Gate of God - ตอนที่ 1121 บ้าไปแล้ว เจ้าเด็กนั่นบ้าไปแล้ว
ตอนที่ 1121 บ้าไปแล้ว เจ้าเด็กนั่นบ้าไปแล้ว
ทั้งอสูรและปีศาจรู้ดีถ้าพวกเขาเสียสมาธิไปจากซิงเทียนแม้แต่วินาทีเดียวนั่นหมายถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวง
ทั้งเผ่าอสูรและปีศาจร่วมมือกันยังไม่สามารถควบคุมซิงเทียนได้อย่างสมบูรณ์
ถ้าเหลือเพียงเผ่าเดียว?
แน่นอนว่าพวกเขาต้องพ่านแพ้แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ฝ่ายฟางเจิ้งจือไม่ได้มีคนมากนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าพวกฟางเจิ้งจือทิ้ง
อาจจะกล่าวได้ว่าเผ่าอสูรและปีศาจทั้งหมดต้องร่วมมือกันจัดการพวกของฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามมันหมายความว่าฝ่ายที่ดึงความสนใจของซิงเทียนไว้ต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อฆ่าฟางเจิ้งจือ ”ฉงฉีเจ้า…” หงโหย่วโกรธมาก
เขารู้ว่าฉงฉีกังวลอะไรแต่มันอันตรายเป็นอย่างมากที่จะเสียเวลาไปกับพวกฟางเจิ้งจือ
”หึ!”ฉงฉีไม่สนใจว่าหงโหย่วจะรู้สึกอย่างไร เขาไม่ยอมเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบแน่นอน
ทั้งอสูรและปีศาจต่างตกอยู่ในความเงียบ
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือยังคงเดินไปรอบๆโดยไม่สนใจคนอื่นแม้แต่น้อย
”โอ้ช่วยหลบหน่อยดูเหมือนเจ้าจะบังข้าอยู่!” ทันใดนั้นฟางเตะปีศาจตัวหนึ่งที่ขวางหน้าเขาอยู่ทิ้ง
”ปั้ง!”
แม้ปีศาจตนนั้นจะเตรียมใจไว้แล้วแต่เขาก็ไม่สามารถตั้งสติกับสิ่งที่ฟางเจิ้งจือทำได้ทัน
ร่างของเขาลอยไปหาซิงเทียนทันที
ฉั๊วะ! ขวานของซิงเทียนผ่าลงมาตัดร่างของมันออกเป็นสองส่วน
”…”
”…”
ทุกคนล้วนตกตะลึง
การกระทำของฟางเจิ้งจือนั้นแสดงให้เห็นถึงจุดประสงค์ของเขาชัดเจน
”ฟางเจิ้งจือเจ้ากล้าดียังไง…”ผมของหงโหย่วตั้งขึ้นด้วยความโกรธ
”ข้าขอโทษทีพอดีข้าขยับเท้าพลาดไปหน่อยข้าเห็นเขาขวางทางข้าอยู่เลยจะดันเขาออกไปเท่านั้น…ข้าไม่คิดว่าเขาจะตายง่ายๆเช่นนี้” ฟางเจิ้งจือกล่าวด้วยท่าทีเสียใจ
อย่างไรก็ตามคำพูดนั้นดูเหมือนเป็นการประชดประชันหงโหย่ว
ซึ่งหงโหย่วกำลังหัวเสียจริงๆพวกเขากำลังยุ่งกับซิงเทียนจนแทบไม่มีเวลามาสนใจฟางเจิ้งจือ
”โฮก!” ด้านฉงฉีเองก็คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวมันต้องการจะฆ่าฟางเจิ้งจือแต่นั่นก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ซิงเทียน
”ได้ถ้าเป็นอย่างนี้ก็พินาศไปให้หมด!” ฉงฉีนั้นไม่คิดจะรักษาความสงบเอาไว้เหมือนหงโหย่ว ในฐานะอสูรร้ายโยราณเขามีความดุร้ายยิ่งกว่าใครๆ
เขาต้องการที่ทำให้ทุกฝ่ายย่อยยับ
”ฟางเจิ้งจืออย่าบังคับพวกเรา!”หงโหย่วกล่าว เขาเลือกยอมแพ้ต่อซิงเทียนถ้าฟางเจิ้งจือยังคงลงมือต่อไป
ทั้งเผ่าอสูรและปีศาจยินดีฆ่าฟางเจิ้งจือโดยไม่สนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
”โปรดเชื่อข้าข้ามาที่นี่เพื่อช่วยจริงๆ ข้าเองก็ต้องการฆ่าซิงเทียน” ฟางเจิ้งจืออธิบายด้วยความกังวล
”เชื่อเจ้า?ทำไมข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย?” หงโหย่วกล่าว
”มันง่ายมากแค่เว้นที่ว่างให้พวกเราเข้าไปเพื่อร่วมมือโจมตีซิงเทียนดีไหม?” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”เว้นที่ว่าง?”
