ข้าจะฆ่าทุกคนที่กล้าแย่งผลไม้ไปจากข้า!”ฮุนตุ๋นร้องคำราม
อย่างไรก็ตามหลังจากที่พูดจบประโยคแววตาของมันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ราวกับมันกำลังไม่สบายอย่างมากปากของมันเปิดออกและดูเหมือนกำลังจะคายบางอย่างออกมา เทพอสูรตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวไม่คิดเลยว่าจะเกิดบางอย่างขึ้นกับร่างของฮุนตุ๋น
”ไม่!!”
”มีบางอย่างผิดปกติ…”
”…”
”โฮก!”ฮุนตุ๋นกลิ้งไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวดในขณะที่กระอักเลือดและเนื้อหนังออกมาจำนวนมาก ในเวลาเดียวกันร่างของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
”ฮุนตุ๋นเจ้าเป็นอะไร?”ฉงฉีเอ่ยถาม
อย่างไรก็ตามฮุนตุ๋นไม่สามารถตอบกลับได้
จากนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้น
ตู้ม!
ร่างของฮุนตุ๋นระเบิดออกหยดเลือดตกลงมาราวกับสายฝนปกคลุมดอกไม้ทั่วพื้นดิน มันเป็นฉากที่น่าสะพรึงกลัว
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือไม่มีอะไรที่ออกมาจากท้องของฮุนตุ๋นเลยแม้แต่เทพอสูรที่รูปร่างคล้ายกวางก็หายไปเช่นกัน
”เทพอสูรนั่นตายแล้ว?!”
”เกิดอะไรขึ้น?”
เทพอสูรตกตะลึงในขณะที่ฝั่งปีศาจเองก็สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
มันแปลกเกินไป
ถ้าหากฮุนตุ๋นตายเพราะกลืนเทพอสูรลงไปเทพอสูรที่รูปร่างคล้ายกวางก็ต้องเป็นคนฆ่าฮุนตุ๋น
อย่างไรก็ตามเทพอสูรตนนั้นกลับหายไป
มันแปลกมาก
เหล่าเทพอสูรต่างตกตะลึงและไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ในขณะเดียวกันจู่ๆภูเขาสวรรค์ก็สั่นไหวอย่างรุนแรงเศษฝุ่นก่อตัวคลุ้ง พื้นดินแตกกระจายเป็นเศษหิน
”เกิดอะไรขึ้น?”หงโหย่วและสิบสองพ่อมดต่างก็สับสน
ฮุนตุ๋นตายลงหลังจากนั้นภูเขาสวรรค์ก็สั่นสะเทือน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดี
นอกจากพวกเขาแล้วเทพอสูรตนอื่นๆเองก็รู้สึกถึงอันตรายเช่นกัน
สำหรับอสูรและปีศาจการรับรู้ถึงอันตรายเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยม แม้จะเทียบเท่ากับจักรพรรดินี้ไป่ฉือไม่ได้ แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกถึงอันตรายในทันที
อย่างไรก็ตามแม้จะรู้สึกถึงอันตรายแต่ไม่มีอสูรหนีไปแม้แต่น้อยนั่นเพราะแหล่งพลังเทพเจ้า
ทั้งดอกไม้และผลไม้
พวกเขาไม่มีทายอมทิ้งที่นี่ไปง่ายๆ
อย่างไรก็ตามในขณะนี้เองเสียงหายใจหอบดังขึ้นจากปีศาจตนหนึ่ง เขาดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นเทพอสูรก็สังเกตุเห็นดอกไม้ในมือของปีศาจตนนั้น
มันกำลังเหี่ยวเฉา
ความสดใสของดอกไม้หายไปโดยสิ้นเชิง
”ดอกไม้กำลังเหี่ยว?!”
”…ดูที่พื้นสิ!”
”เกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากเกิดขึ้นกับปีศาจตนแรกก็มีตนที่สอง…ที่สาม
แหล่งพลังเทพเจ้าที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวากำลังหายไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เหล่าปีศาจตกใจ
ราวกับโอกาสของพวกเขาหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนต่างวิ่งเข้าหาดอกไม้ที่ยังไม่เหี่ยวเฉาทันที อย่างไรก็ตามมันสายเกินไป
แม้จะสามารถเด็ดดอกไม้ออกมาได้แต่พวกมันก็เหี่ยวเฉาลงเร็วเกินกว่าที่ใครจะได้กิน
ดอกไม้พื้นหญ้าและต้นไม้ในบริเวณโดยรอบที่พวกฟางเจิ้งจือยืนอยู่ทั้งหมดหายไปในพริบตา รอยแตกค่อยๆปรากฎขึ้นบนพื้นดิน
”ไม่!!!!”
”โอกาสดีๆเช่นนี้…”
”ผลไม้ของข้า!”
เทพอสูรและปีศาจต่างสับสนพร้อมจ้องมองไปยังรอยแตกที่ปรากฎขึ้นบนพื้น ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
ในขณะเดียวกันมู่ฉิงเฟิงที่อยู่ไม่ไกลจากฟางเจิ้งจือเองก็ตกใจมากเช่นกัน
เขากำลังจะใช้แหล่งพลังเทพเจ้าเพื่อเพิ่มพลังแต่มันกลับหายไปในพริบตา
สิ่งที่เกิดขึ้นมันแปลกเกินไป แน่นอนว่าโม่ฉานฉือต้องได้รับผลกระทบมากที่สุดเขาคิดว่าตัวเองจะได้เข้าสู่ระดับเทพเจ้าตามมู่ฉิงเฟิงไป
ตอนนี้แหล่งพลังเทพเจ้ากำลังเหี่ยวตายเขาจะยอมรับมันได้ยังไง?
”ไม่มันเป็นไปไม่ได้ มันจะหายไปได้ยังไง?! ขุดขึ้นมา ข้าอยากเห็นว่ามีอะไรอยู่ใต้นี้!”โม่ฉานฉือเริ่มทุบไปที่พื้นด้วยค้อนของเขา
มันทำให้เหล่าเทพอสูรและปีศาจหันมอง
พวกมันเรื่มเคลื่อนไหวเช่นกัน
เทพอสูรและปีศาจเริ่มทุบไปที่พื้นพร้อมกับขุดดินลงไปเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ด้านใต้ดอกไม้ที่เหี่ยวตายพวกนี้
”ฟางเจิ้งจือมีอะไรอยู่ใต้นี้กันแน่?”ซวนหยวนห้าเริ่มหมดความอดทนเช่นกัน
ในตอนแรกเขาไม่กังวลแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตามตอนนี้แหล่งพลังเทพเจ้ากำลังหายไป และอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ใต้พื้นดิน
”ต้นไม้ต้นหนึ่ง”ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้ว ”ต้นไม้?ต้นไม้อะไร?”ซวนหยวนห้าสับสน
”ถ้าเดาไม่ผิดมันคงจะเป็นต้นไม้ที่สร้างแหล่งพลังงาน อย่างไรก็ไม่มีอีกแล้ว”ฟางเจิ้งจืออธิบายตามที่เข้าใจ
”ไม่มีแล้ว?”ซวนหยวนห้าเบิกตากว้าง
”จะว่าเช่นนั้นก็ได้ข้าก็ไม่แน่ใจนัก”ฟางเจิ้งจือไม่รู้จะตอบคำถามยังไง
”เจ้าหมายถึงไม่มีอะไรอยู่ใต้นี้แล้วงั้นหรือ?”ซวนหยวนห้าชะงักเล็กน้อยก่อนจะถามอีกครั้ง
”ข้าก็ไม่แน่ใจแต่คิดว่าคงไม่”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ในเมื่อไม่มีแล้วแล้วทำไมภูเขายังคงสั่นสะเทือน?”ซวนหยวนห้าถามด้วยความไม่เชื่อ
ตู้ม!
ก่อนที่ฟางเจิ้งจือจะตอบพื้นดินก็แตกออกอีกครั้ง
แผ่นดินสั่นไหวครั้งใหญ่ มันเป็นการสั่นไหวที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่อสูรโบราณทั้งสี่ทำลายภูเขาสวรรค์เสียอีก
ในขณะเดียวกันรากที่ค้ำยันภูเขาอยู่ใต้ดินก็แหลกสลายโดยสมบูรณ์
”มันอันตรายรีบไปกันเถอะ!”ฟางเจิ้งจือรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ราวกับว่าจะมีบางอยู่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
”วิ่ง!”มู่ฉิงเฟิงเองก็ไหวตัวเช่นกัน
แม้เขาไม่เต็มใจจะยอมทิ้งแหล่งพลังเทพเจ้าแต่ก็ไม่บ้าพอจะอยู่เฉยๆ เขากระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้าในทันที
ขณะเดียวกันเซียนสวรรค์พักพิงและโม่ฉานฉือก็กระโจนตามขึ้นไป
ในตอนที่พวกเขากระโจนลอยตัวกลางอากาศก็พบว่าปิงหยางรออยู่ด้านบนนานแล้ว
นั่นเพราะนางขี่ปี่ฟางอสูรที่บินบนฟ้าได้อย่างอิสระ
ฉือกูเหยียนและเหยียนซิวเองก็กระโจนขึ้นมาอย่างเรียบง่ายเหลือเพียงหยุนชิงวูที่ไม่ได้มีพลังระดับเทพเจ้า
ฟางเจิ้งจือเข้าไปหานางโดยไม่ลังเลก่อนจะโอบกอดนางและกางปีกสีดำโผบินขึ้นท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
”ฟุ่บ!”
ในขณะเดียวกันซวนหยวนห้าดึงหนานกงมู่ที่หมดสติขึ้นมาบนฟ้าเกือบในทันที
พวกเขารู้สึกถึงอันตรายเช่นเดียวกับพวกปีศาจและอสูร
”โฮก!”
โฮก…
”หนีเร็ว!”
อสูรและปีศาจโผบินขึ้นท้องฟ้า
อย่างไรก็ตามบางคนไม่ยอมแพ้และเลือกที่จะโดดลงไปกลางรอยแตก
”ต้องมีบางอย่างอยู่ใต้ภูเขาสวรรค์แน่!”
”ข้าต้องไปถึงก่อน!”
อสูรและปีศาจต่างคิดว่า’หากไปถึงให้เร็วที่สุดก็จะได้ทั้งหมดไปครอบครอง’ และต้องการโอกาสสุดท้ายแม้จะอันตรายก็ตาม