Gate of God - ตอนที่ 1120 แผนฆ่าตัวตาย
ตอนที่ 1120 แผนฆ่าตัวตาย
”เจ้ามีความคิดดีๆแล้วงั้นหรือ?”หยุนชิงวูถามออกมาด้วยความสงสัย
”อืม”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”เจ้ามั่นใจแค่ไหน?”ซวนหยวนห้าถามขึ้นมา สุดท้ายเขาเป็นผู้ที่เข้าใจพลังของซิงเทียนีที่สุด
”ตอนนี้ข้ามั่นใจหนึ่งในสิบส้วนเท่านั้น”ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมา
”หนึ่งในสิบ?!”
”เพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น?”
”…”
ซวนหยวนห้าตกตะลึง
อย่างไรก็ตามปิงยหาง ฉือกูเหยียน หยุนชิงวูนั้นตกตะลึงยิ่งกว่า เป็นเพราะพวกนางรู้จักนิสัยฟางเจิ้งจือดี
ฟางเจิ้งจือมักพูดว่าตัวเองมั่นใจมาก แต่ตอนนี้
เขามั่นใจเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น…
นั่นหมายความว่าโอกาสสำเร็จนั้นมีน้อยมาก
”อืมแม้จะมีโอกาสเพียงหนึ่งในสิบ พวกเราก็ต้องทำให้สำเร็จ” มังกรทองซวนหยวนห้ากัดฟันแน่น ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
”แต่ถ้าซวนหยวนห้ายินดีร่วมมือโอกาสก็เป็นห้าในสิบส่วน” ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมมองไปที่ซวนหยวนห้า
”…”ทุกคนพูดไม่ออก
”เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?”ซวนหยวนห้าถามออกมาโดยไม่อ้อมค้อม
”เข้ามาใกล้ๆข้าก่อน”ฟางเจิ้งจือส่งสัญญานให้ซวนหยวนห้าเข้ามาใกล้
”เจ้าเด็ก…”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลังจากลังเลเล็กน้อยเขาก็ขยับร่างเข้าไปใกล้ฟางเจิ้งจือ
ฟางเจิ้งจือไม่เสียเวลาและเข้าไปใกล้หูของซวนหยวนห้าทันทีพร้อมกับบอกแผนการของเขา
มันถูกมองเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนอื่น
นั่นเป็นเพราะในมุมมองของปิงหยางมู่ฉิงเฟิงแล้วนั้น ฟางเจิ้งจือไม่ควรซ่อนอะไรจากพวกเขาอีก
ปิงหยางเงียบเสียงและพยายามฟังสิ่งที่ฟางเจิ้งจือคุยกับซวนหยวนห้าแต่นางต้องผิดหวังเพราะไม่ได้ยินอะไรเลย
อย่างไรก็ตามเหยียนซิวฉือกูเหยียน ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ฟางเจิ้งจือต้องเก็บแผนเอาไว้เป็นความลับ
ฟางเจิ้งจืออธิบายแผนเสร็จอย่างรวดเร็ว
จากนั้นความลังเลก็ปรากฎขึ้นสายตาของซวนหยวนห้า
”คิดยังไงกับแผนการของข้าบ้าง?”ฟางเจิ้งจือถาม
”เจ้ามั่นใจถึงห้าในสิบส่วนเลยงั้นรึ?”ซวนหยวนห้าพูดออกมาด้วยความไม่เชื่อ
”ก็ต้องลองดู”
”ถ้ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น…”
”พวกเรามีทางเลือกอื่นอีกงั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือถาม
”…”ซวนหยวนห้าเงียบก่อนจะพยักหน้าในที่สุด”ได้ งั้นข้าจะทำตามแผนของเจ้า มาเริ่มกันเถอะ!”
”จำสิ่งที่ข้าแนะนำเอาไว้”ฟางเจิ้งจือยืนยันเอาไว้
”มั่นใจได้!”ซวนหยวนห้าตอบ
หลังจากที่ซวนหยวนห้าตกลงฟางเจิ้งจือก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นก็หันไปหาปิงหยางและฉือกูเหยียนกับคนอื่นๆ
”เจ้าต้องการให้พวกเราทำอะไร?”ปิงหยางอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
”แน่นอนมันจะไม่เกี่ยวขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์เช่นเจ้าได้ยังไง” ฟางเจิ้งจือเอ่ย ”รีบบอกเร็วเข้าอย่ามัวลีลา!” ปิงหยางเร่ง
”มันง่ายมากพวกเจ้าแค่ต้องก้าวไปข้างหน้าและต่อสู้!” ฟางเจิ้งจือชี้ไปที่ซิงเทียนและกล่าวออกมา
”สู้?!”ปิงหยางแปลกใจมาก
”…”
คนอื่นๆก็ตกตะลึงเช่นกัน
ออกไปสู้?มันไม่เท่ากับฆ่าตัวตายงั้นหรือ?
”ฟางเจิ้งจือเผ่าอสูรและปีศาจกำลังสู้กับซิงเทียนอยู่การที่พวกเราออกไปจะไม่เท่ากับฆ่าตัวตายงั้นหรือ?” มู่ฉิงเฟิงสับสนอย่างเห็นได้ชัด
แผนแบบนี้คืออะไรกัน?
แผนฆ่าตัวตายหมู่งั้นรึ?
มั่นใจเพียงแค่หนึ่งในสิบส่วน?
”ท่านมู่ไม่เชื่อข้างั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือขยิบตาให้มู่ฉิงเฟิง ”เอ่อ…”มู่ฉิงเฟิงนิ่งงันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ฟางเจิ้งจือข้ามีชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่กลัวความตาย แต่เจ้าช่วยบอกรายละเอียดให้พวกเราฟังสักเล็กน้อยได้หรือไม่ ต่อให้พวกเราต้องฆ่าตัวตายพวกเราก็เต็มใจเจ้ารู้ใช่ไหม?” มู่ฉิงเฟิงกล่าว
”ท่านมู่ท่านอาจจะเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ร้องขอให้ท่านไปฆ่าตัวตาย ข้าแค่ขอให้ท่านไปสู้กับซิงเทียน” ฟางเจิ้งจืออธิบายพร้อมกับยิ้ม
”แล้วมันต่างกันตรงไหน?”มู่ฉิงเฟิงอยากจะร้องไห้ออกมา
”…”
”…”
”ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ทำตามแผนของฟางเจิ้งจือ”หลังจากทุกคนตกอยู่ในความเงียบในที่สุดเหยียนเฉียนหลี่ก็พูดออกมา “พวกเราจะสู้ยังไง?”
”ท่านปู่เหยียนไม่ต้องออกไปสู้หรอก”ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”งั้นข้าควรทำอะไร?”
”ช่วยเป็นกำลังใจให้ข้าก็พอ”
”…”เหยียนเฉียนหลี่พูดไม่ออกอีกครั้ง จากนั้นหน้าของเขาก็แดงก่ำ “เจ้ากำลังดูถูกข้างั้นหรือ?”
”ข้าไม่ได้คิดจะดูถูกท่านแต่ด้วยพลังของท่านในตอนนี้ออกไปก็มีแต่ตายเท่านั้น” ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
”คำพูดของเจ้า…ตรงไปตรงมาเหลือเกินข้าเข้าใจแล้ว” เหยียนเฉียนหลี่นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พยักหน้าโดยไม่คัดค้านอะไร
”เหยียนเอ๋อร์ปิงหยาง ท่านมู่ ซวนหยวนห้า เข้าร่วมการต่อสู้นี้ได้ ส่วนคนอื่น…จงรออยู่ที่นี่!” ฟางเจิ้งจือกล่าว จากนั้นเขาก็หันไปหาหยุนชิงวูอีกครั้ง “หยุนชิงวู ข้าต้องการจะขอเจ้าบางเรื่อง”
”ขอ?”หยุนชิงวูแปลกใจ ”หลังจากที่พวกเราออกไปจักรพรรดินีปีศาจต้องมาหาเจ้าแน่นอน…”
”ข้าเข้าใจข้าจะไม่ให้นางทำร้ายใคร” หยุนชิงวูเข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือกล่าว อย่างไรก็ตามน้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะถามบางอย่างออกมา “แต่…เจ้ามั่นใจแล้วงั้นรึที่จะเชื่อข้า?”
”นอกจากเชื่อในตัวเจ้าแล้วข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่น”ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมาตามความเป็นจริง
”อืม”หยุนชิงวูพยักหน้า “ต่อให้เจ้าจะไม่เชื่อข้าก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เจ้ามั่นใจได้ ข้ารู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป”
”เยี่ยม”ฟางเจิ้งจือไม่ได้กล่าวอะไรอีก
”เจ้าไร้ยางอายเจ้าเชื่อนังปีศาจนั้นหรือไง?” ปิงหยางดูหงุดหงิดกับสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด
”ข้าเชื่อ”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”แต่…”
”ข้าเองก็เชื่อ” เสียงหนึ่งดังขัดปิงหยางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉือกูเหยียน
”ไม่จำเป็นต้องถามอะไรจงทำในสิ่งที่พวกเราควรทำ” ฉือกูเหยียนจับหัวของปิงหยางและยิ้มให้หยุนชิงวู
หยุนชิงวูเงียบลง
ปิงหยางเองก็เงียบเช่นกันแต่ปากของนางขยับราวกับอยากจะพูดบางอย่างออกมา
”งั้นพวกเราไปกันเถอะ”ในที่สุดเหยียนซิวก็กล่าวออกมาเพื่อจบการสนทนา
”อืมพวกเจ้าต้องตามข้า เหยียนเอ๋อร์และซวนหยวนห้า” ฟางเจิ้งจือไม่ลังเลอีกต่อไป เขาพุ่งไปหาซิงเทียน
ฉือกูเหยียนและซวนหยวนห้าก็ตามไปทันทีเช่นกัน
ด้านเหยียนซิวปิงหยางและมู่ฉิงเฟิง เขาตามทั้งสามคนไปไม่ห่าง
มันทำให้พวกอสูรและปีศาจแปลกใจไม่น้อย ”ฟางเจิ้งจือเข้าร่วมการต่อสู้?”