”ร่วมมือโจมตีซิงเทียน?”
”…”
อสูรและปีศาจแลกเปลี่ยนสายตากัน
พวกเขาไม่เชื่อฟางเจิ้งจือแต่ก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ
”เอายังไงฉงฉี?”หงโหย่วถาม
”ข้าคิดว่าพวกเราก็ไม่ได้เสียหายอะไร”แม้ฉงฉีจะคิดว่ามีบางอย่างแปลกๆแต่มันก็ทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น
”ได้งั้นพวกเราจะเชื่อเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ฟางเจิ้งจือถ้าเจ้ากล้าทำอะไรบ้าๆก็อย่ามาหาว่าพวกเราใจร้าย!” หงโหยว่กัดฟันและพูดออกมา
”เว้นที่ทางฝั่งตะวันออกเอาไว้!”
”หลบไป!” ”เว้นที่ฝั่งตะวันออกให้ฟางเจิ้งจือ!”
”…”
ไม่นานพื้นที่ว่างก็ปรากฎแก่สายตา
ฟางเจิ้งจือและมนุษย์คนอื่นๆเข้าประจำที่ทันทีพวกเขาดูจริงจังเตรียมพร้อมจะสู้กับซิงเทียน
สำหรับมู่ฉิงเฟิงเขายังคงมืดแปดด้านแต่สามารถสัมผัสถึงบางอย่างได้
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ล้อเล่นที่พูดว่าจะสู้กับซิงเทียน
”ออกไป!”เสียงอันโกรธเกรี้ยวดังขึ้นอีกครั้ง
จากนั้นขวานที่เต็มไปด้วยจิตสังหารก็ตรงมาที่หัวของมู่ฉิงเฟิง
ใบหน้าของมู่ฉิงเฟิงซีดขาทันที
แม้ว่าเขาจะมีปรสบการณ์ในการต่อสู้มากมายแต่ก็ไม่สามารถทนรับจิตสังหารอันรุนแรงของซิงเทียนได้ ทันใดนั้นร่างในชุดสีน้ำเงินได้ขวางขวานเล่มนั้นเอาไว้มันทำให้จิตใจของมู่ฉิงเฟิงสงบลงทันที
”โจมตี!”ฟางเจิ้งจือตะโกนและตรงไปด้านหน้าพร้อมกับดาบไร้ร่องรอยในมือ เขาสามารถป้องกันการโจมตีจากขวานเล่มนั้นได้
”ตู้ม!”คลื่นอากาศกระจายออกไปราวกับระลอกน้ำที่เข้ากระทบกับปีศาจและอสูรที่อยู่บริเวณนั้น
มันทำให้ปีศาจและอสูรต้องตกตะลึง
ฟางเจิ้งจือสามารถขัดขวางการโจมตีของซิงเทียนได้!
นั่นหมายความว่าเขามีพลังมหาศาล!
อย่างไรก็ตามซิงเทียนได้โจมตีลงมาอีกครั้ง
”พวกเจ้าทุกคนจงดูให้ดีข้าจะจัดการซิงเทียน!” ฟางเจิ้งจือตะโกนราวกับเป็นคนบ้า เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา
”…” ”เจ้าเด็กนี่มันบ้าไปแล้ว!”
”เขาพยายามต่อสู้กับซิงเทียนเพียงลำพัง?!”
ทั้งปีศาจและอสูรต่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่าฟางเจิ้งจือไม่คิดจะหลบการโจมตีครั้งที่สองของซิงเทียนมันทำให้พวกเขารู้สึกว่าเข้าใจฟางเจิ้งจือผิดไป
เขาอยู่ที่นี่เพื่อฆ่าซิงเทียนจริงๆ!
ไม่มีอะไรผิดปกติ!
ทันใดนั้นแสงสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า
หลังจากนั้นปีศาจตนหนึ่งได้ปรากฎขึ้นในจุดที่ฟางเจิ้งจือยืนอยู่
”…”
”ฟางเจิ้งจือบัดซบ!”
ปีศาจตนนั้นถูกสลับที่กับฟางเจิ้งจือแล้วถูกขวานของซิงเทียนฟาดจนกลายเป็นแอ่งเลือดขนาดใหญ่
จากนั้นฟางเจิ้งจือก็ปรากฎตัวขึ้นในตำแหน่งอื่น
”อา..ข้าเกือบตายเสียแล้วดีนะที่ข้าหนีเร็วพอ!” ฟางเจิ้งจือถอนหายใจ ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกมาก
”…”
”…”ทั้งอสูรและปีศาจต่างพูดไม่ออก
”โจมตี!”เสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นอีกครั้ง ในพริบตาร่างของฟางเจิ้งจือเข้าไปใกล้ซิงเทียน
จากนั้นเรื่องแบบเดิมได้เกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้…
เป็นเทพอสูรแทนที่จะเป็นปีศาจ
อสูรที่’บังเอิญ’อยู่ใกล้ๆฟางเจิ้งจือถูกฟางเจิ้งจือส่งกระเด็นไปอยู่ใกล้ใบหน้าของซิงทียน
หลังจากนั้นร่างของมันก็ถูกซิงเทียนบดขยี้เป็นเศษเนื้อ
”…”มันเป็นฉากที่ชวนหดหู่อย่างมาก ”ความสำเร็จของคนคนหนึ่งย่อมแลกมากับการเสียสละของคนนับพันแม้พวกเจ้าจะตายแต่เมื่อข้าฆ่าซิงเทียนได้ชื่อของพวกเจ้าจะถูกจดจำตลอดไป!” ฟางเจิ้งจือตะโกนออกมาอย่างชอบธรรม
”เขาพูดบ้าอะไรกัน?”
”แลกมาด้วยความตาย?”
”…”
ฟางเจิ้งจือกำลังต่อสู้จริงๆแต่เขาใช้อสูรและปีศาจเป็นโล่ป้องกัน
ไม่มีคำไหนสามารถอธิบายวิธีที่เขาใช้ได้ดีไปกว่า’ไร้ยางอาย’
”ฟางเจิ้งจือเจ้าจงใจชัดๆ!”หงโหย่วโกรธมากจนเคราของเขาแทบกลายเป็นสีขาว
”ไม่ไม่ ข้าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? ข้าไม่มีทางเลือกเลยต้องทำแบบนั้น ใครก็ทำแบบข้าทั้งนั้นถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน” ฟางเจิ้งจือกล่าวอย่างไร้เดียงสา
”…”หงโหย่วโกรธมากจนพูดไม่ออก อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถหักล้างสิ่งที่ฟางเจิ้งจือได้อสูรและปีศาจจำนวนมากใช้วิธีการเดียวกันเพื่อช่วยตัวเอง
”พี่ใหญ่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราทุกคนต้องถูกเจ้าเด็กนี่ฆ่าตายแน่นอน!”
”ใช่แล้ว!”
”พวกเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!”
”…”
หงโหย่วและพ่อมดคนอื่นๆพยักหน้าให้กัน
”แล้วพวกเราควรทำเช่นไร?”หงโหย่วรู้สึกไร้หนทาง
หากพวกเขาสู้กับฟางเจิ้งจืออย่างจริงจังนั่นเท่ากับพวกเขาต้องรับมือกับทั้งซิงเทียนและฟางเจิ้งจือในเวลาเดียวกัน
มันอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียกับทุกฝ่าย
”เป็นไปได้ไหมที่พวกเราจะปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นสู้กับซิงเทียนก่อนโดยที่พวกเราถอยออกมา…”หนึ่งในสิบสองพ่อมดกล่าว
”เขาจะโง่ขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?”หงโหย่วไม่เชื่อว่าฟางเจิ้งจือจะยอมรับข้อตกลงดังกล่าว
ขอให้พวกฟางเจิ้งจือสู้กับซิงเทียนขณะที่ปีศาจและอสูรยืนดูอยู่เฉยๆ?ไม่มีทางที่มันจะเป็นไปได้
”…”
”แล้วถ้ามันโง่ทำแบบนั้นจริงๆล่ะ?”พ่อมดอีกคนหนึ่งถามออกมา
”ใช่แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ที่พวกเราจะลอง”ปีศาจที่ยืนอยู่ห่างออกไปพยักหน้า แม้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลองอะไรเลย
”แค่ให้สัญญากับเขาว่าจะให้ผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งถ้าพวกเราเอาชนะซิงเทียนได้!”
