Gate of God - ตอนที่ 1123 สู้อย่างสิ้นหวัง
ตอนที่ 1123 สู้อย่างสิ้นหวัง
มู่ฉิงเฟิงพูดไม่ออกแต่ปิงหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
”โจมตี!”ปิงหยางร้องตะโกนพร้อมพุ่งเข้าไปตรงๆ นางดันหอกในมือไปข้างหน้า เปลวเพลิงลุกโชนไปทั่วร่าง
นอกจากปิงหยางแล้วปี่ฟางเองก็พ่นไฟออกมาเช่นกัน
เปลวเพลิงทั้งสองรวมกันกลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์จนสามารถป้องกันการโจมตีของซิงเทียนได้
ตู้ม!
ขวานถูกหยุด
ลูกไฟหายไป
มุมปากของปิงหยางมีหยดเลือดไหลออกมาแต่ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความแน่วแน่
”ซิงเทียนข้าไม่กลัวเจ้า!” ปิงหยางตะโกนพร้อมโจมตีอีกครั้ง
ฉากตรงหน้าทำให้ร่างของมู่ฉิงเฟิงสั่นสะท้านในฐานะหนึ่งในผู้ที่เคยแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และผู้นำศาลาเต๋าสวรรค์ เขาอดรู้สึกผิดหวังในตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นความกล้าหาญของปิงหยาง
”ปิงหยางหลีกไปข้าจะสู้เอง!” มู่ฉิงเฟิงกัดฟัน ดาบเล่มหนึ่งปรากฎขึ้นด้านหลังของเขา “เต๋าสร้างหนึ่ง หนึ่งสร้างสอง สองสร้างสาม สามสรรค์สร้างทุกสิ่งอย่าง!”
ขณะที่เขากล่าวดาบยาวเพิ่มขึ้นเป็นสองเล่ม สามเล่ม จากนั้น หินขนาดใหญ่ที่มีพืชพันธุ์ไม้เติบโตมากมายได้ปรากฎขึ้น
มันเป็นฉากที่แปลกประหลาด
หินก้อนนั้นลอยขึ้นและพุ่งเข้าหาซิงเทียน
อย่างไรก็ตามซิงเทียนไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยก้าวเท้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความมั่นคง เขาดึงโล่ขึ้นมากันไว้บริเวณหน้าอกอย่างมั่นคง ครืน…
หินก้อนนั้นแตกออกเป็นผุยผงทันที
ในเวลาเดียวกันซิงเทียนฟาดขวานลงมาอีกครั้ง
มู่ฉิงเฟิงหน้าซีดเผือด
ซิงเทียนมีพลังมากเกินไป!
ไม่เพียงแต่มีพลังโจมตีที่รุนแรงแต่พลังป้องกันของเขาเองก็แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจเชนกัน โล่นั้นราวกับสามารถป้องกันการโจมตีได้แทบทุกอย่าง
แต่มู่ฉิงเฟิงไม่ยอมถอย
มันเป็นศักดิ์ศรีของเขา
เขาจะสู้จนกว่าตัวตาย!
”รับไปซะ!”มู่ฉิงเฟิงคำรามจากนั้นต้นไม้อันแหลมคนนับไม่ถ้วนได้ปรากฎขึ้นและพุ่งไปหาซิงเทียน ในเวลาเดียวกันเถาวัลย์ได้เติบโตพันธนาการแขนของซิงเทียนเอาไว้
ทันใดนั้นเสีงจากหมอกสีทองได้ดังขึ้น ”เหยียนซิวช่วยมู่ฉิงเฟิงตรึงร่างของซิงเทียนเอาไว้!”
