Gate of God - ตอนที่ 1119 ความลึกลับของภูเขาฉางหยาง
ตอนที่ 1119 ความลึกลับของภูเขาฉางหยาง
”มันสำคัญด้วยงั้นรึ?”ฟางจิ้งจือไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเป็นตำนานจากโลกเก่าของเขา แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้ว
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างซิงเทียนและแหล่งพลังเทพเจ้า
”อืมไม่มีเหตุผลที่ข้าจะต้องปิดบังอีกต่อไป ข้าสามารถบอกเจ้าได้ว่าการต่อสู้บนภูเขาฉางหยางนั้นเป็นแผนของจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวง” ซวนหยวนห้าถอนหายใจและกล่าวออกมา
”แผน?”ฟางเจิ้งจือตกตะลึง
นอกจากเขาแล้วปิงหยาง ฉือกูเหยียนละคนอื่นๆล้วนตกตะลึงเช่นกัน
ซิงเทียนนั้นเป็นแม่ทัพที่มีตำแหน่งสูงสุดภายใต้การปกครองของจักรพรรดิหยาน
ทำไมต้องฆ่าซิงเทียนบนภูเขาฉางหยาง?
มันดูไม่สมเหตุสมผล ”ข้ารู้ว่าซิงเทียนมีความตั้งใจที่จะก่อจลาจลจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงจึงใช้สิ่งนี้เพื่อล่อให้ซิงเทียนมาที่ภูเขาฉางหยางจากนั้นตัดหัวเขาและฝังไว้ใต้ภูเขา” ซวนหยวนห้าไม่ได้อธิบายทั้งหมดอย่างละเอียด
เรื่องนั้นไม่น่าแปลกใจ
ซวนหยวนห้านั้นเรียกได้ว่าเคยเป็นสหายของจักรพรรดิฮวงเรื่องที่เกี่ยวของกับจักรพรรดิฮวง ซวนหยวนห้าจึงไม่อยากกล่าวออกมาเท่าไรนัก
”หมายความว่าทั้งจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยานล่อซิงเทียนมาที่ภูเขาฉางหยางและซิงเทียนไม่ได้เลือกที่จะสู้กับจักรพรรดิฮวง?”ฟางเจิ้งจือสังเกตุถึงความผิดปกติในเรื่องนี้
”อืมสำหรับเหตุผลที่ล่อซิงเทียนมาที่นี่ข้าเองก็ไม่รู้” ซวนหยวนห้าพยักหน้า
”งั้นข้าขอถามหน่อยว่ามีแหล่งพลังเทพเจ้าก่อนที่ซิงเทียนจะตายใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือถามอีกครั้ง ”ใช่!”ซวนหยวนห้ายืนยัน
”จริงงั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าแหล่งพลังเทพเจ้านั้นเกิดขึ้นจากซิงเทียนหรือเป็นแผนที่ซิงเทียนวางเอาไว้
ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะสามารถอธิบายได้ว่าทำไมแหล่งพลังเทพเจ้าถึงเป็นดินแดนต้องห้าม
อย่างไรก็ตามคำตอบของซวนหยวนห้าทำให้เขาต้องทบทวนทุกอย่างอีกครั้ง
แหล่งพลังเทพเจ้าอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับซิงเทียน
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงได้ล่อซิงเทียนมาที่ภูเขาฉางหยางซี่งเป็นแหล่งพลังเทพเจ้าจากนั้นก็ลอบตัดหัวซิงเทียนและฝังไว้ใต้ภูเขา
เดี๋ยวก่อน…
ถ้าซิงเทียนต้องการก่อจลาจลทำไมจักรพรรดิฮวงถึงไม่ฆ่าซิงเทียนทันที? ทำไมต้องพยายามตัดหัวซิงเทียนเพื่อฝังไว้ใต้ภูเขา?
มันแปลกเกินไป!
หรือจะใช้วิธีนี้ในการลงโทษผู้ทรยศ?