”ครึ่งหนึ่ง?!พวกเราต้องให้ฟางเจิ้งจือถึงครึ่งหนึ่งเลยงั้นรึ?”
”มันเป็นแค่สัญญา…เมื่อเวลามาถึงมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาเจ้าเด็กนั่นมันโลภมากอาจจะโดนหลอกได้ง่ายๆ”
”…”
”เอาล่ะๆข้าจะลองดู” หงโหย่วไม่มีความคิดอื่นอีก
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีปีศาจอีกตนที่ถูกฟางเจิ้งจือส่งไปให้ซิงเทียนฆ่า
”ฟางเจิ้งจือพวกเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อีกทั้งสามฝ่ายไม่สามารถไว้วางใจกันได้อย่างสมบูรณ์ พวกเรามาเปลี่ยนวิธีกันเถอะ!” ในที่สุดหงโหย่วก็กล่าวออกมา
”โอ้?วิธีอะไรงั้นรึ?” ฟางเจิ้งจือถามอย่างสบายๆ
”ผลัดกันทั้งสามฝ่ายจะผลัดกันต่อสู้กับซิง ถ้าเราฆ่าซิงเทียนได้ผลประโยชน์จะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน เจ้าคิดว่ายังไง?” ”แต่ตอนนี้ข้าครอบครองครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”ฟางเจิ้งจือไม่พอใจนัก
”ครึ่งหนึ่ง?เป็นไปไม่ได้!” หงโหย่วปฏิเสธทันที
”งั้นก็เลิกคุยเถอะแค่สู้ต่อไปเท่านั้น” ฟางเจิ้งจือตอบอย่างไม่ใยดี
”เจ้า…”หงโหย่วโกรธมาก เขากัดฟันแน่นก่อนจะพยายามกล่าวออกมาอีกครั้ง “ได้ ถ้าเจ้าต้องการแหล่งพลังเทพเจ้าครึ่งหนึ่ง เจ้าต้องออกไปสู้ก่อนเป็นเวลาสิบห้านาที ฉงฉีเจ้าคิดเช่นไร?”
หงโหย่วขยิบตาให้ฉงฉี
ในฐานะหนึ่งในอสูรร้ายโบราณมันเข้าใจเบื้องหลังสิ่งที่หงโหย่วกล่าวออกมา มันลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
”ถ้าเจ้าสามารถสู้ได้ถึงสิบห้านาทีเจ้าก็สมควรได้รับแหล่งพลังเทพเจ้าครึ่งหนึ่ง!”ฉงฉีกล่าว ”สิบห้านาที?นานขนาดนั้นเลยงั้นรึ?” ฟางเจิ้งจือเงียบเสียงลง
ทุกคนกำลังรอคำตอบจากฟางเจิ้งจือ
หากฟางเจิ้งจือตอบรับมันจะสามารถทำให้พวกเขาถอยออกไปตั้งหลักได้อย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นฟางเจิ้งจือก็ไม่ได้เหลือทางเลือกอะไรมากนัก
เป้าหมายของซิงเทียนจะกลายเป็นฟางเจิ้งจือเพียงคนเดียว
ปีศาจและอสูรไม่ต้องกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย
หลังจากฟางเจิ้งจือเหน็ดเหนื่อยพวกเขาสามารถร่วมมือกันสังหารฟางเจิ้งจือได้อย่างง่ายดาย
”แลกกับครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังเทพเจ้าพวกเจ้าแค่รับมือกับซิงเทียนไว้สิบห้านาทีเท่านั้น!” หงโหย่วเร่งฟางเจิ้งจือ
”ฟังดูดีแต่ข้ามีเงื่อนไข” ฟางเจิ้งจือดูเหมือนจะตัดสินใจแล้ว
”เงื่อนไขอะไร?”
”จิ้งจอกขาวเก้าหางต้องเป็นม้าให้กับเหยียนซิวหากไม่เป็นเช่นนั้นพวกเราคงไม่สามารถรับมือซิงเทียนได้ถึงสิบห้านาที” ฟางเจิ้งจือชี้นิ้วไปไกล
มันทำให้จักรพรรดินีอสูรไป่ฉือที่พึ่งเข้ามาใกล้ยหยุนชิงวูอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
นางตกตะลึงอย่างแท้จริง
��