”รับทราบ!”ร่างยักษ์กระโจนออกมาจากหมอกสีทอง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไป่ฉือและเหยียนซิว
พวกเขาเข้าโจมตีซิงเทียนจากด้านข้าง
”โฮก!!”ไป่ฉือส่งเสียงคำราม หางทั้งเก้าของนางยาวขึ้นทันที พร้อมกับแทงเข้าที่แขนที่ถือขวานของซิงเทียน
ในเวลาเดียวกันลำแสงสีแดงได้พุ่งลงมา
แม้ว่ามันจะเป็นลำแสงเล็กๆแต่กลับเปล่งประกายเป็นอย่างมากมันเข้าควบคุมแขนของซิงเทียนเอาไว้เช่นกัน
เต๋าอาชูร่า
เหยียนซิวยืนอยู่บนหลังของไป่ฉือพัดสีเงินในมือของเขาโบกสะบัดไปมาราวกับกำลังเชิดหุ่น
”สวะ!”ซิงเทียนตะโกน เขาพยายามขยับมือไปมาเพื่อให้หลุดจากการควบคุม พลังอันยิ่งใหญ่ส่งผลให้มู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ
”เหยียนเอ๋อร์ช่วยพวกเขา!”ทันใดนั้นเสียงของฟางเจิ้งจือได้ดังขึ้นอีกครั้ง
”อืม”ฉือกูเหยียนพยักหน้าพร้อมกับบินเข้าไปหาซิงเทียน นางเหวี่ยงหางงูเข้าไปพันเอวของซิงเทียนเอาไว้
แม้พลังแขนของซิงเทียนจะน่ากลัวแต่ผู้ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้จะรู้ดีว่าจุดที่รักษาสมดุลของร่างกายไม่ใช่ขาแต่เป็นที่เอว
การโจมตีของฉือกูเหยียนทำให้ซิงเทียนชะลอตัวลง
แม้ว่าแขนของเขายังคงขยับไปมาแต่ก็ไม่สามารถจัดการเหยียนซิวและคนอื่นๆทั้งหมดได้
”ซวนหยวนห้ามีโอกาสแล้ว!”ขณะที่ฟางเจิ้งจือกล่าวเขาก็พุ่งออกมาจากหมอกสีทองพร้อมกับซวนหยวนห้า
”ฟางเจิ้งจือเจ้าต้องการฆ่าซิงเทียนจริงๆงั้นหรือ?”มู่ฉิงเฟิงนิ่งอึ้งเมื่อเห็นสิ่งที่ฟางเจิ้งจือกำลังจะทำ
”พวกเราฆ่าเขาได้งั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือถามกลับ
”…”มู่ฉิงเฟิงเงียบไปอีกครั้ง
แน่นอนเขารู้ว่าไม่สามารถฆ่าซิงเทียนได้เขาแข็งแกร่งเกินไป แม้การรวมพลังกันจะสามารถตรึงซิงเทียนไว้ได้แต่มันก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น
แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกัน?
ทันใดนั้นเสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นอีกครั้ง
”ซวนหยวนห้าโยนเลย!”
”ได้!”
”โยน?!โยนอะไร?” มู่ฉิงเฟิงตกตะลึง
จากนั้นเขาก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามีร่างหนึ่งห้อยอยู่ใต้ท้องของซวนหยวนห้า
ไม่ใช่ใครนอกจากหนานกงมู่ ”ฟุ้บ!”ร่างไร้สติของหนานกงมู่ลอยออกไปหาหัวของซิงเทียนราวกับดาวตก
มู่ฉิงเฟิงตกตะลึงกับฉากตรงหน้า
แม้แต่เหยียนซิวปิงหยาง ฉือกูเหยียนเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
”เจ้าไร้ยางอายเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
”ทำไมเจ้าถึงโยนหนานกงมู่ออกไป?”
”…”
บรรยากาศแปลกไปทันที
แม้แต่ซิงเทียนก็หยุดเคลื่อนไหวจากนั้นก็ยก’หัว’ขึ้นมาเพื่อมองร่างไร้สติที่ลอยเข้ามา
”ปั้ง!”ร่างของหนานกงมู่ปะทะเข้ากับร่างกายอันใหญ่โตของซิงเทียน
โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบ
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
งั้นแสดงว่าฟางเจิ้งจือวางแผนโยนหนานกงมู่ที่หมดสติใส่ซิงเทียนแต่แรกแล้ว?
”วิ่งรีบหนีเร็วเข้า!” ฟางเจิ้งจือยกดาบและฟาดไปที่ซิงเทียนอีกครั้งก่อนที่เขาจะรีบหนีไปทันที
”??”