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าคิดออกแล้วหรือยัง?” ปิงหยางกระพริบตาเมื่อเห็นฟางเจิ้งจือนิ่งเงียบ
”เหยียนเอ๋อร์แล้วเจ้าล่ะ?”ฟางเจิ้งจือมองไปที่ฉือกูเหยียน
”ฟังจากสิ่งที่ผู้อาวุโสซวนหยวนห้าพูดมันคงเป็นความตั้งใจของจักพรรดิฮวงที่จะฝังหัวของซิงเทียนไว้ใต้ภูเขา”
”อืมข้าก็คิดแบบนั้นเช่นกัน”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ตั้งใจ?!”
”…”
ปิงหยางเหยียนซิวและมู่ฉิงเฟิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ”ผู้อาวุโสซวนหยวนห้าข้ามีคำถามทำไมท่านถึงถามฟางเจิ้งจือว่ารู้จักภูเขาฉางหยางได้ยังไง?” ในที่สุดหยุนชิงวูก็พูดออกมา
”เรื่องนี้…”ซวนหยวนห้าลังเล
”นั่นเป็นเพราะว่าจักรพรรดิฮวงสั่งให้ทุกคนหยุดเอ่ยชื่อ’ภูเขาฉางหยาง’หลังจากที่ซิงเทียนตายลงใช่ไหม?”หยุนชิงวูถาม
”เจ้ารู้ได้ยังไง?”ซวนหยวนห้าตกใจมาก
”มีเรื่องมากมายอยู่ในบันทึกโบราณอย่างไรก็ตามไม่มีบันทึกเกี่ยวกับ’ภูเขาฉางหยาง’เลยแม้แต่น้อย สถานที่ลึกลับอย่างแหล่งพลังเทพเจ้ากลับไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่แน่นอน” หยุนชิงวูอธิบาย
”…”ซวนหยวนห้าเงียบลง
แต่ฟางเจิ้งจือเมื่อได้ยินเรื่องนี้ดวงตาของเขากลับสว่างขึ้น
”เจ้าหมายความว่าจักรพรรดิฮวงไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับภูเขาฉางหยางใช่หรือไม่?”ฟางเจิ้งจือกล่าว ”อืมเจ้าก็คิดแบบนั้นใช่ไหม?”หยุนชิงวูนั้นอยู่ในอ้อมแขนของฟางเจิ้งจือและสามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากหน้าอกของเขา
”ข้าพอเดาได้บางส่วนแต่ไม่ละเอียดมากนัก..”
”ถ้ารวมเรื่องภูเขาฉางหยางและแหล่งพลังเทพเจ้าเข้าด้วยกันจากนั้นก็เชื่อมโยงเข้ากับดินแดนต้องห้ามทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น”หยุนชิงวูกล่าว
”….ข้าเข้าใจแล้ว!”ดวงตาของฟางเจิ้งจือสว่างขึ้น
”เข้าใจอะไร?”ปิงหยางเบิกตากว้าง
”ไม่ซิงเทียนไม่สามารถตายได้!” การแสดงออกของฟางเจิ้งจือเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
”…”
”อะไรนะ?!”
”เจ้าบอกว่าซิงเทียนจะตายไม่ได้งั้นรึ?”
”แต่เขาฆ่าทุกคนที่เห็นไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรืออสูรถ้าเราไม่ฆ่าเขา ซิงเทียนก็ต้องฆ่าเราอยู่ดี!”
ปิงหยางและคนอื่นๆไม่เข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด
ซิงเทียนปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมา
ยิ่งไปกว่านั้นเขากำลังฆ่าอสูรและปีศาจ
”ไม่เข้าใจงั้นหรือบางทีซิงเทียนอาจจะไม่ได้ต้องการฆ่า” ฟางเจิ้งจือมองไปยังคนที่ยืนอยู่รอบๆ
”เจ้าหมายความว่าอะไร?”
”เจ้าหมายความว่าซิงเทียนต้องการไล่พวกเราออกไปงั้นหรือ?”
”…”
ทุกคนตกตะลึง
”อืมถ้าข้าเดาไม่ผิดแหล่งพลังเทพเจ้าถูกปิดผนึกโดยจักรพรรดิฮวงและจักรพรรดิหยาน พวกเขาไม่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้ฟื้นคืนกลับมา ด้วยเหตุนี้จึงได้ลบชื่อภูเขาฉางหยาง อย่างไรก็ตามพวกเขากลัวว่าคนรุ่นหลังจะพบสถานที่แห่งนี้โดยไม่ตั้งใจ พวกเขาจึง…” ฟางเจิ้งจืออธิบาย
”ใช้ซิงเทียนเพื่อปกป้องภูเขาฉางหยาง?!”ดวงตาของฉือกูเหยียนสว่างขึ้นทันที
”ใช่แล้ว!”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า “พวกเขาฝังหัวของซิงเทียนไว้ใต้ภูเขาและไม่ได้ฆ่าเขาทิ้ง พวกเขาพยายามใช้ซิงเทียนเพื่อปกป้องภูเขาฉางหยางเพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้!”
”งั้นซิงเทียนก็เป็นผู้พิทักษ์แหล่งพลังเทพเจ้า?”ปิงหยางกระพริบตา
”บางทีอาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้นถ้าจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงสร้างแผนนี้ขึ้นมาต้องมีความลับอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับแหล่งพลังเทพเจ้าซ่อนอยู่แน่นอน” ฟางเจิ้งจือยืนยัน
”หืมเจ้าไร้ยางอายพูดถูก พวกเขายอมเสียชื่อเสียงเพื่อล่อซิงเทียนมาที่นี่ ต้องมีเรื่องน่ากลัวบางอย่างซ่อนอยู่แน่นอน!” ฉือกูเหยียนเองก็มั่นใจมากเช่นกัน ”แล้วพวกเราควรทำเช่นไร?ช่วยซิงเทียน?” ปิงหยางยังไม่เข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูดนัก
ซิงเทียนไม่สามารถตายได้!
เขากำลังปกป้องที่แห่งนี้อยู่
งั้นพวกเราควรช่วยเขา?
”่ช่วยซิงเทียน?”มู่ฉิงเฟิงทอดสายตาไปไกล การต่อสู้อันดุเดือด
เทพอสูรและปีศาจกว่าสองร้อยคนล้อมรอบซิงเทียนเอาไว้
แม้เขาจะแข็งแกร่งแต่ด้วยตัวคนเดียวเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ
อย่างเช่นคุนเพิงใช้ความเร็วของเขาเฉือนเนื้อของซิงเทียนทำให้เลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกันเต๋าวู่กลายเป็นผู้ที่เข้าโจมตีหลังจากฉงฉีได้รับบาดเจ็บสาหัส
เขาสามารถทำการเคลื่อนไหวของซิงเทียนช้าลงได้ และมันสร้างโอกาสให้กับเหล่าอสูรและปีศาจตนอื่นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสิบสองพ่อมดเข้าสู่สนามรบพวกเขาใช้ร่างกายที่ใหญ่ยักษ์เพื่อเข้าต่อสู้กับซิงเทียน
”เราจะช่วยเขาได้ยังไง?”มู่ฉิงเฟิงมองไปด้านหน้าอย่างกังวลเทพอสูรและปีศาจร่วมมือกันต่อสู้
พวกเขาร่วมกันต่อสู้กับซิงเทียน
ถ้าพวกเขาเข้าร่วมการต่อสู้ในตอนนี้คงไม่พ้นที่จะถูกฆ่าโดยซิงเทียน หรือไม่ก็ถูกฆ่าโดยเทพอสูรและเทพปีศาจ
ใครก็ตามที่เข้าใกล้ซิงเทียนจะถือว่าเป็นศัตรู
”เขาบ้าไปแล้วหรือ?ซิงเทียนต้องการต่อสู้ด้วยตัวคนเดียว?”ปิงหยางถอนหายใจเมื่อเห็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะมีพลังมากแค่ไหนก็เท่ากับรนหาที่ตาย
”ไม่เขาไมได้บ้า เขาไม่ได้ต้องการสู้แม้แต่น้อย”ฟางเจิ้งจือพูดไม่ออก
ซิงเทียนไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรูหากใครกล้าเข้าใกล้เขาจะถูกฟาดด้วยขวานยักษ์จนตาย
”เจ้าคิดว่าเราจะทำให้ซิงเทียนรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู?”เหยียนซิวขมวดคิ้ว
”ข้าเองก็ยังไม่รู้”ฉือกูเหยียนส่ายหัว
”หยุนชิงวูเจ้าถนัดการใช้เล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่หรือ? ลองคิดดูสิ!”ปิงหยางทำหน้ามุ่ย ขณะที่หันมองหยุนชิงวูที่อยู่ในอ้อมแขนของฟางเจิ้งจือ
”ข้าคิดไม่ออกเลย”หยุนชิงวูส่ายหัว
”นี่เจ้า…”ปิงหยางโกรธมาก
นางรู้สึกว่าหยุนชิงวูจงใจแกล้งนางตอนที่ฟางเจิ้งจือถามหยุนชิงวู นางจะมีความคิดดีๆเสมอ แต่เมื่อปิงหยางถามนางจะ ‘เมินเฉย’
มันทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดมาก
หยุนชิงวูสามารถบอกได้จากการมองแววตาของปิงหยางแต่ก็เลือกที่จะเงียบ นั่นเพราะครั้งนี้นางไม่รู้จริงๆ
ซิงเทียนบ้าคลั่งและแข็งแกร่งเกินไปวิธีเดียวที่จะควบคุมซิงเทียนได้คือเอาชนะเขา
อย่างไรก็ตามเพื่อเอาชนะซิงเทียน…
มันยากเกินไป
ถ้าหากเทพอสูรและเทพปีศาจเกือบสองร้อยตัวยังไม่สามารถหยุดยั้งซิงเทียนไว้ได้นางจะทำยังไง?
ทุกคนต่างเงียบ
เป็นอย่างที่หยุนชิงวูคิดซิงเทียนไม่สนใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ถ้าพวกเขาต้องการช่วยซิงเทียนมันเท่ากับฆ่าตัวตาย
”ผู้อาวุโสซวนหยวนห้าอย่าบอกว่าท่านเอาชนะซิงเทียนไม่ได้นะ?”ปิงหยางฝากความหวังไว้ที่ซวนหยวนห้า
”…”ซวนหยวนห้าตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหัวและกล่าวออกมา “ในยุคโบราณ ซิงเทียนนั้นเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของจักรพรรดิหยาน แต่พลังของเขานั้นเทียบได้กับจักรพรรดิทั้งสอง แล้วทำไมพวกเขาต้องใช้ประโยชน์จากซิงเทียนเพื่อแผนการของพวกเขาด้วย?
”เรื่องนี้…”ปิงหยางพูดไม่ออก
นางเห็นกับตาว่าซิงเทียนแข็งแกร่งแค่ไหน
แม้แต่ซวนหยวนห้ายังสู้เขาไม่ได้
”งั้นก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะแก้ปัญหานี้งั้นรึ?”เซียนสวรรค์พักพิงกล่าวอย่างกังวล “จากที่ฟางเจิ้งจือพูด ถ้าซิงเทียนตาย ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น พวกเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้?”
”อย่างไรก็ตามซิงเทียนไม่สามารถแยกแยะมิตรและศัตรูได้พวกเราจะช่วยเขายังไง?” เหยียนเฉียนหลี่ถาม
”…”
”…”
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
การที่จะช่วยซิงเทียนพวกเขาจะต้องรับมือกับซิงเทียนเอง อสูรและปีศาจทั้งหมดด้วยสถานะของมนุษย์ในตอนนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ฟางเจิ้งจือรอเขาพูดบางอย่างออกมา
ฟางเจิ้งจือจับดาบแน่น
การต่อสู้ในตอนนี้อยู่ในระดับที่รุนแรงเขาไม่สามารถแยกซิงเทียนออกจากเทพอสูรและปีศาจได้
มันยากเกินไป
สหายของซิงเทียน…
คนที่ไม่มีหัวจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู?
เว้นแต่ว่า…
เดี๋ยวก่อนนะ!
”้ข้ารู้แล้ว!”ฟางเจิ้งจือตะโกนออกมา
”เจ้าคิดอะไรออกงั้นรึ?”ปิงหยางถามออกมาทันที
”เจ้าไร้ยางอายมีความคิดดีๆงั้นหรือ?”ฉือกูเหยียนถามออกมาด้วยความแปลกใจ
แม้แต่หยุนชิงวูยังคิดไม่ออกแล้วทำไมฟางเจิ้งจือถึงคิดออก?