”พวกเขาต้องการทำอะไร?อยากตายงั้นหรือ?”
”มนุษย์เชื่อใจไม่ได้พวกมันอาจจะต้องการยืมมือซิงเทียนฆ่าพวกเรา!”
อสูรและปีศาจต่างหวาดระแวง
การปรากฎตัวของฟางเจิ้งจือทำให้พวกเขาสงสัย
เป็นไปได้น้อยมากที่ฟางเจิ้งจือจะร่วมมือกับพวกเขา…
เหตุผลอะไรที่ฟางเจิ้งจือเข้าร่วมการต่อสู้ในตอนนี้?
”ฟางเจิ้งจือเจ้าต้องการอะไร? ซิงเทียนนั้นโหดร้ายมาก ถ้าเจ้าช่วยมันข้าจะฆ่าเจ้าก่อน!” หงโหย่วกล่าวออกมาเป็นคนแรกและแสดงจุดยืนชัดเจน
”เหอะ!เจ้ามนุษย์ ถ้าเจ้ากล้าฉวยโอกาส ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า”
”อย่าเข้าใจข้าผิดข้ามาเพื่อช่วย ไม่เชื่อก็ลองดูความจริงใจผ่านดวงตาของข้าได้!” ฟางเจิ้งจือโบกมือ
”ความจริงใจ?”
”เขากล้าบอกว่าตัวเองจริงใจงั้นหรือ?”
”…”
อสูรและปีศาจต่างพูดไม่ออกถ้าฟางเจิ้งจือจริงใจก็คงไม่มีใครบนโลกนี้ไม่จริงใจแล้ว
”เจ้าไร้ยางอายเริ่มหลอกคนอื่นอีกแล้ว”แม้แต่ปิงหยางก็พูดไม่ออกหลังจากฟังสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด
เขาเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย
”ฟางเจิ้งจือออกไปจากที่นี่ซะ อย่าหาว่าข้าใจร้ายถ้าเจ้าเป็นอะไรไป” หงโหย่วเตือนอีกครั้ง การต่อสู้ในตอนนี้อยู่ช่วงวิกฤติ เขาไม่อยากให้ตัวปัญหาเข้ามายุ่งกับการต่อสู้อีก
”โฮก!”
”โอ้!” ”…”
ทั้งปีศาจและอสูรคำรามเพื่อขัดขวางไม่ให้ฟางเจิ้งจือเข้ามาใกล้
เมื่อมู่ฉิงเฟิงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เขาสับสนเป็นอย่างมากเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าฟางเจิ้งจือกำลังทำอะไรอยู่
คิดจะหลอกลวงปีศาจและอสูร?
มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่อสูรและปีศาจจะเชื่อใจฟางเจิ้งจือ
ตอนนี้มู่ฉิงเฟิงรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
ด้านฟางเจิ้งจือเขายังคงพูดต่อไป “ข้ามาเพื่อช่วยจริงๆ”
”ข้าไม่มีวันเชื่อเจ้า”ในที่สุดหงโหย่วก็เริ่มโกรธ การที่พวกเขาต่อสู้กับซิงเทียนอยู่ดีๆแล้วมีคนอื่นโผล่เข้ามาโดยไม่รู้จุดประสงค์นั้นอันตรายเกินไป
”ออกไป!”ทันใดนั้นซิงเทียนตะโกนออกมาอีกครั้ง ขวานถูกเขวี้ยงออกไป มันตัดขาดร่างปีศาจตัวหนึ่งออกเป็นสองส่วน
สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของหงโหย่วแดงก่ำทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างราบลื่นจนกระทั่งฟางเจิ้งจือปรากฎตัวออกมาจนทำให้พวกเขาเสียสมาธิและเปิดโอกาสให้ซิงเทียนโจมตี