”…”
มู่ฉิงเฟิงพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตามเขาเข้าใจสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูดในทันทีโดยไม่ลังเลเขาหันหลังและดึงปิงหยางพร้อมกับปี่ฟางตรงไปยังหมอกสีทองทันที
รวมถึงเหยียนซิวและฉือกูเหยียน ไป่ฉือที่พยายามตรึงร่างของซิงเทียนเอาไว้ หลังจากได้สติพวกเขาตรงไปยังหมอกสีทองเช่นกัน
ด้านซิงเทียนหลังจากได้สติเขาก็ยกโล่ขึ้นมาป้องกันพลังจากดาบของฟางเจิ้งจือทันที
ตู้ม!
แม้ซิงเทียนจะไม่เป็นอะไรแต่มันก็เพียงพอที่จะเปิดโอกาสให้ฟางเจิ้งจือหนีไป ตอนนี้เหลือเพียงหนานกงมู่เท่านั้นที่นอนนิ่งอยู่บนร่างกายของเขา
”ตาย!”ซิงเทียนไม่สนใจและเตรียมจะกวาดมือตบร่างของหนานกงมู่ราวกับตบแมลงวันตัวหนึ่ง
อย่างไรก็ตามทันใดนั้น…
หนานกงมู่ที่หมดสติได้ลืมตาขึ้นแสงสีทองส่องสว่างในดวงตาของเขา
”ฟางเจิ้งจือเจ้ากล้าหักหลังข้าได้ยังไง!”โดยไม่ลังเลหนานกงมู่กระโจนไปยังหมอกสีทองเพื่อตามคนอื่นและฟางเจิ้งจือในทันที
”อย่าให้หนานกงมู่เข้ามา!”เสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นอีกครั้ง
”…”
”…”
ทุกคนต่างพูดไม่ออก
เขาโยนหนานกงมู่ออกไป… แต่กลับไม่ให้หนานกงมู่เข้ามาในหมอก?
แม้พวกเขาเขาจะไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามที่ฟางเจิ้งจือบอก
”ฟุ้บ!”ลำแสงสีแดงปรากฎขึ้นขวางหนานกงมู่ไม่ให้เข้ามาในหมอกสีทอง
”…”ใบหน้าของหนานกงมู่ซีดขาว
ถ้าทำได้เขาอยากจะถามฟางเจิ้งจือเหลือเกินว่าเขาขอนอนหลับโดยสงบสุขได้หรือไม่?
’มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!’
ทำไมฟางเจิ้งจือถึงไม่ยอมให้หนานกงมู่เข้าไปในหมอกด้วย
เขายอมรับว่าได้สติตั้งแต่ขึ้นมาบนภูเขาสวรรค์แต่หลอกคนอื่นอยู่
เขาไม่ต้องการตื่นขึ้นมา
นั่นเป็นเพราะฟางเจิ้งจือกำลังอยู่ท่ามกลางระหว่างการต่อสู้ระหว่างอสูรและปีศาจยิ่งไปกว่านั้นเขายังหยิ่งผยองและอ้างว่าจะยึดครองครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้า หนานกมู่ไม่เชื่อ
เขาจึงรอให้ฟางเจิ้งจือและพวกอสูรปีศาจทนทุกข์จากการสูญเสียจากนั้นเขาก็จะคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามเรื่องตรงหน้าทำให้เขาผิดหวังอีกครั้ง…
ฟางเจิ้งจือได้ยึดครองแหล่งพลังเทพเจ้าครึ่งหนึ่งจริงๆ!
หนานกงมู่ประหลาดใจมาก
จากนั้นกองทัพของทั้งสี่อาณาจักรได้ปรากฎตัว
หนานกงมู่เองก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นได้สติตอนนั้นเช่นกัน
จนกระทั่งซิงเทียนปรากฎตัว…
หนานกงมู่รอให้ฟางเจิ้งจือและคนอื่นๆเข้าร่วมการต่อสู้จากนั้นเขาจะใช้โอกาสนั้นเพื่อหลบหนี
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขากลับถูกโยนใส่ซิงเทียน?
เขาไม่คาดคิดว่าแผนที่ฟางเจิ้งจือวางเอาไว้จะเป็นเช่นนี้
เขาไม่สามารถแกล้งหมดสติได้อีกไม่เช่นนั้นเขาคงตายตลอดไปจริงๆ
”หนานกงมู่สู้ๆ!มันเป็นทางเลือกเดียวของเจ้า!” ฟางเจิ้งจือกล่าวขณะมองใบหน้าอันซีดเซียวของหนานกงมู่
”สู้บ้าอะไรกัน?!”หนานกงมู่ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะหาทางหนีทางอื่นอย่างรวดเร็ว
ฟุ้บ!หางงูพุ่งออกไปทันที
มันปัดหนานกงมู่กระเด็นออกไปอย่างแรงจนเขาไม่สามารถทรงตัวได้
”เจ้าไม่ได้อยู่ในระดับเทพเจ้าแล้วงั้นหรือ?เจ้ากลัวอะไรอยู่?” ฟางเจิ้งจือกล่าวอีกครั้ง
”ฟางเจิ้งจือถ้าข้ารอดไปได้ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ!”หนานกงมู่ตะโกน
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นซิงเทียนกำลังเคลื่อนตัวมาและเขาไม่มีที่ให้หลบ
เขาทำได้แค่สู้จนตัวตาย
ตู้ม!ต้นไม้ขนาดมหึมาโผล่ออกมาจากที่ไหนไม่มีใครรู้
หนานกงมู่โจมตีเขากลายเป็นต้นไม้โบราณ พลังของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ต้นไม้สีขาวสูงกว่าเดิมหลายสิบเมตร
มันอาจจะเทียบได้กับความสูงของซิงเทียนเลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามซิงเทียนร้องคำรามราวกับเขามองไม่เห็นมัน
ตู้ม!
ซิงเทียนใช้ขวานฟันต้นไม้ตรงหน้าในทันที
แครก!กิ่งไม้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เลือดสีแดงสดไหลออกมา อย่างไรก็ตามกิ่งไม้ใหม่งอกขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว
หนานกงมู่นั้นมีความสามารถในการป้องกันที่ทรงพลังมาก
โดยเฉพาะในตอนที่เขากลายเป็นต้นไม้สีขาวอาจจะกล่าวได้ว่าพลังในการรักษาของเขาทำให้เขากลายเป็นอมตะ
ดังนั้นฟางเจิ้งจือไม่จำเป็นต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย
”เจ้ารู้ได้ยังไงว่าหนานกงมู่ตื่นแล้ว?”ซวนหยวนห้าสับสน ตอนที่เขารู้ถึงแผนการของฟางเจิ้งจือ สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือหนานกงมู่ได้สติแล้วหรือยัง
ถ้าหนานกงมู่ยังไม่ได้สติ…
มันคงเป็นโศกนาฎกรรม
”ถ้าข้าบอกตอนที่ขึ้นมาบนเขาข้าเห็นเปลือกตาเขากระตุกจะเชื่อข้าไหม?”
”เหตุผลแค่นี้จริงๆงั้นรึ…”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออก
”เอาล่ะมานั่งดูการแสดงกันเถอะ” ฟางเจิ้งจือยืนหัวออกไปจากหมอกสีทอง
”…”ซวนหยวนห้าพูดไม่ออกอีกครั้ง ขณะเดียวกันหนานกงมู่ดูเหมือนจะต้านไม่ไหวแล้วเขาทำได้แค่เป็นต้นไม้ที่ยืนอยู่นิ่งๆ
”ฟางเจิ้งจือพวกเจ้าไม่โจมตีงั้นรึ?ข้าได้ทำตามคำสั่งของเจ้าแล้ว ทำไมไม่ได้ดำเนินแผนการของเจ้าต่อไป?!” เสียงของหนานกงมู่ดังขึ้น
”แผนเริ่มไปแล้ว”ฟางเจิ้งจือกล่าว
”เจ้าหมายความว่ายังไง?แผนของเจ้าคือให้ข้าสู้กับซิงเทียนเนี่ยนะ?!” หนานกงมู่ตะลึง
เขาคิดว่าฟางเจิ้งจือโยนเขาออกไปเพราะเขาแกล้งหมดสติฟางเจิ้งจือต้องการใช้พลังของเขาเพื่อรั้งซิงเทียนเอาไว้
อย่างไรก็ตามเขารู้สึกสิ้นหวังทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูด